ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 648-2 เดินไปพร้อมกับภาระ (2)
ก่วนฟู่พูดจบก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ยังไงพวกเราก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปดแล้ว ทั้งยังตื่นรู้เส้นทางต้นกำเนิดเป็นที่เรียบร้อย ฝีมือไม่นับว่าอ่อนด้อย ฉันและฮุ่ย…พวกเหล่ากัวนั้นรู้จักกันมาหลายสิบปีแล้ว เคยร่วมกันต่อสู้ในสงครามถ้ำใต้ดินเหมือนกัน พวกเราสามคนร่วมมือกัน เผชิญหน้ากับขั้นเก้าที่อ่อนแอคนหนึ่ง ยังคงมีความมั่นใจอยู่ ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิด งั้นก็มีโอกาสสูงที่จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเรา”
เหมยหลิงเฟิ่งที่อยู่ด้านข้าง เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “ถูกต้อง! พวกเราสามคนอาจไม่ได้แข็งแกร่งเท่าอธิการอู๋และคณบดีหลี่ แต่สามคนร่วมมือกันไม่อาจอ่อนแอไปกว่าขั้นเก้าทั่วไปได้ ในเมื่อออกมาแล้ว อยากจะได้รับการยอมรับจากทุกคน สงครามใหญ่แบบนี้ จะขาดพวกเราไม่ได้อยู่แล้ว ครั้งนี้มีปรมาจารย์เข้าร่วมสงครามกว่าหนึ่งร้อยคน พวกเราสามคนเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ก็นับเป็นการเข้าสู่โลกผู้ฝึกยุทธ์อย่างเป็นทางการ กลายเป็นส่วนหนึ่งในนั้น ต่อให้การจัดอันดับปรมาจารย์จะเป็นที่โดดเด่นแค่ไหนก็ไม่อาจคิดว่าไม่เหมาะสมอีก”
สามคนพูดถึงขนาดนี้ ฟางผิงเงียบไปเล็กน้อย ตาเฒ่าหลี่กลับเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ทั้งสามคนมั่นใจว่าจะไป? อย่าลืมว่าครั้งนี้มียอดฝีมือเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาจจะเกิดความสูญเสียได้ พวกคุณเพิ่งออกมาจากเขา ถ้าไม่ไปก็ไม่มีใครว่าอะไรได้ ตอนที่ฟางผิงเชิญพวกคุณออกมาจากเขาก็พูดอย่างชัดเจนแล้ว แค่สอนหนังสือ ไม่ลงถ้ำใต้ดิน จุดนี้รัฐมนตรีจางก็เห็นด้วยเช่นกัน”
กัวเซิ่งเฉวียนเอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “ผู้ฝึกยุทธ์ต้องต่อสู้แย่งชิง! ในเมื่อออกมาแล้วก็ต้องเข้าใจหลักการนี้ พวกเราอยู่ขั้นแปดแล้วเหมือนกัน จะไม่เข้าใจได้ยังไง ส่วนตายในสงคราม ถ้าตายในสงครามถ้ำใต้ดินต้องห้ามจริงๆ หวังเพียงแค่ภายหลังเมื่อเรื่องถ้ำใต้ดินเปิดเผยจะหลงเหลือชื่อฉันเอาไว้บ้าง คนใช้ชีวิตชาติหนึ่ง ยังไงก็ต้องใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง!”
ตาเฒ่าหลี่หัวเราะเสียงดัง “ก็ถูก! พวกคุณล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปด ทั้งยังตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดแล้ว ในเมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้ว งั้นพวกเราก็คงไม่อาจเกลี้ยกล่อมอีก แต่อาจารย์เหลียงและอาจารย์ฟ่าน ครั้งนี้อย่าไปเลย พวกคุณเพิ่งจะขั้นเจ็ด เข้าร่วมสงครามขนาดใหญ่แบบนี้เป็นครั้งแรก อันตรายเกินไป”
เห็นทั้งสองคนยังอยากพูดอีก ตาเฒ่าหลี่ก็ยกมือห้าม “หากทั้งสองคนมีความตั้งใจจริงๆ สามารถไปสนับสนุนอธิการที่เมืองความหวังได้ เฝ้าระวังอยู่ที่ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ ตอนแรกเหล่าอู๋อยากไปเหมือนกัน แต่เมืองเทียนเหมิน ตอนนี้มี…”
“เมืองหมัว!”
ฟางผิงพูดแทรก
ตาเฒ่าหลี่กลอกตาใส่ เอ่ยต่อว่า “เมืองหมัวมีนักศึกษาและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เหล่าอู๋ไม่วางใจ หวงจิ่งและพวกคุณสองคน รวมกับเหล่าอู๋ โค่วเปียนเจียงคนพวกนั้นเฝ้าระวังสองคนก็น่าจะเพียงพอแล้ว ส่วนฉันจะพาถังเฟิงและหลู่เฟิ่งโหรว รวมถึงพวกเหล่ากัวไปด้วยกัน พวกเราหกคนไปถ้ำใต้ดินต้องห้าม ผู้เฒ่าหลิวนั่งรักษาการณ์ที่มหาวิทยาลัย ประจวบเหมาะกับเข้าด่านพอดี ดูสิว่าจะสามารถเข้าสู่ขั้นแปดได้หรือเปล่า ฟางผิงและหลี่หานซง…พวกเธอสองคนตัดสินใจกันเอาเองเถอะ”
ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดของมหาวิทยาลัยในตอนนี้ ตาเฒ่าหลี่ก็นับว่าไม่เกี่ยงงอนในหน้าที่ที่ควรทำเช่นกัน พูดจบแล้วก็เอ่ยอย่างดีใจว่า “มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้แข็งแกร่งขึ้นแล้ว! นอกจากเฝ้าระวังถ้ำใต้ดินหนึ่งแห่ง ยังสามารถไปสนับสนุนพื้นที่อื่นๆ ได้อีก เทียบได้ส่งพลังต่อสู้ขั้นเก้าสองสามคนไปช่วยเหลือถ้ำใต้ดินต้องห้าม แค่เรื่องนี้ กองตั้งมั่นเฝ้าระวังตะวันตกและทางใต้ยังสู้พวกเราไม่ได้ด้วยซ้ำ”
ฟางผิงเห็นเขาอิ่มอกอิ่มใจก็ส่ายหัวอย่างเอือมระอา ในเมื่อปรากฏขวดขึ้นมาอีกครั้ง โยนให้เขาว่า “นี่คือน้ำแร่ชีวิตทั้งหมดแล้ว คุณประหยัดใช้หน่อยเถอะ”
สิ้นเสียงนั้น ในมือก็ปรากฏลูกบอลสีทองขึ้นมาจำนวนมาก โยนให้ทุกคนว่า “สิ่งที่ผู้น้อยมอบให้ได้ มีแค่เท่านี้แล้ว จริงสิ ผู้เฒ่ากัว พวกคุณมีอาวุธวิเศษสินะครับ?”
เรื่องนี้เขาไม่เคยถามมาก่อนจริงๆ
กัวเซิ่งเฉวียนส่ายหัวว่า “ไม่มีหรอก เธอก็รู้ว่าพวกเราไม่ได้ทำสงครามในถ้ำใต้ดินเท่าไหร่ ดังนั้น…”
“แบบนี้นี่เอง…”
ฟางผิงลอบถอนหายใจ จนจริงๆ
เมืองเจิ้นซิงไม่ให้พวกเขาเป็นเรื่องปกติ พวกเขาไม่ได้เข้าร่วมสงครามอะไร ให้พวกเขาไปก็ไม่มีประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้นเมืองเจิ้นซิงยังเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกับพวกเขาเท่านั้น ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันจริงๆ
ฟางผิงมีอาวุธวิเศษไม่น้อย แม้ครั้งก่อนจะประมูลขายไปบางส่วน หลังจากนั้นยังส่งให้อาจารย์ขั้นหกบางคนอีก
แต่ในมือยังคงมีเหลือเฟือ
เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนฟางผิงจะเอ่ยว่า “ผู้อาวุโสสามคนล้วนเป็นยอดฝีมือขั้นแปด อาวุธขั้นเจ็ดใช้ประโยชน์ได้ไม่มาก แต่รัฐมนตรีจางมีความสามารถหลอมอาวุธวิเศษใหม่ได้ ผมยังมีอาวุธวิเศษขั้นเจ็ดอีกสิบสองชิ้น ไม่รู้ว่าหลังจากหลอมใหม่แล้วจะสามารถหลอมออกมาเป็นขั้นแปดสามชิ้นได้หรือเปล่า”
อาวุธวิเศษขั้นเจ็ด มูลค่าอยู่ที่ประมาณหมื่นล้าน
อาวุธวิเศษขั้นแปด มูลค่าน้อยสุดกลับอยู่ที่สามหมื่นล้านขึ้นไป มูลค่าสูงสุดแตะถึงห้าหมื่นล้าน
มองจากมูลค่าแล้ว อาวุธวิเศษสามสี่ชิ้น หลอมกลายเป็นขั้นแปดหนึ่งชิ้นอาจเป็นไปได้เหมือนกัน
แต่เหล่าจางน่าจะต้องออกแรงหน่อยแล้ว
ฟางผิงพูดจบ ไม่รอให้พวกเขาเอ่ยปาก อาวุธวิเศษสิบสองชิ้นก็ลอยออกมา พุ่งไปหาทั้งสามคน ไม่ใช่แค่อาวุธวิเศษ ยังมีกระดาษอีกหนึ่งแผ่น
พวกเขาตกตะลึงไปพักหนึ่ง ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ทำตามธรรมเนียมละกัน ในเมื่ออาจารย์ทั้งสามไม่มีอาวุธวิเศษ งั้นครั้งนี้ผู้น้อยก็จะให้ยืมสิบสองชิ้น คนหนึ่งเซ็นไว้ห้าหมื่นล้านก็เพียงพอแล้ว”
พวกเขาอึ้งไปอีกครั้ง!
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “พวกอาจารย์ไม่สงสัยอะไรสินะครับ? เรื่องปกติ นี่เป็นธรรมเนียมของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้แล้ว มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มีอาจารย์เซ็นไว้กับผมหลายคนแล้ว คณบดีหลี่ยังติดไว้หลายล้านล้าน อธิการอู๋ก็สองแสนล้านแล้ว ครั้งนี้ผู้เฒ๋าหลิวก็น่าจะเกือบหนึ่งแสนล้านแล้วเหมือนกัน อาจารย์ถัง อาจารย์ผม อธิการหวง…แทบจะหลายหมื่นล้านกันทั้งนั้น อาจารย์และนักศึกษาในมหาวิทยาลัยพวกนั้นก็ติดผมหลายคนเหมือนกัน มีเงินก็คืน ไม่มีเงิน…นั่นก็ไม่จำเป็นต้องรีบ”
ขั้นแปดสามคนนิ่งชะงักไปพักใหญ่ ก่อนจะหัวเราะขึ้นมา
เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ!
พวกเขาคาดไม่ถึงว่ามามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ไม่กี่วันก็มีประสบการณ์แบบนี้ซะแล้ว
เรื่องแรกคือเหนือความคาดหมายที่ฟางผิงมีเงินขนาดนี้ ส่งน้ำแร่ชีวิตออกไปราวกับน้ำเปล่า
อาวุธวิเศษอีกสิบกว่าชิ้น!
ประสบการณ์แบบนี้ แม้จะอยู่ในเมืองเจิ้นซิงที่มีขั้นสุดยอดกว่าสิบคนก็ยังไม่เคยลิ้มลองมาก่อน
พวกเขาไม่เคยเซ็นสัญญาหนี้มาก่อนจริงๆ แต่เมื่อกี้สัญญาของหลิวพั่วหลู่ พวกเขาเห็นแล้ว เวลานี้จึงเอาอย่างบ้าง รับมาคนละแผ่น
ไม่นานฟางผิงก็รวบรวมกลับไป รู้สึกสะท้อนใจ สัญญานี้นับวันก็มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
รอจนเก็บของพวกนี้ไว้แล้ว ก็มองไปทางเหลียงอวี้ฉินและฟ่านหวาขั้นเจ็ดสองคน เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “แม้ทั้งสองคนจะไปถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้เฉยๆ อาจไม่มีอันตรายและการต่อสู้เสมอไป แต่มีอาวุธวิเศษติดตัวยังคงไม่เลวเช่นกัน ผมให้ทั้งสองคนยืมอาวุธวิเศษขั้นเจ็ดคนละหนึ่งชิ้น เซ็นสัญญาหนึ่งหมื่นล้านก็พอ…”
ตาเฒ่าหลี่กลอกตาว่า “ไหนบอกว่ามีแค่สิบสองชิ้นไง?”
“ครั้งนี้สองชิ้นสุดท้ายจริงๆ แล้ว!”
ฟางผิงถอนหายใจว่า “ไม่มีเหลือแล้ว! ในมือผมนอกจากอาวุธวิเศษสองชิ้นของตัวเองก็ไม่มีเหลือสักชิ้นแล้ว ของที่ได้มาจากแดนรบราชา ครั้งนี้หมดเกลี้ยงแล้วจริงๆ!”
อาวุธวิเศษไม่มีอีกแล้ว!
ตอนแรกพวกเขาได้มานับร้อยชิ้น
แต่เดี๋ยวให้คนนั้นใช้คนนี้ใช้ รวมกับแบ่งให้อาจารย์ขั้นหกบางส่วน ตอนนี้ไม่เหลือแล้วจริงๆ
แม้จะเป็นอาวุธวิเศษโบราณที่เทียบได้กับขั้นเก้าสองชิ้น ชิ้นหนึ่งให้เฉินเย่าถิง อีกชิ้นเป็นของหัวเหล็ก ก่อนหน้านี้ฟางผิงคืนให้หัวเหล็กแล้ว ให้เขาไปหาเหล่าจางเพื่อหลอมเป็นสนับมือที่เหมาะสมด้วยตัวเอง
เจ้าหมอนี้มีแค่ชุดเกราะ ไม่มอาวุธในการโจมตี ยังใช้สนับมือโลหะผสมระดับ A อยู่เลย
อาวุธวิเศษโบราณขั้นเก้า เดิมทีก็ไม่มีจิตวิญญาณแล้ว หัวเหล็กไปขอให้เหล่าจางช่วยหลอมให้ใหม่ จึงกลายเป็นสนับมือขั้นแปดแล้ว
ไม่ต่างกับเฉินเย่าถิงเท่าไหร่ ครั้งก่อนใช้อาวุธวิเศษโบราณหลอมกับอาวุธวิเศษของตัวเอง กลายเป็นอาวุธวิเศษขั้นแปดเหมือนกัน แต่นับได้ว่าเป็นของชั้นยอด
ครั้งนี้ส่งอาวุธวิเศษออกไปสิบสี่ชิ้น นอกจากอาวุธวิเศษสองชิ้นที่ตัวเองใช้แล้วก็ไม่มีอาวุธวิเศษเหลืออีกจริงๆ
“ไม่มีอาวุธวิเศษแล้ว น้ำแร่ชีวิตก็ให้ตาเฒ่าหลี่หมดแล้ว แร่พลังงานยังถูกฉันยัดลงไปในแหล่งแร่จนเกลี้ยง เครื่องประดับป้องกันพลังจิตใจก็เอาให้ยัยหน้ากลมและเฉินอวิ๋นซีแล้ว…”
—————–