ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 649 นายรังเกียจฉัน ฉันรังเกียจนาย (3)
ไป๋รั่วซีหัวเราะ ลูบหัวของเธอเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจว่า “แข็งแกร่ง แข็งแกร่งมาก! ยุคสมัยใหม่เป็นยุคที่รุ่งเรืองของเส้นทางฝึกยุทธ์ ทั้งยังเป็นยุครุ่งโรจน์ของผู้ฝึกยุทธ์ด้วย ในเวลาเดียวกัน…ก็เป็นยุคแห่งการนองเลือด เธอมีพี่ชายที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง ทั้งยุคสมัยนี้ยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งเดินอย่างยากลำบาก...ผู้แข็งแกร่ง…นี่เป็นยุคที่ทั้งสุขและน่าเศร้าของผู้แข็งแกร่ง”
ไป๋รั่วซีทอดมองไกลออกไป เอ่ยพึมพำว่า “พวกเขาเดินไปพร้อมกับภาระ พวกเขากำลังต่อต้านการรุกรานจากความมืด พวกเขา…เดินในเส้นทางมืดมิด กลับนำมาซึ่งแสงสว่าง พี่ชายของเธอเป็นวีรบุรุษ วีรบุรุษของประเทศ บางทีอาจเป็นวีรบุรุษของมนุษยชาติทั้งหมดด้วยเช่นกัน หยวนหยวน เขาหวังว่าเธอจะสามารถออกห่างจากความมืดพวกนี้ได้ ห่างไกลจากยุคสมัยใหม่ของผู้ฝึกยุทธ์ แต่เขาลืมไปว่า ผู้ฝึกยุทธ์…ไม่มีทางให้หันหลังกลับแล้ว! เขาฝากเธอไว้กับฉัน เกรงว่าน่าจะเคยคิดมาก่อนแล้ว ฉัน…ไม่ใช่ผู้หญิงที่เปราะบาง จะไม่รู้ความต้องการของเขาได้ยังไง?”
ไป๋รั่วซีเอ่ยเสียงเบา “อยากแข็งแกร่งขึ้นหรือเปล่า?”
“อื้ม!”
“งั้นก็ไปต่อสู้เถอะ! พี่ชายของเธอ ขั้นหนึ่งก็เริ่มทำภารกิจแล้ว สังหารผู้ฝึกยุทธ์นอกรีตนับไม่ถ้วน! คนที่อ่อนแออย่างเฉินอวิ๋นซีก็กล้าชักกระบี่ต่อสู้เหมือนกัน นี่ถึงมีเฉินอวิ๋นซีขั้นห้าในวันนี้! อาจารย์ไม่คาดหวังให้เธอสามารถช่วยพี่ชายแบ่งเบาภาระพวกนั้น หวังแต่ว่าเธอจะไม่กลายเป็นตัวถ่วงของเขา เขาเป็นคนอ่อนไหว ทั้งยังเปราะบางเกินไป ยิ่งเขากังวลเท่าไหร่ก็จะยิ่งจมดิ่งลึกเท่านั้น เธอและคนอื่นไม่เหมือนกัน…คนอื่นตายแล้ว เขาไม่อาจบ้าคลั่ง เธอตาย เขาคงต้องแตกสลาย เขาและคนอื่นก็ไม่เหมือนกัน ปรมาจารย์พวกนั้น ขั้นสุดยอดพวกนั้น สนใจครอบครัว กลับไม่ได้หัวแข็งและบ้าคลั่งเหมือนเขาขนาดนั้น อาจารย์รับภารกิจบางส่วนให้เธอแล้ว ฆ่าผู้ฝึกยุทธ์นอกรีตขั้นหนึ่ง ไปเถอะ ฉวยโอกาสที่พี่ชายเธอยังไม่กลับมา ไปทำภารกิจสักหน่อย!”
ฟางหยวนขบริมฝีปาก พยักหน้าอย่างหนักแน่น
ไม่นาน เด็กสาวก็หมุนตัววิ่งออกไปข้างนอก
หลังจากนั้นสักพัก หลิวพั่วหลู่ก็ปรากฏตัวขึ้น เอ่ยเสียงเบาว่า “เธอไม่ควรทำแบบนี้ ถ้าฟางผิงรู้ จะเกลียดเธอได้ เขาเชื่อใจเธอถึงได้ฝากน้องสาวตัวเองไว้กับเธอ”
ไป๋รั่วซีเอ่ยเสียงเบาว่า “ผู้เฒ่าหลิว ฉันรู้อยู่แล้ว แต่ยิ่งเขากังวลเท่าไหร่ก็ยิ่งปล่อยวางไม่ได้เท่านั้น ยิ่งจะเกิดเรื่องได้ง่ายกว่า วางใจเถอะ ฉันจะตามไปด้วย เว้นเสียแต่ว่าฉันจะตายก่อน...หากฉันตายจริงๆ เขาคงโทษฉันไม่ได้อีก”
ไป๋รั่วซีถอนหายใจว่า “คนอย่างพวกเราไม่มีกำลังจะช่วยแบ่งรับภาระอะไร อย่างน้อยทำให้ครอบครัวของเขามีพลังในการคุ้มครองชีวิตตัวเองได้ ในเมื่อน้องสาวเขาเดินในเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ นั่นก็ต้องเดินต่อไป! พ่อแม่ของเขาก็ให้เขาเป็นคนธรรมดาไปเถอะ”
หลิวพั่วหลู่ถอนหายใจเช่นกัน ไม่นานก็หายไปจากที่เดิม เขาควรจะหาวิธีทะลวงด่านได้แล้ว
มหาวิทยาลัยใหญ่อย่างมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ สามารถแข็งแกร่งอย่างทุกวันนี้ได้ กว่าครึ่งใหญ่ล้วนมาจากผลงานของฟางผิง
คนอย่างพวกเขาสามารถตายในสนามรบได้ ฟางผิงกลับตายไม่ได้
“หวังว่าการเดินทางในซีซาน ทุกอย่างจะราบรื่น!”
หลิวพั่วหลู่ผุดความคิดนี้ขึ้นมาในใจ ไม่นานก็จมดิ่งในความเงียบ
เขตทางใต้เริ่มเงียบสงบไร้สุ้มเสียงแล้วเช่นกัน
—
ทุกคนต่างคาดหวังให้ฟางผิงสามารถเดินทางอย่างราบรื่น
แต่ตอนที่ฟางผิงมาถึงซีซานก็รู้สึกไม่ค่อยราบรื่นอยู่บ้างแล้ว
ในขณะที่ฟางผิงเดินทางมาถึงเมืองเหลียนฮวาก็ถูกความจริงโจมตีถึงสองครั้ง!
เมื่อข่าวที่ ‘ฟางผิงกำลังจะมา’ แพร่สะพัดออกไป วัดก่วงเซิ่งที่อยู่ตีนเขาไท่เยวี่ยก็ปิดประตูเขาทันที!!
ทางนั้นอยู่ห่างไกลจากเมืองเจิ้นซิงไม่น้อย…จู่ๆ เจี่ยงเฮ่าก็โทรมาหาเขาว่าหลายวันนี้เมืองเจิ้นซิงมีงานล้นมือ ไม่รับแขก
ฟางผิงมาซีซานอีกแล้ว!
ทันทีที่เมืองเจิ้นซิงได้รับข่าวก็ให้เจี่ยงเฮ่าแจ้งกับฟางผิงทันที อย่ามาเมืองเจิ้นซิง
สาเหตุที่วัดก่วงเซิ่งซึ่งอยู่ในมณฑลซีซานเหมือนกันปิดประตู…นั่นเพราะว่าวัดก่วงเซิ่งมีผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่อยู่
ฟางผิงดึงตัวผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่หลายคนไปมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ จุดนี้มีคนบางส่วนไม่รู้ว่าคนพวกนี้คือผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ แต่วัดก่วงเซิ่งยังคงรู้เรื่องนี้
ดังนั้นเพื่อไม่ให้พวกผู้อาวุโสเกิดใหม่ถูกดึงตัวไป วัดก่วงเซิ่งจึงไม่แสดงความต้องการจะรับแขก
ปิดประตูเขา ความหมายก็ชัดเจนแล้ว
วันนี้ไม่รับแขก!
ใครมาก็ไม่ต้อนรับ!
วัดก่วงเซิ่งสืบทอดมาจนถึงตอนนี้ มีขั้นแปดคนหนึ่งกลับมาไม่ใช่เรื่องง่าย นี่หากถูกคว้าตัวไป พวกเขาจะพูดอะไรได้กัน
เดินอยู่ตีนเขาไท่เยวี่ย เห็นวัดก่วงเซิ่งที่อยู่ไกลออกไปปิดประตูอย่างแน่นหนา ภิกษุบางส่วนเฝ้ามองอยู่ไกลๆ…
จู่ๆ ฟางผิงก็เอ่ยเสียงดังว่า “หัวเหล็ก ได้ยินว่าคัมภีร์พระไตรปิฎกของวัดก่วงเซิ่งเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคสมัยสำนัก อาจจะเกี่ยวพันถึงเคล็ดวิชาฝึกฝนพลังจิตใจ ยังไงคัมภีร์พระไตรปิฎกก็สืบทอดมานับพันปี จะไปดูสักหน่อยหรือเปล่า?”
“พันปี? ในเวลานี้…อาจเป็นไปได้เหมือนกัน!” หลี่หานซงรับบทสนทนา
“งั้นยิ่งควรต้องไปดู ถือโอกาสพูดคุยกับอาจารย์หมิงจื้อด้วย…”
ทั้งสองคนไม่คิดจะพูดเสียงเบา ไม่นาน ภายในวัดก็มีเสียงแหบพร่าดังขึ้นว่า “ประสกทั้งสอง หากต้องการศึกษาคัมภีร์พระไตรปิฎก อาจารย์ยินดีมอบสำเนาให้ได้ แต่ไม่มีเคล็ดวิชาฝึกฝนพลังจิตใจจริงๆ…”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่สู้อาจารย์หมิงจื้อพูดคุยเรื่องเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์กับพวกเราสักหน่อย! คุยเรื่องทางธรรมก็ได้ ผมอยากศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่บ้างเหมือนกัน…”
พูดอยู่ยกใหญ่ ภิกษุในวัดกลับเงียบเสียงไปแล้ว
ฟางผิงเอือมระอาอยู่บ้าง ถอนหายใจว่า “ช่างเถอะ ในเมื่อไม่ต้อนรับ ไม่พูดคุยก็แล้วกันไป จริงๆ เลย พวกเราไม่ได้เป็นโจรสักหน่อย แค่เลื่อมใสในชื่อเสียงวัดก่วงเซิ่งเท่านั้น นึกไม่ถึงว่าจะปฏิเสธไม่ให้พวกเขาเข้าประตู น่าเสียใจอะไรอย่างนี้! ไปกันเถอะ หัวเหล็ก ไปดูปากทางถ้ำใต้ดินซีซาน ที่นี่ไม่มีอะไรน่าสนใจ”
“อืม ไปเถอะ!”
ทั้งสองคนต่างหมดอารมณ์ ไม่นานก็จากไป
—
รอทั้งสองคนไปแล้ว ภายในวัด ภิกษุหนุ่มที่หน้าตาสะอาดสะอ้านคนหนึ่งก็มองไปทางภิกษุเฒ่าข้างหน้า กดเสียงว่า “อาจารย์ ทำไมไม่ให้แม่ทัพปีศาจและแม่ทัพจินกังเข้ามาล่ะ? นี่…”
ภิกษุเฒ่าขมวดคิ้วที่ขาวโพรน เอ่ยด้วยยิ้มขมขื่นว่า “อาจารย์กลัวสงบใจไม่ได้ ถูกเขาหลอกล่อออกจากวัดก่วงเซิ่งไป สหายเก่าฮุ่ยหงพวกนั้นเร้นกายในเมืองเจิ้นซิงมาหลายปี เขาไปแค่ครั้งเดียว พวกฮุ่ยหงกระทั่งชื่อเดิมยังไม่ใช้แล้ว ไปมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ หากฉันออกไป งั้นวัดก่วงเซิ่งที่สืบทอดกันมาหลายพันปี…บางทีอาจจะล่มสลายแล้ว”
วัดก่วงเซิ่งที่กว้างใหญ่ ตอนนี้มีเขาเป็นยอดฝีมือขั้นแปดเพียงคนเดียว
ฟางผิงจากมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้ พูดไม่กี่คำก็หลอกพวกฮุ่ยหงไปได้แล้ว เขาจะกล้าไปสนทนาลงลึกกับพวกเขาได้ยังไง
แม้เขาจะยอมรับว่าตัวเองไม่อาจหวั่นไหว ไม่อาจถูกล่อลวงแน่นอน แต่ถ้าไม่พูดได้ งั้นก็อย่าพูดเลยดีกว่า
ภิกษุหนุ่มเผยสีหน้าตกตะลึง กระทั่งอาจารย์ยังกลัวจะถูกล่อลวง?
แม่ทัพปีศาจเก่งกาจดังที่คาด!
—
ในเวลาเดียวกัน
ฟางผิงที่เดินออกมาไกลแล้ว เผยสีหน้าหมดคำพูดว่า “นี่มันเรื่องอะไร? ผู้นำอย่างฉัน ไม่ใช่ว่าควรจะพากันต้อนรับหรือไง? ทำไมกลายเป็นสุนัขยังเมินด้วยซ้ำ?”
หลี่หานซงยักไหล่ ใครจะไปรู้ ยังไงก็ไม่เกี่ยวกับฉัน
“ช่างเถอะ ไปรวมตัวกับพวกเหล่าหวังที่ถ้ำใต้ดินซีซาน! เพิ่งมาก็ถูกรังเกียจซะแล้ว หากถ้ำใต้ดินซีซานยังรังเกียจฉันอีก ฉันจะอัดคนแล้ว! มีเหตุผลอะไรมาขับไล่ผู้นำกัน!”
“หัวเหล็ก ยังคงเป็นนายที่เชื่อใจได้ สมแล้วที่เป็นแม่ทัพใหญ่ใต้อำนาจของฉัน!”
“ฟางผิง เวลานั้นมีแม่ทัพหนึ่งร้อยแปดคนจริงๆ เหรอ?”
“ไม่รู้”
“งั้นนายบอกว่า…”
“ฉันรู้สึกว่าหนึ่งร้อยแปดเลขสวยดี เลยพูดแบบนั้นออกไป”
“…”
หลี่หานซงถลึงตาใส่เขา ช่างเถอะ ทำเป็นว่าไม่ได้ยินละกัน
เขาเป็นราชาสวรรค์ ฉันเป็นแม่ทัพใหญ่ทางเหนือ
ใช่ เป็นแบบนี้!
บอกแล้วว่าจะไม่สงสัยเขาอีก ตอนนี้ถามเยอะไปก็ไม่มีความหมายแล้ว
—————-