ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 651-2 ความรู้สึกเหนือกว่า (2)
หลี่อี้หมิงมองเขาด้วยสีหน้าดูแคลน พูดอย่างกับนายไม่เคยข่มขู่คนอื่น
“เพราะผู้อำนวยการหนานนะสิ!”
หลี่อี้หมิงถอนหายใจ “ผู้อำนวยการหนานทะลวงด่านแล้ว! นายว่าประธานทั้งสองคนจะทำยังไงได้ละ?
หากไม่เหนือจากที่คาดหมาย ผู้อำนวยการหนานทะลวงด่าน การจัดอันดับต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน!
เปลี่ยนยังไง? เข้าสู่สามอันดับแรก? อันดับหนึ่ง? เลื่อนใครลงไปล้วนเป็นเรื่องใหญ่ทั้งนั้น
แต่ไม่เปลี่ยนหรือจะให้อยู่อันดับห้า? อันดับห้าสามารถแสดงฝีมือแบบผู้อำนวยการหนานได้?
ประธานทั้งสองเป็นคนฉลาด ผู้ชายยังดีหน่อย ปู่ฉันและรัฐมนตรีจางจะจัดอันดับยังไงนั่นก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่ขั้นสุดยอดไม่สามารถประมือได้
งั้นไม่ว่าจะจัดผู้อำนวยการหนานยังไงก็เป็นปัญหาใหญ่อยู่ดี
ผู้อำนวยการหนานเป็นผู้หญิง ไม่ว่าผู้หญิงจะอายุเท่าไหร่ ห้ามเรื่องคิดเล็กคิดน้อยไม่ได้
ยังไงถ้าเป็นฉัน ฉันก็ปวดหัวเหมือนกัน ครั้งนี้ประธานทั้งสองต้องซวยจริงๆ แล้ว
ตอนนี้ใครก็ไม่อยากแบกหม้อนี้ พวกเขาอยากหนี ใครจะรับปากกัน?”
พวกหวังจินหยางที่อยู่ด้านข้างทำท่าทางราวกับฟังคัมภีร์สวรรค์อยู่! ตูหงยิ่งนิ่งเงียบไม่ส่งเสียงอะไร
การจัดอันดับฉบับหนึ่ง ต้องมากด้วยวิธีการขนาดนี้เลย?
หลี่อี้หมิงหัวเราะว่า “อย่ามองฉันแบบนี้ เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น
ฟางผิงก็รู้แก่ใจดี ฉายา ‘ปีศาจ’ ของเขาได้มายังไง? ยังจะไม่รู้ได้อีกหรือไง?
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับฟางผิงเหมือนกัน มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ของพวกนายอวดดีจะตายไป
ก่อนหน้านี้ทุกคนยังไม่รู้ว่าสามารถขู่คนให้เปลี่ยนการจัดอันดับ เปลี่ยนฉายาได้
แต่คณบดีหลี่ของพวกนายเป็นคนแรกที่ข่มขู่อย่างเปิดเผย ไม่นานก็เป็นอันดับหนึ่งของขั้นแปด
แล้วนายก็เป็นอันดับสามของขั้นเจ็ด อีกทั้งฉายายังแก้แล้วแก้อีก มีอย่างที่ไหนกัน ตอนนี้ทุกคนยังจะไม่รู้ได้ยังไงละ?”
“ตอนแรกที่อันดับปรมาจารย์เพิ่งถูกปล่อยออกมา ยังคงมีความน่าเชื่อถืออยู่ ตอนนี้ละ… เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
แต่แนวโน้มแบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต้องถูกแก้ไขกลับมา
คงต้องดูว่าครั้งนี้จะสามารถควบคุมผู้อำนวยการหนานได้หรือเปล่า
หากผู้อำนวยการหนานอยู่ในอันดับห้านั่นก็ถือว่าควบคุมได้แล้ว อันดับสี่นั้นถือว่าเป็นเรื่องจริง
อันดับสามนับเป็นการให้เกียรติผู้หญิง หากเป็นอันดับสองหรืออันดับหนึ่ง… เหอะๆ การจัดอันดับฉบับนี้หลังจากนี้ก็ไม่จำเป็นต้องดูแล้ว”
พวกเขาคุยเล่นกัน หลี่หานซงกลับใจสั่นคลอนขึ้นมา สามารถเปลี่ยนฉายาได้? นึกไม่ถึงว่าฉันจะไม่รู้เรื่องนี้!
ให้ตายเถอะ รู้แบบนี้ฉันก็คงลงมือแล้วเหมือนกัน! ตอนนี้ยังทันหรือเปล่า?
หลี่อี้หมิงเจ้าหมอนี่รู้เรื่องชาวบ้านไม่น้อย แต่บางเรื่องเขาก็ไม่กล้าพูดเหมือนกัน
ทุกคนนินทาเรื่องชาวบ้านกันไป รอจนท้องฟ้ามืดแล้วก็มีคนเข้ามา
“รัฐมนตรีฝากมาให้เธอ”
รัฐมนตรีหวังหอบหายใจ ครั้งนี้เขาทะยานผ่านอากาศมา ที่ซีซานและเมืองหลวงอยู่ไม่ไกลกันมาก
ระหว่างที่พูดรัฐมนตรีหวังก็ยื่นหนังสือคริสตัลเล่มหนึ่งให้ฟางผิง
ฟางผิงรับไว้ก่อนจะเปิดดูพักหนึ่ง เอ่ยอย่างสงสัยอยู่บ้าง “นี่คือพลังจิตใจที่ขั้นสุดยอดแบ่งออกมาสร้างของที่แยกออกมาจากร่างตัวเอง?”
รัฐมนตรีหวังเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ฟางผิง เธออย่าลืมว่าเจ้านี้แบ่งมาจากพลังจิตใจขั้นสุดยอด! แบ่งไม่ได้ใช้สอยไป! เข้าใจความหมายของฉันหรือเปล่า?”
ฟางผิงขมวดคิ้วว่า “ความหมายของคุณคือ… แบ่งไม่อาจฟื้นฟูได้ หรือยังสามารถฟื้นฟูได้?”
“ใช่!” รัฐมนตรีหวังสูดลมหายใจเข้า “ดังนั้นแม้จะเป็นขั้นสุดยอดก็ไม่อาจทำเรื่องแบบนี้ง่ายๆ
เรื่องก่อนหน้านี้ฉันรู้ สงครามเทียนหนานราชาสงครามแบ่งพลังจิตใจสร้างของที่แยกมาจากร่างตัวเอง
แต่เขาทั้งทำเพื่อร่างของขั้นสุดยอด เมืองเจิ้นซิงก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน
ทุกคนต่างมีเป้าหมาย เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นจึงไม่นึกเสียดายไม่ว่าจะแลกเปลี่ยนด้วยอะไรก็ตาม สิ้นเปลืองต้นกำเนิดและพลังจิตใจของตัวเองไป
แต่ครั้งนี้รัฐมนตรีไม่ได้มีเป้าหมายอะไร ฟางผิง หากเป็นเมื่อก่อนฉันคงไม่อาจพูดอะไร เธอจะรับน้ำใจไว้ก็ดี ไม่รับก็ช่าง รัฐมนตรีไม่อาจสนใจ
แต่ครั้งนี้เธอต้องจดจำน้ำใจนี้ไว้ให้ดี ของแบบนี้หากถูกทำลายลง พลังจิตใจของรัฐมนตรีจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก
บางทีอาจไม่ถึงกับขั้นลด แต่ความสามารถต้องได้รับผลกระทบบางส่วนแน่นอน
ดังนั้นหากไม่ถึงช่วงเวลาเข้าตาจนจริงๆ อย่าใช้เด็ดขาด!
ถ้าไม่ถูกทำลายรัฐมนตรียังสามารถเก็บกลับไปได้ หากเธอใช้แล้วถูกคนทำลาย นั่นก็เป็นปัญหาแล้ว”
“เก็บกลับไปได้?” ฟางผิงพยักหน้าเบาๆ เอ่ยว่า “ในนั้นมีต้นกำเนิดของรัฐมนตรีอยู่งั้นเหรอ? ถูกคนชิงไปแล้วจะสร้างผลกระทบหรือเปลลา?”
“ต้นกำเนิดกลับไม่เยอะ แต่ถ้าเป็นเหนือราชาชิงไป ต้องป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายทำลายมันอย่างกะทันหันระหว่างต่อสู้กับรัฐมนตรี ไมงั้นรัฐมนตรีจะเกิดการชะงักไปชั่วขณะได้ เข้าใจหรือยัง?”
“เข้าใจแล้วครับ” ฟางผิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “อันที่จริงผมไม่มีเจ้านี้ก็ไม่เป็นไร…”
“ใช้ป้องกันตัวเอง! ถ้าเผชิญหน้ากับขั้นเก้าจริงๆ สามารถใช้พลังจิตใจเธอกระตุ้นแล้วโยนออกไปได้
ไม่อยู่ในพื้นที่ระหว่างเขตแดน บางทีอาจไม่สามารถโจมตีฆ่าขั้นเก้าได้ แต่ในพื้นที่ระหว่างเขตแดนขั้นเก้ามีโอกาสถูกฆ่าสูง!
แม้จะออกจากพื้นที่ระหว่างเขตแดนแล้ว ขัดขวางต่อต้านขั้นเก้าล้วนยังมีประสิทธิภาพ”
รัฐมนตรีหวังเอ่ยต่อว่า “ยังต้องพูดอีกสักหน่อย ปราณต้นกำเนิดขั้นสุดยอดสูญหายไปเล็กน้อย ไม่ส่งผลกระทบต่อพลังต่อสู้ของขั้นสุดยอด
อีกฝ่ายอาจไม่สามารถเข้าร่วมการตื่นรู้ของขั้นสุดยอดได้เสมอไป
ดังนั้นปราณต้นกำเนิดเป็นสิ่งสำคัญแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสามารถ
แต่เจ้านี้ถูกทำลายแล้วส่งผลกระทบกับความสามารถอย่างแน่นอน แค่จะมากหรือน้อยเท่านั้น!
ความหนักเบาของสองอย่างนี้ ด้านหนึ่งอาจจะกระทบถึงอนาคต อีกด้านหนึ่งกลับเป็นการส่งผลกระทบทันที
แต่ตอนนี้… ความสามารถของรัฐมนตรีไม่อาจจะถดถอยลงได้แม้แต่น้อย
อันที่จริงเรื่องที่รัฐมนตรีมอบเจ้านี้ให้เธอ พวกเราต่างไม่เห็นด้วย
แต่รัฐมนตรีบอกว่าเธอจะไปค้นหาเคล็ดวิชาฝึกพลังจิตใจเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน เขายืนกรานพวกเราจึงไม่สามารถทำอะไรได้
…ฟางผิง อย่าโทษว่าฉันปากมากเกินไปเลย ไม่ถึงช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานจริงๆ อย่าใช้ได้หรือเปล่า?”
ฟางผิงหัวเราะว่า “เข้าใจแล้วครับ เรื่องนี้ผมจะไม่ชัดเจนได้ยังไง?
วางใจเถอะ ไม่ถึงขั้นที่จะถูกคนกำจัด ผมไม่ใช้แน่
อีกเดี๋ยวผมจะสร้างสสารไม่แตกดับมาห่อหุ้มไว้สักร้อยชั้น น่าจะไม่ถูกทำลายง่ายๆ แล้วสินะครับ…”
รัฐมนตรีหวังใบหน้าแข็งทื่อไป!
ฟางผิงลูบคางว่า “หรือจะห่อหลายพันชั้นดี? แค่ไม่รู้ว่าห่อหุ้มแล้วจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพตอนใช้งานหรือเปล่า
หากช่วงเวลาสำคัญถูกผมห่อไว้แน่นหนาเกินไป ระเบิดพลังออกมาไม่ได้ งั้นผมคงทำอะไรไม่ถูกแล้ว
อีกอย่างใช้สสารไม่แตกดับจะสามารถประคองไว้ตลอดไปได้หรือเปล่า?
ไม่ให้รัฐมนตรีตัวน้อยถูกทำลายโดยสมบูรณ์ สามารถทำได้ไหม?”
“รัฐมนตรีตัวน้อย?”
“แค็กๆ นี่ไม่ใช่แบ่งออกมาจากพลังจิตใจของรัฐมนตรีหรือไง?
รากฐานเดียวกัน นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐมนตรีสินะครับ? รัฐมนตรีตัวน้อยคงไม่ผิดเหมือนกัน?”
รัฐมนตรีหวังไร้คำจะโต้ตอบ ช่วงเวลาสั้นๆ ก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี
ฟางผิงไม่สนใจเขาเช่นกัน เอ่ยต่อว่า “วางใจเถอะครับ คุณบอกกับรัฐมนตรีได้
แม้จะใช้จริงๆ ผมก็จะแลกเปลี่ยนกับของที่สอดคล้องกันได้! มูลค่าสูงกว่าผมไม่ทำหรอก
อย่างเช่นกำลังจะคว้าเคล็ดวิชาได้แล้วมีคนขัดขวางผม ผมใช้เจ้านี้กำจัดอีกฝ่ายนั่นเป็นเรื่องจำเป็น
แต่ถ้ามูลค่าเทียบกันไม่ได้ผมไม่ทำอยู่แล้ว คนอย่างฟางผิงทำเรื่องอย่างขาดทุนที่ไหนกัน?
จริงสิ เมืองเจิ้นซิงเป็นตัวอักษร ‘เจิ้น’ ราชาสงครามเป็นต้นสนเล็ก รัฐมนตรีทำไมเป็นหนังสือเล่มหนึ่งได้?”