ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 651-3 ความรู้สึกเหนือกว่า (3)
หนังสือคริสตัลที่ไม่มีตัวอักษรเล่มหนึ่ง
“มีส่วนเกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดรัฐมนตรีจางอยู่บ้าง หลักๆ ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่
อีกอย่างรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าของกระทรวงการศึกษา หลอมรวมกลายเป็นหนังสือเป็นเรื่องปกติ
เธออย่าเอาแต่สนใจเรื่องไร้ประโยชน์พวกนี้เลย”
“เอาเถอะครับ งั้นคำถามสุดท้าย ถ้ำใต้ดินต้องห้ามจะเปิดฉากสงครามวันไหน?”
“ยังกำลังรอให้ผู้อำนวยการหนานออกจากด่าน
ผู้อำนวยการหนานออกจากด่านแล้ว สงครามก็จะเริ่มต้นขึ้น ไม่อยากลากเวลานานเกินไป!”
“ครั้งนี้ผู้อำนวยการหนานจะทะลวงด่านจริงๆ?”
รัฐมนตรีหวังดีใจอยู่บ้าง “ผู้อำนวยการหนานทะลวงด่าน จำนวนขั้นสุดยอดของประเทศจีนก็จะฟื้นฟูเท่าก่อนหน้านี้
ขั้นสุดยอดเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน แรงกดดันพวกเราก็น้อยลงแล้ว”
“ครับ ผมเข้าใจแล้ว”
ฟางผิงหัวเราะก่อนจะถอนหายใจว่า “รับบุญคุณคนอื่นมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
รัฐมนตรีหวัง คุณละครั้งหน้าตอนที่จะพูดก็แสดงสีหน้าให้ธรรมชาติหน่อย
อยู่ตั้งขั้นแปดแล้ว โมโหหรือดีใจแทบจะมองไม่ออก จุดนี้นึกไม่ถึงว่าจะไม่เข้าใจ
รัฐมนตรีจางสอนคุณพูดแค่ไม่กี่ประโยค คุณก็อย่าเสริมเติมแต่งคำพูดเลย
หากผมเดาไม่ผิด เขาน่าจะให้คุณแสดงถึงความยากลำบาก ความทุ่มเท ความเหน็ดเหนื่อยของเขา…
คุณกลับพูดออกมาตรงๆ ถึงขนาดนั้น เฮ้อ ตำแหน่งรองรัฐมนตรีของคุณนี้มาตรฐานยังไม่พอจริงๆ ผมไม่ได้มีเจตนาดูถูกคุณหรอกนะ”
รัฐมนตรีหวังหน้าแทบจะแข็งทื่อเป็นหิน
ฟางผิงส่ายหัว ในมือปรากฏดวงอาทิตย์สีทองเล็กๆ ขึ้นมา ถอนหายใจว่า
“ให้เอากลับไปเถอะ จะแบ่งยังไงคุณให้รัฐมนตรีตัดสินใจเองจริงๆ เลย
ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่รับน้ำใจสักหน่อย กลับพูดออกมาตรงๆ ซะขนาดนั้น
จะเอาผลประโยชน์กลับไปให้ได้ยังทำเหมือนกลัวผมไม่รู้อีก ต้องให้คุณอธิบายชัดเจนขนาดนั้น
ขั้นแปดอย่างคุณจะเข้าใจอะไร คุณรู้เหรอว่าขั้นสุดยอดต้องแบ่งพลังจิตใจ?
อีกอย่างเขาแบ่งออกมาแล้ว เรื่องชั่วพริบตาแค่นั้นคุณยังรู้เรื่อง ทั้งยังเกลี้ยกล่อมเขา… หรือเขายังเปิดประชุมหารือเรื่องนี้?
ครั้งหน้าคุณอย่าเน้นปัญหาที่เป็นตรรกะเกินไป อย่าทำแบบนี้อีกเลย”
รัฐมนตรีหวังเผยสีหน้าละอายใจ ฉันไม่ใช้ชีวิตอยู่แล้ว! รองรัฐมนตรีขั้นแปดอย่างฉันถูกคนดูแคลนขนาดนี้!
แม้จะไม่มีหน้าไปเจอคนแล้ว แต่รัฐมนตรีหวังยังคงรับดวงอาทิตย์สีทองมา กลืนน้ำลายว่า “เยอะขนาดนี้เลย?”
“แน่สิครับ ผมเกือบจะทำตัวเองตายแล้ว บีบเค้นตัวเองในที่สุดถึงทำออกมาได้เยอะขนาดนี้”
ฟางผิงถอนหายใจว่า “สสารไม่แตกดับกว่าพันหยวน เทียบได้กับสสารไม่แตกดับของขั้นเก๋าทั้งหมดหลายคน
ชาติก่อนผมอยู่ขั้นจักรพรรดิ ไมงั้นคงทำตัวเองตายไปนานแล้ว
ครั้งหน้าหากรัฐมนตรีต้องการ พูดตรงๆ ก็จบแล้ว ไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อมไปมา ไม่อาจหาญเลยสักนิด”
รัฐมนตรีหวังเอ่ยอย่างเหนื่อยใจว่า “พูดตรงๆ นั่นไม่ใช่การติดหนี้น้ำใจแล้ว?
เธอเป็นฝ่ายส่งออกมา รัฐมนตรีก็จะได้หน้าหน่อย เธอยังบอกว่าฉันไม่เข้าใจอีก?”
ฟางผิงเบะปากไม่พูดอีก ไล่คนว่า “คุณกลับไปเถอะ ระหว่างทางอย่าถูกคนปล้นละกัน
พวกหลี่อี้หมิงกำลังจับตามองอยู่ อีกเดี๋ยวหากโทรศัพท์หาปู่เขา อาจจะเกิดเรื่องกับคุณระหว่างทางก็ได้”
รัฐมนตรีหวังหน้าเปลี่ยนสี ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ทะยานอากาศออกไป หายไปจากที่เดิมในชั่วพริบตา
หลี่อี้หมิงเอ่ยอย่างเอือมระอาว่า “ดูพูดเข้า ฉันเป็นคนแบบนั้นหรือไง?”
พวกเขาพูดคุยกัน พวกหวังจินหยางไม่พูดอะไรสักคำ
เส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ในตอนนี้ ต่อให้เป็นปรมาจารย์ก็ไม่อาจมองในแง่บวกอย่างเดียวได้
ก่อนหน้านี้คำพูดของรัฐมนตรีหวัง อันที่จริงพวกเขาซาบซึ้งไม่น้อย
เหล่าจางไม่ง่ายเลยจริงๆ เห็นความสำคัญกับทุกคนไม่น้อย ผลปรากฏว่า…
ฟางผิงเจ้าหมอนี่กลับบอกว่าเหล่าจางเป็นคนสอนหวังซิ่งไห่พูด!
รัฐมนตรีจางผู้ยิ่งใหญ่ ภาพลักษณ์ถูกทำลายในพริบตา
ประเด็นอยู่ที่นึกไม่ถึงว่าฟางผิงจะมองออกในเสี้ยววินาที นี่หมายความว่าอะไร?
หมายความว่าไอ้สารเลวนี้ศีลเสมอกับเหล่าจาง หากเป็นเขาเขาก็น่าจะทำแบบนี้เหมือนกัน ปลาข้องเดียวกัน!
เหยาเฉิงจวินมองซ้ายแลขวาเนิ่นนาน ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า “เหล่าหวัง นายว่ามีแค่คนแบบนี้หรือเปล่า ถึงจะสามารถเป็นผู้นำที่ดีได้?”
หวังจินหยางเงียบไปพักใหญ่ค่อยเอ่ยขึ้นว่า “บางทีละมั้ง ผู้นำอาจจะเป็นแบบนี้… ก็ถูกเหมือนกัน
รักหน้าตาเกินไปจะเป็นผู้นำได้ยังไง? ทำหน้าใหญ่ใจโต ความทุกข์มีแค่ตัวเองที่รู้
เมื่อก่อนฉันกลับไม่สนใจเรื่องหน้าตาเท่าไหร่ แต่พอถึงระดับกลางระดับสูง ฉันคิดว่ายังไงก็ต้องรักษาภาพลักษณ์สักหน่อย อย่าเห็นแก่ผลประโยชน์เกินไป
แต่เรื่องจริงพิสูจน์ให้เห็นว่า รักษาหน้าตางั้นก็อย่าหวังผลประโยชน์เลย
นายก็เห็นแล้ว ปรมาจารย์ห้าคนของเมืองเจิ้นซิงพวกเราเชิญมาไม่ได้สักคน”
“หากพวกเราหน้าหนาเหมือนเขา คุยโวสักหน่อย…
ถ้านายมโนไปว่ารอฟื้นฟูความสามารถแล้วจะช่วยฟื้นฟูความสามารถชาติก่อนของทุกคน ถึงกระทั่งพัฒนาไปอีกขั้น…
นายว่าวันนั้นจะมีคนตามนายไปหรือเปล่า?
ถ้านายใช้วิหารวานหยวนเป็นเหยื่อล่อ บอกว่าควบคุมวิหารว่านหยวนได้แล้ว จะช่วยพวกเขาฝึกวิชา เติมแต่งอีกสักหน่อยว่านายครอบครองพื้นที่ระหว่างเขตแดนแห่งหนึ่ง…
นายว่า จะไม่มีคนตามนายไปเลยหรือไง? เฮ้อ วันนั้นหน้าบางเกินไปจริงๆ นึกไม่ถึงว่าจะไม่กล้าพูดออกมา น่าเสียดาย”
เหยาเฉิงจวินราวกับคิดอะไรบางอย่าง พยักหน้าเบาๆ ว่า “เข้าใจแล้ว”
“เข้าใจอะไร?”
“ถ้าพื้นที่ระหว่างเขตแดนที่ไปครั้งนี้เป็นบ้านของฉัน งั้นฉันก็จะไปอธิบายกับเขาให้ชัดเจน เคล็ดวิชาพวกเขาแบ่งปันร่วมกัน ทรัพยากรทั้งหมดเป็นของฉัน!”
เหล่าหวัง “…”
หวังจินหยางก่นด่าในใจยกใหญ่ สรุปแล้วนายคิดแค่เรื่องพวกนี้?
จะว่าไปแล้วเป็นบ้านของนายได้ จะเป็นของฉันไม่ได้หรือไง?
ครั้งนี้หากเป็นบ้านของฉัน… จะฮุบหมดคนเดียวเหมือนกัน! ทรัพยากรเป็นของฉัน เคล็ดวิชาแบ่งปันร่วมกัน
ยังไงฟางผิงก็ไม่ขาดแคลนทรัพยากรอยู่แล้ว อีกอย่างป้ายคำสั่ง ‘จางเสวียน’ ชิ้นนั้นเขาเป็นคนได้มา
ถึงเวลาคำนวณทรัพย์สินก็ต้องคำนวณให้ชัดเจนเช่นกัน
ทั้งสองคนต่างคิดทะลุปรุโปร่ง สบสายตากันพยักหน้าเบาๆ รู้กันเป็นนัย
ด้านข้างนั้นหลี่หานซงคร้านจะมองทั้งสองคน เจ้าพวกโง่!
พวกนายมีแหวนเก็บของหรือไง? ไม่มีสินะ! ไม่มียังต้องพึ่งฟางผิงหรือเปล่า?
ได้ของดีแล้วนายไม่แบ่งให้ฟางผิงครึ่งหนึ่ง เจ้าสารเลวนี้พูดได้ด้วยซ้ำว่าแหวนสูญเสียประสิทธิภาพ ดึงของออกมาไม่ได้
ถึงเวลานั้นพวกนายก็ร้องไห้ไปแล้วกัน!
แม้จะไม่บอกว่าสูญเสียประสิทธิภาพ ค่าเก็บรักษาเอย ค่าแรงเอย ค่าขนส่งเอย…
รอถูกเก็บจนพวกนายกระอักเลือดไปเถอะ ยังคิดจะฮุบคนเดียว… ฝันไปเถอะ
ยิ่งคิดต่อไปหลี่หานซงก็ยิ่งรู้สึกว่าเจ้าพวกนี้ไม่ฉลาดเท่าไหร่ รู้สึกเหนือกว่าขึ้นมาทันที
ตัวเอง… ถึงจะเป็นผู้ฉลาดอย่างแท้จริง!
“ก็ถูก ไม่งั้นฉันจะอันดับสูงกว่าเจ้าสองคนนั้นได้ยังไง!
ก่อนหน้านี้อันดับเจ้าสองคนนี้อยู่ข้างหน้าฉันมาโดยตลอด เหล่าเหยาขั้นเจ็ดตอนกลางแล้วยังสู้เขาไม่ได้เลย
ความฉลาดทำให้ความสามารถก้าวหน้าไวขึ้นไปจริงๆ ด้วย!”
ไม่ไกลนั้น ฟางผิงกวาดตามองทั้งสามคนแวบหนึ่ง เห็นพวกเขาทําหน้าราวกับคิดอะไรอยู่ก็ลอบสบถในใจ พวกโง่!
ยังจะมาบ้านฉันบ้านนายอีก… พื้นที่ระหว่างเขตแดนเป็นบ้านของพวกนายจริงๆ หรือไง?
“ไม่จำเป็นต้องสนว่าบ้านของใคร ฉันสามารถเลียนแบบกลิ่นอายได้หมด นั่นก็เป็นบ้านของฉันแล้ว!”
ฟางผิงลอบลำพองใจ ไม่นานก็เอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง “ออกเดินทาง! ถ้ำสวรรค์จื่อเสวียนพวกเรามาแล้ว!”
สิ้นเสียงพวกเขาก็ตรงดิ่งไปยังทางเข้าถ้ำใต้ดินทันที ข้างหลังนั้นตูหงรีบออกคำสั่งกับทหารบางส่วนอย่างรวดเร็ว “เริ่มการอพยพ!”