ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 653-3 เข้าสู่พื้นที่ระหว่างเขตแดนอีกครั้ง (3)
- Home
- ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน
- ตอนที่ 653-3 เข้าสู่พื้นที่ระหว่างเขตแดนอีกครั้ง (3)
ไม่นานเบื้องหน้าทุกคนก็ปรากฏภูเขาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มาถึงเขาอูจิ้นแล้ว!
ทั้งส่วนลึกของถ้ำใต้ดินแรงกดดันสะท้านฟ้านั้นกลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
แข็งแกร่งถึงขั้นทุกคนล้วนสงสัยว่าครู่ต่อมาจะระเบิดสงครามขั้นสุดยอดหรือเปล่า!
ฟางผิงแววตาวูบไหวเนิ่นนานก่อนจะมองไปทางทิศใต้เอ่ยเสียงแผ่วว่า “ขอบคุณผู้บังคับการเฉิน!”
สิ้นเสียงฟางผิงก็เพิ่มความเร็วขึ้นสามส่วน เริ่มข้ามไปยังเขาอูจิ้น
พวกหวังจินหยางเข้าใจในชั่วพริบตาเช่นกัน ผู้อาวุโสเฉินนั่งรักษาการณ์ที่ถ้ำใต้ดินซีซาน
บางทีอาจจะรู้ว่าพวกเขาจะเข้าสู่พื้นที่ระหว่างเขตแดน
ฉวยโอกาสตอนนี้ระเบิดแรงกดดันสั่นสะเทือนทั่วถ้ำใต้ดิน เกรงว่าคงคิดที่จะดึงดูดความสนใจบางส่วน
ยอดฝีมือขั้นสุดยอดผู้นี้เป็นคนเริ่มต้นยุคสมัยใหม่ของผู้ฝึกยุทธ์
แม้ทุกคนจะไม่รู้จักไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ตอนนี้ยังคงให้ความเคารพนับถือขึ้นมาหลายส่วน
เขาอูจิ้นทอดยาวสี่ร้อยลี้ เผ่าปีศาจที่นี่ไม่ได้เยอะเหมือนพื้นที่ต้องห้ามที่อื่น มีพืชปีศาจเป็นหลัก
แม้เผ่าปีศาจจะไม่เยอะแต่เผ่าปีศาจที่เขาอูจิ้นค่อนข้างแข็งแกร่งกว่า
เผ่าปีศาจประเภทพืชปีศาจสามารถสร้างพื้นที่ต้องห้ามขึ้นมาได้
ระดับกลางและระดับล่างไม่มีสติปัญญา เคลื่อนไหวล้วนเป็นเรื่องลำบาก แต่ระดับสูงมีสัดส่วนเยอะกว่า!
ในขณะที่พวกฟางผิงรักษาความเร็วก็ต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุดเหมือนกัน
อยู่ที่นี่หากถูกพืชปีศาจค้นพบ มีโอกาสที่จะดึงดูดความสนใจของราชาในพื้นที่ต้องห้ามได้
หากตกสู่วงล้อมของราชาพื้นที่ต้องห้าม พวกฟางผิงที่อยู่ขั้นเจ็ดแทบไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ได้ด้วยซ้ำ
พวกเขาแฝงด้วยความระมัดระวัง เดินข้ามเขาสูงลูกแล้วลูกเล่า แรงกดดันของขั้นสุดยอดจากส่วนลึกยังคงไม่หยุดพัก
ภูเขาขนาดใหญ่อย่างเขาอูจิ้นตอนนี้เงียบสงบลงมาก
แม้จะเป็นแบบนี้ตอนที่เดินทางผ่านเขาอูจิ้นสองร้อยลี้ พวกฟางผิงยังคงถูกพืชปีศาจสังเกตเห็น
ครั้งนี้ฟางผิงไม่ได้คิดจะโจมตีฆ่าอีกฝ่าย เสียเวลาตรงนี้จะถูกเผ่าปีศาจปิดล้อมได้ง่าย
ไม่สนใจพืชปีศาจขั้นเจ็ดที่ไล่ตามมาต้นนั้น พวกเขาเร่งความเร็วจนถึงขีดสุด
ก้าวข้ามภูเขาสูงอย่างไม่หยุดหย่อน พืชปีศาจระดับสูงที่ไล่ตามมาข้างหลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งต้น สองต้น…
รอจนเกือบจะออกจากเขาอูจิ้นแล้ว พืชปีศาจที่ไล่ตามหลังมามีเจ็ดแปดต้นแล้ว
พื้นที่ใจกลางของเขาอูจิ้นถึงกระทั่งเริ่มมีพืชปีศาจขั้นเก้าทะยานผ่านอากาศมาแล้ว
พวกฟางผิงเห็นสาขาทะเลหวงห้ามที่อยู่ข้างหน้าแล้วเช่นกัน
ฟางผิงสูดลมหายใจลึกเอ่ยอย่างรวดเร็วว่า “ระวังด้วย! โดยเฉพาะเหล่าเหยา เพิ่งมาครั้งแรก
จำคำพูดที่ฉันบอกก่อนหน้านี้ให้ดี ต้องระวังอย่าลอยตัวในอากาศสูงเกินไป…”
ด้านข้างนั้นหวังจินหยางมองพืชปีศาจที่ไล่ตามมาข้างหลังแวบหนึ่งเอ่ยว่า “ต้องถอด…”
ฟางผิงถลึงตาใส่เขา จนถึงตอนนี้แล้วเหล่าหวังยังนึกถึงเรื่องครั้งก่อนอีก
“ไม่จำเป็น! ทุกคนเว้นระยะห่างไว้ช่วงหนึ่ง ฉันจะอยู่ตรงกลาง! หากมีอันตรายฉันจะระเบิดพลังจิตใจของเหล่าจางทันที ไป!”
สิ้นเสียงของเขาหลี่หานซงก็เริ่มข้ามแม่น้ำเป็นคนแรก บนร่างปรากฏเกราะวิเศษขึ้น มองไม่เห็นสีหน้าแต่กลับสามารถมองออกถึงความตึงเครียดของเขา
ผู้ไม่รู้ย่อมไม่มีอะไรต้องกลัว ครั้งก่อนเขาข้ามแม่น้ำกับหลี่หานซงแทบไม่มีความคิดอย่างอื่นก็ข้ามไปได้แล้ว
ภายหลังเพิ่งรู้ว่าสาขาทะเลหวงห้ามมีอันตรายขนาดไหน
แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในกลุ่มเพียงคนเดียวที่มีเกราะวิเศษติดตัว
เขาที่มีเกราะอยู่ถือว่ามีการป้องกันแข็งแกร่งมากกว่าฟางผิง เรื่องหยั่งเชิงเส้นทางจึงมีแค่เขาที่ทำได้
พืชปีศาจพวกนั้นใกล้ตามมาถึงแล้ว ตอนนี้ไม่มีเวลาให้ทุกคนค่อยๆ หยั่งเชิงได้
หลี่หานซงเป็นคนแรก ตามมาด้วยฟางผิง ข้างหลังนั้นหวังจินหยางและเหยาเฉิงจวินก็ระมัดระวังตัวอย่างมาก
รอทั้งสองคนทะยานข้ามเหนือแม่น้ำแล้วก็รีบตามไปอย่างรวดเร็ว
ทะเลหวงห้ามยังคงสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย พื้นผิวแม่น้ำกว้างหนึ่งพันสองพันเมตร
ไม่นานหลี่หานซงก็ข้ามผ่านไปแล้ว
ฟางผิงเพิ่งจะมาถึงริมฝั่ง จู่ๆ ใต้น้ำก็มีหนวดเส้นหนึ่งกวาดขึ้นมา
ฟางผิงหน้าเปลี่ยนสี ในมือปรากฏหินก้อนหนึ่งก่อนจะเขวี้ยงออกไปไกล
กลับไม่คิดว่าหนวดนั้นแทบไม่สนใจก้อนหินกวาดมาทางฟางผิงต่อ
ฟางผิงกัดฟันในมือปรากฏสสารสีทองก้อนหนึ่ง ชั่วพริบตาก็โยนไปที่ผิวน้ำห่างออกไปหนึ่งร้อยเมตร
เวลานี้หนวดเส้นนั้นไม่สนใจฟางผิงอีกแล้ว ผลุบลงกลางน้ำหายไปอย่างไร้ร่องรอยในชั่วพริบตา
พวกเหล่าเหยาสองคนที่อยู่ข้างหลังรีบตามเข้ามา หวังจินหยางแตะเท้าบนพื้นแล้วก็มองไปยังผิวน้ำที่กระเพื่อมห่างออกไปร้อยเมตร เอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “ทำไมถึงพุ่งเป้าไปที่นาย?”
ฟางผิงส่ายหัวก่อนจะเอ่ยว่า “อาจจะเพราะเคลื่อนไหวแรงเกินไป ไม่ต้องสนใจ ไปเถอะ”
ที่นี่กับเทียนหนานไม่เหมือนกันอยู่บ้าง ตรงข้ามของแม่น้ำไม่ใช่ป่าแต่เป็นภูเขาสูงตระหง่าน
ฟางผิงมองแวบหนึ่งระหว่างที่เดินก็เอ่ยว่า “น่าจะเกี่ยวข้องกับภูมิประเทศ ฝั่งตรงข้ามสาขาทะเลหวงห้ามกัดเซาะเข้ามาโอบล้อมพื้นที่ระหว่างเขตแดนเอาไว้”
พวกเขาพยักหน้าเบาๆ หลี่หานซงกลับเริ่มจับสัมผัสก่อนจะมองไปทางพวกเหยาเฉิงจวิน “มีการตอบสนองหรือเปล่า?”
“หืม?”
“มีความรู้สึกคุ้นเคยหรือเปล่า?”
“ไม่มี”
หลี่หานซงเสียดายอยู่บ้าง ขมวดคิ้วว่า “งั้นก็ไม่ใช่บ้านพวกเราแล้ว
อันที่จริงฉันเหมือนจะเดาได้เหมือนกันว่าถ้าเป็นบ้านเรา ป้ายคำสั่งควรจะมีปฏิกิริยาแล้ว
ครั้งนี้อาจจะเข้าไม่ได้เสมอไป”
ครั้งก่อนไปเทียนหนานเขายังรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้าง นี่ถึงสามารถเข้าไปข้างในได้ แต่ครั้งนี้เขาไม่มีความรู้สึกแบบนี้เลย
เห็นได้ชัดว่าพื้นที่ระหว่างเขตแดนแห่งนี้เขาไม่คุ้นเคย
แต่ตอนนี้ปราการข้างในเหมือนจะไม่ได้เปิดใช้งาน มองไม่เห็นสิ่งก่อสร้างภายในด้วยเช่นกัน
บางทีรอเปิดขึ้นแล้วอาจจะมีความรู้สึกบางอย่างก็ได้
พวกเขาล้วนใช้พลังจิตใจสื่อสารกัน ไม่กล้าส่งเสียงออกมา ที่นี่มีเผ่าปีศาจท้องถิ่นอยู่
ฟางผิงกลับไม่สนใจพวกเขามองสำรวจไปรอบๆ หลังจากนั้นสักพักก็ส่งเสียงว่า
“ที่นี่น่าจะไม่ใช่เขตใจกลาง เขตใจกลางน่าจะมีแท่นศิลาอยู่!
แท่นศิลาถึงจะสอดคล้องกับที่ตั้งประตูของพื้นที่ระหว่างเขตแดน ตอนนี้พวกเรายังหาแท่นศิลาไม่เจอ อาจจะเปิดไม่ได้
อย่าเพิ่งเข้าไปข้างใน เดินตามทางไปหาแท่นศิลาก่อน…”
หวังจินหยางเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นตัว “อย่าทำอะไรมั่วซั่ว!”
ฟางผิงเอ่ยอย่างอัดอั้นว่า “ไร้สาระ! ฉันรู้ว่าแท่นศิลาและผนึกเชื่อมโยงกัน ต่อให้ฉันจะอยากได้เงินแค่ไหน ก็ไม่รนหาที่ตายหรอก?”
หวังจินหยางไม่สนใจเขา ยังไงฉันก็ต้องเตือนไปก่อน
ครั้งก่อนเจ้าหมอนี้ขุดแท่นศิลาเกือบจะทำให้พวกเขาสองคนตายแล้ว
พวกเขาไม่ได้เข้าไปลึก แต่เดินเลียบตามภูเขารอบนอกมุ่งไปข้างหน้าตลอดทาง
พื้นที่ระหว่างเขตแดนค่อนข้างแคบยาว เขตแดนก็ไม่ได้มีประตูอยู่ทุกหนทุกแห่ง
แท่นศิลาเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ตำแหน่งที่มีแท่นศิลามีโอกาสสูงที่จะเป็นที่ตั้งของประตูเปิดเข้าไปในพื้นที่ระหว่างเขตแดน
ที่นั้นจะง่ายกว่าหน่อย ทั้งหาแท่นศิลาเจอแล้วถ้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ถึงจะสามารถยืนยันได้ว่าที่นี่ตกลงเป็นถ้ำสวรรค์เสวียนเต๋อหรือเปล่า
หากไม่ใช่พวกเขามาที่นี่ก็อาจไม่ได้อะไรเสมอไป
เดินไปตามทางอย่างระมัดระวังพวกเขาเจอกับเผ่าปีศาจท้องถิ่นบางส่วนเช่นกัน
เผ่าปีศาจพวกนี้ก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร ที่นี่เว้นเสียแต่ว่าจะถึงเวลาที่ปราการเปิดออก
พลังงานพรั่งพรูถึงจะสามารถฝึกวิชาได้ ช่วงเวลาอื่นๆ เผ่าปีศาจพวกนี้แทบที่จะแอบซุ่มดูอยู่เท่านั้น ไม่เปิดเผยปราณ
พวกฟางผิงที่ราวกับก้อนหินไม่ได้มีแรงดึงดูดต่อเผ่าปีศาจเท่าไหร่
เดินเลียบขอบแดนของสาขาทะเลหวงห้าม พอเดินมากว่าร้อยลี้ ฟางผิงก็แววตาวูบไหวเอ่ยว่า “เหมือนจะเห็นแล้ว!”
พวกหวังจินหยางมองตามเช่นกัน ข้างหน้านั้นมีแท่นศิลาสีดำขนาดใหญ่ตั้งอยู่อย่างที่คาด