ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 654 เจอคน (3)
ฟางผิงหันไปพูดกับคนข้างบนว่า
“พวกตราประทับของอธิการมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้สามารถยืนยันตัวตนได้หรือเปล่า?
พวกเรามีทั้งคณบดีมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ อธิการกิตติมศักดิ์มหาวิทยาลัยหนานเจียง
รองอธิการโรงเรียนเตรียมทหารอันดับหนึ่ง…”
ตำแหน่งพวกนี้ทำเอาคนที่อยู่ข้างบนตกตะลึงไปชั่วขณะ
แต่ไม่นานชายชราข้างบนก็เอ่ยว่า “ได้!”
แม้มนุษย์จะมีผู้ทรยศก็ยังไม่ถึงขั้นที่ผู้นำของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ต่างๆ กลายเป็นผู้ทรยศเช่นกัน
ไม่งั้นมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้คงล่มสลายไปแล้ว
ราชานักรบไม่อาจไร้ประโยชน์ขนาดนั้นได้หรอก
แต่พวกชายชราได้ยินเสียงของพวกฟางผิงรู้สึกว่าอายุเหมือนจะไม่มากพวกเขาไม่คุ้นเคยเหมือนกัน
ปรมาจารย์ที่เพิ่งทะลวงด่าน?
รอพวกฟางผิงโยนตราประทับออกมาแล้วชายชราที่เป็นผู้นำมองแล้วจู่ๆ ก็เอ่ยว่า
“ช่วงนี้ท่านราชานักรบเป็นยังไงบ้าง?
เวลานั้นราชานักรบทะลวงด่านถึงขั้นสุดยอดสั่นสะเทือนไปทั้งฟ้าดิน
ทวยเทพและภูตผีถึงกับต้องหลั่งน้ำตา…”
ฟางผิงมุมปากกระตุกจำเป็นต้องขนาดนี้เลยหรือไง?
หากไม่ใช่ว่าอันบังเอิญรู้ความลับอะไรบางอย่างมาคงต้องตกหลุมพรางพวกคุณไปแล้ว
ฟางผิงเอ่ยอย่างจนใจว่า
“เก่งกาจจริงๆ หลับตื่นเดียวก็ทะลวงด่านแล้ว…”
“ฮ่าๆๆ คนของราชานักรบจริงๆ ด้วย!”
ชายชราหัวเราะเสียงดัง!
ไม่ผิดแน!
นี่เป็นความลับขั้นสุดยอดคนทั่วไปไม่รู้จริงๆ
แม้จะเป็นทางถ้ำใต้ดินก็ยังไม่รู้ว่าตกลงราชานักรบทะลวงด่านยังไงกันแน่
มีโอกาสสูงที่จะคิดว่าเก็บตัวเข้าด่านจากนั้นก็ทะลวงถึงขั้นสุดยอด
คนที่รู้เรื่องราวภายในอย่างแท้จริงมีแค่ขั้นสุดยอดของมนุษย์ไม่กี่คนเท่านั้น
คนตระกูลเฉินรู้เรื่องนี้เพราะผู้อาวุโสตระกูลเฉินรู้
คนที่สามารถรู้เรื่องนี้ได้ในหมู่มนุษย์ต้องเป็นเบื้องบนเท่านั้น
ทั้งยังต้องเป็นเบื้องบนที่ไว้ใจได้ไม่ผิดเพี้ยนแน่นอน!
นี่เป็นความอัปยศของราชานักรบคนที่รู้ความลับนี้หากไม่ใช่คนกันเองล้วนต้องถูกกำจัดทั้งหมด
แน่นอนว่าในความเป็นจริงไม่เคยมีใครถูกกำจัดเช่นกันเพราะมีแค่คนกันเองที่รู้
มั่นใจในตัวตนของพวกฟางผิงแล้วพวกชายชราก็ไม่จ้องเขม็งอีก
ชายชราที่เป็นผู้นำเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ในเมื่อเป็นคนของราชานักรบงั้นก็ขึ้นมาเถอะ”
พวกเขาไม่ขวางทางแล้วพวกฟางผิงเดินขึ้นไปอย่างระมัดระวังเช่นกัน
หลี่หานซงเดินนำข้างหน้าไม่นานก็เดินมาถึงประตูทางเดิน
จงใจเดินเบียดไปข้างหน้าให้ชายชราพวกนั้นถอยร่นไปข้างหลัง
ชายชราที่เป็นผู้นำหัวเราะเบาๆ ไม่พูดมากอะไร
เป็นฝ่ายเดินถอยไปข้างหลังในใจกลับลอบชมไม่หยุด
นับว่าไม่เลวยังดูอายุน้อยกันทั้งนั้นกลับมีความระมัดระวังอย่างเต็มเปี่ยม
พวกเขาเฝ้าอยู่ที่ประตูทางเดินหากลงมือโจมตีพวกเขาออกจากแนวทางเดิน
นั่นก็คงตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ในถ้ำใต้ดินเป็นเหมือนกับที่หลูเพิ่งโหรวสอนฟางผิงในตอนแรกที่นี่อย่าไว้ใจใครง่ายๆ
แม้จะเป็นคนกันเองก็ตามหลี่หานซงเป็นฝ่ายครอบครองประตูทางเดินแล้วพวกฟางผิงค่อยตามขึ้นไป
พอถึงปากทางสายตาฟางผิงก็ทอดมองไปยังซุ้มประตูที่ปรากฏขึ้นอย่างเลือนรางแห่งนั้น
เห็นฟางผิงมองซุ้มประตูชายชราก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“นี่เป็นประตูหลักของถ้ำสวรรค์เสวียนเต่อทั้งยังเป็นประตูเพียงแห่งเดียว
อยากจะเข้าสู่เสวียนเต่อมีแค่ต้องเดินจากที่นี่ ตำแหน่งอื่นล้วนเป็นทางตัน
ครั้งนี้พวกเธอได้รับคำสั่งมาราชานักรบได้กำชับอะไรมาหรือเปล่า?”
ด้านข้างนั้นหญิงชราคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า
“พวกเธอพูดเรื่องข้างนอกให้พวกเราฟังหน่อยได้หรือเปล่า”
ฟางผิงสงสัยอยู่บ้าง “พวกผู้อาวุโสไม่ได้ออกไปนานแล้วเหรอครับ?”
“ใช่ อยู่ที่นี่มาสิบห้าปีแล้ว”
พวกเขาพากันสะท้อนใจอยู่ที่นี่มาสิบห้าปีแทบไม่ห่างไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว
ที่นี่นอกจากเผ่าปีศาจบางส่วนใต้บังคับบัญชาของราชาเฟิงที่เข้ามาเป็นครั้งคราว
และภูเขาแม่น้ำที่มองจนเบื่อแล้วก็แทบไม่มีอะไรอีก
ไม่ได้ออกจากพื้นที่ระหว่างเขตแดนสิบห้าปีไม่ใช่สิ่งที่ตัวเลขเดียวก็สามารถอธิบายออกมาได้
ฟางผิงสงสัยอยู่บ้างอยู่ที่นี่มาสิบห้าปี?
ถ้ำเสวียนเต่อไม่ได้เปิดออกเข้าด่านที่นี่ยังไม่เหมาะสมด้วยซ้ำ
แม้พลังงานจะระเบิดออกก็ต้องรอให้ถึงช่วงเวลานั้นก่อน
จำเป็นต้องเฝ้ารอที่นี่ทุกวันหรือไง?
เห็นฟางผิงสงสัยชายชราที่เป็นผู้นำก็ถอนหายใจเบาๆ ว่า
“สิบห้าปีก่อนพวกเราไม่ได้เฝ้าอยู่ที่นี่ทุกวัน เวลานั้นพวกเราเข้าสู่กองตั้งมั่นเฝ้าระวังแล้ว
แต่สิบห้าปีก่อนยอดฝีมือของราชาเฟิงมีคนอยู่ที่แดนรบราชาคว้าป้ายคำสั่งของพื้นที่ระหว่างเขตแดนชิ้นหนึ่งได้
หลายปีมานี้มักจะส่งคนมาที่นี่อยากจะเข้าไปในถ้ำสวรรค์เสวียนเต่อ
พวกเราได้รับคำสั่งจากกองตั้งมั่นให้มาเฝ้าระวังประตู
ไม่ให้ยอดฝีมือของราชาเฟิงเปิดพื้นที่ระหว่างเขตแดนเข้าไป
ดังนั้นจึงออกห่างจากที่นี่ไม่ได้หากออกไปคลาดกับคนของราชาเฟิงงั้นก็เป็นปัญหาแล้ว
อีกอย่างไม่อาจเปลี่ยนคนได้ง่ายๆ เหมือนกันพื้นที่ระหว่างเขตแดนมีอันตรายล้นหลาม
โยกย้ายครั้งหนึ่งก็เป็นวิกฤตอย่างใหญ่หลวงดังนั้นทำได้แค่เฝ้าอยู่ที่นี่…”
ฟางผิงละล่ำละลักว่า
“ลูกน้องของราชาเฟิงคว้าป้ายคำสั่งของพื้นที่ระหว่างเขตแดนได้?
เป็นของถ้ำสวรรค์เสวียนเต่ออย่างนั้นเหรอ?”
“น่าจะอย่างนั้น”
ชายชราเอ่ยว่า “หากไม่ใช่ราชาเฟิงคงไม่ส่งคนเข้ามาตลอดหรอก
ข่าวสารบางอย่างเขตหวงห้ามรู้มากกว่าพวกเราหากไม่มีความมั่นใจเขาไม่อาจส่งคนมาตายอยู่แล้ว
เวลานั้นพ่อเพราะรู้เรื่องนี้ถึงได้ให้พวกเรามาเฝ้าระวัง…”
“ว้าว”
ฟางผิงกลืนน้ำลายคงไม่ใช่ลูกของผู้อาวุโสตระกูลเฉินหรอกนะ?
ตอนแรกเขาเคยถามแล้วรุ่นสองบางส่วนของแต่ละตระกูลยังมีคนมีชีวิตอยู่หรือเปล่า
เจี่ยงเฮาบอกว่าอาจจะมีตอนนี้…เขาเจอแล้วงั้นเหรอ?
รุ่นสองของเมืองเจิ้นซิงนั้นเกินสามร้อยปีไปแล้ว!
เจอโบราณวัตถุเข้าให้แล้ว!
เหมือนจะมองความหมายของฟางผิงออกรุ่นสองของตระกูลเฉินคนนี้เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ยากที่เจอกับคนนอกเขตหวงห้ามฉวยโอกาสที่เขตหวงหามยังไม่ส่งคนมา
สหายตัวน้อยมีเรื่องอะไรต้องการให้ช่วยสามารถพูดออกมาได้
รีบออกไปตอนที่พวกเขายังไม่ได้ซะถ้ามีโอกาสช่วยฝากคำพูดของพวกเรา
ไปที่กองตั้งมั่นเฝ้าระวังว่าพวกเรายังมีชีวิตอยู่
ก่อนหน้านี้พ่อให้เสี่ยวจิ๋วมารอเจรจาที่นี่…
น่าเสียดายที่เสี่ยวจิ๋วเพิ่งมาได้ไม่นานก็ตายในสงครามทางนี้แล้ว
เกรงว่าพ่ออาจจะกังวลสถานการณ์ที่นี่อยู่เหมือนกัน”
ฟางผิงฟังเข้าใจความหมายของเขาเห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสเฉินอยู่ที่เขาต้านสมุทร
อาจจะไม่ได้สืบเสาะสถานการณ์ทางนี้ได้เสมอไป
ทั้งผู้อาวุโสเฉินน่าจะไม่สามารถออกมาเขตแดนข้างนอกสำรวจใกล้เกินไปได้
เคยส่งคนมาดูผลปรากฏว่าตายไปแล้วตอนนี้คงจะไม่รู้ว่าทางนี้ยังมีคนที่มีชีวิตอยู่
ส่วนครั้งก่อนที่จางเทาและหลี่เจิ้นตรวจสอบจากเทียนหนานนั้น…
ฟางผิงสงสัยว่าสองคนนี้อาจจะตรวจสอบจากเขาต้านสมุทรเช่นกัน
แต่ฟางผิงยังคงเอ่ยอย่างแปลกใจว่า
“พวกคุณให้คนข้ามทะเลหวงหามไปสักคนผู้บังคับการเฉินจะตรวจสอบไม่ได้เลยเหรอครับ…”
ชายชราหัวเราะว่า
“ขั้นสุดยอดไม่อาจใช้พลังจิตใจครอบคลุมมาเขตแดนข้างนอกตลอดได้ทั้งยังสิ้นเปลืองเกินไป
เว้นเสียแต่ว่าจะจำเป็นจริงๆ พ่อไม่รู้ว่าพวกเราออกไปเมื่อไหร่
ย่อมไม่อาจใช้พลังจิตใจตรวจสอบที่นี่ตลอดเวลาได้อยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นพ่ออยากจะใช้พลังจิตใจกับที่นี่อยากอยู่บ้างเหมือนกัน…”
ฟางผิงไม่ได้พูดอะไรในใจกลับครุ่นคิดเล็กน้อย
ผู้อาวุโสเฉินดูท่าจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าเหล่าจางจริงๆ!
เหล่าจางใช้พลังจิตใจครอบคลุมทางนี้ครอบคลุมทางนั้นแทบทุกวัน
ลอบฟังก็ยังใช้พลังจิตใจไม่สนใจเรื่องสิ้นเปลืองแต่อย่างใด
หรือแอบฟังสามารถฝึกฝนพลังจิตใจได้?
เหมือนจะใช่!
ก่อนหน้านี้อยู่ที่เซี่ยงไฮ้ทางเทียนหนานเหนือราชาเขตหวงห้ามพวกนั้น
ใช้พลังจิตใจครอบคลุมในช่วงเวลาสั้นๆ เหมือนกันแต่เหล่าจาง…
เหมือนจะจับตามองอยู่ตลอดเวลา
ราชาสงครามก็เหมือนกัน!
ไม่ใช่สิราชาสงครามเหมือนจะถอนตัวออกไประหว่างทางแต่เหล่าจางนั้นอยู่ตลอดจริงๆ
ตรวจสอบเขตแดนข้างนอกได้แทบตลอดเวลา
นอกจากนี้ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ยังใหญ่กว่าถ้ำใต้ดินซีซานด้วยซ้ำ!
“เหล่าจางเก่งชะมัด!”
ฟางผิงตะลึงอยู่ในใจเหล่าจางอายุเท่าไหร่กัน?
เขาไม่เคยถามมาก่อนเหมือนจะเคยได้ยินนายอ้วนเจี่ยงบอกว่าแปดสิบห้าปี?
กลายเป็นขั้นสุดยอดเหมือนจะไม่ถึงยี่สิบปี
หลี่เจิ้นกลายเป็นขั้นสุดยอดตอนเจ็ดสิบปีเหล่าจางเร็วกว่าเขาหรือช้ากว่าเขา
ฟางผิงกลับไม่ชัดเจนเท่าไหร่แต่คนพวกนี้ไม่ได้ออกจากพื้นที่ระหว่างเขตแดนสิบห้าปีแล้ว
กลับรู้ความลับเรื่องทะลวงด่านของเหล่าจางพูดแบบนี้…
ไม่ใช่ว่าจะทะลวงก่อนอายุเจ็ดสิบปีหรือไง?
“สรุปแล้วเหล่าจางทะลวงด่านเร็วกว่าผู้บัญชาการหลี่!”
ฟางผิงยังกำลังครุ่นคิดชายชราก็เอ่ยว่า
“พื้นที่ระหว่างเขตแดนและเขาต้านสมุทรไม่ทะลุหากัน
พวกเราต้องเดินจากเขาอูจิ้นถึงจะออกไปและเข้ามาได้อันตรายอย่างมาก
ทั้งเดินเข้าออกในทะเลหวงหามก็อันตรายเหมือนกัน
ดังนั้นหลายปีมานี้นับว่าข่าวสารถูกตัดขาดเหมือนกัน…”
ฟางผิงเข้าใจเอ่ยทันที
“คุณวางใจเถอะรอพวกเราออกไปแล้วต้องแจ้งให้กองตั้งมั่นทราบแน่นอน”
ระหว่างที่พูดฟางผิงก็มองซุ้มประตูอีกครั้ง
“ผู้อาวุโสครั้งนี้พวกเราได้รับคำสั่งมาก็เพื่อเปิดพื้นที่ระหว่างเขตแดน
ในเมื่อพวกคุณอยู่ที่นี่งั้นก็สะดวกแล้ว…”
ฟางผิงยังพูดไม่ทันจบชายชราก็เอ่ยอย่างตกใจ
“พวกเธอ…หรือคว้าป้ายคำสั่งได้?”
มาถึงที่นี่แล้วพวกเขายังเฝ้าระวังอยู่ที่นี่ฟางผิงก็ไม่คิดปิดบัง
ไม่งั้นหากเข้าไปพวกเขาก็สามารถเห็นได้อยู่ดี