ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 654 เจอคน (2)
ฟางผิงไม่พูดมากหยิบเกราะวิเศษขึ้นมาลองยื่นไปทางซ้ายของทางเดินโบราณ
ระหว่างที่ลองก็พูดไปด้วยว่า
“หากพังจริงๆ กลับไปฉันจะสร้างอันที่ดีกว่านี้ให้นายใหม่!
ทั้งขั้นสุดยอดรอยแยกยังเฉือนไม่ได้ความแข็งแกร่งของร่างขั้นสุดยอดก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน
หากเจ้านี้ไม่มีประโยชน์เท่าร่างของขั้นสุดยอดก็ไม่ใช่ของดีเท่าไหร่แล้ว”
ทุกคนไร้คำจะพูดนี่นายพูดโดยไม่ละอายใจเลยหรือไง?
ความกล้าไม่ได้ธรรมดาเลย!
ตอนที่ขั้นสุดยอดถูกรอยแยกมิติเฉือนผ่านั้นก็ต้องระเบิดปราณ
ถึงจะสามารถทำให้ร่างกายไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงจนเกินไป
หรือไม่ก็อยู่ในสถานการณ์ที่มีรอยแยกน้อย
นี่หมายความว่าไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งของร่างกายที่ต้านทานได้
หากชุดเกราะตัวหนึ่งสามารถต้านทานรอยแยกได้นั่นก็แข็งแกร่งมากกว่าเกราะตัวในของขั้นสุดยอดแล้ว
ระหว่างที่ฟางผิงพูดกำลังคิดจะทดสอบสักหน่อย
จู่ๆ ก็โยนเกราะวิเศษคืนให้หลี่หานซงซะอย่างนั้น
หลี่หานซงเอ่ยอย่างแปลกใจว่า
“ทำไมละ? ถ้าพังจริงๆ ก็ไม่เป็นไรหรอก”
“ลืมไปเกราะวิเศษตัวนี้เหมือนจะเชื่อมโยงกับนาย
หากพังขึ้นมาจริงๆ นายอาจจะได้รับบาดเจ็บหนักเหมือนกัน”
ฟางผิงเกือบลืมเรื่องนี้ไปเขาเชื่อว่าหลี่หานซงคงไม่ลืมเหมือนกัน
แต่เมื่อกี้เจ้าหมอนี้นึกไม่ถึงว่าจะให้เขาลองฟางผิงจนใจ
กวาดสายตามองเขาแวบหนึ่ง
“ฉันลืมแต่นายจะให้ฉันลองเนี่ยนะ? ปัญญาอ่อนไปแล้วหรือไง?”
หลี่หานซงยิ้มอย่างซื่อๆ ไม่ได้พูดอะไร
ในตอนที่ฟางผิงละทิ้งความคิดไปหลี่หานซงกลับยื่นเกราะวิเศษตัวเอง
ออกไปจากแนวทางเดินเคร้งเกิดเป็นเสียงดังบาดหูขึ้นมา
หลี่หานซงรีบดึงเกราะกลับมาหน้าซีดไปเล็กน้อย
“เจ้ง!”
หลี่หานซงเสียววาบในใจอยู่บ้างเห็นบนเกราะวิเศษปรากฏรอยแตกเล็กน้อย
ไม่นานรอยแตกก็เริ่มสมานตัว
“สามารถต้านทานได้แต่ฉันต้องสิ้นเปลืองพลังไปซ่อมแซม!
ก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้นความสามารถฉันไม่พอซ่อมแซมเกราะวิเศษสิ้นเปลืองมากไป”
ระหว่างที่พูดหลี่หานซงกลับเผยสีหน้าตื่นเต้นว่า
“แต่ถ้าจะลากขั้นเก้าคนหนึ่งเข้าไปในรอยแยกจริงๆ
บางทีอาจจะเฉือนเขาตายก่อนไม่ก็เป็นเกราะวิเศษฉันที่กระจุยก่อน!
แบบนี้…ในพื้นที่ระหว่างเขตแดนฉันก็มีท่าไม้ตายต่อกรกับขั้นเก้าแล้ว!”
หลี่หานซงกระตือรือร้นขึ้นมาเขาไม่อยากจะเป็นแค่โล่อย่างเดียว
ยังไงก็ต้องมีวิธีโจมตีอยู่บ้างตอนนี้ได้รู้แบบนี้ก็ไม่เลวแล้ว!
ช่วงเวลาสำคัญหากเขาสามารถลากขั้นเก้าคนหนึ่งไปกลางอากาศ
ยืมแรงจากรอยแยกมิติอาจจะสามารถกำจัดขั้นเก้าได้เหมือนกัน
หลี่หานซงดีใจฟางผิงก็ไม่โจมตีเขาเช่นกันทั้งไม่ขัดขวางอะไรด้วยกลับเตือนว่า
“ฉันให้นายทำนายค่อยทำ! ฉันไม่ให้นายทำนายอย่าตัดสินใจโดยพลการ!
พื้นที่ระหว่างเขตแดนมีแค่เสียงเดียวเท่านั้นนั่นก็คือเสียงของฉัน!
จุดนี้เป็นความเห็นพ้องตรงกันตั้งแต่ลงถ้ำใต้ดินมาหลายครั้งแล้ว!
ไม่ได้รับอนุญาตจากฉันพวกนายกระทำโดยพลการอย่าคิดว่าเป็นเรื่องดี
มีหลายครั้งที่ความปรารถนาดีทำเสียเรื่อง!
ทั้งสามคนขอพูดระคายหูหน่อยละกันพวกนายลงมือตามใจตัวเอง
ครั้งนี้ไม่ตายหลังจากนี้ก็แยกกันไปคนละทางเถอะ!”
รอยยิ้มบนใบหน้าทุกคนเลือนหายไปทันทีไม่นานก็พยักหน้าเบาๆ
ความหมายของฟางผิงพวกเขาเข้าใจในถ้ำใต้ดินเคลื่อนไหวด้วยกัน
ไม่อาจทำอะไรตามใจตัวเองได้จริงๆ จะส่งผลกระทบต่อทั้งกลุ่มได้
“ขึ้นไปเถอะหัวเหล็กนำทาง!”
พวกเขาไม่พูดอะไรอีกเคลื่อนไหวเบาๆ เริ่มเดินขึ้นไปข้างบน
ในระหว่างที่พวกฟางผิงเดินมุ่งหน้าขึ้นไปข้างบนนั้น
ปลายสุดของเส้นทางโบราณมีแท่นขนาดใหญ่อยู่
ตอนนี้เงาหลายร่างกำลังนั่งขัดสมาธิกับพื้นเบื้องหน้าเงาพวกนั้น
เป็นซุ้มประตูสูงใหญ่แห่งหนึ่งซุ้มประตูปรากฏวับวาวอย่างเลือนราง
สี่ทิศทางสว่างวาบด้วยปราการคริสตัลขนาดใหญ่
ตอนที่เกราะวิเศษของหลี่หานซงถูกเฉือนส่งเสียง ‘เคร้ง’ ขึ้นมา
เงาหลายร่างนั้นมีคนหนึ่งหูกระดิกเล็กน้อย
ไม่นานก็ลืมตาว่า
“เหมือนจะมีคนขึ้นมา!”
“คนของราชาเฟิง?”
ในฝูงชนมีคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงชราใบหน้าก็เผยความชราเช่นกัน
แต่ไม่นานกลับมองไปยังคนที่เอ่ยขึ้นคนแรกถามอีกครั้งว่า
“ผู้อาวุโสรองครั้งนี้พวกเขาล่วงหน้ามาก่อน?”
คนที่พูดขึ้นคนแรกนั้นแทบจะแก่หง่อมผมสีขาวโพลนหยัดกายขึ้นอย่างเชื่องช้า
เอ่ยด้วยแววตาดำดิ่งลึก
“อาจจะเตรียมพร้อมต่อสู้ซะ!”
สิ้นเสียงบนแท่นนั้นทั้งห้าคนก็หยัดกายขึ้นรวมกับชายชราแล้วก็เป็นหกคน
หกคนนี้ล้วนอายุมากกันหมดแล้วใบหน้าซีดขาว
พวกเขาพักอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วพื้นที่นี้ไม่สามารถฟื้นฟูพลังฟื้นฟูการสิ้นเปลืองได้
มีแค่ต้องให้หนึ่งสองคนภายในนี้ผลัดกันข้ามทะเลหวงห้ามไปฟื้นฟูเป็นครั้งคราว
แต่ทะเลหวงห้ามมีอันตรายรอบด้านหลายครั้งเข้าก็มีคนสูญเสียระหว่างทะเลหวงห้ามเช่นกัน
แต่พวกเขากลับไปไม่ได้แม้บางครั้งเขตปราการจะมีช่วงที่พลังงานอิ่มตัวระเบิดพลังงานพวยพุ่ง
แต่ตอนที่ระเบิดพลังงานก็จะมีการต่อสู้เกิดขึ้นตามมา
หลายปีมานี้หลายสิบคนในอดีตเหลือแค่พวกเขาหกคนเท่านั้น
ทั้งหกคนต่างเผยสีหน้าหนักอึ้งอาวุธวิเศษปรากฏขึ้นในมือกลับดูหม่นแสงไปอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ใช่แค่อาวุธวิเศษในนั้นมียอดฝีมือขั้นแปดสองคนที่ร่างทองหม่นแสงเช่นกัน
ชายชราที่เป็นผู้นำคนนั้นก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกันร่างกายห่อเหี่ยว
พวกเขาเฝ้าอยู่ตรงประตูของทางเดินโบราณที่มุ่งสู่แท่นนั้นไม่ปริปากพูดอะไร
ผ่านไปไม่นานบนทางเดินโบราณที่คดเคี้ยวก็ปรากฏร่างผู้ฝึกยุทธ์ที่สวมเกราะวิเศษทั่วตัวคนหนึ่ง
“มนุษย์?”
พวกชายชราไม่ได้ลงมือไม่ได้พูดอะไรแค่รออยู่เงียบๆ เท่านั้น
ผลปรากฏว่านักรบเกราะวิเศษกลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อนเอ่ยเสียงดังว่า
“ข้างบนคือผู้อาวุโสตระกูลเฉินของเมืองเจิ้นซิงใช่หรือเปล่า?”
ชายชราที่เป็นหัวหน้าเผยใบหน้าแคลงใจไม่กล้าประมาทเช่นกัน
“ผู้ใดมากัน?”
“อ้อลืมไป…”
หลี่หานซงพูดยังไม่ทันจบพวกชายชราก็หน้าเปลี่ยนสี
พวกเขาสัมผัสถึงพลังปราณของมนุษย์ได้แล้วผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ด!
แต่เพิ่งจะสัมผัสได้ช่วงเวลาสั้นๆ พวกเขาก็สงสัยขึ้นมาอยู่บ้าง
แน่นอนว่าทางเดินที่คดเคี้ยวข้อจำกัดมีมากเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ยังสัมผัสไม่ได้อาจจะเพราะถูกรบกวนด้วยข้อจำกัด
ไม่นานข้างหลังของนักรบชุดเกราะพวกเขาก็เห็นเงาอีกสามคน
เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดทั้งหมด!
ขั้นเจ็ดสี่คนแม้จะอ่อนแอกว่าพวกเขาหกคนกลับไม่ประเมินต่ำไปเช่นกัน
“ใช่ผู้อาวุโสของตระกูลเฉินหรือเปล่า?”
ตอนนี้หลี่หานซงไม่พูดอีกแล้วฟางผิงเป็นคนเอ่ยแทน
“พวกเราเป็นผู้ฝึกยุทธ์ประเทศจีนคนของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้
ได้รับคำสั่งจากรัฐมนตรีจางให้มาสำรวจซากอารยธรรมที่ถ้ำสวรรค์เสวียนเต่อ
ค้นหาเคล็ดวิชาฝึกฝนของผู้ฝึกยุทธ์โบราณมนุษย์!”
“คำสั่งของราชานักรบ?”
“ถูกต้อง!”
ฟางผิงเอ่ยเสียงดังว่า
“พวกผู้อาวุโสยังไม่ได้บอกเลยเป็นผู้อาวุโสตระกูลเฉินหรือเปล่า?
ป้องกันเกิดความเข้าใจผิดส่งผลกระทบต่อภาพรวม”
พวกชายชรามองหน้ากันชายชราที่เป็นหัวหน้าเอ่ยว่า
“พวกเราคือคนตระกูลเฉิน!”
สิ้นเสียงก็ถามว่า
“พวกเธอรับคำสั่งมามีหลักฐานหรือเปล่า?”
แม้จะเป็นมนุษย์เหมือนกันแต่มนุษย์…อาจมีผู้ทรยศเช่นกัน
“หลักฐาน?”
ฟางผิงครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งหลักฐานมีอยู่แล้วหนังสือคริสตัลของจางเทาเหมาะสมที่สุด
แต่ก่อนที่จะมาไม่เห็นจางเทาพูดว่าจะให้ป้ายคำสั่งอะไรกับเขาเลย?
ตอนนี้ควักหนังสือคริสตัลออกมาเดี๋ยวหากขัดแย้งกันไม่ใช่ว่าจะถูกคนรู้เรื่องทำไม่ตายหรือไง
ใครจะรู้ว่าคนพวกนี้เป็นคนดีหรือคนเลวกัน!
ชายชราที่อยู่ข้างบนพวกนั้นฝีมือไม่อ่อนด้อย
ขั้นเก้าสองคนขั้นแปดสองคนขั้นเจ็ดอีกสองคนแม้จะดูไร้เรี่ยวแรงไปบ้าง
แต่ต่อให้ไร้เรี่ยวแรงยังไงขั้นเก้าก็คือขั้นเก้า
ฟางผิงคาดไม่ถึงว่าจะเจอยอดฝีมือขั้นเก้าสองคนที่นี่เหมือนกัน!
หากเป็นคนตระกูลเฉินงั้นตระกูลเฉินก็น่ากลัวจริงๆ แล้ว
ขั้นสุดยอดหนึ่งคนขั้นเก้าสามคนกองตั้งมั่นเฝ้าระวัง
ทางนั้นยังมีผู้นำตระกูลเฉินขั้นเก้าอีกหนึ่งคนแต่คนพวกนี้…ทำไมไมออกไปละ?
บรรพบุรุษตระกูลเฉินบุกเบิกยุคสมัยใหม่ของผู้ฝึกยุทธ์
จากคำพูดของราชาสงครามบรรพบุรุษตระกูลเฉินล้วนละทิ้งการสำรวจของพื้นที่ระหว่างเขตแดน
ไม่เดินเส้นทางนี้อีกแล้วแดนรบราชาก็ไม่เห็นคนของตระกูลเฉินเช่นกัน
เว้นเสียแต่คนใหม่ที่จะเข้าไปในช่วงสามปีหนึ่งครั้ง
แม้จะคิดแบบนั้นฟางผิงก็ไม่ได้ถามละเอียดออกไป
เวลานี้ไม่ควรถามอะไรเหมือนกันต้องการหลักฐานสินะเขายังไม่มีจริงๆ
อันที่จริงฟางผิงก็มีหลักฐานเขามีตราประทับของรองอธิการมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้
เจ้านั้นสามารถพิสูจน์ตัวตนของเขาได้แต่ฟางผิงมีชื่อเสียงมากเกินไป
เขตหวงห้ามยังประกาศจับตัวเองอยู่หากไม่สำคัญก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยเกินไป
ฟังจากคำพูดของคนพวกนี้น่าจะไม่ได้ออกไปข้างนอกนานแล้วคงไม่รู้จักพวกเขา
ครุ่นคิดแล้วฟางผิงก็มองไปยังพวกชายชราว่า
“พวกคุณมีตราประทับอะไรหรือเปล่า?”
พวกเขาต่างพยักหน้าเบาๆ