ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 657-2 ฉันไม่ได้อยู่ในยุทธภพ (2)
ฟางผิงไม่ได้พูดอะไร อันที่จริงมีโอกาสไม่มาก ในตำหนักใหญ่พวกฟางผิงสำรวจอยู่ค่อนวันก็หาหนังสือคริสตัลเล่มที่สองไม่เจอ คนอื่นๆ ยังกำลังค้นหา ฟางผิงกลับขนบัลลังก์ที่นั่งขนาดใหญ่และโต๊ะวางชาพวกนั้นเข้าไปในช่องเก็บของแล้ว ของพวกนี้ไม่ได้เชื่อมโยงกับสิ่งก่อสร้าง รอพวกเหล่าหวังค้นหากันรอบหนึ่งแล้ว…ห้องโถงก็ว่างเปล่า!
พวกเขาตกตะลึงไปอยู่บ้าง ฟางผิงกลับหัวเราะว่า “ไม่เอาไปก็เสียดาย ของดีทั้งนั้น! เก้าอี้หกตัวโต๊ะชาสี่ตัว พวกนายไม่รู้หรอกว่า…แม่งเหอะ นี่ฟุ่มเฟือยถึงขนาดไหน ยังจะใช้แกนกลางของพืชปีศาจทำขึ้นมาด้วยซ้ำ! ทั้งไม่ใช่พืชปีศาจทั่วไป! ร่างทองขั้นแปด!”
ฟางผิงถอนหายใจว่า “เจ๋งจริงๆ! แค่ห้องรับแขกเท่านั้นใช้แกนกลางของพืชปีศาจขั้นแปดมาทำของพวกนี้ ใช้แกนกลางพืชปีศาจขั้นเก้ามาทำคาน…แม้ไม่ใช่แกนสมองและแกนหัวใจ แต่แค่วัสดุพวกนี้ก็สร้างของดีอย่างอาวุธวิเศษได้แล้ว กลับไปรื้อดูแค่เจ้านี้ขายออกไปแสนล้านยังไม่ใช่เรื่องยาก”
พวกเขาไม่พูดมากเช่นกัน เหยาเฉิงจวินเอ่ยว่า “ข้างหลังตำหนักมีที่พักอยู่บางส่วน น่าจะเป็นที่พักของบ่าวรับใช้ไม่ก็พวกลูกศิษย์ทายาทในเวลานั้น พวกเราตรวจสอบดูแล้วไม่เจอร่างใคร ที่พักบางส่วนเละเทะยุ่งเหยิง คล้ายกับว่ารีบเก็บสัมภาระอย่างเร่งรีบ”
หวังจินหยางเอ่ยเสริมว่า “คนของที่นี่เวลานั้นอาจจะไม่ได้ตายทั้งหมด บางส่วนอาจหนีรอดไปได้ อีกอย่าง…หลังจากพื้นที่ระหว่างเขตแดนถูกคนบุกรุกเข้ามา มีการตั้งเขตปราการขึ้นปิดผนึกที่นี่เอาไว้ เป็นเพราะมียอดฝีมือกลับมาหรือเปล่า?”
“ไม่รู้”
ฟางผิงส่ายหัวเอ่ยว่า “ที่นี่ไม่มีอะไรแล้ว แค่ห้องรับแขกเท่านั้น ไม่คาดหวังจะได้ของอะไรมากมายเหมือนกัน ไปเถอะไปดูที่อื่นกันต่อ”
พวกเขาไม่คิดชักช้า ไม่นานก็ออกมาจากโถงรับแขก รอพวกเขาออกมาแล้วค่อยพบว่าหลี่หานซงไม่ได้ออกมาด้วย ผ่านไปสักพักหลี่หานซงก็ออกมา เจ้าหมอนี้ออกมาพวกฟางผิงพากันตกตะลึงไป
“นี่คือ…”
หลี่หานซงถือกระสอบขนาดใหญ่ในมือฉีกยิ้มว่า “ฉันแค่ไปข้างหลังตำหนักเท่านั้น เห็นข้างหลังยังมีดินอยู่ไม่น้อย…ไม่ใช่ดินทั่วไป ฉันรู้สึกว่าเหมือนดินในสวนสมุนไพรหรือสวนดอกไม้ในเวลานั้นก็เลยขุดออกมา”
ฟางผิงหัวเราะก่อนจะรับมาใส่กล่องคริสตัลพลังงาน เจ้านี้เก็บไว้ในกล่องคริสตัลสามารถเก็บรักษาในสภาพสมบูรณ์กว่า พวกเขาไม่คิดจะปล่อยโอกาสไปแม้แต่น้อย ฟางผิงกวาดเครื่องใช้ในห้องโถงจนเกลี้ยง หลี่หานซงยิ่งแล้วใหญ่ ที่พักอาศัยข้างหลังตำหนักกระทั่งดินยังขุดออกมา ส่วนพวกเครื่องใช้ภายในที่พักพวกนั้นพวกเหล่าหวังล้วนไม่พิสมัย นั้นเป็นเครื่องใช้ซอมซ่อที่สร้างขึ้นจากไม้อย่างแท้จริง หลายอย่างแทบจะผุพังไปแล้ว เขตที่พักข้างหลังตำหนักรับแขกอาจจะเป็นที่พักสำหรับลูกศิษย์ระดับล่าง ทุกคนไม่แปลกใจเช่นกัน ที่นี่คือตำหนักรับแขก บางทีอาจจะเป็นที่พักสำหรับบ่าวรับใช้ที่ยกชารินน้ำก็ได้ จะมีของดีได้อย่างไร มีเครื่องใช้บางอย่างก็นับว่าไม่เลวแล้ว
พวกฟางผิงกำลังจะออกไปจากตำหนักรับแรก…จู่ๆ ประตูตำหนักก็ปิดลงเสียงดัง!
พวกเขาชะงักฝีเท้าร่างกายแข็งทื่อไป!
ฟางผิงไม่พูดพร่ำทำเพลง หมุนตัวประสานมือคารวะไปยังตำหนักเอ่ยเสียงดังว่า “ผู้เยาว์เก็บของพวกนี้ล้วนใช้เพื่อพัฒนาความสามารถของมนุษยชาติ! ผู้อาวุโสโปรดให้อภัยด้วย ผู้เยาว์ไม่มีเจตนาโลภแต่อย่างใด…”
ด้านข้างนั้นเหล่าหวังชะงักร่างกายไปเล็กน้อย ไม่นานก็ฟื้นฟูเป็นปกติ เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “เอาเถอะ ไม่ได้มีคน แต่ไม่มีกลิ่นอายจากป้ายคำสั่งของนายต่างหาก ออกห่างจากตำหนักประตูก็ตอบปิดเองอยู่แล้ว”
ฟางผิงถอนหายใจอดเอ่ยไม่ได้ “ตกใจหมดเลย! หัวเหล็กครั้งหน้าอย่าทำแบบนี้อีก แม้แต่ดินยังไม่ปล่อยไป!”
หลี่หานซงไร้คำจะโต้ตอบ ฉันทำตามนายนั่นแหละ พวกเขาไม่พูดอะไรอีก ไม่นานก็มุ่งไปทางตำหนักหมื่นปีศาจแทน ไหนๆ ก็มาแล้วต้องไปเก็บกวาดให้หมด เอาไปได้เท่าไหร่ก็เอาไปเท่านั้น ทิ้งไว้ไม่ใช่จะสิ้นเปลืองเปล่าๆ หรือไง?
ในเวลาเดียวกันระหว่างที่พวกฟางผิงเข้าสู่ตำหนักหมื่นปีศาจ ในใต้ดินต้องห้ามสงครามขนาดใหญ่ปะทุขึ้นแล้ว ยอดฝีมือระดับสูงนับร้อยคนทะยานต่อสู้เข่นฆ่า ไกลออกไปนั้นหน่วยอู่อันนับหมื่นคนรวมตัวกับกองทัพภายใต้การนำทีมของยอดฝีมือขั้นหลอมสารจิงกับเลือดหลายสิบคนเริ่มห้ำหั่นกับศัตรูขึ้นมา ครั้งนี้เป็นการต่อสู้เพื่อทำลายล้างใต้ดิน!
ไม่ใช่แค่การต่อสู้ของระดับสูง ระดับกลางก็เข้าร่วมการต่อสู้เช่นกัน เข่นฆ่าฆ่าจนถึงขั้นที่อีกฝ่ายหมดสิ้นเรี่ยวแรงต้องถอยออกไปจากเขตแดนสิบแปดทางใต้ เขตทำสงครามขั้นเก้า ตาเฒ่าหลี่คำรามอย่างบ้าคลั่ง “อันไม่ใช่ขั้นเก้า! แม่งเหอะจะประเมินฉันสูงเกินไปแล้ว! มาทีเดียวสามคนพวกนายอย่าบีบเค้นอันสิ!”
ตาเฒ่าหลี่แทบจะบ้าคลั่งแล้ว!
สงครามนี้ประเทศจีนเคลื่อนไหวยอดฝีมือขั้นเก้าสิบหกคน!
เซี่ยอีพ่านตามมาไม่ทัน แต่นักพรตชราที่เฝ้าระวังทางเดินของเขาต้านสมุทรสามารถหนีรอดจากการไล่ฆ่าออกมาได้ เขาก็เป็นยอดฝีมือขั้นเก้าเหมือนกัน ขั้นเก้าที่แทบไม่มีใครรู้จักในโลกข้างนอกคนหนึ่ง ขั้นเก้าสิบหกคนในนั้นครึ่งใหญ่ล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งในขั้นเก้า หนานอวิ๋นเยวี่ย จางเวยอวี่ อูชวน จ้าวซิงโจว หวังอวี่ เตอหยิง…
คนพวกนี้ผู้ที่แข็งแกร่งอย่างหนานอวิ่นเยวี่ยสามารถสู้หนึ่งต่อสามแม้จะไม่สามารถฆ่าศัตรูได้แต่ก็ต้านไว้ได้เช่นกัน พวกจางเวยอวี่สู้หนึ่งต่อสองก็ได้เหมือนกัน แน่นอนว่าหากศัตรูขั้นเก้ามีเยอะเกินไป งั้นก็อย่าคิดจะฆ่าคนได้เลย ขั้นเก้าต่อสู้กับขั้นเก้า ควบคุมอีกฝ่ายยังพอไหว อยากฆ่าคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ก่อนหน้านี้อู๋ขุยซานและตาเฒ่าหลี่เคยร่วมมือกันฆ่าต้นเทียนเหมินนั่นก็ใช้เวลานานเช่นกัน
ขั้นเก้าสิบหกคนของประเทศจีนเข้าร่วมสงคราม แต่ใต้ดินยังคงมีมากกว่า ครั้งนี้แค่เขตหวงห้ามก็ส่งมาแปดคนแล้ว! ขั้นเก้าแปดคน!
เดิมทีใต้ดินต้องห้ามมีสิบสองเมือง ขั้นเก้ายี่สิบสี่คน ขั้นเก้าสามสิบสองคน มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ซะอีก! ขั้นเก้าแปดคนมาจากเขตหวงห้าม คนหนึ่งมาเพื่อคุ้มกันจีเหยาไม่ได้เข้าร่วมวงล้อมสงครามกับคนอื่นๆ เอาแต่ติดตามอยู่ข้างหลังจีเหยาตลอดเวลา อีกเจ็ดคนอื่นๆ ในนั้นห้าคนเป็นแม่ทัพสวรรค์ของราชาไหว สองคนที่เหลือมาจากราชสำนักพืชปีศาจ ครั้งนี้ราชาไหวทุ่มออกมาสุดกำลังเช่นกัน เดิมทีแม่ทัพสวรรค์ใต้อำนาจของเขาก็มีไม่เยอะ ก่อนหน้านี้คิดจะรับเจ้าเมืองเทียนเหมินเข้ามา กลับคาดไม่ถึงว่าเจ้าเมืองเทียนเหมินยังไม่ทันเข้ามาในเขตหวงห้ามก็ตายก่อนแล้ว ตอนนี้ราชาไหวมีแม่ทัพสวรรค์แค่หกคน แม่ทัพสวรรค์และเจ้าเมืองเขตแดนข้างนอกไม่เหมือนกัน แม่ทัพสวรรค์เทียบเท่ากับทหารส่วนตัวของพวกเขา แต่เจ้าเมืองเขตแดนข้างนอกแม้ตามหลักแล้วจะอยู่ใต้อำนาจของเหนือราชา ในความเป็นจริงเจ้าเมืองพวกนี้ล้วนมีเบื้องหลังที่ซับซ้อน สงครามนี้ราชาไหวเหลือหนึ่งคนให้นั่งรักษาการณ์ที่แดนราชาในเขตหวงห้ามของตัวเอง แม่ทัพสวรรค์ห้าคนที่เหลือล้วนส่งออกมาทั้งหมด ขั้นเก้าสามสิบสองคนนอกจากผู้ติดตามจีเหยาที่ไม่ได้เข้าร่วม คนนั้นสามสิบเอ็ดคนที่เหลือเข้าร่วมสงครามทั้งหมด!
พวกยอดฝีมือขั้นเก้าอย่างหนานอวิ่นเยวี่ยหกคนที่อยู่ในสิบเอ็ดอันดับแรกต้องถ่วงรั้งยอดฝีมือขั้นเก้าสิบสี่คน! สิบคนที่เหลือไม่อาจสู้หนึ่งต่อสองได้ ส่วนมากล้วน… เฉินเฮ่าตงผู้นำตระกูลเฉิน เสิ่นหมิงเวยผู้นำตระกูลเสิ่น เป่ยกงอวิ๋นหัวหน้าหน่วยทหารอู่อัน จงชิงฮวนหัวหน้าหน่วยทหารเจิ้นกั๋ว…
คนพวกนี้ล้วนมีอาวุธวิเศษขั้นเก้าในมือ ทั้งเพราะเป็นยอดฝีมือจำนวนน้อยที่มีอาวุธวิเศษขั้นเก้าในมือ จึงพอจะฝืนต้านสิบต่อสิบสามได้ กัวเชิงเซวียนผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่สามคนนี้ฝีมือยังค่อนข้างแข็งแกร่ง พวกเหล่าหวังคิดว่าพวกเขาเป็นผู้อ่อนแอในขั้นแปด นั่นเพราะเทียบกับพื้นฐานของตัวเอง แต่สามคนนี้ตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดแล้ว ไม่อาจจะอ่อนแอเกินไปจริงๆ ภายใต้การร่วมมือของทั้งสามคนก็สกัดขั้นเก้าคนหนึ่งได้เช่นกัน ขั้นเก้าสามคนที่เหลืออยู่นั้นตามแผนเดิมแล้วหลี่ฉางเชิงสกัดหนึ่งคน ที่เหลือสองคนมอบให้ขั้นแปดบางส่วนจัดการ
ทุกคนต่างกำลังรอคอย รอคอยเวลาที่หนานอวิ่นเยวี่ยทะลวงด่านฆ่ายอดฝีมือไปบางส่วน ใครจะรู้ว่า…เรื่องที่ทุกคนไม่คาดฝันจะเกิดขึ้น!
หลี่ฉางเชิงเพิ่งปรากฏตัว ขั้นเก้าสามคนก็พุ่งไปล้อมฆ่าเขาทันที!