ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 657 ฉันไม่ได้อยู่ในยุทธภพ (1)
“ฟางผิง!”
ตอนที่ฟางผิงยังกำลังมองคานข้างบน เหยาเฉิงจวินก็ตะโกนเรียก
ทุกคนหันไปมองเขา เหยาเฉิงจวินถือหนังสือคริสตัลเล่มหนึ่งไว้ในมือ…หนังสือคริสตัล?
ฟางผิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินเข้าไป เอ่ยด้วยใบหน้าตกใจว่า “นี่คืออะไร?”
เหมือนกับหนังสือคริสตัลของเหล่าจางเลย!
แน่นอนว่ามีส่วนที่ไม่เหมือนอยู่บ้าง ฟางผิงรับหนังสือคริสตัลมาดู ผ่านไปสักพักค่อยเอ่ยว่า “ไม่ใช่พลังจิตใจที่แบ่งออกมาจากร่างกาย”
“เหลวไหล!”
ด้านข้างนั้น หวังจินหยางรับหนังสือคริสตัลมา มองไปทางเหยาเฉิงจวินว่า “นายเห็นแล้วสินะ?”
“อืม”
พวกเขาเล่นเกมใบ้คำกันอยู่สองคน หลี่หานซงทำหน้าสับสน ฟางผิงเผยสีหน้าเรียบนิ่ง ฉันเดาแล้วว่าพวกนายอยากจะเห็นท่าทีรีบร้อนถามของฉัน แต่ฉันไม่ถามหรอก ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก
เหล่าหวังชำเลืองตามองเขา จู่ๆ ก็ปล่อยพลังจิตใจไปยังหนังสือคริสตัล ไม่นานก็ขมวดคิ้วว่า “เป็นคัมภีร์ของสมัยโบราณ น่าสนใจ! สมัยโบราณไม่ได้ล้าหลังอย่างที่พวกเราจินตนาการ...”
ระหว่างที่เหล่าหวังพูดก็เอ่ยว่า “หนังสือคริสตัลแบบนี้ วัสดุยากจะคาดเดา แต่คนที่ทำหนังสือแบบนี้ออกมา อย่างน้อยน่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ด ต้องมีพลังจิตใจถึงจะสามารถอ่านได้…”
เวลานี้หลี่หานซงค่อยเข้าใจขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยอย่างดีใจว่า “เคล็ดวิชา?”
นี่จะง่ายเกินไปแล้ว!
“นิตยสาร”
“…”
ทุกคนนิ่งอึ้งไป
หวังจินหยางเอ่ยว่า “นิตยสารซุบซิบสมัยโบราณ น่าจะเอาไว้ให้แขกอ่าน ใช้ผ่อนคลายจิตใจ นี่พิสูจน์ให้เห็นว่าแขกที่มาเยือนถ้ำสวรรค์ อย่างน้อยต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดเหมือนกัน! ขั้นเจ็ดถึงจะถูกรับรองอย่างมาตรฐาน มีระดับจริงๆ!”
ไม่งั้นต่ำกว่าขั้นเจ็ดคงอ่านไม่ได้ ให้เจ้านี้ผ่อนคลายจิตใจคนอื่นก็น่าขายหน้าแล้ว
ตอนนี้ฟางผิงก็ใช้พลังจิตใจตรวจสอบดู เห็นตัวอักษรบนหนังสือคริสตัลไม่น้อยจริงๆ ด้วย
เจ้านี้คล้ายกับหมึกล่องหน เดิมทีคนทั่วไปก็ไม่เห็นตัวอักษร
ฟางผิงอ่านตัวอักษรพวกนั้น ปวดหัวขึ้นมาอยู่บ้าง เขาไม่ค่อยเข้าใจตัวอักษรจ้วนเท่าไหร่ ถึงกระทั่งไม่รู้ว่าใช่ตัวอักษรจ้วนหรือเปล่า
เขาไม่มีเวลาไปศึกษาเรื่องพวกนี้จริงๆ ยุ่งจนแทบปลีกตัวไม่ได้อยู่แล้ว
“หมายความว่าอะไร เหล่าหวัง อ่านดูสิ”
“ฉันรู้จักไม่เยอะเหมือนกัน…”
“ในเมื่อนายบอกว่าเป็นนิตยสารน่าจะเข้าใจบางส่วน พูดมาสิ มีข้อมูลเกี่ยวกับเคล็ดวิชาหรือเปล่า”
“ได้”
เหล่าหวังตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเนิบช้าว่า “เดือนสี่ปีงูทอง เขาก้ายจู๋ผู้แซ่จาง…”
“เดี๋ยวก่อน!”
ฟางผิงถลึงตาใส่เขา ผ่านไปสักพักจึงเอ่ยว่า “ผู้แซ่จาง?”
“อย่ามาสำบัดสำนวน นายก็รู้ว่าตัวอักษรโบราณค่อนข้างมีความซับซ้อน...”
หวังจินหยางรวบคำง่ายๆ ไม่อ่านไปตรงๆ อีก อธิบายอย่างกระชับว่า “วันที่สิบสามเดือนสี่ เขาก้ายจู๋มียอดฝีมือแซ่จางคนหนึ่ง ตอนไปตกปลาถูกปลาตัวใหญ่ลากลงไปในน้ำ ขายหน้าขายตาอย่างมาก ตอนนี้บันทึกไว้ ให้ทุกคนเพลิดเพลินร่วมกัน”
“วันที่สิบแปดเดือนห้า เขาฉางซานมีชายชราแซ่หลิวคนหนึ่งตามจีบหญิงชราคนหนึ่งจากเขาเทียนมู่ ถูกยอดฝีมือเจินเสินไร้นามรุมกระทืบ…”
“วันที่สิบสองเดือนหก วันเกิดลูกสาวเจ้าสำนักเขาต้งหยาง เจ้าสำนักเขาต้งหยางไปจับมังกรตัวหนึ่งมาเป็นของขวัญวันเกิด…”
“วันที่สิบแปดเดือนหก เขาจื่อก้าย หัวหน้าโม่…โม่เหวินเจี้ยน?”
หวังจินหยางชะงักไปเล็กน้อย!
พวกฟางผิงก็ตกตะลึงไปเหมือนกัน ฟางผิงรีบเอ่ยว่า “โม่เหวินเจี้ยน? นี่มีบันทึกของโม่เหวินเจี้ยน นายไม่ได้อ่านผิดใช่หรือเปล่า?”
“ไม่ เป็นเขานั่นแหละ!”
หวังจินหยางเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “วันที่สิบแปดเดือนหก เขาจื่อก้าย หัวหน้าโม่เหวินเจี้ยนแต่งงาน กระบี่ทะลวงอากาศ กลายเป็นเจินเสิน…”
ฟางผิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ขั้นเจินเสินคือขั้นเก้า ขั้นเก้า…ขั้นเก้าหรือขั้นสุดยอดถึงจะเรียกเจินเสิน?”
หลี่หานซงเอ่ยว่า “นายลืมแล้วหรือไง วิหารว่านซานมีบันทึกของขั้นเก้า เรียกว่าเจินเสินทั้งหมด”
“เหลวไหล ฉันต้องรู้อยู่แล้ว!”
ฟางผิงเอ่ยอย่างหมดคำพูดว่า “ประเด็นอยู่ที่เวลานั้นเป็นเรื่องหนึ่งพันปีให้หลังของสงครามแดนรบราชาแล้ว นายรู้หรือได้ยังไงว่าพันปีนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง? บางทีเมื่อก่อนอาจจะมีขั้นสุดยอดเยอะ ขั้นสุดยอดถึงจะเรียกว่าเจินเสิน ภายหลังขั้นสุดยอดตายหมดแล้ว ขั้นเก้าก็อาจจะเริ่มเรียกเจินเสินขึ้นมาก็ได้ ถ้ำใต้ดินยังมีแบ่งเหนือราชาและกึ่งราชาเลย สมัยผู้ฝึกยุทธ์โบราณพูดได้ยากจริงๆ ว่าขั้นเก้าหรือขั้นสุดยอดเป็นเจินเสิน…อย่าลืมว่าร่างของยอดฝีมือที่พวกเราค้นพบในแดนรบราชาแทบจะเป็นขั้นเก้าทั้งหมด หากเป็นขั้นเจินเสินทั้งหมดจริงๆ…งั้นแดนรบราชาก็มียอดฝีมือขั้นเจินเสินตายเยอะเกินไปจริงๆ แล้ว ถ้ำสวรรค์เสวียนเต๋อเหมือนจะมีผู้อาวุโสเจินเสินแค่เก้าคนเท่านั้น”
หลี่หานซงแย้งว่า ‘หรือยังจะมีขั้นสุดยอดอีกเก้าคนได้? นี่แทบไม่นับเป็นเจ้าสำนักด้วยซ้ำ”
หวังจินหยางถอนหายใจว่า “อาจเป็นไปได้เหมือนกัน ทุกคน อย่าลืมว่าตอนนี้เขตหวงห้ามมีขั้นสุดยอดเท่าไหร่?”
หลี่หานซงครุ่นคิดแล้ว ผ่านไปพักหนึ่งก็เอ่ยว่า “สี่ราชสำนักใหญ่ อย่างน้อยก็นับร้อยคน!”
“บางทีอาจจะไม่ใช่แค่ร้อยคน ขั้นสุดยอดบนโลกอย่างต่ำก็ห้าสิบคน กลับยังคงถูกราชสำนักพืชปีศาจกดขี่ สี่ราชสำนักใหญ่ ฉันสงสัยว่าขั้นสุดยอดน่าจะมีเยอะกว่านั้น ทั้งนี่ยังเป็นตอนนี้ แล้วเวลานั้นล่ะ? เวลานั้นสองราชายังมีชีวิตอยู่ บางทีอาจจะแข็งแกร่งกว่า ยังไงจากเขาต้านสมุทรก็สามารถคาดเดาความรุ่งโรจน์ในเวลานั้นได้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ หากพื้นที่ระหว่างเขตแดนสามารถกดขี่อีกฝ่ายได้จริงๆ…ทุกคน พื้นที่ระหว่างเขตแดนหนึ่งร้อยแปดแห่งอาจจะไม่ได้มีคนอยู่ทุกหนทุกแห่ง อาจไม่ได้มีสำนักตั้งอยู่กระจัดกระจาย บางทีอาจมีแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ถ้าเป็นแบบนั้น การที่จะควบคุมอีกฝ่าย หนึ่งถ้ำสวรรค์มีขั้นสุดยอดเก้าคน ทำไมจะทำไม่ได้กัน?”
เหยาเฉิงจวินเอ่ยขึ้นเหมือนกัน “มีความเป็นไปได้ พวกนายพูดว่าผู้อาวุโสตระกูลหยางถูกบีบตายอยู่ในพื้นที่ระหว่างเขตแดน ถ้าพื้นที่ระหว่างเขตแดนไม่แข็งแกร่ง จะสามารถจัดการขั้นสุดยอดคนหนึ่งได้ยังไง? นี่ยังเป็นเรื่องหลังจากนับพันปีมาแล้ว!”
“ขั้นสุดยอดเก้าคน…เจ้าสำนักยังนับแยกอีกต่างหาก”
ฟางผิงสูดลมหายใจลึก “หากเป็นแบบนี้จริงๆ พื้นที่ระหว่างเขตแดนก็แข็งแกร่งเกินไปแล้ว! อันที่จริงยอดฝีมือที่ตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดถึงจะมีโอกาสเป็นยอดฝีมือขั้นเจินเสิน…แน่นอนว่าตอนนี้เรื่องพวกนี้ไม่สำคัญอีกแล้ว”
ระหว่างที่ฟางผิงพูด ก็มองไปทางเหล่าหวังว่า “พูดแบบนี้ โม่เหวินเจี้ยนเป็นบุคคลของยุคสมัยผู้ฝึกยุทธ์โบราณจริงๆ ไม่สิ อาจจะช่วงสิ้นสุดของยุคสมัยผู้ฝึกยุทธ์โบราณ เริ่มต้นยุคสมัยสำนัก ยังไงตอนนี้ถ้ำสวรรค์พวกนี้ก็คล้ายกับสำนักอยู่บ้าง”
ราชาปีศาจ…โม่เหวินเจี้ยน
พวกเขาจดจำชื่อนี้ไว้อีกครั้ง คนผู้นี้อยู่ทุกหนทุกแห่งจริงๆ
วิหารว่านหยวนมีเขา ที่นี่ก็มีเขา
ทั้งยังทะลวงถึงขั้นเก้าถึงกระทั่งขั้นสุดยอดนานก่อนหน้านี้แล้ว ยอดฝีมือแบบนี้…นึกไม่ถึงว่าจะหนีทหาร?
ฟางผิงไม่คิดเรื่องนี้ต่อ เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้ฝึกยุท์โบราณก็ชอบเรื่องซุบซิบเหมือนกัน เรื่องบ้าบออะไรก็ยังบันทึกไว้ เหล่าหวัง อย่าอ่านเรื่องพวกนี้อีกเลย มีข้อมูลเคล็ดวิชาบ้างหรือเปล่า?”
หวังจินหยางถือหนังสือคริสตัลในมือ อ่านครั้งแล้วครั้งเล่า ส่ายหัวว่า “ไม่มี มีแต่เรื่องซุบซิบ ทั้งอันที่จริงมีบางส่วนที่ฉันอ่านไม่ออกด้วย แค่คาดเดาความหมายเท่านั้น”
“งั้นทุกคนช่วยกันค้นหาหน่อย มีหนังสือคริสตัลแบบนี้อีกหรือเปล่า”
ระหว่างที่ฟางผิงพูดก็คว้าหนังสือคริสตัลในมือเหล่าหวังยัดไปในช่องเก็บของ เจ้านี้ไม่เลวเลย มีเรื่องซุบซิบมากมาย อาจเป็นประโยชน์เหมือนกัน
เอากลับไปศึกษาสักหน่อย บางทีอาจจะย้อนรอยประวัติศาสตร์ในเวลานั้นได้บางส่วน
ระหว่างที่ค้นหา ฟางผิงก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “อย่าพูดเลย วิธีสร้างนิตยสารซุบซิบพวกนี้ต้องศึกษาดีๆ สักหน่อยแล้ว หลังจากนี้ทำข่าวซุบซิบขายในแวดวงปรมาจารย์โดยเฉพาะ…”
ทุกคนแทบจะหมดคำพูด นายก็ยังจะคิดได้
หวังจินหยางไม่สนใจเขา เอ่ยไปว่า “วิธีสร้างหนังสือแบบนี้ อันที่จริงมีข้อดีอยู่ ทำให้เคล็ดวิชาเก็บรักษาไว้ได้ ไม่ถึงกับถูกทำลาย แค่ไม่รู้ว่าเคล็ดวิชาฝึกฝนพลังจิตใจจะใช้วิธีแบบนี้เก็บรักษาเหมือนกันหรือเปล่า”
—————–