ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 660 ผู้ฝึกยุทธ์โบราณและผู้ฝึกยุทธ์สมัยใหม่ (1)
- Home
- ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน
- ตอนที่ 660 ผู้ฝึกยุทธ์โบราณและผู้ฝึกยุทธ์สมัยใหม่ (1)
ทางเดินที่ทอดยาวนั้นเหยาเฉิงจวินหยุดฝีเท้าไปแล้วพวกฟางผิงสามคนยังคงเดินต้านแรงกดดันต่อไปห้าร้อยเมตร หกร้อยเมตร…
ตอนที่เดินมากว่าครึ่งทางแล้วหวังจินหยางก็เผยแววตาจนใจอยู่บ้างหอบหายใจว่า “พวกนายไปต่อเถอะ”
ฟางผิงกลับเข้าใจอยู่บ้างมองไปทางหัวเหล็กที่อยู่ข้างหน้าว่า “เหมือนจะทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกาย!”
หลี่หานซงขานรับก่อนจะเอ่ยอย่างอัดอั้นว่า “ฟางผิง…”
“เป็นอะไร?”
“คนข้างใน…อยากให้ฉันถอดเสื้อผ้าออก!”
“ฮะ?”
“ชุดเกราะ”
ฟางผิงหมดคำจะพูดอยู่บ้างมาถึงขั้นนี้แล้วนายยังมีใจจะพูดสองแง่สามง่ามอีกถอดชุดเกราะก็ชุดเกราะยังจะมาถอดเสื้อผ้าอะไรอีก…
ทว่าคล้อยหลังจากที่หลี่หานซงพูดแรงกดดันเหมือนจะเพิ่มขึ้นแล้วฟางผิงถ่ายทอดเสียงว่า “ผู้อาวุโสข้างในนั้นเหมือนจะใจแคบน่าดูอย่าพูดพล่ามอีกเลย…”
ตึง!
แรงกดดันแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว!
ฟางผิงแทบจะโมโหจนกระอักเลือด!
แม่งเอ๊ย แอบฟังอยู่หรือไง?
ทำตัวเป็นเหล่าจางอีกคนแล้ว?
ไม่แอบฟังจะเพิ่มแรงกดดันให้ตัวเองได้ยังไง?
แต่เพิ่มแรงกดดันมากขึ้นฟางผิงกลับแววตาวูบไหวเล็กน้อยจู่ๆ ก็ตะโกนว่า “ฉันไร้คู่ต่อสู้ในขั้นเจ็ด! ในเมื่อผู้อาวุโสอยากทดสอบงั้นก็ต่อได้เลยแค่นี้ไม่พอหรอก!”
ตึง!
ฟางผิงตาเป็นประกายกระดูกทองบนร่างเปล่งแสงสว่างไสวทั่วร่างเผยสีทองอร่าม
“ยังไม่พอ!”
ฟางผิงหัวเราะเสียงดัง “นี่แค่เท่าไหร่เอง!”
ให้ตายเถอะ!
แรงกดดันนี้นึกไม่ถึงว่าจะสามารถช่วยหลอมร่างทองตัวเองได้!
ฟางผิงเพิ่งรับรู้ได้เหมือนกันร่างทองมีเก้าขั้นตอนนี้ร่างทองของฟางผิงอยู่ในจุดเริ่มต้นไม่ได้หลอมสักครั้งการหลอมร่างทองอันที่จริงก็เป็นกระบวนการบีบอัดอย่างหนึ่งหลอมรวมร่างทองอย่างไม่หยุดหย่อนยิ่งบีบอัดแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้นน่าเสียดายฟางผิงยากที่จะบีบอัดตัวเองทำให้ร่างกายหลอมรวมมากกว่านี้ได้
ส่วนคนอื่น… ฟางผิงไม่เคยลองเหล่าจางอาจไม่ได้เสมอไปผู้ฝึกยุทธ์สมัยนี้พูดตามตรงให้ความสำคัญกับการต่อสู้พลังต่อสู้แข็งแกร่งแต่วิธีการบางอย่างกลับไม่ไหว
ให้เหล่าจางช่วยบีบอัดร่างกายให้ตัวเองบางทีอาจจะบีบจนระเบิดก็ได้แต่ตอนนี้เหมือนจะทำได้แล้วฟางผิงรับรู้ถึงพลังงานจำนวนมากรอบๆ ถูกตัวเองดูดซับเข้ามาม่านหมอกพลังงานพวกนี้ถูกร่างทองดูดกลืนอย่างไม่หยุดหย่อนผสมผสานและถูกบีบอัดฟางผิงมองไปทางหลี่หานซงตะโกนว่า “หัวเหล็กถอดเกราะออกดูดซับพลังงานบีบอัดร่างทอง!”
หลี่หานซงได้ยินก็ไม่ชักช้าไม่นานก็ถอดเกราะออกไปในความเป็นจริงแรงกดดันนั้นอยากถอดเกราะเขามาโดยตลอดแต่เขาไม่ยอมชุดเกราะถูกถอดออกไปแล้วหลี่หานซงก็เสียหลักเล็กน้อยข้างหลังนั้นเหล่าหวังแค่นเสียงอย่างดูแคลนว่า “แค่นี้!”
ใครใช้ให้นายเหิมเกริมก่อนหน้านี้ตอนนี้ก็เหมือนพวกเราไม่ใช่หรือไง
หลี่หานซงเปล่งร่างทองเจิดจ้าหัวเราะว่า “มีความสามารถนายก็เดินมาหาฉันที่นี่สิเดินเข้ามาฉันส่งเกราะให้นายยังได้!”
“นายพูดเองนะ!”
สิ้นเสียงหวังจินหยางก็กัดฟันฝืนเคลื่อนไหวขึ้นมาหนึ่งก้าวหลี่หานซงเห็นแบบนั้นก็ตกใจไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรพยายามเดินไปข้างหน้าต่อเหล่าหวังบ้าไปแล้วเพื่อเงินไม่สนใจชีวิตด้วยซ้ำฟางผิงกวาดตามองหวังจินหยางแวบหนึ่งเห็นเขาระเบิดปราณพลังกระดูกทองกำลังปะทุเช่นกันระหว่างที่เดินมาข้างหน้าก็ตะโกนไปด้วย “ดูดซับพลังงานของเหลวให้มากหน่อยพลังงานที่นี่มีเยอะถ้าได้รับบาดเจ็บบางทีผู้อาวุโสอาจจะส่งสสารไม่แตกดับให้พวกเราฟื้นฟูเล็กน้อยก็ได้ ว่าแล้วผู้อาวุโสพื้นที่ระหว่างเขตแดนต้องเป็นห่วงมนุษยชาติอย่างแน่นอนแม้แต่สสารไม่แตกดับก็มียังจะสนใจสสารไม่แตกดับเล็กน้อยที่มอบให้คนรุ่นหลังอย่างพวกเราหรือไง?”
จนถึงตอนนี้เขายังไม่ได้ใช้ค่าทรัพย์สินฟื้นฟูด้วยซ้ำแค่รอเท่านั้นระหว่างที่ฟางผิงประจบประแจงก็ตะโกนว่า “เหล่าเหยาเดินต่อสิ! ไม่ตายก็พอแล้วใกล้ๆ นี้มีพลังงานอยู่เยอะดูดซับให้มากๆ หน่อย! เก็บไว้ในนี้ยังไม่รู้ว่าเสียเปรียบให้พวกถ้ำใต้ดินหรือเปล่า! ถ้ำใต้ดินบุกเบิกพื้นที่ระหว่างเขตแดนมาหลายแห่งแล้วได้ยินว่าหลายสิบแห่งกระทั่งแม่น้ำสสารไม่แตกดับยังขนออกไปหมด”
ระหว่างที่พูดเหยาเฉิงจวินที่อยู่ข้างหลังก็กัดฟันแน่นเคลื่อนขึ้นมาข้างหน้าต่อเนื้อหนังบนร่างเริ่มปริแตก!
เขาเคยใช้ผลหลอมร่างทองเพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกายเหมือนกันแต่นี่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เล็กน้อยเท่านั้นกระทั่งเหล่าหวังยังสู้ไม่ได้พลังปราณของเหล่าหวังเกรงว่าจะแข็งแกร่งกว่าฟางผิงซะอีกพลังปราณของฟางผิงไม่ถึงสองหมื่นแคลเกรงว่าเหล่าหวังคงจะประมาณนั้นเหมือนกัน
ฟางผิงเห็นพวกเขาตามขึ้นมาแล้วตัวเองก็เดินไปข้างหน้าต่อยังคงตะโกนว่า “ผู้อาวุโสแดนเสวียนเต่อยังคงเป็นห่วงใยมนุษยชาติไม่งั้นคงไม่ทดสอบพวกเราหรอก น่าเสียดายที่ตอนนี้กระทั่งสสารไม่แตกดับมนุษยชาติยังไม่อาจฝึกฝนออกมาได้ทำได้แค่อาศัยร่างทองของตัวเองค่อยๆ สร้างขึ้นมาเท่านั้นน่าสังเวชใจจริงๆ…”
พูดประโยคพวกนี้ฟางผิงก็เดินออกมาเกือบแปดร้อยเมตรแล้วตอนนี้หลี่หานซงอยู่พอๆ กับเขาหอบหายใจอย่างหนักฟางผิงไม่สนใจเขาพลังงานข้างหน้ายิ่งเข้มข้นเข้าไปอีกแทบจะกลายเป็นของแข็งอยู่แล้วฟางผิงคันยุบยิบในใจอยู่บ้างกลัวว่าเจ้าของที่นี่จะใจแคบเห็นตัวเองเก็บพลังงานจะโยนเขาออกไปข้างนอก
“ช่างเถอะรอได้เคล็ดวิชามาก่อนจะยกเค้าไปให้หมด!”
ฟางผิงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ก่อนจะออกไปจะชักตักเจ้าพวกนี้ให้เกลี้ยงเลย ตอนนี้ดูดซับได้มากเท่าไหร่ก็เท่านั้น
ระหว่างที่ฟางผิงบีบอัดร่างทองก็ยังคงเดินไปข้างหน้าปราณของเขาเหมือนจะเพิ่มขึ้นตามการบีบอัดของร่างทองเช่นกันปราณในร่างกายกำลังสิ้นเปลืองขีดจำกัดกลับเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนความหนาแน่นของร่างทองตอนนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันบีบอัดไปบีบอัดมาฟางผิงรู้สึกราวกับว่าตัวเองเตี้ยลงแล้วทำได้แค่ดูดกลืนพลังงานอย่างบ้าคลั่งต่อให้ตัวเองร่างยืดขึ้นมา
“ตอนนี้ฉันน่าจะหนักสามพันจินแล้ว!”
ฟางผิงสะท้อนใจอยู่บ้างผู้ฝึกยุทธ์ฝึกไปฝึกมาแทบจะฝึกจนตัวเองกลายเป็นเพชรแล้ว
“เหล่าจางอย่างน้อยน่าจะหนึ่งหมื่นจิน!”
ฟางผิงสงสัยว่าบางทีอาจจะเยอะกว่าหนึ่งหมื่นจินด้วยซ้ำตอนนี้เขายังไม่ใช่ร่างทองอย่างแท้จริงเลยร่างทองยังกำลังบีบอัดไม่ขาดสายฟางผิงเดินบ้างหยุดบ้างข้างหลังนั้นหลี่หานซงหอบแฮกๆ ตามหลังมาแสงสีทองสองสายวิบวับไม่หยุดเช่นกันในเวลานี้จู่ๆ เหยาเฉิงจวินที่อยู่ท้ายสุดก็ร่างปริแตกส่งเสียงฮึดฮัดออกมาตอนนี้แสงสีทองหนึ่งสายก็พุ่งออกมาจากตำหนักข้างหน้าครู่ต่อมาเนื้อหนังของเหยาเฉิงจวินก็เริ่มฟื้นฟูทั้งเวลานี้ร่างทองของฟางผิงก็ปริแตกเช่นกันแสงสีทองสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาเห็นอาการนี้หลี่หานซงก็แววตาวูบไหวร่างทองพังทลายลงเหล่าหวังแทบจะตามหลังมาติดๆ พังทลายร่างทองแสงสีทองพุ่งออกมาจากตำหนักใหญ่ต่อ
“สสารไม่แตกดับ!”
พวกเขาต่างลอบดีใจส่งมาจริงๆ ด้วย!
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยเหลือ!”
ฟางผิงขอบคุณเสียงดังเดินไปข้างหน้าต่ออีกหลายเมตรร่างกายพังทลายอีกครั้งแสงสีทองก็พุ่งออกมาอีก พวกเหล่าหวังก็ค่อยๆ ก้าวขึ้นมาเช่นกันร่างกายยังคงพังทลายต่อ…
ครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนหน้านี้เดินไม่กี่ร้อยเมตรทุกคนยังไม่เป็นอะไรด้วยซ้ำแต่ตอนนี้พวกเขาหนึ่งเมตร สองเมตร ใบหน้าก็แดงก่ำไปหมดแล้วเนื้อหนังปริแยกตอนแรกแสงสีทองยังพุ่งออกมาไม่หยุดหย่อนพอถึงตอนท้าย… แสงสีทองเหมือนจะลังเลอยู่บ้างแต่ยังคงพุ่งออกมาข้างนอกพวกฟางผิงต่างไม่พูดอะไรเดินอยู่พักหนึ่งเนื้อหนังก็ปริแตกอีกครั้งเดินอีกสักพักเนื้อหนังก็พังทลายอีกเวลานี้ฟางผิงแทบจะสุขใจจนบ้าคลั่งมีเงินจริงๆ!
ทุกครั้งที่แสงสีทองพุ่งออกมาอย่างน้อยก็มีสสารไม่แตกดับแฝงอยู่ประมาณสิบหยวนนั่นเป็นค่าทรัพย์สินถึงหนึ่งแสนไม่ได้น้อยเลย
ช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็ได้รับหลายสิบครั้งแล้วนี่เป็นค่าทรัพย์สินหลายล้านจุด!
ทางเดินยาวประมาณหนึ่งพันห้าร้อยเมตรตอนนี้เขาเดินออกมาหนึ่งพันเมตรแล้วฟางผิงคำนวณเล็กน่อยตัวเองควรจะก้าวให้ช้าลงหน่อยดีหรือเปล่าจากการหยั่งเชิงหลายครั้งนี้เขาค้นพบว่าถ้าในนี้มีคนอยู่จริงๆ คงไม่นับว่าใจแคบเกินไปแล้ว
“ดูท่าการทดสอบยังมีผลประโยชน์ให้…”
ฟางผิงลอบดีใจพังทลายเนื้อหนังต่อดูดกลืนสสารไม่แตกดับอย่างไม่ขาดสายยิ่งเดินไปข้างหลังฟางผิงก็ยิ่งพบว่าเนื้อหนังพังทลายยากขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็นสาเหตุที่ร่างทองแข็งแกร่งขึ้น!
ด้านข้างนั้นหลี่หานซงตามทันฟางผิงแล้วรอจนเห็นฟางผิงคลานเหมือนกับเต่าหลี่หานซงก็ชะงักฝีเท้าแอบเสียดายทีหลังอยู่บ้าง โถ่เอ๊ย ฉันเดินเร็วเกินไปแล้ว! เหมือนจะคว้าผลประโยชน์ได้น้อยกว่าฟางผิงหลายครั้ง!
เวลานี้หลี่หานซงก็ก้าวช้าลงบ้างเช่นกันเดินก้าวหนึ่งร่างกายก็ปริแตกครั้งหนึ่งในตอนที่พวกเขาพากันสุขใจเนื้อหนังฟางผิงปริแตกอีกครั้งกำลังรอแสงสีทองพุ่งเข้ามา… รออยู่ค่อนวันกลับไม่มีความเคลื่อนไหว!
“ผู้อาวุโส? ยังอยู่หรือเปล่า? ผู้เยาว์ร่างกายพังทลายแล้วไม่มีการตอบรับ!
นอกจากไม่มีการตอบรับแล้วแรงกดดันเหมือนจะเพิ่มขึ้นอีกฟางผิงเผยสีหน้าจนใจหันไปมองหลี่หานซงแวบหนึ่งหลี่หานซงเห็นฟางผิงไม่มีสสารไม่แตกดับมาช่วยซ่อมแซมอีกแล้วครุ่นคิดเล็กน่อยก่อนจะพังทลายเนื้อหนังอย่างระมัดระวังผลปรากฏว่ารออยู่นานก็ไม่มีการตอบรับเช่นกัน
“ไม่มีแล้ว?”
หลี่หานซงมองไปทางฟางผิงถูกพวกเขาหลอกจนหมดแล้ว? ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง! มีทะเลสสารไม่แตกดับเชียวนี่แค่ไหนเอง!
ฟางผิงส่ายหน้าจนใจเหมือนกันน่าจะไม่มีแล้ว ไม่ใช่ว่ามีขีดจำกัดอีกก็คงรู้ความหมายของพวกเขาแล้วตอนนี้จึงไม่ให้อีกระหว่างที่กำลังคิดแสงสีทองสายหนึ่งก็พุ่งออกมาข้ามไปหาเหยาเฉิงจวินที่อยู่ข้างหลังระหว่างที่เหยาเฉิงจวินฟื้นฟูก็เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “ร่างกายของฉันถึงขีดจำกัดจริงๆ แล้วพวกนายยังไม่ถึงขีดจำกัด…เกรงว่าพังทลายอีกคงไม่มีให้แล้ว”
พวกเขาสบสายตากันให้ตายเถอะยังจะคาดคะเนได้อีกฟางผิงไร้ทางเลือกทำได้แค่เดินไปข้างหน้าต่อครั้งนี้ไม่ได้จงใจพังทลายเนื้อหนังอีกแล้วหนึ่งพันหนึ่งร้อยเมตร หนึ่งพันสองร้อยเมตร…
ตอนที่ฟางผิงเดินมาถึงหนึ่งพันสามร้อยเมตรเหยาเฉิงจวินที่อยู่ประมาณแปดร้อยเมตรก็ชะงักฝีเท้านั่งขัดสมาธิลงเริ่มดูดกลืนพลังงานและสสารไม่แตกดับเพื่อฝึกวิชา