ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 687 ต่างคนต่างมีแผน (3)
เงาที่ราวกับภาพมายาเอ่ยเสียงเบาว่า “ยากอยู่บ้าง จะพยายามทำให้สำเร็จ เจ้ายังสามารถอยู่ได้นานเท่าไหร่?”
“สงครามใหญ่ยังไม่เริ่ม ข้าไม่อาจตายได้หรอก!”
“สงคราม… สงครามใหญ่เปิดฉากขึ้น หาเมล็ดพันธุ์แห่งการเกิดใหม่เจอ บางทีอาจจะสามารถช่วยเจ้าได้”
“หวังว่าเป็นอย่างนั้น” เงาร่างนั้นเงียบไปพักหนึ่ง เอ่ยอีกครั้งว่า “หากไม่ไหวจริงๆ เจ้าหาวิธีเข้าไปในดินแดนแห่งการเกิดใหม่ ทิ้งต้นกำเนิดชีวิตเอาไว้ ดูสิว่าจะสามารถคืนชีพอีกครั้งได้หรือเปล่า…”
ชายกลางคนเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “ข้าไปไม่ได้ ไปแล้วงั้นความพยายามที่ทำมาทั้งหมดก็สูญเปล่า!”
“เฮ้อ!” เงาร่างนั้นถอนหายใจเนิ่นนาน ก่อนจะเอ่ยว่า “เหนือราชาที่ยังสนับสนุนเจ้า ตอนนี้มีเท่าไหร่?”
“มีไม่กี่คน… แต่ก็ไม่เป็นไร หากข้ายังไม่ตาย ฟื้นฟูความสามารถกลายเป็นเหนือราชา ทั้งหมดล้วนจะย้อนกลับไปเหมือนตอนแรก หากข้าตายไป ต่อให้มีคนสนับสนุนมากแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์”
เงานั้นไม่พูดอีก หลังจากนั้นสักพักก็หายวับไปจากที่เดิม
วันที่ 9 ตุลาคม
มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้ บนหอคอยคริสตัล
ฟางผิงมองฟางหยวนที่อยู่ข้างล่าง ไม่พูดอะไรสักคำ เผยแววตาดำดิ่งลึก
ด้านข้างนั้นเฉินอวิ๋นซีเผยสีหน้าเป็นกังวล กดเสียงต่ำว่า “ฟางผิง ให้หยวนหยวนพักเถอะ”
ข้างล่างนั้นฟางหยวนยืนโคลงเคลงบนพื้น เต็มไปด้วยรอยน้ำเหงื่อเปียกไปทั่วพื้นตั้งนานแล้ว ฟางผิงไม่ได้พูดอะไร ลอยลงไปข้างหน้าฟางหยวนอย่างช้า ๆ
ฟางหยวนริมฝีปากแห้งผาก ดวงตาพร่ามัว เหมือนจะมองไม่เห็นฟางผิง ฟางผิงหยิกแก้มเธอเบา ๆ ถอนหายใจว่า “ผอมแล้ว”
ฟางหยวนไม่พูดอะไร ไม่รู้ว่าได้ยินหรือเปล่า
“ไม่ใช่ว่ามีความมุ่งมั่นก็สามารถกลายเป็นยอดฝีมือได้ ยุคสมัยใหม่ยอดฝีมือที่มีความมุ่งมั่นแทบจะกลาดเกลื่อน ใครไม่มีความมุ่งมั่นทุ่มเทบ้าง? เธอจะเรียนวรยุทธ์ฉันไม่ได้คัดค้าน ทั้งไม่ได้ขัดขวางอะไรเหมือนกัน แต่เธอกลับคิดอยากจะเป็นยอดฝีมือ… ยอดฝีมือคืออะไร? คือความรับผิดชอบ คือภาระ คือการปกป้อง คือการอุทิศตน คือการจ่ายออกไป! เธอสามารถแบกรับภาระแบบนี้ไหวหรือไง? เธอมีคุณสมบัติแบงรับภาระแบบนี้? เธอคิดจะแบ่งเบาภาระจากฉัน เธอจะสามารถแบ่งเบาอะไรได้? ในระหว่างทางที่เธอจะฝึกให้แข็งแกร่งขึ้น เธอมีแต่จะทำให้ฉันกดดันและเป็นกังวลเท่านั้น เธอไม่ได้แบ่งเบาภาระอะไรฉันเลย ยอดฝีมือไม่ใช่ว่าจะเป็นก็เป็นได้ ต่อให้ทรัพยากรมากขนาดไหน เงื่อนไขดีขนาดไหน พรสวรรค์แข็งแกร่งถึงขนาดไหน เธอไม่ไปเข่นฆ่าไม่ต่อสู้ จะกลายเป็นยอดฝีมือได้ยังไง? แข็งแกร่งขึ้นก็คือความอันตราย…”
“ฉัน… ฉัน… ไม่กลัว!” ฟางหยวนเอ่ยด้วยเสียงแห้งผาก
ฟางผิงหัวเราะ บีบแก้มที่ซูบเซียวลงไปอยู่บ้างของเธอ ถอนหายใจว่า “เธอไม่กลัว เธอเป็นแค่ลูกวัวแรกเกิดที่ไม่กลัวเสือ แต่ฉันกลัว ถ้าจะเป็นแบบนี้คงไม่ให้เธอเรียนวรยุทธ์ตั้งแต่แรก ตอนนี้นึกย้อนเสียใจก็ไม่ทันแล้ว ช่วงเวลาต่อต้านของเด็กน่ากลัวจริงๆ พูดอะไรก็ไม่ฟัง ช่างเถอะ ๆ แล้วแต่เธอละกัน ออกไปเถอะ อย่าพูดว่าเธอเป็นน้องสาวของฟางผิงอีก แม้ยากที่จะปิดบังคนอื่น แต่เด็กผู้หญิงโตขึ้นรูปร่างหน้าตาลล้วนเปลี่ยนแปลง ผ่านไปสักระยะหนึ่งบางทีทุกคนคงไม่รู้จักเธอแล้ว ช่วงนี้อย่าออกจากเซี่ยงไฮ้ ห้ามลงถ้ำใต้ดินด้วย รออีกสักหน่อยเถอะ”
“พี่… นาย… นายรับปากแล้ว?” ฟางหยวนโยนหินพลังงานทิ้งทันที ร่างโซซัดโซเซกลับเผยสีหน้าดีใจ…
เธอเพิ่งจะดีใจ ฟางผิงก็ถอนหายใจว่า “น่าเสียดาย วันยืนหยัดไม่ถึงสิบวัน…”
ชั่วพริบตานี้ฟางหยวนก็ระเบิดความสามารถออกมาทันที ตอนแรกเกือบจะล้มลงไป เวลานี้จู่ ๆ ก็เคลื่อนไหวอย่างว่องไว กระโดดขึ้นไปบนตัวฟางผิงทันที เกาะอยู่บนฟางผิงราวกับหมีโคอาล่า ก่อนจะงับไหล่ฟางผิงไปเต็มคำ เธอเลือดขึ้นหน้าแล้ว!
แกร๊ก…
“ฮือๆๆ…” ครู่ต่อมาจู่ ๆ ฟางผิงก็ร้องไห้เสียงดังขึ้นมา “เจ็บ! ฟันแทบจะร่วงแล้ว”
ตุ้บ… ฟันหน้าร่วงลงมาจริงๆ แล้ว ฟางผิงถอนหายใจว่า “ใจร้ายกับตัวเองอะไรขนาดนั้น? นึกไม่ถึงว่าจะกัดจนฟันหน้าหักแล้ว เด็กคนนี้โหดร้ายจริงๆ โชคดีที่พี่โหดกว่าเธอ…”
“ฮือๆ…” ฟางหยวนสะอึกสะอื้น “รังแกกันชัด ๆ! รังแกกันเกินไปแล้ว! สู้ก็สู้ไม่ได้ ด่าก็ยังด่าแพ้… นี่จะให้ใช้ชีวิตยังไงอีก!”
ด้านข้างนั้นเฉินอวิ๋นซีกระโดดลงพื้นแล้ว เห็นฟางหยวนฟันร่วงก็มองฟางผิงด้วยใบหน้าหมดคำพูด “นายจะโหดเกินไปแล้ว? กับน้องสาวตัวเองนึกไม่ถึงว่าจะใช้วิธีย้อนกลับแบบนี้ เธอเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสอง นายแค่สั่นสะเทือนนิดหน่อยสมองเธอก็ระเบิดได้แล้ว”
ฟางผิงยักไหล่ “ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ สักหน่อย ฉันยังลืมไปว่าตัวเองทะลวงขั้นแปดแล้วด้วย ทั่วร่างร่างทองมีกลไกปกป้องด้วยตัวมันเองเถอะ โชคดีที่เก็บงำพลังทันเวลา ไม่งั้นคงสั่นสะเทือนยัยหนูกลมตายไปแล้ว”
ได้ยินฟางหยวนร้องห่มร้องไห้ ฟางผิงก็หัวเราะเจื่อน ๆ ก่อนสสารไม่แตกดับสายหนึ่งจะแทรกซึมเข้าไปในสมองเธอ หลังจากนั้นสักพักฟางผิงก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เรียบร้อยแล้ว ร้องไห้อะไร แค่เสียฟันหน้าธรรมดาไปหนึ่งซี่เท่านั้น ให้ฟันทองเธอแทนละกัน สวยกว่าตั้งเยอะ!”
“ฮือๆ… ฉันไม่อยากได้ฟันทอง ฉันอยากได้ฟันของฉันคืน”
“โง่หรือเปล่า! ฟันทองแข็งแกร่งจะตาย หรือจะลองเปลี่ยนฟันทุกซี่ให้หมด…”
“ไม่เอา!”
“งั้นก็แล้วไป”
“ฮือๆ… ฉันไม่สน ฉันยืนอยู่ที่นี่เก้าวัน นายบอกว่าจะให้ฉันอยู่ที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้รับภารกิจต่อ… นายพูดแล้วห้ามคืนคำนะ!”
ฟางผิงลูบหัวเธอเบา ๆ ถอนหายใจอีกครั้ง “ไม่คืนคำ ยังจะร้องไห้จนขี้มูกโป่งอีก มียอดฝีมือที่ไหนร้องไห้เป็นเด็กแบบนี้กัน? แล้วแต่เธอเถอะ เธออยากจะทำภารกิจก็ทำไป เปลี่ยนชื่อซะ อย่าชื่อฟางหยวน แซ่ฟางอันตราย หลังจากนี้ชื่อหยวนฟาง”
“ฉันไม่เอา ฉันจะใช้แซ่ฟาง!”
ฟางผิงบ่นร่ำไรกับน้องสาวอยู่หลายประโยค ฟางหยวนที่เหนื่อยจนหมดแรงร้องไห้ไปร้องไห้มาก็หลับปุ๋ยในอ้อมกอดของเขา ลูกเติบโตก็ไม่เชื่อฟังพ่อแม่อีกแล้ว!
ฟางผิงถอนหายใจอีกครั้ง มองไปทางเฉินอวิ๋นซี เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “หลังจากนี้เธอช่วยดูเด็กนี่ให้มากหน่อยละกัน…”
เฉินอวิ๋นซีสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย “นาย… นายมีเรื่องอะไรอีกแล้วใช่หรือเปล่า…”
ฟางผิงโบกมือ ผ่านไปสักพักก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เรื่องไม่ใช่ว่าไม่อยากพูด แต่เธอรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ พรุ่งนี้เธออย่าไปทางเกาะละกัน…”
“เพราะอะไร?”
“ไม่มีเพราะอะไร อย่าไปก็แค่นั้น… ช่างเถอะ เผื่อเธอจะแอบไป อันตรายมาก พรุ่งนี้จะมีสงครามใหญ่! ช่วยฉันดูฟางหยวนด้วย เด็กนี่อาจจะแอบวิ่งไปได้”
“อันตรายมากอย่างนั้นเหรอ?”
ฟางผิงครุ่นคิดแล้วก็เอ่ยว่า “อาจจะ จากแผนการตอนนี้ยังไม่มีอันตราย แต่บางเรื่อง… ก็พูดยาก!”
ฟางผิงไม่พูดมากอีก แค่รู้สึกว่าพรุ่งนี้อาจจะไม่ราบรื่นเสมอไป เรื่องบางเรื่องข้อมูลบางอย่างได้มาอย่างราบรื่นและง่ายดายเกินไป เจ้าลัทธิใหญ่ควบคุมลัทธินอกรีตมาตั้งหลายปี จะไม่รู้เลยหรือไงว่ารัฐบาลแต่ละประเทศและดินแดนศักดิ์สิทธิ์แต่ละแห่งสอดแทรกคนเข้าไปอยู่ในลัทธินอกรีต? คนโง่ถึงจะไม่คิด กระทั่งฟางผิงยังเคยตั้งข้อสงสัยแบบนี้มาก่อน เจ้าลัทธิใหญ่จะไม่รู้เลยหรือไง?
นึกไม่ถึงว่าข้อมูลทั้งหมดจะบอกว่า ผู้กอบกู้โลกอาวุโสพวกนั้นมากันกี่คน ความสามารถขั้นไหน แจ้งให้ทุกคนทราบอย่างละเอียดไม่มีตกหล่น ห้าคน… เหอะ ๆ … พรุ่งนี้อาจจะส่งมาเจ็ดคนก็ได้!
ฟางผิงลอบขำในใจ บางเรื่องก็ต้องรอดู ยังมีเหล่าจางไอ้เวรนั่นอีก ไม่ใช่คนดีอะไร ครั้งนี้ตัวเองรอดกลับมาได้ ไม่ช้าก็เร็วจะคิดบัญชีกับเขา! ข้อมูลปลอมก็บอกฉัน… คิดว่าฉันรู้แล้วจะกลัวจริงๆ หรือไง! น่าขำ!
ฟางผิงลอบนินทาในใจ จู่ ๆ ในมือก็ปรากฏหนังสือคริสตัลขึ้นมาหลายสิบเล่ม ฉีกยิ้มขึ้นอีกครั้ง “เหล่าจางเอ๊ยเหล่าจาง นายมันปัญญาอ่อนชัด ๆ โง่เงาสมองนิ่ม… ถ้าไม่ดูจากอายุก็แค่นั้นแหละ”
พูดประโยคนี้จบฟางผิงก็เก็บหนังสือคริสตัลเอาไว้ เฉินอวิ๋นซีมองอย่างตกตะลึง “นี่คือ… ด่ารัฐมนตรีจาง?”
=====================