ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 687 ต่างคนต่างมีแผน (2)
จีเหยาฟังจบก็ส่ายหน้าเบา ๆ ชายกลางคนเอ่ยว่า “ในเมื่อราชสำนักเทียนมิ่งมีเหนือราชาห้าคนยินดีลงมือ นั่นก็น่าจะเพียงพอแล้ว”
จีเหยาครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าสำนัก ดินแดนแห่งการเกิดใหม่… สิ่งที่เรียกว่าลัทธินอกรีตนั้น สามารถฆ่าฟางผิงได้จริงๆ? ฟางผิงคนผู้นี้ขาก็รู้จักดี เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวมากด้วยวิธีการ หากหนีรอดจากครั้งนี้ได้ ปล่อยให้เขาเติบใหญ่ บางทีอาจจะเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อแดนเทพ…”
ชายกลางคนหัวเราะว่า “น่าจะทำได้”
จีเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยอีกครั้ง “ขออภัยหากข้าพูดตรงไป อยากฆ่าฟางผิงนั้น จำเป็นต้องใช้ข้อได้เปรียบให้มากที่สุด ใช้พลังบดขยี้เขาอย่างถึงที่สุด ทำให้เขาไร้ทางจะหลบหนี… อีกอย่างฟางผิงมีวิธีการมากมาย เขาสามารถเก็บงำกลิ่นอาย เปลี่ยนแปลงกลิ่นอาย หลบหนีจากการไล่ฆ่าก็เป็นเรื่องง่าย ๆ”
“ได้ยินมาเหมือนกัน” ชายกลางคนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “จีเหยาไม่จำเป็นต้องกังวล ครั้งนี้ฟางผิงยากที่จะหนีพ้น”
เห็นชายกลางคนพูดอย่างมั่นใจ จีเหยาก็ไม่อาจพูดอะไรอีก ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ ไม่นานจีเหยาก็ถอนตัวออกจากตำหนักไป
เธอเพิ่งจะไป ข้างล่างก็มียอดฝีมือชุดเกราะหยัดกายขึ้นก้มตัวถามว่า “เจ้าสำนัก เมื่อกี้ทำไมเจ้าสำนัก… ไม่เอ่ยถึงเรื่ององค์ชายเฟิ่งเมี่ยเฉิง?”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา หลายคนก็เผยแววตาแปลกออกไป ชายกลางคนเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “จีเหยาเป็นทายาทของราชามิ่ง ลูกสาวของจีหง เย่อหยิ่งทะเยอทะยาน ยิ่งบีบคั้นก็ยิ่งจะทำให้เรื่องสำเร็จได้ยาก หากเฟิ่งเมี่ยเฉิงมีใจจริงๆ ต้องพยายามบางอยู่แล้ว ถ้าข้าเอ่ยออกไปจะทำให้จีเหยามองเป็นศัตรูได้ง่าย”
สิ้นเสียงของชายกลางคน ข้างล่างตำหนักก็มีคนเอ่ยว่า “ก่อนหน้านี้เฟิ่งเมี่ยเฉิงถูกฟางผิงทำลายความมุ่งมั่นในเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ ถูกสั่นคลอน ฟางผิงไม่ตาย เฟิ่งเมี่ยเฉิงยากที่จะขจัดมารในใจ ในอนาคตใครก็ไม่อาจพูดได้ชัดเจน ก่อนที่ฟางผิงยังไม่ตาย เอ่ยถึงก็ไร้ประโยชน์ ราชามิ่งและเจ้าสำนักเทียนมิ่งล้วนไม่อาจรับปากได้ ถูกต้อง ฟางผิงกลายเป็นมารในใจเฟิ่งเมี่ยเฉิงแล้ว ก่อนหน้านี้เฟิ่งจิ่วเฉิงยังถูกฟางผิงหลอกฆ่า ยิ่งเป็นมารในใจหนักขึ้นไปอีก ไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม”
ทุกคนทยอยส่งเสียง แม่ทัพสวรรค์ที่เอ่ยถึงเรื่องนี้เป็นคนแรกขมวดคิ้วเล็กน้อย “ครั้งนี้ขอแค่โจมตีฆ่าฟางผิงสำเร็จ มารในใจย่อมถูกกำจัด องค์ชายเฟิ่งเมี่ยเฉิงก็จะก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นเหมือนกัน…”
ชายกลางคนยกมือหยุด เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “งั้นรอฟางผิงตายแล้วค่อยว่ากัน เรื่องนี้ไม่รีบ ครั้งนี้ราชสำนักเทียนมิ่งยินดีให้ความร่วมมือก็ดีใจอย่างคาดไม่ถึงแล้ว จะเอาปัญหาที่ไม่เกี่ยวข้องมาแทรกแซงไม่ได้ ป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบกับภาพรวม เข้าใจแล้วแยกย้ายกันไปเถอะ” ชายกลางคนหอบหายใจอยู่บ้าง ทุกคนลอบถอนหายใจอีกครั้ง ไม่นานก็แยกย้ายกันออกไป
รอคนพวกนี้ไปแล้ว ในตำหนักก็เหลือแคชายกลางคนและชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง ชายหนุ่มเผยใบหน้าใสกระจ่าง ตอนนี้เดินขึ้นมาจากข้างล่าง เอ่ยอย่างเป็นห่วงว่า “ท่านพ่อ พักผ่อนให้มากๆ หน่อยดีกว่า…”
ชายกลางคนโบกมือเบา ๆ ตบที่เก้าอี้ ก่อนรอบทิศทางของตำหนักจะมีกำแพงโปร่งใสผุดขึ้นมา ชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็รวบรวมสมาธิเล็กน้อย
ชายกลางคนหอบหายใจว่า “จำไว้ให้ดี ครั้งนี้ไปเขตแดนเจ็ดทางใต้ เจ้าไปควบคุมสงคราม… หลังจากเจ้าไปแล้ว ช่วงเวลาสำคัญหาวิธีปล่อยตัวหลี่ฉางเชิงและอู๋ขุยซานออกไปช่วยเหลือฟางผิง…”
“ท่านพ่อ!”
ชายหนุ่มเผยใบหน้าสั่นสะเทือน ชายกลางคนขมวดคิ้วกดเสียงเบา “ฟังที่ข้าพูด! ฟางผิงจะตายไม่ได้! ไม่จำเป็นต้องสนใจราชาปีศาจเกิดใหม่อะไรนั้น การคงอยู่ของฟางผิงนั้นถึงจะเป็นพื้นฐานของการร่วมมือแห่งสองราชสำนักใหญ่ ครั้งนี้ราชสำนักเทียนมิ่งยินดีเคลื่อนไหวเหนือราชาห้าคน นี่หากเป็นเมื่อก่อนก็ยากจะจินตนาการแล้ว ราชสำนักและดินแดนแห่งการเกิดใหม่รบรากันมาหลายปีเกิดความสูญเสียอย่างหนัก ราชสำนักเทียนมิ่งกลับทำแค่รอซ้ำยามศัตรูอ่อนกำลัง นี่ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของราชสำนัก บางคนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวแล้วคิดแต่จะฆ่าฟางผิงให้ได้ ถึงกระทั่งไม่เสียดายที่จะสละยอดฝีมือเขตแดนข้างนอก… นี่ถึงจะเป็นผลเสียต่อราชสำนักมากที่สุด!
อีกอย่างราชาเฟิ่งเอาแต่คิดจะฆ่าฟางผิง ทั้งคิดปูทางให้เฟิ่งเมี่ยเฉิง ให้เขาไปกำจัดมารในใจ ประคับประคองเฟิ่งเมี่ยเฉิงให้กลายเป็นเจ้าแห่งราชสำนัก ให้ตระกูลเฟิ่งถือกำเนิดยอดฝีมือเหนือราชาคนที่สอง! ครั้งนี้ถึงขั้นไม่เสียดายที่ใช้ประโยชน์จากผู้รับช่วงต่อของพวกเราในดินแดนแห่งการเกิดใหม่ น่าขยะแขยงซะจริง! ฟางผิงตายหรือไม่ตายสำหรับพวกเราล้วนเป็นผลลัพธ์เหมือนกัน หากเขาตาย เจ้าอยู่ตัวคนเดียว เพื่อกำจัดคู่ต่อสู้ ตระกูลเฟิ่งต้องฆ่าเจ้าแน่!
ใช้โอกาสที่ข้ายังสามารถประคองตัวเองได้อีกช่วงหนึ่ง มีผู้ฝึกยุทธ์อัจฉริยะเช่นนี้ถือกำเนิดในดินแดนแห่งการเกิดใหม่เป็นโอกาสของเจ้าเหมือนกัน… ยิ่งเขาแข็งแกร่งก็ยิ่งดูดดึงความสนใจของทุกคน เจ้าก็จะยิ่งปลอดภัยเท่านั้น หลบตัวพักฟื้นระยะหนึ่ง รอสงครามใหญ่มาถึงก็ไม่อาจมีใครสนใจเจ้าอีกแล้ว ดังนั้นสำหรับคนอื่นฟางผิงต้องตาย สำหรับพ่อและเจ้า ฟางผิงจะตายไม่ได้ หากเขาตายงั้นเจ้าและข้าก็มีชีวิตรอดได้อีกไม่นานเท่าไหร่แล้ว…”
ชายกลางคนหอบหายใจหนักยิ่งกว่าเดิม เอ่ยว่า “จำเอาไว้หรือยัง?”
“ท่านพ่อ ข้าจำได้แล้ว!”
“อืม ไปเถอะ… อีกอย่างฉวยโอกาสที่จีเหยายังอยู่ที่ราชสำนัก ไปคลุกคลีให้มากหน่อย เทียบกับเฟิ่งเมี่ยเฉิงคนไร้ประโยชน์นั้น เจ้ายังแข็งแกร่งมากกว่าเขา เฟิ่งเมี่ยเฉิงมีความสามารถมีดีอะไร มีคุณสมบัติจะเกี่ยวดองกับทายาทราชามิ่ง? ข้ายังไม่ทันตาย ตระกูลเฟิ่งก็ทนไม่ไหวแล้ว ช่างน่าชัง! สงครามในเวลานั้น… ราชาเฟิ่งที่เป็นเหนือราชาอยู่ข้างหลังข้า ผลปรากฏว่ากลับมองดูข้าถูกราชาพิภพทำลายต้นกำเนิด ใช้ข้ออ้างว่าถูกคนขัดขวางไม่อาจให้ความช่วยเหลือได้… นับแตนั้นเป็นต้นมา ราชาเฟิ่งก็วางแผนกับตำแหน่งเจ้าสำนักแล้ว ก่อนหน้านี้ตั้งใจให้เฟิ่งจิ่วเฉิงรับช่วงต่อ น่าขำที่เฟิ่งจิ่วเฉิงเดินในเส้นทางต้นกำเนิดตัวเองไม่มีโอกาสแล้ว หลังจากนั้นคิดจะให้เฟิ่งชิงเข้ามาในราชสำนัก กลับคาดไม่ถึงว่าเฟิ่งชิงจะตายในน้ำมือฟางผิง น่าขำเข้าไปใหญ่! ตอนนี้เฟิ่งเมี่ยเฉิงคนไร้ประโยชน์นี่ก็คิดจะได้ตำแหน่ง ลำพังตัวเองยังไร้ความสามารถ ไม่อาจฆ่าฟางผิงได้ เอ่ยถึงชื่อฟางผิงยิ่งคุ้มคลั่งขึ้นมา… เขามีคุณสมบัติจะสืบทอดตำแหน่งเจ้าแห่งราชสำนักด้วยหรือไง?”
ชายกลางคนเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “การโจมตีฆ่าฟางผิงครั้งนี้เป็นแผนการของพวกราชาเฟิ่ง หากแผนการล้มเหลว เกรงว่าราชสำนักเทียนมิ่งจะดูแคลนราชาเฟิ่งสามส่วน เหนือราชาคนอื่น ๆ ที่เข้าร่วมก็จะผิดหวังต่อราชาเฟิ่ง ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ราชาเฟิ่งจะมีคุณสมบัติประคองทายาทตัวเองให้กลายเป็นเจ้าแห่งราชสำนักได้? อีกอย่างครั้งนี้ไปควบคุมสงคราม แสดงออกไปว่าไร้ความสามารถหน่อย ตอนแรกไม่อยากให้เจ้าเข้าไปด้วยตัวเอง แต่หลังจากที่ข้าบาดเจ็บกลับมา ราชสำนักก็ไม่มีใครให้ไว้ใจอีกแล้ว…”
ชายหนุ่มครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะถามว่า “ท่านพ่อ แม้จะปล่อยคนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้กลับไป ฟางผิงจะมีชีวิตรอดได้อย่างนั้นหรือ? ลูกได้ยินว่า…”
ชายกลางคนยกมือห้าม เอ่ยเสียงเบาว่า “ข้าย่อมมีแผนอยู่แล้ว จริงสิ… ครั้งนี้ไปควบคุมสงครามเขตแดนเจ็ดทางใต้ เรียกเฟิ่งเมี่ยเฉิงไปด้วยจะดีที่สุด อย่าไปคนเดียวจะดีกว่า เฟิ่งเมี่ยเฉิงใจทะเยอทะยานสูงยิ่งกว่าท้องฟ้า หาวิธีเป่าหูสักหน่อยเขาก็พร้อมมือ ไม่พายเอาเท้าราน้ำแล้วจะยิ่งสร้างความวุ่นวายได้ง่ายขึ้นอีก!”
“ลูกเข้าใจแล้ว ไปเถอะลูกขอตัวก่อน!”
รอชายหนุ่มออกไปแล้ว ชายกลางคนก็ตบที่บัลลังก์อีกครั้ง กำแพงโปร่งใสหายวับไป ชายกลางคนกลับไม่ได้รีบร้อนจะออกไป รออีกสักพักใหญ่ หลังจากนั้นก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้น เงาร่างนั้นเลือนราง ชายกลางคนไม่สนใจเหมือนกัน เอ่ยเสียงเบาว่า “ครั้งนี้กระตุ้นให้เกิดสงครามเหนือราชา! ไม่ใช่เพื่อข่มขู่ แต่เพื่อระเบิดสงคราม! หาวิธีให้เหนือราชาของราชสำนักเทียนมิ่งบาดเจ็บหนักถึงกระทั่งล้มตาย!”
ร่างที่ราวกับภาพมายาไม่ได้พูดอะไร ช่วงใบหน้ามีการสั่นไหวเล็กน้อย
ชายกลางคนเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “ราชสำนักเทียนมิ่งออมแรงตัวเองมาหลายปี อยากนั่งชุบมือเปิบจะง่ายแบบนั้นได้ยังไงกัน! เหนือราชาตายไปหลายคนหน่อยถึงจะสู้กับดินแดนแห่งการเกิดใหม่อย่างไม่เลิกรา! ทางที่ดีต้องล่อให้พวกเขาห้ำหั่นกับเหนือราชาดินแดนแห่งการเกิดใหม่ ราชาสงครามของดินแดนแห่งการเกิดใหม่มีโทสะง่ายที่สุด ราชาสงครามมอบให้ราชสำนักเทียนมิ่งละกัน ราชาสงครามมีความสามารถโจมตีฆ่าเหนือราชาเช่นกัน! มองเห็นโอกาสเขาคงไม่ปล่อยไป อีกอย่างสามารถทำให้ราชาสงครามบาดเจ็บหนัก โจมตีฆ่าราชาสงครามได้จะดีที่สุด!
แค่ฟางผิงคนเดียวไม่ใช่เป้าหมายสำคัญของราชสำนัก แม้ฟางผิงจะเป็นราชาปีศาจกลับมาเกิด แม้จะฟื้นฟูความสามารถในชาติก่อน ยังต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่? ตอนที่ระเบิดสงครามใหญ่เขาจะสามารถกลายเป็นเหนือราชาได้แล้ว? โจมตีฆ่าเหนือราชาดินแดนเกิดใหม่คนหนึ่ง สำคัญกว่าการฆ่าฟางผิงเป็นร้อยเท่าพันเท่าซะอีก! สูญเสียกำลังมากขนาดนี้ นึกไม่ถึงว่าจะโจมตีฆ่าแค่ฟางผิง… น่าขำ เวลานั้นหากตัดสินใจแบบนี้คงบุกทะลวงดินแดนแห่งการเกิดใหม่ได้ตั้งนานแล้ว ครั้งนี้ก็ควรทำให้คนทั้งหมดรู้ถึงภัยคุกคามที่ดินแดนแห่งการเกิดใหม่นำพามาเช่นกัน! ก่อนที่จะเกิดสงครามไม่มีคนตายไปสักหน่อย… ทุกคนจะเข้าใจได้อย่างไรว่าดินแดนแห่งการเกิดใหม่น่ากลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้ขนาดไหน”