ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 702-3 สบายที่ไหนกัน (3)
ฟางผิงพยักหน้าอีกครั้ง ครุ่นคิดแล้วก็เอ่ยว่า
“รัฐมนตรี ถ้าร่างแยกพลังจิตใจถูกผมช่วงชิงมา สามารถใช้โจมตีคู่ต่อสู้ได้หรือเปล่า?”
“อย่าฝันเลย แม้ร่างแยกพลังจิตใจจะเป็นแค่ขั้นตอนอย่างหนึ่ง แต่ขั้นตอนนี้ก็มีสติปัญญา…”
ฟางผิงเอ่ยเสริมว่า
“ความหมายของผมคือ ผมปลอมเป็นทายาทของเหนือราชาแล้วค่อยปลดปล่อย”
จู่ ๆ จางเทาก็เหนื่อยใจอยู่บ้าง ครั้งนี้ทนไม่ไหวแล้ว ถามว่า
“เรื่องที่เธอเปลี่ยนแปลงกลิ่นอายได้ ตกลงทำยังไงกันแน่? เรื่องนี้เขาไม่เคยเจอมาก่อน ฟางผิงไม่เคยแสดงต่อหน้าเขาเหมือนกัน แต่เรื่องนี้คนของเขตหวงห้ามเคยประสบพบเจอ เมื่อก่อนคาดเดาได้ยากว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เขาไม่ได้ถามเหมือนกัน แต่ตอนนี้ฟางผิงไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้เท่าไหร่แล้ว กระทั่งเขตหวงห้ามยังกล้าแฝงตัวเข้าไป จางเทายังจะไม่รู้ได้อย่างไรอีกว่าจริงหรือไม่จริง”
ฟางผิงหัวเราะว่า
“รัฐมนตรี เรื่องนี้คุณถามผม ผมก็ไม่ชัดเจนเหมือนกัน อาจจะเป็นความสามารถของชาติก่อน ยังไงจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมออกไปผมก็ทำได้แล้ว ไม่ใช่วิธีพิเศษอะไรเหมือนกัน”
“สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงให้ฉันได้หรือเปล่า?”
“ทำไม่ได้ น่าเสียดาย”
จางเทาถอนหายใจ
“ไม่งั้นฉันก็จะเข้าไปตระเวนในเขตหวงห้ามสักครั้งเหมือนกัน นั่นถึงจะน่าสนใจ”
จางเทาเผยสีหน้าผิดหวัง น่าเสียดายแล้ว ความสามารถพลิกฟ้าแบบนี้ถูกเจ้าเด็กนี่ควบคุมไว้ หากเป็นเขา… นั่นไปถึงเขตหวงห้ามแล้วยังจะไม่ทำให้เขตหวงห้ามวุ่นวายไปทั่วได้อย่างไร? ยอดฝีมือคนหนึ่งที่สามารถปรากฏตัวขึ้นได้ตลอดเวลา จู่โจมเหนือราชาได้ทุกเมื่อ ซ่อนตัวอยู่ข้างกายพวกเขา นั่นจะเป็นฉากแบบไหนกัน? Everyone ต่างระแวงกันเอง! พวกเหนือราชายังจะคิดจู่โจมโลกอีก? ไม่ฆ่าผู้ที่ซ่อนตัวคนนี้ เหนือราชาน่าจะไม่กล้าออกจากบ้านด้วยซ้ำ แม้จะเสียดาย จางเทาก็บังคับอะไรไม่ได้
“ถ้าเธอปลอมเป็นทายาทของเหนือราชา ต้องอยู่ที่ดวงแล้ว เหนือราชาที่อ่อนแอนหน่อย ร่างแยกพลังจิตใจจะสงบนิ่งอยู่ตลอด ไม่ค่อยเคลื่อนไหวอะไรแบบนั้น แต่เหนือราชาที่แข็งแกร่ง ร่างแยกพลังจิตใจที่พวกเขาแบ่งออกมาจะเคลื่อนไหวอยู่ช่วงหนึ่ง สามารถรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ทั้งหมด แน่นอนคนที่มีความสามารถแบบนี้มีไม่เยอะ ทั้งยังต้องดูว่าแบ่งร่างแยกพลังจิตใจออกมาเท่าไหร่ อย่างเช่นราชาสยบฟ้า เขาสามารถทำได้ แต่ร่างแยกที่เขาแบ่งออกมามีพลังจิตใจสะสมไม่มาก เวลานี้จะอยู่อย่างสงบนิ่งเหมือนกัน”
“ไม่ใช่ทุกคนที่แข็งแกร่งเหมือนฉัน ไม่ใช่ทุกคนที่เหมือนกับฉัน แบ่งร่างแยกพลังจิตใจให้เธอ แทบจะมีพลังจิตใจสะสมอยู่จำนวนมาก ไอ้หนู เธอสิ้นเปลืองร่างแยกฉันไปสองครั้งแล้ว ฉันถูกแบ่งพลังจิตใจไปอย่างน้อยสิบเปอร์เซ็นต์ หลังจากนี้เธอดูเอาเองเถอะว่าควรทำยังไง หากไม่ใช่เพราะเธอ ตอนนี้ฉันอาจจะทะลวงถึงขั้นจักรพรรดิแล้วก็ได้”
ฟางผิงกลอกตา คำพูดแบบนี้คุณก็กล้าพูดออกมา?
หลังจากนั้นจางเทาก็พูดสถานการณ์บางอย่างออกมาอีกครั้ง สถานการณ์ที่เขาเข้าใจดี ฟางผิงจดจำไว้ทั้งหมดเช่นกัน รอพูดพอหอมปากหอมคอแล้ว ฟางผิงก็เอ่ยว่า
“รัฐมนตรี ครั้งนี้ผมทำภารกิจอันตรายขนาดนี้ คุณไม่ควักอะไรออกมาเลยหรือไง”
จางเทาหนาดำคล้ำ
“ฉันให้เธอไปหรือไง? เธอจะไปเอง ตอนนี้ยังจะมาหาผลประโยชน์จากฉัน? ฉันจนขนาดนี้ มีผลประโยชน์ให้เธอหรือไง?”
“ร่างแยกพลังจิตใจเอาไปไม่ได้ เจ้านี่เข้าไปอยู่ในแหวนเก็บของไม่ได้ พกไปจะถูกคนพบได้ง่าย ผมไม่ได้หมายถึงเจ้านี่ ผมหมายถึงอย่างอื่น เช่น น้ำแร่ชีวิตอะไรแบบนี้ ให้ผมสักหนึ่งร้อยจินก็พอแล้ว หินพลังงานเอ่ยให้ไม่กี่ตันก็ได้ หรือจะของอย่างบัวทองสวรรค์ ให้ผมสักหลายสิบดอก…”
“ไม่มี!”
จางเทาปฏิเสธอย่างฉับไว
ฟางผิงเผยสีหน้าเศร้าสร้อย เอ่ยเสียงเบา
“งั้นก็ช่างเถอะ ตายในถ้ำใต้ดินก็ตายเถอะ งานรำลึกวันที่แปดก็รวมผมไปด้วยเถอะ คิดซะว่าผมตายแล้วได้…”
“ฟางผิงเหนื่อยใจ คุณตอบไวเกินไปแล้ว!”
แม้จางเทาจะพูดแบบนั้น สุดท้ายขัดแย้งในใจอยู่ครึ่งวัน ทำสีหน้าเจ็บปวด แล้วก็ยังควักชุดเกราะตัวหนึ่งออกมาโยนให้ฟางผิง ถอนหายใจว่า
“ให้เธอยืม เอากลับมาคืนฉันด้วย”
ฟางผิงรับมาตาเป็นประกายทันที เอ่ยว่า
“เกราะวิเศษขั้นแปด? คุณมีเจ้านี่ด้วย ทำไมไม่ควักออกมาให้เร็วกว่านี้? ยังจะเอาแต่บอกว่าตัวเองยากจน เธอเป็นขั้นสุดยอดแล้ว ใช้เจ้านี่ก็ไม่มีประโยชน์ ยังซ่อนไว้อีก… นี่ไม่ใช่สิ้นเปลืองหรือไง?”
จางเทาเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
“อะไรเรียกว่าซ่อนกัน? เธอจะรู้อะไร ก่อนหน้านี้เกราะวิเศษตัวนี้ถูกทำลายใช้ไม่ได้ ฉันสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจไปบางส่วนถึงซ่อมแซมขึ้นมาได้ เพิ่งจะซ่อมได้ไม่นาน ตอนนี้ซ่อมแล้วก็เอามาให้เธอยืม จริงสิ เกราะนี้ไม่เป็นมงคลเท่าไหร่ ดูเอาเถอะว่าต้องใช้ตอนไหน”
“ไม่เป็นมงคล?”
“เจ้าของที่ใช้มันตายกันหมดแล้ว ตายก็ตายไป เกราะวิเศษกลับยังอยู่ไม่ได้หายไป เธอว่าเป็นมงคลหรือเปล่าล่ะ? พอเอาเกราะไปใช้ก็แทบจะถูกคนซ้อมจนเนื้อแหลกเหลว เกราะยังพังยับเยินไปด้วย ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว สามครั้งแล้ว เธอเป็นครั้งที่สี่ หวังว่าครั้งนี้จะไม่ซ้ำรอยเดิม”
ฟางผิงหมดคำจะพูด หลังจากนั้นก็ไม่สนใจเรื่องนี้อีก เกราะวิเศษขั้นแปดเป็นของดี เกราะวิเศษเป็นอาวุธวิเศษประเภทหนึ่งที่มีมูลค่ามากสุด เกราะตัวนั้นของหัวเหล็ก กระทั่งเหล่าจางยังอยากได้ เห็นได้ชัดว่าล้ำค่าขนาดไหน เกราะวิเศษขั้นแปดมูลค่าเทียบเท่ากับอาวุธวิเศษขั้นเก้า อย่างน้อยก็มูลค่าหนึ่งแสนล้าน เหล่าจางบอกว่าให้ตัวเองยืม ฟางผิงกลับเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
“เจ้านี้นับว่าเป็นค่าตอบแทน รวมถึงดอกเบี้ยด้วย คุณติดหนี้ผมตั้งก้อนใหญ่ เจ้านี่เป็นของผมละกัน รอผมถึงขั้นเก้าขั้นสุดยอดคงไม่ใช่เรื่องยาก แล้วค่อยส่งให้คนอื่นอีกครั้งเหอะ!”
จางเทาแค่นเสียงในลำคอ
“ฉันติดหนี้เธอ? เธอลองพูดอีกครั้งสิ ฉันรับรองว่าจะซัดเธอให้ตาย!”
แต่ฟางผิงบอกว่าเป็นค่าตอบแทน เขาก็คร้านจะพูดอะไรแล้ว ปล่อยเธอเถอะ รอเลี้ยงเจ้าเด็กนี่ให้อุดมสมบูรณ์แล้วค่อยถอนขนกลับมาอีกครั้งก็เท่านั้น
ทั้งสองคนพูดคุยกันถึงตรงนี้ เรื่องราวก็นับว่าเป็นอันจบลง
ออกมาจากชั้นบนสุด ฟางผิงก็ลงไปรวมตัวกับเหล่าหวังข้างล่าง ทั้งสองคนเดินออกมาจากตึก คนสัญจรไปมาอย่างเร่งรีบ หลายคนรวมกลุ่มกันพูดคุยเรื่องถ้ำใต้ดิน บางคนเป็นกังวล บางคนมีความฮึกเหิมอย่างแรงกล้า เผยสีหน้าอยากลองสักตั้ง
หวังจินหยางมองอยู่พักหนึ่ง ไม่ได้ถามเรื่องของฟางผิง เอ่ยขึ้นว่า
“ช่วงนี้ฉันอาจจะไปแดนรบราชาแล้ว…”
“หืม?”
“เลื่อนขั้นไม่เร็วพอ จนถึงตอนนี้ฉันเพิ่งจะขั้นเจ็ดตอนกลางเท่านั้น ยังช้าเกินไป มีแค่ต้องไปแดนรบราชา ถึงจะสามารถก้าวหน้าอย่างรวดเร็วได้ นายสนิทกับฉัน พวกจีเหยาต่างรู้เรื่องนี้… ไม่เป็นไร ยังไงแดนรบราชาก็ยังมีความยุติธรรมอยู่บ้าง ในพื้นที่ขั้นเจ็ดฉันอาจไม่กลัวใครเสมอไป กลับไปจะไปจะถามหัวเหล็กกับเหล่าเหยาสักหน่อย หากสถานการณ์เอื้ออำนวย พวกเราก็ไปด้วยกัน มีหัวเหล็กอยู่ ถึงจะมีขั้นแปดข้ามเขตเข้ามา ก็อาจฆ่าพวกเราไม่ได้เสมอไป”
เหล่าหวังพูดถึงขนาดนี้ ฟางผิงก็ไม่อาจพูดอะไรได้ ทุกคนต่างมีเส้นทางที่ต้องเดิน ฟางผิงไมอาจจะเคลื่อนไหวกับพวกเขาได้ตลอด ตอนนี้เขาอยู่ขั้นแปดแล้ว พวกเหล่าหวังแทบจะกลายเป็นตัวถ่วง เหล่าหวังรู้เรื่องนี้เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่ถามฟางผิงว่าจะทำอะไร ตอนนี้เรื่องที่ฟางผิงยุ่งเกี่ยว เขายุ่งเกี่ยวไม่ได้ เหมือนกับฉินเฟิ่งชิงก่อนหน้านี้ พวกฟางผิงอยู่ขั้นเจ็ด เจ้าหมอนี่อยู่ขั้นหก พวกฟางผิงออกเคลื่อนไหว ฉินเฟิ่งชิงก็ไมอาจเข้าร่วมได้เหมือนกัน
“ระวังตัวด้วย”
“นายก็เหมือนกัน”