ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 715 ยังมีหลักการแบบนี้ด้วยหรือไง (1)
ตอนที่ 715 ยังมีหลักการแบบนี้ด้วยหรือไง (1)
ในลานกวางคล้อยหลังจากเสียงของยอดฝีมือคนนี้ ผู้ฝึกยุทธ์เขตแดนข้างนอกที่เหลืออยู่พวกนั้นต่างก็หน้าถอดสี ฟางผิงระวังตัวขึ้นมาเช่นกัน เตรียมพร้อมที่จะหนีทุกเมื่อ
อีกฝ่ายแข็งแกร่งมาก ไม่ใช่ขั้นเก้าอ่อนแอ เป็นยอดฝีมือที่เดินในเส้นทางต้นกำเนิด ทั้งยังมีอาวุธวิเศษในมือ!
ยอดฝีมือแบบนี้ไม่ใช่คนที่ฟางผิงจะรับมือได้ พวกเขากังวล
เฟิงเมี่ยเชิงกลับเผยสีหน้าไม่ใส่ใจ แค่หัวเราะว่า “เจ้าเมืองเฮออะไรกัน จะฆ่าคนปิดปาก? หรือจะฆ่าขาดเลยล่ะ ข้าแค่พูดความจริงไม่ี่ประโยคเท่านั้น หรือมีปัญหาอะไร?”
เจ้าเมืองเฮอเผยสีหน้าดูไม่ได้ เอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “องค์ชาย บางเรื่องคนทั่วไปสามารถพูดได้ คนนอกสามารถพูดได้ แต่องค์ชายพูดไม่ได้! ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้สืบทอด เป็นทายาทของเหนือราชา องค์ชายก็น่าจะเข้าใจมากกว่าข้า!”
เฟิงเมี่ยเชิงเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ข้าต้องเข้าใจอยู่แล้ว แต่ข้าพูดอะไรออกไป? ไม่ได้พูดชื่อแซ่เจาะจงใคร เจ้าเมืองเฮอร้อนใจขนาดนี้ กลับเสียกิริยาอย่างบางแล้ว!”
เจ้าเมืองเฮอขมวดคิวอีกครั้ง!
เขาค่อนข้างไม่พอใจต่อเฟิงเมี่ยเซิง สถานะของเจ้าไม่เหมือนกัน เรื่องตั้งคำถามกับการตายของเหนือราชา ราชสำนักเทียมมิ่งสามารถพูดส่งเดชต่อหน้าทุกคนได้หรือไง?
เวลานี้เจ้าเมืองเฮอถึงกระทั่งเกิดไอสังหารขึ้นแล้วด้วยซ้ำ!
ไม่ใช่ลงมือกับเฟิงเมี่ยเชิง แต่เป็นคนของราชวงศ์และสำนักเทพพวกนั้น!
แม้ว่าคนพวกนี้จะอยู่ภายใต้ราชสำนัก แต่ไม่ได้อยู่ในอำนาจราชสำนักโดยตรง ก่อให้เกิดปัญหาได้ง่าย!
ในเวลานี้กลางอากาศ คนของแต่ละราชวงศ์และสำนักเทพ ยอดฝีมือขั้นเก้าสี่คนต่างทยอยเปิดเผยกลิ่นอาย มีคนเอ่ยหยอกว่า “เจ้าเมืองเฮอ องค์ชายเฟิงแค่พูดขำๆ ไม่กี่ประโยคเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องคิดจริงจัง?”
“ใช่แล้วๆ! คนเขตแดนข้างนอกพวกนี้ แม้จะฝีมือธรรมดา แต่หลายคนก็เป็นทายาทของผู้ฝึกยุทธ์ระดับแม่ทัพสวรรค์ เจ้าเมืองเฮอบอกจะฆ่าก็ฆ่า บุ่มบ่ามลงมือเกินไปแล้ว!”
แต่ก็เข้าใจได้ เวลานั้นเจ้าเมืองเฮอทำสงครามร่วมกับเจ้าแห่งราชสำนักมาหลายปี ความสัมพันธ์แนบแน่น ตอนนี้ลงมือก็เข้าใจได้
ยอดฝีมือพวกนี้ปากบอกว่าขำๆ กลับระวังตัวอย่างยิ่ง พากันระเบิดพลังขึ้นมาลอบสะสมไว้ภายใน
เจ้าเมืองเฮอเป็นเจ้าเมืองราชาของชายแดนราชสำนัก มีเจ้าเมืองระดับแม่ทัพสวรรค์สามร้อยหกสิบคน ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นยอดฝีมือในเส้นทางต้นกำเนิด อย่างมากก็มีแค่หนึ่งร้อยคนเท่านั้น
ทั้งหนึ่งร้อยคนนี้ ฝีมือของเจ้าเมืองเฮอถือว่าเป็นประเภทที่แข็งแกร่ง ด้วยเหตุนี้แม้ว่ายอดฝีมือกลางอากาศจะมีไม่น้อย กลับระแวดระวังขึ้นมากังกวลว่าเจ้าเมืองเฮอจะลงมืออย่างกะทันหัน
เจ้าเมืองเฮอไม่ปริปากพูด ด้านข้างนั้นข้างกายของฮวาอวี่ก็มียอดฝีมือขั้นเก้าเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคนแล้ว ตามมาด้วยเฟิงเมี่ยเชิง ยอดฝีมือขั้นแปดหลอมห้าขันที่คุ้มกันพวกเขาไปเขตแดนเจ็ดทางใต้ก่อนหน้านี้ก็ยืนอยู่ข้างหน้าเฟิงเมี่ยเชิงเช่นกัน
ส่วนเฟิงเมี่ยเชิงเองในมือก็ปรากฏใบไม้แผ่นหนึ่ง
ฟางผิงชำเลืองมองครุ่นคิดอยู่ในใจ ‘ร่างแยกพลังจิตใจของราชาเฟิง?’
แต่แบบนี้แล้วกลับปลอดภัยไม่น้อย เจ้าเมืองเฮอเห็นทุกคนระแวดระวังขึ้นมาก็สลายไอสังหารในชั่วพริบตา เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “เมื่อครู่ข้าทำเพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวถูกเผยแพร่ไปเท่านั้น บางเรื่ององค์ชายอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องขำๆ แต่หากไปถึงหูคนอื่น อาจจะไม่ใช่เรื่องขำๆ เสมอไป”
สิ้นเสียงก็มองไปทางพวกฟางผิง คลี่ยิ้มว่า “คนพวกนี้ในเมื่อรับเป็นคนขององค์ชายแล้ว งั้นข้าย่อมไม่จำเป็นต้องกังวลว่าพวกเขาจะพูดจามั่วซั่ว แต่เพื่อเกียรติของราชสำนัก ข้าหวังว่าทุกคนจะระวังคำพูดด้วย!”
เฟิงเมี่ยเชิงหัวเราะอย่างดูแคลน ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน
ไม่สนใจเจ้าเมืองเฮออีก หันไปมองหลี่อันที่เงียบกริบอยู่ด้านข้าง เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “หลี่อัน วันนี้จบแค่นี้เถอะ! แต่วันนี้ได้รับอะไรมากมายเหมือนกัน คุ้มแล้ว! หวังว่าครั้งนี้กลับไปเมืองจักรพรรดินี ยังจะสามารถลอยตัวอย่างอิสระอยู่ได้!”
“ฮาๆๆ!”
เฟิงเมี่ยเชิงหัวเราะเสียงดัง มองไปทางพวกฮวาอวี่อีกครั้ง ยิ้มว่า “ทุกคน สิ่งที่ควรพูดข้าพูดไปหมดแล้ว พวกเขา [อ่าน] เอาเถอะ! คนอย่างขาหากจะแข่งขันนั้นก็ต้องทำในที่แจ้ง!”
“บางคนหน้าซื่อใจคดนั้นก็ต้องระวังตัวให้มาก!”
ทิ้งคำพูดนี้ไว้ เฟิงเมี่ยเชิงก็ทะยานไปในอากาศออกไปทันที
พวกฟางผิงรีบติดตามไป ระหว่างนั้นฟางผิงก็มองไปข้างล่าง…
มองอยู่สักพัก ฟางผิงก็อดไม่ได้เอ่ยเสียงเบาว่า “องค์ชาย คนพวกนี้ล้วนพกทรัพย์สินทั้งหมดมาราชสำนัก…”
“เขาทนไม่ไหวแล้ว!”
“เฟิงเมี่ยเชิงเจ้านี่มันปัญญาอ่อนสิ้นดี!”
“ตั้งหลายพันคน!”
“ฆ่าคนไปเยอะขนาดนี้ คนพวกนี้ล้วนพกทรัพย์สินติดตัวมา ของตั้งมากมาย!”
เขาไม่มีสิทธิ์ไปแย่งชิง เฟิงเมี่ยเชิงกลับทำได้ ถึงเวลานั้นอย่างมากก็กำจัดเฟิงเมี่ยเชิงแล้วเอาของพวกนี้ไปให้เขาเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินแทน แต่มันออกมาแบบนี้ ไม่ใช่เปิดโอกาสให้คนอื่นหรือไง?
เฟิงเมี่ยเชิงชะงักการเคลื่อนไหวเล็กน้อย กลับไม่ได้หยุดฝีเท้า
เขาเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์!
หรือตอนนี้จะให้ลงไปคลำศพ?
แต่หางตายังคงชำเลืองมองขั้นแปดที่อยู่ด้านข้าง ขั้นแปดคนนั้นเห็นก็ไม่มากความ สะบัดมือส่งๆ ออกไป ไม่เอาหินพลังงานพวกนั้น
อาวุธวิเศษหลายชิ้นและสัมภาระบางอย่างที่มีพลังงานสะสมเต็มเปี่ยมข้างล่างนั้นก็มาอยู่ในมือของเขาแล้ว
ส่วนหินพลังงานนั้นไม่ใช่ของขาดแคลนอะไร จากฐานะของเฟิงเมี่ยเชิง ไปตักตวงมาก็เกินไปหน่อย แต่เอาอาวุธวิเศษและสมบัติล้ำค่าบางส่วนมาก็ไม่มีใครพูดอะไรเหมือนกัน
อาวุธวิเศษมีไม่เยอะ เดิมทีเขตแดนข้างนอกก็มีอาวุธวิเศษน้อยอยู่แล้ว คนนับพันที่อยู่ตรงนี้มีอาวุธวิเศษไม่เกินสิบคนเท่านั้น คนผู้นี้โบกมือส่งๆ ก็คว้าอาวุธวิเศษได้หาชิ้นไม่ นับว่าฆ่าคนน้อยลง
ทางเฟิงเมี่ยเซเชิงตอนนี้ก็ขาดแคลนอาวุธวิเศษอยู่บ้างเหมือนกัน เวลานั้นเขาพาคนไปฆ่าฟางผิงที่แดนรบราชา บางคนเป็นญาติสายตรงกับเขา อาวุธวิเศษเขาก็เป็นคนให้ ผลปรากฏว่ากลับเปิดโอกาสให้ฟางผิงแล้ว
ช่วงนี้ขัดสนอยู่พอดี ไม่อย่างนั้นจากทรัพย์สินเมื่อก่อนของเขายังอาจจะไม่ให้คนหยิบของพวกนี้มาด้วยเสมอไป
เฟิงเมี่ยเชิงไปแล้ว คนอื่นๆ ต่างหัวเราะยกใหญ่ก่อนจะแยกย้ายกันไป พวกฮวาอวี่ก็ไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ตอนที่จะไปยังมองหลี่อันอย่างลึกล้ำ
รอคนพวกนี้ไปแล้ว จู่ๆ หลี่อันก็หน้าซีดเผือด กัดฟันแน่น “ขุยหมิง!”
“เจ้าสารเลวนั้นต้องฆ่าเขาให้ตาย!”
หลี่อันนึกไม่ถึงว่าวันนี้เขาจะตกอยู่ในเงื้อมมือของขุยหมิง
เขาคิดว่าเรื่องทั้งหมดอยู่ในความควบคุมของตัวเอง กลับคาดไม่ถึงว่าขุยหมิงจะสมรู้ร่วมคิดกับเฟิงเมี่ยเชิงนานแล้ว นึกไม่ถึงว่าเขาจะถูกผู้ฝึกยุทธ์ขั้นขุนพลคนหนึ่งหลอกได้
ตอนนี้คล้อยหลังจากคำพูดของเฟิงเมี่ยเชิง เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขานานคงถูกเผยแพร่ออกไป ทั้งเสด็จพ่อของเขาก็อาจจะถูกคนบางส่วนเพ่งเล็ง ถึงกระทั่งระวังตัวขึ้นด้วย เป็นปัญหาแล้ว!
ด้านข้างนั้นเจ้าเมืองเฮอขมวดคิวเล็กน้อย “องค์ชาย ครั้งนี้ท่านใจร้อนเกินไปอย่างบาง วันนี้ไม่ควรให้ขุยหมิงออกหน้าเฟิงเมี่ยเชิง! ไม่อย่างนั้นอย่างมากก็แค่หมากลับตัวหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาเท่านั้น…”
หากไม่ใช่ว่าหลี่อันจะให้ขุยหมิงทำเรื่องนี้ให้ได้ ขุยหมิงอาจจะไม่คิดลงมือกับคนของหลี่อัน เพราะตกอยู่นั่งลำบากเสมอไป ทั้งไม่อาจกระตุ้นเรื่องที่เกิดตามด้วยเช่นกัน
ผลปรากฏว่าเพื่อออกหน้าเฟิงเมี่ยเชิง หลี่อันกลับสั่งให้ขุยหมิงทำเรื่องพวกนี้ เวลานี้ิ่งแล้วใหญ่ กลับถูกเฟิงเมี่ยเชิงเป็นฝ่ายได้เปรียบไป
ส่วนหมากลับนั้นไม่ได้สำคัญอะไร การแก่งแย่งตำแหน่งผู้สืบทอดเดิมทีก็อันตรายอยู่แล้ว ผู้สืบทอดสิบหกคนข้างกายใครไม่มีหมากลับบ้าง?
หลี่อันเผยสีหน้าไม่แน่นอน เนิ่นนานก็เอ่ยว่า “ลุงเฮอ ครั้งนี้ข้าประมาทไป ทั้งหุนหันพลันแล่นอย่างบาง… ช่วงนี้เฟิงเมี่ยเชิงเหิมเกริมขึ้นเรื่อยๆ ในราชสำนักก็ชี้นำคนบางส่วนให้ขัดแย้งกับเสด็จพ่ออยู่หลายครั้ง ข้าแค่…”
“เฟิงเมี่ยเชิงไม่น่ากลัว ประเด็นยังอยู่ที่ราชาเฟิง”
เจ้าเมืองเฮอถอนหายใจเบาๆ “องค์ชาย ราชาเฟิงถึงจะเป็นคนที่ท่านควรใส่ใจ เฟิงเมี่ยเชิงแค่เป็นหมากที่ถูกผลักออกมาเท่านั้น ไม่มีเฟิงเมี่ยเชิงก็ยังมีคนอื่น! ตัวการสำคัญคือราชาเฟิง”
“มีราชาเฟิงอยู่นี่ถึงเป็นสาเหตุให้เฟิงเมี่ยเชิงเหิมเกริมได้ องค์ชายยังเยาว์วัย ต่อให้เฟิงเมี่ยเชิงเหิมเกริมขนาดไหนก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ยิ่งเขาเหิมเกริมก็ยิ่งจะถูกคนพุ่งเป้าได้ง่าย ถูกองค์ชายคนอื่นเพ่งเล็ง…”
เจ้าเมืองเฮอลอบถอนหายใจ หลี่อันยังอ่อนหัดไปหน่อย เดิมทีก็มองไม่ทะลุปรโปร่ง!
เฟิงเมี่ยเชิงนับว่าสำคัญอะไร?
เขาตายหรือไม่ตายไม่ได้มีผลกระทบมากมาย ตอนแรกเฟิงชิงก็เป็นหนึ่งในผู้สืบทอดเหมือนกัน ปรากฏว่าตายแล้ว นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร!
ไม่นานตระกูลเฟ็งก็ผลักเฟิงเมี่ยเชิงออกมาทำให้กลายเป็นผู้สืบทอดเหมือนกัน ต้นกำเนิดทั้งหมดล้วนมาจากราชาเฟ็ง หลี่อันควรจะสงบเสงี่ยมต่อไป เก็บตัวต่อไป ไม่ใช่คิดจะกุมราบเฟิงเมี่ยเชิงในเวลานี้ เทียบกับเจ้าแห่งราชสำนักแล้ว หลี่อันยังห่างชั้นอยู่มากจริงๆ
เจ้าเมืองเฮอครุ่นคิดในใจ ไม่นานก็เอ่ยอย่างเยือกเย็น
“เรื่องนี้ไม่ได้สำคัญอะไร เจ้าแห่งราชสำนักบาดเจ็บหนัก เพื่อให้ปกป้องตัวเอง จึงให้ท่านทำตัวสงบเสงี่ยม ไม่ใช่เรื่องใหญ่! หลายคนสงสัยว่าท่านเสแสร้งหรือไม่ตั้งนานแล้ว ถูกเปิดโปงกลับจะทำให้พวกเขาคลายสงสัย ส่วนเรื่องอื่นไม่มีหลักฐาน ใครกล้าพูดมั่วซั่ว? แม้เจ้าราชสำนักจะบาดเจ็บหนัก แต่ในตำหนักเหนือราชาก็มีคนของเจ้าราชสำนักสนับสนุนอยู่ ขอแค่เจ้าราชสำนักมีชีวิตอยู่ เรื่องทั้งหมดในวันนี้ก็ไม่นับว่าสำคัญอะไรแล้ว!”
เจ้าเมืองเฮอกล่าวปลอบใจยกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยว่า “แต่ช่วงนี้อย่าเดินเตร็ดเตรไปทั่ว จะได้ไม่สร้างศัตรูเพิ่มให้เจ้าราชสำนัก”
“งั้นขุยหมิง…”
หลี่อันยังคงไม่ยินยอมอยู่บ้าง เจ้าเมืองเฮอแค่นหัวเราะ
“เป็นแค่ขุนพลเท่านั้น ในเมื่อท่านทนไม่ได้ งั้นก็ไม่ต้อง… หาโอกาสฆ่าเขาก็จบแล้ว! ขอแค่เฟิงเมี่ยเชิงไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ แม้จะรู้ว่าเป็นฝีมือท่านฆ่าเขาแล้วจะยังไงได้?”
“ไม่จำเป็นต้องข่มกลั้น ยิ่งท่านอดทน คนอื่นก็จะยิ่งกังวลว่าท่านวางแผนอยู่ ในเมื่อตอนนี้รู้ว่าท่านเสแสร้ง งั้นท่านก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีก ท่านยังอายุน้อย ฐานะสูงศักดิ์ ถูกขุนพลจากเขตแดนข้างนอกคนหนึ่งหยามเกียรติ ฆ่าเขาก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว! นอกจากฆ่าแล้วยังต้องฆ่าให้เด็ดขาด สั่นสะเทือนให้คนกลัว!”