ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 710-3 ฉันเป็นแค่คนไม่รู้หนังสือ (3)
“เวลานั้นเฟิงซินเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดตอนปลายแล้ว ทั้งตอนนี้เขาก็นับว่าไม่เลวแล้ว ภายใต้การสนับสนุนของราชาเฟิง เข้าสู่ขั้นเจ็ดตอนกลาง แต่ยังคงสู้เจียงฮ่าวไม่ได้อยู่ดี ความสามารถสู้อีกฝ่ายไม่ได้ ขาดไปช่วงหนึ่ง จะฆ่าเจียงฮ่าวได้อย่างไร?” เฟิงเมี่ยเชิงเอ่ยด้วยใบหน้าดำมืด
“ไม่ต้องมาพูดถึงข้า พวกเจ้าก็เหมือนกัน!”
“เหอะ อย่าเอาข้าไปเทียบกับพวกเจ้า เจียงฮ่าวไม่มีความกล้าฆ่าข้าด้วยซ้ำ!”
เฟิงเมี่ยเชิงแค่นหัวเราะ
“หากเจ้าไม่อยู่กับสัตว์ปีศาจที่เทียบได้กับขั้นแปดตัวนั้น ลองดูสิว่าเจียงฮ่าวจะกล้าฆ่าเจ้าหรือเปล่า?” สองคนนี้แค่ปากดีอย่างเดียวเท่านั้น
ฟางผิงฟังจนแทบหงุดหงิดแล้ว แต่จำเป็นต้องรักษาท่าทีนอบน้อมเอาไว้ จีเหยาผู้หญิงคนนี้ยังถามไม่จบ เขาต้องตั้งท่ารอ แต่ในหัวฟางผิงกลับมีคำแวบขึ้นมา ‘ผลวิเศษ!’ ผลวิเศษอะไร? ท่านผู้พิทักษ์… พืชปีศาจผู้พิทักษ์ของราชสำนักพืช งั้นอย่างน้อยก็ต้องอยู่ในขั้นเหนือราชาสินะ? ผลผลิตของพืชปีศาจขั้นเก้าแทบจะมีประสิทธิภาพพลิกฟ้าแล้ว พืชปีศาจเหนือราชากำลังจะออกผล? ตัวเองสามารถคว้าได้บางส่วนหรือเปล่า? ฟังจากคำพูดของจีเหยาน่าจะเป็นเรื่องยาก กระทั่งพวกเฟิงเมี่ยเชิงยังไม่มีโอกาส จีเหยากลับยังได้… ฟางผิงตัดสินใจแล้ว หากเป็นแบบนั้นจริงๆ งั้นก็จะปล้นจียา! ผลผลิตของพืชปีศาจเหนือราชาต้องมีประสิทธิภาพเลิศล้ำอย่างแน่นอน ‘งั้นฉันก็ต้องไปเมืองจักรพรรดิ ป้องกันไม่ให้พลาดโอกาส! ฉันอยู่ในถ้ำใต้ดินได้ไม่นานอยู่แล้ว… สถานศึกษาเฮงซวยอะไรนั่นไปก็ไม่มีประโยชน์! ฉันต้องไปอยู่ข้างกายเฟิงเมี่ยเชิงหรือหลีอัน เป็นลูกสมุนให้พวกเขา! ก่อนหน้านี้หลีอันให้เขาเป็นคนเฝ้าประตู… แต่ก็เป็นปัญหาเหมือนกัน เจ้าหมอนี้น่าจะอยู่ในพระราชวังหลวงสินะ? งั้นจิ้งจอกเฒ่าในราชสำนักคนนั้นไม่ใช่ว่าจะเจอกันได้ตลอดเวลา? ทางเฟิงเมี่ยเชิง… ก็มีโอกาสเจอเหนือราชาเหมือนกัน ล้วนยากทั้งคู่!’ ฟางผิงผุดความคิดต่าง ๆ นานาขึ้นในใจ สองคนนี้มีฐานะสูงศักดิ์ ง่ายที่จะพบเจอยอดฝีมือขั้นเหนือราชา หากเหนือราชาคิดสนใจขึ้นมา จู่ ๆ ใช้พลังจิตใจสำรวจอย่างละเอียด เขาก็เป็นปัญหาแล้ว อันตรายมาก! อันตรายอย่างถึงที่สุด!
แน่นอนว่าเหนือราชาอาจไม่ได้ว่างขนาดนั้นเสมอไป คนไม่ใช่กระทั่งระดับสูงในสายตาของเหนือราชา เทียบไม่ได้กับมดด้วยซ้ำ มนุษย์เจอมดคงไม่สนใจจะชำแหละดูหรอกว่าเป็นเพศผู้หรือเพศเมีย ‘ไม่เข้าถ้ำเสือจะได้ลูกเสือยังไง! สองคนนี้ฐานะสูงศักดิ์ รู้ความลับมากมายเหมือนกัน อยู่ที่อื่นถึงฉันจะอยู่ในถ้ำใต้ดินได้ตลอดชีวิตก็อาจจะไม่ได้รู้อะไรเสมอไป มีแค่ต้องติดตามเจ้าสองคนนี้ถึงจะรู้เยอะกว่า’ ฟางผิงครุ่นคิดในใจ มีแผนเรียบร้อยแล้ว ไม่ไปไหนทั้งนั้น ตามเจ้าสองคนนี้แหละ เฟิงเมี่ยเชิงโง่จะตายไป อาจไม่รู้เรื่องเยอะเสมอไป กลับเป็นหลีอันแกล้งโง่ ทำตัวทึ่ม ๆ บางทีอาจจะรู้เรื่องไม่น้อย แต่คนแบบนี้คลุกคลีนานเข้า บางทีอาจจะกระตุ้นความสงสัยได้ง่าย ‘ดูสถานการณ์แล้วค่อยตัดสินใจละกัน!’
ฟางผิงเพิ่งจะวางแผนเสร็จ พวกจีเหยาที่ปากมากก็พูดจบแล้วเหมือนกัน จีเหยาไม่ได้สนใจฟางผิงต่อ แค่ขั้นหกตัวเล็ก ๆ เท่านั้น ยังไม่คู่ควรให้เธอประเมินค่าสูง ก่อนหน้านี้ก็แค่ถามปัญหาบางอย่างเท่านั้น จีเหยาไม่ขวางทางอีก เฟิงเมี่ยเชิงก็ไม่พูดต่อเช่นกัน หลีอันกลับอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง ตอนจะไปยังเอ่ยว่า
“จีเหยา มาเมืองเทียนจื่ออย่าลืมบอกข้าล่วงหน้าด้วย ข้าจะไปรับเจ้า…”
จีเหยาแค่นเสียงในลำคอ หลีอันไม่สนใจเหมือนกัน เข้าไปในตำหนักแล้วยังคงมองเธออย่างไม่ละสายตา
ไม่มีจีเหยาขัดขวางแล้ว การเดินทางหลังจากนั้นก็ราบรื่น ตำหนักเคลื่อนที่อย่างว่องไว ฟางผิงลองจับสัมผัสเกรงว่าความเร็วจะเท่าครึ่งหนึ่งของความเร็วเสียง หนึ่งชั่วโมงข้ามได้กว่าพันลี้ ความเร็วนี้เทียบไม่ได้กับยอดฝีมือขั้นแปดขั้นเก้าระเบิดความเร็วเต็มกำลัง แตยอดฝีมือเดินทาง ร่างกายต้องแบกรับภาระหนัก ตำหนักมีประโยชน์นั่นก็คือร่างกายไม่ต้องแบกรับภาระ แค่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานและพลังจิตใจเท่านั้น ยอดฝีมือขั้นแปดสองคนผลัดกันควบคุม สามารถประคองอยู่ในสภาวะสูงสุดได้
ออกมาจากเขาสกชดสมุทร ฟางผิงคำนวณตามเวลาของมนุษย์ น่าจะประมาณสิบโมงเช้า จวบจนถึงตอนเย็นห้าโมงกว่าค่อยถึงที่หมายของทุกคน ระยะทางเกือบเจ็ดพันลี้! เขตหวงห้ามนั้นกว้างใหญ่อย่างที่คาด กว้างใหญ่จนน่ากลัว ตำแหน่งที่อยู่ก่อนหน้านี้น่าจะเป็นชายแดนของสองราชสำนักใหญ่ เมืองราชาชิงหยางก็อยู่ในพรมแดนของราชสำนักพืชปีศาจ ยังคงต้องเดินทางถึงเจ็ดพันลี้
“ถึงแล้ว! ลงมา!” คล้อยหลังจากเสียงตะโกนของแม่ทัพหลายคน พวกฟางผิงก็ทยอยเดินออกมาจากในตำหนัก สิ่งที่ปรากฏสู่ครรลองสายตาคือเมืองขนาดใหญ่มหึมาแห่งหนึ่ง!
ใจกลางเมืองไม่ได้มีสิ่งก่อสร้างเหมือนจวนเจ้าเมือง แต่เป็นลานกว้างขนาดใหญ่ ตอนนี้มีคนจำนวนไม่น้อยกำลังพักผ่อนอยู่ เห็นตำหนักลงจอดบนพื้น ยอดฝีมือระดับสูงนับสิบคนก็ทะยานอากาศเข้ามา ก่อนจะส่งเสียงทักทายติดต่อกัน
“คารวะองค์ชายทั้งสอง!”
ฟางผิงไม่สนใจคนพวกนี้ มองสำรวจไปรอบ ๆ ค่อยเข้าใจขึ้นมาบ้าง ที่นี่เป็นจุดรวมพลของผู้ที่มาจากเขตแดนข้างนอก ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางหลายคนต่างมองมาทางนี้ด้วยสีหน้าตื่นเต้น มองดูคร่าว ๆ เกรงว่าจะไม่ต่ำกว่าพันคน ตอนนี้ยังมียอดฝีมือระดับสูงทยอยเข้ามาไม่ขาดสาย ทั้งยังพาคนบางส่วนมุ่งหน้ามาทางนี้ด้วย คนพวกนี้ไม่มีตำหนักใช้งาน คว้าตัวผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางพวกนั้นทะยานขึ้นอากาศมาโดยตรง ฟางผิงถึงกระทั่งเห็นร่างของหลายคนแบกรับภาระหนัก บางทีอาจจะลอยอยู่ในอากาศค่อนข้างนานแล้ว ใช้ความเร็วสุดขีด คนพวกนี้ไม่ได้รับการป้องกัน เนื้อหนังจึงปริแตกแล้ว
เขตแดนข้างนอกหนึ่งร้อยแปดแห่ง… ไม่สิ เมืองเผ่าพืชปีศาจหนึ่งร้อยเจ็ดแห่งส่งคนมาหมดแล้ว? ฟางผิงคำนวณเล็กน้อย ถ้าเขตแดนข้างนอกหนึ่งแห่งมีห้าสิบคน เหมือนถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ นั่นก็เกินห้าพันคนแล้ว ในเขตหวงห้ามผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางไม่ได้มีค่าขนาดนั้นจริงๆ
ระหว่างที่ฟางผิงคิดอยู่ เฟิงเมี่ยเชิงก็เอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า
“คนของเขตแดนเจ็ดทางใต้ พวกเจ้าจัดการหน่อย รอคนมาครบแล้วให้แต่ละฝ่ายมาเลือกคนซะ!” พูดจบก็หันไปมองพวกฟางผิง ตะโกนว่า “รออยู่ที่นี่อย่างสงบเสงี่ยม! ออกไปแล้วถูกฆ่าตายนั่นก็รนหาที่เอง!” ทิ้งคำพูดนี้ไว้ คนพวกนี้ก็จากไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งในลานกว้างไม่นานก็มีผู้ฝึกยุทธ์ชุดเกราะกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา หัวหน้านั้นเป็นยอดฝีมือขั้นเจ็ดคนหนึ่ง น่าเกรงขามอย่างยิ่ง ตำหนิว่า
“ยืนโง่ทำอะไรกัน! ผู้ฝึกยุทธ์แต่ละเขตแดนไปรอในพื้นที่ของตัวเอง! ไม่อนุญาตให้เดินเพ่นพ่าน รอพรุ่งนี้คนของแต่ละฝ่ายมารับตัวไป!”
ฟางผิงกวาดตามองแวบหนึ่ง พลันพบปัญหาที่ค่อนข้างร้ายแรงอย่างหนึ่ง! ฉันไม่รู้หนังสือ! ฉันไม่เข้าใจตัวอักษร! แม่งเอ๊ย! เป็นปัญหาอยู่บ้างแล้ว! เขาไม่รู้จักตัวอักษรของถ้ำใต้ดิน พูดนั้นกลับพูดได้ แต่ศึกษาตัวอักษรมนุษย์ยังไม่มีการพัฒนาด้านนี้สักเท่าไหร่ เขตแดนหนึ่งร้อยแปดแห่งเหมือนต่างก็มีการจัดการของตัวเอง พื้นที่แต่ละแห่งไม่เหมือนกัน ตอนนี้ยังมีพื้นที่ว่างอีกหลายสิบแห่ง ฉันควรจะไปตรงไหนดี?
แม้ฟางผิงจะลนลานในใจ ใบหนากลับสงบนิ่ง ตั้งห้าสิบคนกลัวอะไร ฉันไม่รู้หนังสือหรือคนพวกนี้จะไม่รู้เหมือนกัน? ตามไปก็จบแล้ว! ‘แต่ปัญหานี้ต้องให้ความสำคัญหน่อยแล้ว! ฉันไม่รู้หนังสือ เห็นเอกสารความลับบางอย่างฉันคงไม่รู้เหมือนกัน สถานที่ก็ไม่รู้ นี่ถ้าไปผิดทางจะทำยังไง? เป็นปัญหาจริงๆ!’ ฟางผิงบ่นพึมพำในใจ ผิดแผน ตอนที่มาก็ลืมปัญหาเรื่องนี้ โชคดีที่ไม่มีทดสอบข้อเขียน ไม่อย่างนั้นตัวเองคงถูกเผยไต๋แล้ว? ขุยหมิงเจ้าหมอนั่นรู้หนังสือหรือเปล่า? หากไม่รู้หนังสือจะดีที่สุด ฟางผิงปลอบใจตัวเอง ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกคนหนึ่งจะไม่รู้หนังสือ ไร้สาระสิ้นดี แต่ก็ทำได้แค่ปลอบใจตัวเองเท่านั้น