ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 715-2 ยังมีหลักการแบบนี้ด้วยหรือไง (2)
ตอนที่ 715 ยังมีหลักการแบบนี้ด้วยหรือไง (2)
เจ้าเมืองเฮอพูดแบบนี้ออกมา หลี่อันก็โล่งใจ ก่อนจะเผยสีหน้าดำมืด “ขุยหมิงต้องตายเท่านั้น ยังมีจินอวีไหวคนนั้นอีก…”
“ยังมีขุยหลัวและพ่อของจินอวีไหว…”
เจ้าเมืองเฮอขมวดคิวเล็กน้อย “ไม่ได้! คนพวกนี้เป็นคนของเมืองราชาเขตแดนข้างนอก ทั้งเป็นยอดฝีมือของเมืองราชาที่เป็นแนวหน้าต่อสู้กับดินแดนแห่งการเกิดใหม่ ฆ่าพวกเขาแล้วจะกระตุ้นให้ยอดฝีมือเขตแดนข้างนอกมองเป็นศัตรูได้ง่าย!”
“ยอดฝีมือเขตแดนข้างนอกแม้ในนามจะอยู่อำนาจราชสำนัก แต่เมื่อสามร้อยปีก่อนทางเดินถูกปิดกั้น เหนือราชาไม่เข้าสู่เขตแดน คนพวกนี้ก็ละเลยอำนาจของราชาแล้ว ตั้งแต่ที่พวกเขาสถาปนาตัวเองเป็นราชา ก็มองออกแล้ว ฆ่าแม่ทัพใต้อำนาจของพวกเขาจะทำให้เขตแดนข้างนอกมองราชสำนักเป็นศัตรูได้ง่าย อย่าได้ลงมือโดยพลการ ไม่เหมือนกับทางราชสำนัก ทายาทพวกนั้นตายแล้วก็ตายเลย…”
เขตหวงห้ามมีอันตรายรอบด้าน คนพวกนี้ส่งทายาทเข้ามา เตรียมใจว่าจะตายตั้งนานแล้ว องค์ชายสิ่งที่ควรอดทนก็อดทนหน่อย ไม่อาจจะลงMอ.กําเริบเสิบสานอยู่ตลอดได้ บางเรื่องยังต้องหาประสบการณ์สักหน่อย
หลี่อันเอ่ยอย่างนอบนอม “เข้าใจแล้ว ขอบคุณลุงเฮอที่ชี้แนะ”
เจ้าเมืองเฮอถอนหายใจเบาๆ “สิ่งที่ข้าทำได้ก็มีอย่างจำกัด น่าเสียดายที่เวลานั้นเจ้าราชสำนักได้รับบาดเจ็บหนัก แม่ทัพสวรรค์สองคนตายหนึ่งบาดเจ็บหนึ่ง ไม่งั้น… คงไม่ถึงกับขนาดนี้!”
เวลานั้นยอดฝีมือในเส้นทางต้นกำเนิดสามคนล้อมฆ่าหลี่เจินพร้อมกัน ทั้งสามคนต่างเป็นยอดฝีมือในระดับเป็นรองแค่เหนือราชา!
ผลปรากฏว่าทั้งสามคนถูกฆ่าไปคนหนึ่งในที่เกิดเหตุ เจ้าราชสำนักถูกทำลายต้นกำเนิด ยังมีอีกคนโชคดีเอาชีวิตรอดไปได้ แต่ก็บาดเจ็บไม่น้อย หลายปีขนาดนี้แล้วบาดแผลยังไม่สามารถรักษาให้หายดี
ไม่งั้นเจ้าราชสำนักคงไม่อาจตกต่ำแบบนี้ สิบกว่าปีก่อนเจ้าราชสำนักมีอำนาจล้นฟ้า!
นอกจากจะใกล้เป็นเหนือราชาแล้ว ทั้งแม่ทัพสวรรค์ซ้ายขวาสองคนที่มิตรภาพแนบแน่นต่อเขาก็กำลังจะเป็นเหนือราชาเช่นกัน หากเวลานั้นไม่ไปลอบฆ่าหลี่เจิน บางทีตอนนี้ก็อาจจะให้กำเนิดเหนือราชาขึ้นมาสามคนแล้ว!
รวมกับในตำหนักเหนือราชา เหนือราชาที่สนับสนุนเจ้าราชสำนัก รวมถึงเจ้าราชสำนักกลายเป็นเหนือราชาแล้ว เหนือราชาที่ลังเลใจบางส่วนนั้นก็คงแปรพักตร์เหมือนกัน
นึกมาถึงตรงนี้เจ้าเมืองเฮอก็ถอนหายใจไม่หยุด “ราชาพิภพ… ราชานักรบ… เฮอ!”
เขาถอนหายใจ หลี่อันกลับกัดฟันว่า “เสด็จพอบอกว่าเวลานั้นเขาตกหลุมพรางของราชานักรบ! เวลานั้นที่ราชานักรบทะลวงผ่านไม่ได้แสดงอานุภาพเด่นชัด แต่หลังจากทะลวงผ่านพลังต่อสู้แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด เทียบกับเหนือราชาเมืองเจินซิงพวกนั้นยังแข็งแกร่งกว่า! ราชาพิภพไม่ได้ด้อยไปกว่าราชานักรบอยู่เรื่อยมา เวลานั้นก็มีข่าวลือว่าราชาสยบฟ้าชี้แนะให้ราชาพิภพทะลวงผ่าน อาจจะเดินในสองเส้นทางพร้อมกันได้ กลายเป็นยอดฝีมือรองจากราชาสยบฟ้า!”
“ทั้งด้วยเหตุนี้เสด็จพ่อจึงเข้าไประหว่างเขตแดนข้างนอกกับเสด็จลุงเพื่อฆ่าราชาพิภพ…”
เจ้าเมืองเฮอไร้คำจะพูดเรื่องนี้ เขาต้องรอยแล้ว ตอนนี้ได้ยินหลี่อันเอ่ยขึ้นก็รู้สึกเสียดายเท่านั้น ถอนหายใจว่า “เวลานั้นถูกชี้นำไปผิดทางจริงๆ หากไม่ใช่แบบนี้ แม้ราชาพิภพจะทะลวงผ่าน แต่ขอแค่เจ้าราชสำนักและแม่ทัพสวรรค์ซ้ายขวาทั้งสองทะลวงผ่าน ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลราชาพิภพอีก”
หลี่อันกัดฟันอีกครั้ง “อีกอย่างเวลานั้นพวกราชาเฟ็ง…”
“หุบปาก!”
เจ้าเมืองเฮอขมวดคิวเล็กน้อย ตำหนิออกมา ไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดต่อไปอีก มองสำรวจรอบๆ แล้วเวลานี้เจ้าเมืองเฮอค่อยเอ่ยว่า “องค์ชาย รีบกลับเมืองจักรพรรดินีเถอะ! เขาสูญขันอารยะไปเร็วที่สุด ทางเจ้าราชสำนักท่านไม่ต้องกังวล พวกเรายังอยู่ เจ้าราชสำนักไม่อาจเป็นอะไร! เมืองราชาสามร้อยหกสิบแห่งแม้จะมีคนบางส่วนทรยศ ก็ยังมีตาเฒ่ากลุ่มหนึ่งสนับสนุนเจ้าราชสำนักและสนับสนุนท่านอยู่! แต่องค์ชายต้องแสดงความสามารถและฝีมือที่เหมาะสมออกมา ไม่งั้นเกรงว่าจะเป็นเรื่องยากเหมือนกัน…”
เจ้าเมืองเฮอกำชับอีกครั้ง เวลานั้นเจ้าราชสำนักมีอุดมการณ์แรงกล้า ทำให้ยอดฝีมือหลายคนยอมเลื่อมใส แต่คล้อยหลังจากเจ้าราชสำนักบาดเจ็บหนักหลายปีมานี้ก็มีคนทยอยไปสวามิภักดิ์คนอื่นแล้ว แต่ยังไงก็เพิ่งผ่านไปไม่กี่สิบปี สำหรับยอดฝีมือไม่นับว่านานเกินไป เจ้าราชสำนักไม่ได้ตาย ยังมีหลายคนที่คาดหวัง ขอแค่หลี่อันแสดงฝีมือโดดเด่นหน่อย คนพวกนี้อาจจะสนับสนุนต่อไปก็ได้
“หลี่อันจะจำไว้!”
หลี่อันขานรับ มองไปยังเงาของพวกเฟิงเมี่ยเชิงที่ลอยออกไปไกล ไม่พูดอะไรอีก ทะยานขึ้นฟ้าเข้าสู่ตำหนัก ภายใต้การควบคุมของยอดฝีมือขั้นแปด ตำหนักก็ลอยไปทางเมืองจักรพรรดินี
ข้างหน้ากลางอากาศ เฟิงเมี่ยเชิงไม่ได้นับว่าใช้ความเร็วสุดขีด ไม่ได้รีบสนทนกับฟางผิง แต่มองไปทางจินอวีไหวที่ใบหน้าซีดเผือด เผยรอยยิ้มขึ้นมา
“จิ่นอวีไหว ทำหน้าหวาดกลัวละล่ำละลักว่า ‘องค์ชายข้าจริงใจต่อท่าน คิดจะติดตามท่านตั้งนานแล้วจริงๆ! เมื่อคืนน้องขุยเกลี้ยกล่อมให้ข้าติดตามหลี่อัน ข้าก็ยากที่จะปฏิเสธน้ำใจด้วยสถานการณ์จนใจ ถึงไปหาหลี่อันพร้อมกับน้องขุย…’ ใครจะคาดคิดว่าหลี่อันมีใจทะเยอทะยานแรงกล้า!”
เฟิงเมี่ยเชิงแค่นหัวเราะ มองไปทางฟางผิงเอ่ยว่า “ขุยหมิง เจ้าว่าควรจะฆ่าเขาดีหรือเปล่า?”
ฟางผิงรีบประสานมือว่า “องค์ชายตัดสินใจ ข้าไม่กล้าลำเส้นซ่าๆๆ!”
เฟิงเมี่ยเชิงหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะเผยใบหน้าเยือกเย็น เอ่ยเสียงดัง “ข้าไม่ใช่แบบนี้ อะไรที่ควรพูดก็ต้องพูด มีอะไรไม่กล้าพูดกัน? ขุยหมิง เจ้าไม่ใช่คนไรียงสา กล้าลงมือกับขันอารยะ วันนี้ยังสังหารคนของหลี่อันต่อหน้าทุกคน สิ่งที่ข้าถูกใจคือความใจกล้าดีเดือดของเจ้า! ขอแค่เจ้าไม่กลายเป็นเหนือราชา ข้าก็ไม่กังวลว่าเจ้าจะกล้าทรยศข้า! กลายเป็นเหนือราชาแล้วข้าน่าจะสั่งการเจ้าไม่ได้อีก ไม่มีจำเป็นต้องเสแสร้งพูดเกินจริง!”
ฟางผิงแปลกใจอยู่บ้าง บอกว่าเฟิงเมี่ยเชิงเป็นคนโง่นั้นก็ไม่นับว่าโง่ไปเสียหมด บางเรื่องเขายังค่อนข้างมองทะลุปรโปร่ง เขาไม่ชอบการเสแสร้งแกล้งทำ!
‘ขุยหมิง’ ในสายตาเขานั้นก็คือคนที่ใจกล้าคับฟ้า ปัญญาไม่ตื้นเขิน ไม่เช่นนั้นคงทำเรื่องวันนี้ออกมาไม่ได้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ันก็ไม่ต้องแสดงละครต่อหน้าเขา เขาไม่กลัวว่า… จะทรยศเขาตอนนี้เหมือนกัน แค่ขั้นขุนพลคนหนึ่งเท่านั้น ล่วงเกินหลี่อันแล้วตอนนี้ หากยังล่วงเกินเขาอีกนั้นก็มีแค่ทางตายสถานเดียวแล้ว!
เว้นเสียแต่เจ้าหมอนี้จะถึงขั้นเหนือราชา เวลานั้นหากเขายังไม่ใช่เหนือราชา คงไม่มีความสามารถสั่งการเหนือราชาเหมือนกัน แต่เป็นไปได้ย่างนั้นเหรอ?
เฟิงเมี่ยเชิงแค่นหัวเราะในใจ จะเป็นไปได้ยังไง!
ใครก็เป็นเหนือราชาได้งั้นเหรอ?
ยอดฝีมือสามคนของราชสำนักในเวลานั้น ตอนนี้ตายหนึ่งบาดเจ็บหนึ่ง ยังมีอีกคนที่กึ่งเป็นกึ่งตาย ไม่นานก็อาจจะเดตดายแล้ว
แต่ในสิบปีก่อน หลายคนต่างบอกว่าสามคนนี้มีหวังจะเป็นเหนือราชา ถึงกระทั่งถูกขนานนามว่ากึ่งเหนือราชา ขาดแค่อีกก้าวเดียวเท่านั้น ผลลัพธ์ไม่ใช่ว่าไม่มีหวังกันหมดหรือไง!
เฟิงเมี่ยเชิงมองออกอย่างชัดเจน ฟางผิงเห็นแบบนั้นก็กระแอมไอเบาๆ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “องค์ชายฉลาดหลักแหลม!”
“ข้าไม่กล้าปิดบังองค์ชาย ในเมื่อจิ่นอวีไหวละทิ้งความมืดเข้าหาแสงสว่าง ก่อนหน้านี้ก็ไม่ใช่คนขององค์ชาย ฆ่าไปก็ไร้ประโยชน์ ข่าวว่าพลังต่อสูของเขาไม่อ่อนด้อย ไม่สู้เก็บเอาไว้ วันหน้าบางทีอาจจะได้ใช้ประโยชน์”
ฟางผิงรู้สึกว่าจิ่นอวีไหวไม่อาจตายตอนนี้ได้ เขายังไม่ได้เค้นถามเรื่องของถ้ำใต้ดินตงอูเลย!
ตายไปตอนนี้จะไปหาตัวคนทรยศจากที่ไหนซ่าๆๆ ได้งั้นก็ไม่ฆ่า!
เฟิงเมี่ยเชิงหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะเอ่ยว่า “ขุยหมิง ครั้งนี้สร้างผลงานใหญ่ แต่ไหนแต่ไรใครมีผลงานก็ตบรางวัล [รางวัล] ใครทำผิดก็ลงโทษ! ประตูแห่งชีวิตเจายังไม่ปิดผนึกรอกลับไปเมืองจักรพรรดินี จะมอบน้ำพุแห่งชีวิตให้เจ้ากรองหนึ่ง ช่วยเจ้าปิดผนึกประตูเข้าสู่ขั้นขุนพลสูงสุดอย่างรวดเร็ว!”
“ขอบคุณองค์ชาย!”
ฟางผิงเผยสีหน้าดีใจ น้ำแร่ชีวิตมีส่วนช่วยกับการปิดผนึกประตูแห่งชีวิตจริงๆ น้ำแร่ชีวิตบ่มเพาะพลังชีวิตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งปิดผนึกประตูแห่งชีวิต ประตูก็จะผนึกพลังชีวิตอย่างรวดเร็ว หนึ่งกรองน่าจะประมาณสิบจิน ก่อนหน้านี้ฟางผิงเคยทำความเข้าใจตอนที่แลกเปลี่ยนมาเหมือนกัน
ทายาทเหนือราชาพวกนี้มีเงินจริงๆ ด้วย เทียบกับคนของเมืองเจิ้นซิงพวกนั้นยังมีเงินมากกว่า ยังไงก็อยู่อำนาจของเหนือราชา ทั้งยังมีการคงอยู่ของพืชปีศาจขั้นเก้า มอบอาวุธวิเศษขั้นเจ็ดให้เจ้าอีกชิ้น!
ฟางผิงดีใจอีกครั้ง ค้อมกายขอบคุณ เผยยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง ในใจกลับรู้สึกเฉยๆ ผลประโยชน์แค่นี้มอบให้ขั้นหกคงจะซาบซึ้งใจ แต่สำหรับเขายังไม่เพียงพอ
อีกอย่างก็เป็นของเฟิงเมี่ยเชิงเอง แค่เปลี่ยนจากมือซ้ายไปมือขวาเท่านั้น ไม่มีอะไรให้ควรค่าดีใจ
ตอนนี้สิ่งที่ฟางผิงสนใจยิ่งกว่าคือไปไหน?
เขาไม่รู้จักเส้นทาง เฟิงเมี่ยเชิงก็ไม่ได้พูด เขายังไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้ลอยไปทางไหน ฟางผิงพยายามจดจำตลอดเส้นทาง สิ่งก่อสร้างที่เป็นจุดสนใจบางอย่าง ลักษณะพิเศษของภูมิประเทศล้วนจำไว้อย่างลึกล้ำ
เขากลัวว่าตัวเองจะจำทางออกไปไม่ได้ นั่นก็เป็นปัญหาแล้ว หลังจากนี้ถึงเวลาออกไป แทนที่จะไปเข้าด่านสมุทรกลับวิ่งหนีเข้ารังเก่าของศัตรูนั้นก็รนหาที่ตายแล้ว
ไม่นานฟางผิงก็รู้ว่าไปที่ไหน!
เมืองเทียนจือ!
ระหว่างที่เฟิงเมี่ยเชิงลอยอยู่ก็เอ่ยว่า “ช่วงนี้ผลวิเศษของท่านผู้พิทักษ์กำลังจะสุกงอม ไม่กลับอาณาจักรราชาเฟ็งตอนนี้ก็เพราะกลัวจะพลาดโอกาสไป ไปเมืองเทียนจือคอยรอผลวิเศษสุกแล้วค่อยกลับไปอาณาจักรราชา!”
สิ้นเสียงยอดฝีมือขั้นแปดข้างกายก็เอ่ยว่า “องค์ชาย หากเจอองค์หญิงจีเหยาอีก องค์ชายยังต้องสงวนท่าทีหน่อย…”
เจ้าราชสำนักจีหงทะลวงถึงขั้นเหนือราชาแล้ว ตอนนี้ฝีมือจีหงเพิ่มขึ้นพรวดพราด ราชสำนักเทียมมิ่งถูกตระกูลจีควบคุมอย่างสมบูรณ์แล้ว…
เฟิงเมี่ยเชิงขมวดคิว เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง “เข้าใจแล้ว! แต่ง지เหยาผู้หญิงคนนั้นมองข้าเป็นศัตรู!”
เฟิงเมี่ยเชิงจนใจเช่นกัน!
เขากลับอยากแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับจีเหยา ประเด็นอยู่ที่จีเหยาไม่ชอบเขา มองเขาเป็นศัตรูและดูแคลน เจอกันหลายครั้งล้วนไม่มีคำพูดดีๆ ต่อกัน สถานการณ์แบบนี้จะให้เขาพูดดีๆ เป็นฝ่ายซ่อมแซมความสัมพันธ์ได้ยังไง?
ด้านข้างนั้นฟางผิงปิดปากเงียบ ไม่ได้สนใจพวกเขา แต่ซูหนึ่งนิ้วไปทางจิ่นอวีไหว
จิ่นอวีไหวใบหน้าเปลี่ยนสีอย่างหนัก!
เท่าไหร่?
หนึ่งร้อยก้อนหรือหนึ่งพันก้อน?
ความหมายของขุยหมิงเขาเข้าใจในทันที ทำแบบนี้เขาทำอยู่บ่อยๆ!
แคเรื่องที่เขาพูดไว้ก่อนหน้านี้จะเก็บค่าดำเนินการเท่านั้น
ประเด็นอยู่ที่จิ่นอวีไหวอัดอั้นตันใจอย่างยิ่ง เมื่อวานเจ้าหมอนี้พาเขาไป
วันนี้ทึ่นึกไม่ถึงว่าจะช่วยเหลือเขายังจะเก็บค่าคุ้มครองจากเขาอีก ยังมีหลักการแบบนี้ด้วยหรือไง?