ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 718-2 คนไร้ยางอาย (2)
ตอนที่ 718 คนไร้ยางอาย (2)
ภายในเมืองมีจวนเหนือราชาสี่สิบเก้าแห่งจวนแม่ทัพสวรรค์อีกหลายแห่งรวมถึงจวนขั้นอารยะและขั้นแม่ทัพ…
ตอนที่เฟิงอวี่กำลังแนะนำสถานการณ์ภายในเมืองให้พวกฟางผิงฟังฟางผิงกลับอยากดูดกลืนพลังงานที่ลอยกระจายอยู่บ้างจะเข้มข้นเกินไปแล้ว!
อยากแน่นอนว่าเป็นเรื่องเสแสร้งดูดกลืนสักพักแล้วฟางผิงก็เอ่ยเสียงเบาว่านายท่านภายในเมืองมีพลังงานชีวิตอุดมสมบูรณ์ใต้ดินมีแหล่งแร่ชีวิตหรือเปล่า?
ต้องมีอยู่แล้ว!
เฟิงอวี่เอ่ยด้วยรอยยิ้มไม่ใช่เหมือนเขตแดนข้างนอกแหล่งแร่หนึ่งสาย
ภายในเมืองนี้จวนเหนือราชาสี่สิบเก้าแห่งจวนหนึ่งสายมีแหล่งแร่ทั้งหมดสี่สิบเก้าสาย! ทางตำหนักจักรพรรดิยิ่งเยอะกว่ายังไงตำหนักจักรพรรดิก็เป็นสถานที่สำคัญที่สุดของเมืองจักรพรรดิมีแหล่งแร่ทั้งหมดเก้าสาย
จวนแม่ทัพสวรรค์ขั้นอารยะอื่นๆ…ต่างก็แบ่งใช้แหล่งแร่กันไปทั้งหมดสามสิบสาย
เมืองชั้นในมีทั้งหมดแปดสิบแปดสาย! เมืองขั้นนอกกลับน้อยกว่าทั้งหมดสิบเอ็ดสาย
เมืองจักรพรรดิรวมทั้งหมดมีแหล่งแร่ชีวิตเก้าสิบเก้าสาย…
ฟางผิงแทบจะตาลุกเป็นไฟ!
ไม่ใช่แค่เขาคนอื่นๆก็ไม่ต่างกันเก้าสิบเกาสาย?
เมืองจักรพรรดิหนึ่งแห่งแหล่งแร่เก้าสิบเกาสาย!
เทียบได้กับเขตแดนสิบแห่งรวมกัน!
เมื่อก่อนฟางผิงคิดว่าสภาพแวดล้อมการฝึกวิชาของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ไม่เลวแล้วแต่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เพิ่งจะมีเท่าไหร่เอง?
แหล่งแร่ที่ไม่ค่อยสมบูรณ์สายหนึ่งเหลาจางแบ่งออกไปเจ็ดส่วนมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ได้สามส่วนทั้งยังขุดไปอีกส่วนหนึ่งอันที่จริงไม่นับว่าเป็นแหล่งแร่ที่สมบูรณ์
คำนวณแล้วอย่างมากก็เทียบได้กับสองส่วนของแหล่งแร่ที่สมบูรณ์สายหนึ่งศูนย์จุดสองสาย!
แค่นี้ก็กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ฝึกวิชาของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ในตอนนี้แล้วแต่เมืองจักรพรรดิเก้าสิบเกาสาย!
ไม่แปลกใจที่คนของราชสำนักพวกนี้ดูแคลนเขตแดนข้างนอกไม่เปรียบเทียบอย่างอื่นแค่เรื่องนี้ก็เทียบไม่ได้แล้ว
เห็นพวกฟางผิงตกตะลึงเฟิงอวี่ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
แหล่งแร่ชีวิตไม่ใช่ของล้ำค่าที่สุดในเมืองจักรพรรดิยังมีทะเลสาบชีวิตอยู่แห่งหนึ่ง! นั่นเป็นสิ่งที่ท่านผู้พิทักษ์และยอดฝีมือพืชปีศาจในเมืองจักรพรรดิหลอมรวมขึ้นมาเกรงว่าทุกคนคงไม่รู้ท่านผู้พิทักษ์ขั้นเหนือราชาหลอมรวมน้ำพุแห่งชีวิตออกมาประสิทธิภาพยอดเยี่ยมยิ่งกว่าให้ผลดีกว่าน้ำพุแห่งชีวิตเขตแดนข้างนอกของพวกเจ้าอีก!
ฟางผิงเผยสีหน้า ‘สั่นสะท้าน’ ละล่ำละลักว่านายท่านเมืองจักรพรรดิมีท่านผู้พิทักษ์ขั้นเหนือราชาเท่าไหร่?
เท่าไหร่?
เฟิงอวี่หลุดหัวเราะเจ้าคิดว่าเหนือราชาเป็นกันง่ายขนาดนั้นหรือไง? ภายในเมืองจักรพรรดิมีแค่ท่านเทียนอวิ๋ที่เป็นเหนือราชา
ฟางผิงไม่ได้ถามละเอียดอีกแต่ทำหน้าสงสัยว่านายท่านทะเลแห่งชีวิตมีท่านผู้พิทักษ์คอยดูแลอยู่?
เฟิงอวี่เอ่ยด้วยรอยยิ้มถูกต้องปกติท่านผู้พิทักษ์ล้วนจะพักผ่อนอยู่ที่ทะเลสาบแห่งชีวิต
ฟางผิงครุ่นคิดแล้วก็เอ่ยว่านายท่านได้ยินว่าเผ่าปีศาจผู้พิทักษ์ถึงขั้นเหนือราชาแล้วสามารถแบ่งร่างเป็นคนเดินเหินบนดินเหมือนคนจริงๆได้…ขามาจากเขตแดนข้างนอกยังไม่เคยเจอพืชปีศาจเหนือราชามาก่อนข้าลือเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?
เฟิงอวี่ยิ่งทระนงตัวขึ้นไปอีกจุดนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขตแดนข้างนอกเทียบได้เหมือนกันในเมืองจักรพรรดิอะไรก็สามารถพบเห็นได้
สัตว์ปีศาจขั้นเหนือราชาพืชปีศาจขั้นเหนือราชามนุษย์ขั้นเหนือราชาล้วนสามารถเจอได้หมดแต่เขตแดนข้างนอกก็ไม่มีปัจจัยนี้
เห็นทุกคนเผยสีหน้ารอคอยเฟิงอวี่ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มข่าวลือเป็นเรื่องจริงอีกไม่กี่วันบางทีพวกเจ้าก็อาจจะได้เห็นแล้ว!
ไม่ใช่แค่ร่างแยกมนุษย์ถึงขั้นเหนือราชากระทั่งร่างเทพก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้พวกเจ้ามาถึงเมืองจักรพรรดิแล้วเห็นร่างเทพของท่านผู้พิทักษ์หรือยัง?
อันที่จริงท่านผู้พิทักษ์อยู่ภายในเมืองมาโดยตลอดแต่ร่างเทพกลายเป็นขนาดเท่ามนุษย์ทั่วไปอยู่ที่ทะเลสาบแห่งนั้นแหละ
จุดนี้พืชปีศาจขั้นแม่ทัพสวรรค์ไม่อาจเทียบได้
ฟางผิงเข้าใจทันทีถึงขั้นเหนือราชาพืชปีศาจพวกนี้ก็สามารถบีบอัดร่างกายทั้งสามารถแบ่งพลังจิตใจกลายเป็นร่างมนุษย์เดินเหินบนดินถึงกระทั่งร่างแม่ก็สามารถเดินไปทั่วได้ทั้งพืชปีศาจขั้นเกาทั่วไปมีร่างกายขนาดใหญ่ชอนไชนับไม่ถ้วนยังต้องหยั่งรากทั่วพื้นดินอีกเคลื่อนไหวไม่สะดวกอย่างยิ่ง
ดังนั้นยอดฝีมือประเภทพืชปีศาจไม่ถึงขั้นเหนือราชาหลายตนยอมที่จะหยั่งรากอยู่เขตแดนข้างนอกหลายร้อยหลายพันปีเพื่อรอคอยโอกาสมีแค่ต้องถึงขั้นเหนือราชาพวกมันถึงจะนับว่ามีอิสระอย่างแท้จริง
ฟางผิงรอเขาตอบแล้วก็เอ่ยอย่างนอบน้อมว่านายท่านงั้นในเมืองจักรพรรดิจิตไม่แตกดับของท่านผู้พิทักษ์ไม่ใช่ว่าสามารถปกคลุมได้ทั่วเมืองหรือไง? ในวันทั่วไปถ้าพวกเราทำเรื่องราวเกินเลยไปบ้างไม่ใช่ว่า…ไม่/ไม่ใช่ว่าอันตรายถึงชีวิต?
เฟิงอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ผู้พิทักษ์จะมีเวลามาสนใจพวกเจ้าขนาดไหนที่ไหนกันในตำหนักจักรพรรดิท่านผู้พิทักษ์กลับปรากฏจิตไม่แตกดับอยู่บ่อยๆแต่อยู่ในตำหนักจักรพรรดิท่านผู้พิทักษ์ก็ไม่อาจสนใจเหมือนกันยิ่งไปกว่านั้นท่านผู้พิทักษ์ก็ต้องฝึกวิชาวางใจเถอะอีกอย่างทางจวนราชากก็ไม่อยู่ในอาณาเขตของท่านผู้พิทักษ์!
ระหว่างที่เฟิงอวี่พูดก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มจวนราชาเป็นจวนของพวกเหนือราชาแม้ท่านผู้พิทักษ์จะเป็นเหนือราชาเหมือนกันแต่ก็ไม่อาจเหิมเกริมสอดส่องในจวนราชาได้เข้าใจหรือยัง?
ฟางผิงละล่ำละลักว่าเข้าใจแล้ว!
แบบนี้ถึงจะดี!
ทำเอาฉันแทบไม่กล้าหายใจ
ภายในเมืองยังมีเหนือราชาพืชปีศาจนั่งรักษาการอยู่ตลอดเวลาหากยืดจากนิสัยของเหล่าจางไม่ใช่ว่าทุกการกระทำจะอยู่ในสายตาของอีกฝ่ายทั้งหมดเลยหรือไง?
ตอนนี้ค่อยดีหน่อยพืชปีศาจผู้พิทักษ์ไม่อาจตรวจสอบจวนของเหนือราชาได้ทั้งไม่สนใจสถานที่อื่นๆด้วยจะปรากฏกายอยู่ในตำหนักจักรพรรดิเท่านั้น
พูดแบบนี้หากไม่ไปก่อเรื่องที่ตำหนักจักรพรรดิก็ไม่อาจดึงดูดความสนใจของพืชปีศาจเหนือราชาผู้นี้ได้
ระหว่างที่ฟางผิงเดินไปก็ถามไปเขานับว่าเป็นคนดังอยู่บ้างเหมือนกันแม้จะเป็นแค่ขั้นหกแต่เฟิงอวี่ถูกถามมาก็ตอบไปรอจนฟางผิงถามว่าสามารถเจอเหนือราชาได้บ่อยๆหรือเปล่า
เฟิงอวี่ก็เอ่ยอย่างดูแคลนทันทีแทบเป็นไปไม่ได้เหนือราชาของตำหนักเหนือราชาแทบไม่อาจมาทางเมืองจักรพรรดิ
แม้ว่าทางนี้จะมีจวนของพวกเขาแตยอดฝีมือเหนือราชาก็ห้อยนักที่จะมาที่นี่
ยังไงพูดตามตรงแล้วเมืองจักรพรรดิก็เป็นอาณาเขตของเจ้าราชสำนักให้อาณาจักรราชาของพวกเขาสรุปแล้วในเมืองจักรพรรดิถาอยากเจอเหนือราชา
มีแค่พืชปีศาจผู้พิทักษ์เทียนอวิ๋ที่เป็นไปได้มากที่สุด
แต่ยอดฝีมือพืชปีศาจรักความสงบไม่ได้ปรากฏตัวบ่อยเช่นกันจวนราชาเฟ็งไม่ได้อยู่ทางตำหนักจักรพรรดิแต่ตั้งอยู่ในรอยต่อระหว่างเมืองชั้นในและเมืองชั้นนอกจวนเหนือราชาสี่สิบเก้าแห่งแทบจะเป็นแบบนี้ทั้งหมดด้านหนึ่งเพราะไม่อยากเข้าใกล้ตำหนักจักรพรรดิ
ด้านหนึ่งเพราะไม่หวังให้แทรกแซงซึ่งกันและกันยอดฝีมือต่างมีพลังจิตใจครอบคลุมอาณาเขตไม่น้อยอยู่ใกล้กันฝั่งคุณมีความเคลื่อนไหวอะไรเล็กน้อยอีกฝ่ายก็สัมผัสได้แล้วนี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาอยากจะเห็น
ดังนั้นจวนราชาพวกนี้จึงเป็นเรียงรายเป็นวงกลมโอบล้อมเมืองจักรพรรดิไว้จวนราชาเฟ็งนี่เป็นจวนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ครองพื้นที่กว้างขวาง
ประตูหลักมียอดฝีมือระดับขุนพลแปดคนเฝ้าระวังอยู่เผยความน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
เฟิงเมี่ยเชิงมาถึงคนพวกนี้ก็ทยอยคุกเข่าลงทักทายเสียงดังขึ้นมาน้อมรับองค์ชายกลับจวน!
ไม่ต้องมากพิธี!
เฟิงเมี่ยเชิงเพิ่งพูดจบประตูจวนขนาดใหญ่ก็มีชายชราขั้นแปดคนหนึ่งเดินออกมาเห็นเฟิงเมี่ยเชิงแล้วก็ยิ้มอย่างเบิกบานรีบเข้ามาทักทาย
ตอนนี้ฟางผิงราวกับมนุษย์ล่องหนฟังแค่คนอื่นพูดคุยกันเท่านั้นผู้ที่มาคือผู้ดูแลจวนราชาทางนี้ไม่มีแม่ทัพสวรรค์นั่งรักษาการอยู่มีแค่ผู้ดูแลที่เป็นขั้นแปดคนนี้
นอกจากขั้นแปดคนนี้ภายในจวนยังมีแม่ทัพขั้นเจ็ดหลายสิบคนนำทหารราชาเฟ็งกลุ่มหนึ่งเฝ้าระวังอยู่ที่นี่ด้วยรวมถึงยอดฝีมือขั้นแปดหลอมห้าขั้นที่เฟิงเมี่ยเชิงพามาคนนั้นยอดฝีมือขั้นเจ็ดอีกสองคนความสามารถนี้นับว่าแข็งแกร่งแล้ว
ขั้นแปดสองคนขั้นเจ็ดประมาณสิบห้าคนยอดฝีมือขั้นหกนับร้อยคน
นอกจากไม่มีขั้นเก้าก็เทียบได้กับจำนวนยอดฝีมือของเมืองหนึ่งในเขตแดนข้างนอกแล้ว
พอเข้าจวนมาเฟิงเมี่ยเชิงก็ไม่สนใจพวกฟางผิงอีกเดินเข้าไปยังเรือนภายในภายใต้การนำทางของผู้ดูแลคนนั้นเฟิงอวี่กลับรั้งตัวอยู่จัดการที่พักให้พวกฟางผิง
รอพวกเฟิงเมี่ยเชิงไปแล้วเฟิงอวี่ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มพวกเจ้าพักกันที่นี่ก่อนตั้งใจฝึกวิชาดีๆช่วงนี้ยังไม่มีภารกิจให้พวกเจ้าทำพยายามอย่าออกไปข้างนอกป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องขึ้นยังไงเมืองจักรพรรดิก็ไม่ใช่อาณาจักรราชาเฟ็งโดยเฉพาะขุยหมิง…
เฟิงอวี่ครุ่นคิดแล้วยังคงเตือนออกไปเกรงว่าองค์ชายหลี่อันจะเคียดแค้นเจ้าแล้วที่นี่คือเมืองจักรพรรดิหากเขาให้คนลงมือกับเจ้าเกรงว่า จะรอดยากแล้ว
ฟางผิงไม่ได้เกรงกลัวเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่านายท่านถ้าองค์ชายหลี่อันลงมือกับข้าข้าสามารถโต้กลับได้หรือไม่?
เฟิงอวี่มองเขาแวบหนึ่งผ่านไปสักพักค่อยถอนหายใจแม้ถามมีคนลงมืออย่างน้อยคงเป็นขั้นแม่ทัพสรุปแล้วเจ้าะวังตัวไวจะดีที่สุดแน่นอนว่าหากขั้นขุนพลลงมือฆ่าได้ก็ฆ่าไม่ใช่เรื่องใหญะไร!
คำพูดนี้บอกให้ทุกคนฟังเหมือนกันในเมืองจักรพรรดิคนทั่วไปไม่กล้าก่อเรื่องโดยใช้เหตุอยู่แล้วแต่สำหรับพวกเราฆ่าไม่กี่คนไม่นับเป็นเรื่องใหญ่!
แต่อย่าถูกทหารเทียนจื่อจับตัวไปละกันพวกเขารอลาดตระเวนในเมืองจักรพรรดิหากถูกจับตัวทหารเทียนจื่อไม่ลงรอยกับพวกเราเกรงว่าพวกเจ้าจะเป็นปัญหาแล้ว
ฟางผิงได้ฟังก็พยักหน้าเห็นเฟิงอวี่ทำทำเหมือนจะไปแล้วฟางผิงก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่านายท่านพวกเราเพิ่งมาครั้งแรกไม่มีความรู้เกี่ยวกับเมืองจักรพรรดิเลยท่านว่าพอจะบอกข้อมูลพื้นฐานบางส่วนให้พวกเราได้หรือเปล่าอย่างเช่นที่ตั้งแต่ละจวนราชาชื่อเรียกฉายาของเหนือราชาการกระจายตัวของแต่ละขั้วอำนาจในเมืองจักรพรรดิ
…รวมถึงข้อมูลของยอดฝีมือเมืองจักรพรรดิบางส่วนป้องกันไม่ให้ล่วงเกินคนที่ไม่ควรล่วงเกินอย่างเช่นจวนราชาเฟ็งมีความสัมพันธ์อันดีกับจวนราชาใดบ้างทั้งไม่ลงรอยกับตระกูลใดแบบนี้แล้ววันหน้าข้าลงมือจะได้ไม่ทำอย่างไรทิศทาง…
เฟิงอวี่ได้ฟังคำพูดนี้ก็อดเอ่ยด้วยรอยยิ้มไม่ได้เป็นคนฉลาดคนหนึ่งจริงๆมีไหวพริบไม่น้อย
เดิมทีเรื่องพวกนี้กลับไปถึงอาณาจักรราชาเฟ็งแล้วจะแจ้งให้พวกเจ้าทราบแต่ในเมื่อตอนนี้อยู่ในเมืองจักรพรรดิยังต้องอยู่อีกระยะหนึ่งงั้นล่วงหน้าบอกพวกเจ้าก็ไม่เป็นไรพักผ่อนกันก่อนเถอะเดี๋ยวจะให้คนมาแนะนำพวกเจ้า
ขอบคุณนายท่านที่ชี้แนะ!
ฟางผิงกล่าวขอบคุณก่อนจะมองไปทางจิ่นอวี๊ไหวส่งสายตาเป็นนัยให้เขา
จิ่นอวี๊ไหวหน้าเขียวคล้ำแล้วไม่นานกลับฟื้นฟูรอยยิ้มขึ้นมาในมือปรากฏกล่องคริสตัลยื่นออกไป ด้วยสองมืออ้าปากกำลังจะพูดด้วยรอยยิ้ม
เขายังไม่ทันพูดฟางผิงก็เอ่ยก่อนว่าตลอดทางมานี้รบกวนนายท่านแล้วแค่น้ำใจเล็กน้อยนายท่านโปรดรับไว้ด้วยรอพวกเราปักหลักในราชสำนักอย่างมั่นคงแล้วจะไม่ลืมบุญคุณที่นายท่านชี้แนะในวันนี้อย่างแน่นอน!
เฟิงอวี่เผยใบหน้าแย้มยิ้มเช่นกันรับกล่องคริสตัลจากมือจิ่นอวี๊ไหวมาอย่างรวดเร็วแทบไม่มองจิ่นอวี๊ไหวสักนิดเอ่ยกับฟางผิงว่ารอเจ้ากลายเป็นแม่ทัพแล้วเจ้าและข้าก็กลายเป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้ววันหลังยังต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน!
เป็นอย่างนั้นจริง ๆ!
ฟางผิงยิ้มอย่างเบิกบานไม่นานก็เอ่ยว่านายท่านพวกเราเป็นคนของเขตแดนข้างนอกเข้าจวนราชาครั้งแรกไม่เข้าใจกฎเกณฑ์เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนทำผิดพลาดขุยหมิงสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมให้คนอื่นปฏิบัติตามกฎระเบียบบางอย่างได้หรือไม่?
เฟิงอวี่มองคนอื่นๆไปแวบหนึ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่าหากเจ้าเต็มใจนั่นยินดีไปใหญ่พยายามอย่าออกจากจวนองค์ชายเพิ่งกลับมายังต้องพักผ่อนหลายวันหลังจากนี้จะเรียกพบพวกเจ้าเอง
ขอบคุณนายท่านที่ชี้แนะ!
ทั้งสองคนพูดเป็นมารยาทไม่กี่ประโยคไม่นานเฟิงอวี่ก็ออกไปเข้าแล
ฟางผิงจัดระเบียบชุดเกราะตัวเองเล็กน้อยก่อนจะกวาดตามองทุกคนที่อยู่รอบๆเห็นพวกเขามีบางคนเผยแววตาไม่เป็นมิตรอยู่บ้างฟางผิงก็คลี่ยิ้มว่าทุกคนก็ได้ยินแล้วช่วงนี้ข้าจะเป็นหัวหน้าของทุกคน!
ไม่อยากก่อเรื่องส่งเดชอย่าสร้างปัญหาให้องค์ชายอยู่ที่นี่ไม่อาจมีคนสนใจว่าพ่อแม่ของพวกเจ้าเป็นขั้นแม่ทัพสวรรค์หรือขั้นอารยะ!
ตายในราชสำนักเกรงว่าพ่อแม่ของพวกเจ้ายังไม่อาจรู้ได้ด้วยซ้ำ!
ถ้าวาสามีคนจะออกไปต้องรายงานกับขาก่อน! เอาละแยกย้ายได้!
แม้ว่าทุกคนจะรู้สึกไม่เต็มใจอยู่บ้างตอนนี้ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาฟางผิงตีสนิทกับเฟิงอวี่แล้วทั้งยังได้รับความสำคัญจากเฟิงเมี่ยเชิงที่นี่ไม่ใช่เขตแดนข้างนอกพวกเขาไม่มีผู้อาวุโสหนุนหลัง
ตายอยู่ที่นี่นั่นแทบจะเป็นการตายเปล่าจริงๆ
ไม่นานทุกคนก็แยกย้ายกันไป
จิ่นอวี๊ไหวเพิ่งคิดจะออกไปฟางผิงกลับเอ่ยว่าพี่จิ่นคุยกันสักหน่อยเถอะมาที่ห้องข้า!
ฟางผิงยังไม่ได้เลือกห้องด้วยซ้ำแต่เจ้าพวกนี้รู้ได้ด้วยตัวเองเรือนเล็กๆที่ตั้งอยู่เดี่ยวๆกลางลานนั้นไม่มีใครแย่งเห็นได้ชัดว่าเหลือไว้ให้ฟางผิง
จิ่นอวี๊ไหวสีหน้ายิ่งดูไม่ได้ขึ้นไปอีก!
ครั้งนี้มาเขตหวงหามตอนแรกคิดว่าจะสามารถคว้าผลประโยชน์ได้กองใหญ่แตใครจะรู้ว่าเพิ่งมาไม่นานก็เสียเปรียบไปหลายครั้งแล้ว
ขุยหมิงคนเจ้าเล่ห์นี่ไร้ยางอายสิ้นดี!
จิ่นอวี๊ไหวนึกย้อนเสียใจอยู่บ้างหากรู้ว่าจะเป็นแบบนี้
ก่อนที่พวกขุยหมิงจะมาถึงเขาคงไม่เข้าไปขายยาบำรุงหรอกยิ่งไม่ควรพูดคุยเจรจากับขุยหมิงเวลานี้นึกย้อนเสียใจก็สายไปแล้ว