ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 719-2 ผลประโยชน์เล็กน้อยไม่คุ้มค่า (2)
ตอนที่ 719 ผลประโยชน์เล็กน้อยไม่คุ้มค่า (2)
จิ่นอวี๊ไหวสั่นคลอนในใจเล็กน้อยกลับเอ่ยด้วยรอยยิ้มน้องขุยข้าไม่ได้หลอกเจ้าจริงๆยาบำรุงพวกนี้ล้วนเป็นการสั่งสมหลายปีของข้า…
ดูท่าพี่จิ่นจะยังไม่เชื่อใจขาฟางผิงไม่แปลกใจเหมือนกันเอ่ยด้วยรอยยิ้มฉันเคยได้ยินว่าดินแดนแห่งการเกิดใหม่มีลัทธินอกรีตซ่อนตัวอยู่ลึกล้ำเพื่อผลประโยชน์ก็สามารถทำออกมาได้ทุกเรื่อง…
ฟางผิงยิ้มคลายไม่ยิ้มว่าพี่จิ่นควักยาบำรุงออกมามากมายขนาดนี้ได้บางที…อาจจะสมคบคิดกับลัทธินอกรีต?
จิ่นอวี๊ไหวรีบส่ายหัวว่าน้องขุยคิดมากไปแล้วข้าเคยได้ยินมาเหมือนกันแต่ลัทธินอกรีตซ่อนตัวอยู่ลึกล้ำในดินแดนแห่งการเกิดใหม่จะกล้าโผล่หน้าออกมาได้ยังไง
ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังฝีมือต่ำต้อยถ้าเจอเข้าจริงๆก็ไม่อาจมีเวลาไปแยกแยะว่าเป็นลัทธินอกรีตหรือผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนแห่งการเกิดใหม่…
ไม่ใช่งั้นเหรอ? นั่นก็น่าเสียดายเกินไปแล้ว
ฟางผิงเอ่ยอย่างเสียดายอยู่บ้างในเมื่อเป็นแบบนี้งั้นก็แล้วไปเถอะ!
ในช่วงเวลาสั้นๆข้าไม่ขาดแคลนทรัพยากรเหมือนกันรอถึงขั้นแม่ทัพเวลานั้นค่อยว่ากันอีกทีส่วนพี่จิ่นดูแลตัวเองดีๆละกัน!
ผู้ฝึกยุทธ์แดนเทพอย่างพวกเราไม่อาจปล่อยให้คนที่เกี่ยวข้องกับผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ไว้ได้รอข้าถึงขั้นแม่ทัพแล้ว…บางทีอาจสามารถไปดูที่เขตแดนหกทางใต้พี่จิ่นมีคำพูดอะไรอยากจะฝากให้ข้าไปบอกท่านอารยะจิ่นหรือเปล่า?
จิ่นอวี๊ไหวหัวเราะแห้งๆคงไม่รบกวนน้องขุยหรอก
ไม่รบกวน
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มขั้นแม่ทัพน่าจะใกล้แล้วรอองค์ชายประทานน้ำพุชีวิตให้ข้าจะเข้าด่านทะลวงถึงขั้นขุนพลสูงสุดก่อนจะออกมา
พ่อข้ายังมอบผลขุยให้ข้ามาบางส่วนหวังให้ข้าเข้าสู่ขั้นกึ่งแม่ทัพได้ขั้นแม่ทัพหากไปแดนรบราชากับองค์ชายสักครั้งน่าจะสำเร็จแล้ว…คงจะเร็วกว่าพี่จิ่น!
ฟางผิงเผยสีหน้าสัพยอกเอ่ยด้วยรอยยิ้มถึงเวลานั้นเขตแดนหกทางใต้ข้าต้องไปอย่างแน่นอน!
ข้าอยากเห็นเหมือนกันผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ที่นั่นต่างจากที่อื่นยังไงนึกไม่ถึงว่าจะมั่งคั่งเช่นนี้พกยาบำรุงติดตัวมากมายทำสงครามกับเมืองเยาขุยหลายครั้งกระทั่งยาบำรุงเลือดและปราณระดับล่างยังเจอแค่ไม่กี่เม็ด…
ความหมายคำพูดกำกวมของฟางผิงนั้นเยอะจริงๆจิ่นอวี๊ไหวก่นด่าอยู่ในใจ!
ทำไมถึงมาเจอไอเวรนี่ได้!
เมืองที่ทำสงครามกับดินแดนแห่งการเกิดใหม่มีเยอะจะตายไปไม่เห็นมีใครจับจองตัวเองเจ้าหมอนี่จะเพ่งเล็งเขาทำไมนักหนา?
หากเจ้าหมอนี้ไปเขตแดนหกทางใต้จริงๆถึงเวลานั้นฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนเกิดใหม่บางส่วนย่อมรู้ทันทีว่ายาบำรุงไม่ได้หาง่ายขนาดนั้นครั้งนี้มาเขตหวงหามเขาคิดว่าไม่มีใครสนใจตัวเองรวมกับช่วงเวลาสั้นๆไม่อาจกลับไปได้ถึงได้ควักยาบำรุงจำนวนมากออกมา
คนอื่นๆในเขตแดนหกทางใต้ไม่ได้คุ้นเคยกับเขาเท่าไหร่แต่คนที่ใกล้ชิดเขายังจะไม่ชัดเจนได้ยังไง?
ถึงเวลานั้นเจ้าหมอนี้ไปเมืองจินมูพูดคุยกับพ่อของตัวเองก็โปะแตกนะสิ!
จิ่นอวี๊ไหวจนใจอยู่บ้างเผยรอยยิ้มออกไปน้องขุยกำลังจะกลายเป็นขั้นแม่ทัพแล้วทำไมต้องสนใจผลประโยชน์เล็กน้อยนี้ด้วย…
ฟางผิงเอ่ยอย่างเรียบนิ่งข้าไม่สนใจเรื่องนั้นแต่ข้าสนใจลู่ทางของเจ้า!
ถ้ามีลู่ทางจริงๆได้ยินว่าผู้ฝึกยุทธ์นอกรีตไม่ได้เป็นพวกเดียวกับผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ล่ะยอดฝีมือระดับสูงบางส่วนมาให้ข้าโจมตี…ฮาๆ
โจมตีฆ่าผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่นั้นเป็นผลงานใหญ่!
รวมกับตำรับยาบำรุงบางส่วนหากมาอยู่ในมือพวกเราก็สามารถผลิตเองได้แล้วแม้ว่ามากไปอาจจะไม่มีมูลค่าเท่าตอนนี้แต่ราชสำนักกว้างใหญ่ขนาดนี้ยังไงก็มีคนต้องการอย่างแน่นอน
จิ่นอวี๊ไหวมองเขาพักหนึ่งสุดท้ายจึงเอ่ยว่างั้นรอน้องขุยถึงขั้นแม่ทัพแล้วค่อยว่ากัน…
ฟางผิงเอ่ยว่าหากถึงขั้นนั้นจริงๆพี่ขุยอย่านึกย้อนเสียใจละกัน!
จิ่นอวี๊ไหวประกายแววตาไอสังหารบางที…อาจต้องฉวยโอกาสที่เขายังไม่ทะลวงด่านกำจัดเขา!
ส่วนเรื่องที่ขุยหมิงจะรายงานเฟิงเมี่ยเชิงจิ่นอวี๊ไหวแค่นเสียงขึ้นจมูกเจ้าหมอนี่เป็นคนโลภมากในเมื่อโลภมากเขาคงไม่กล้ารายงานเฟิงเมี่ยเชิง
หากรายงานเฟิงเมี่ยเชิงเขาคงไม่ได้อะไรเหมือนกันดูท่าต้องหาโอกาสฆ่าเขาซะแล้ว!
จิ่นอวี๊ไหวลอบวางแผนในใจใบหน้ากลับไม่เปิดเผยอารมณ์
เจ้าหมอนีนึกไม่ถึงว่าจะวางแผนกับตัวเองใครจะรู้ว่าเพื่อครอบครองความลับแล้วเขาจะฆ่าตัวเองหรือเปล่า?
บอกให้ขุยหมิงรู้ว่าตัวเองทำการค้ากับผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนแห่งการเกิดใหม่?
จิ่นอวี๊ไหวไม่ได้กังวลว่าจะถูกรายงานความลับให้พวกเฟิงเมี่ยเชิงล่วงรู้ประเด็นหลักอยู่ที่จะกลัวว่าขุยหมิงจะฆ่าเขาปิดปาก
ถ้าเป็นเขาเขาก็ไม่อยากบอกให้คนอื่นรู้เช่นกันบางเรื่องตัวเองรู้คนเดียวก็เพียงพอแล้ว
เขากำลังคิดฟางผิงก็กำลังคิดเหมือนกันดูท่าจิ่นอวี๊ไหวจะแอบสมคบคิดกับมนุษย์จริงๆ!
ตกลงเป็นใครกันแน่?
ทั้งสองคนต่างจมดิ่งในความเงียบข้างนอกประตูมีผู้ฝึกยุทธ์ชุดเกราะคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่าขุนพลขุยหมิงอยู่หรือเปล่า?
เข้ามา!
ไม่นานก็มีคนเข้าประตูมาเห็นจิ่นอวี๊ไหวอยู่ด้วยก็ไม่พูดมากปรากฏคัมภีร์หนังปีศาจเล่มหนึ่งขึ้น
ขุนพลขุยหมิงนี่คือข้อมูลพื้นฐานของราชสำนักบางส่วนที่ท่านเฟิงอวี่ให้ข้าน้อยนำมาส่ง…
ฟางผิงแย้มยิ้มพยักหน้าเป็นนัยอีกฝ่ายวางคัมภีร์ลงไม่นานก็จากไปฟางผิงคว้าคัมภีร์ขึ้นมาอ่านเห็นได้ชัดว่าทนไม่ไหวอยู่
โยนให้จิ่นอวี๊ไหวว่าคุ้นชินกับการให้บ่าวรับใช้อ่านให้ฟังหากพี่จิ่นไม่ถือสาอ่านแทนให้ข้าหน่อย…
นอกจากจิ่นอวี๊ไหวจะไม่โกรธแล้วยังเอ่ยด้วยรอยยิ้มในเขตแดนเจ็ดทางใต้น้องขุยคงใชชีวิตสบายกว่าข้าไม่น้อยในเมื่อเป็นแบบนี้ข้าจะอ่านให้น้องขุยฟังละกัน…
เขาอยากรู้ข้อมูลบางอย่างเช่นกันแต่ดูท่าเฟิงอวี่เหมือนจะส่งให้ขุยหมิงแค่คนเดียวอย่าลืมว่าข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก
ไม่อย่างนั้นไปล่วงเกินใครในเมืองจักรพรรดิเขาบางทีอาจจะตายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
ตอนนี้ในเมื่อขุยหมิงให้อ่านให้เขาก็ไม่ถือสาที่จะเป็นบ่าวให้สักครั้งเหมือนกัน
เรื่องของราชสำนัก…
ฟางผิงพิงตัวกับเก้าอี้หรี่ตาเหมือนกำลังพักผ่อนตั้งใจฟังจิ่นอวี๊ไหวอ่านหนังสือ
ราชสำนักเทียนจือเป็นองค์กรสมบูรณ์กว้างที่เขาจินตนาการไว้พอสมควรตำหนักเหนือราชาคงไม่พูดถึงนี่เป็นขุมพลังที่สำคัญที่สุดของราชสำนักทั้งเป็นองค์กรที่แข็งแกร่งที่สุดเช่นกัน
แต่ตำหนักเหนือราชาปลีกตัวจากโลกภายนอกไม่ค่อยแทรกแซงกิจธุระทั่วไปสักเท่าไหร่
ผู้ที่ควบคุมราชสำนักอย่างแทจริงยังคงเป็นเจ้าราชสำนักพวกนี้เมืองราชาเมืองหลักในราชสำนักพวกนั้นดูเหมือนจะดำรงอยู่อย่างอิสระอันที่จริงยังคงได้รับข้อจำกัดจากราชสำนัก
ราชสำนักที่กว้างใหญ่ควบคุมดูแลแม้แม่น้ำขุนเขาหลายพันล้านตารางกิโลเมตรฝ่ายต่างๆกลับมีไม่น้อย
ประเทศจีนมีสามหน่วยสี่กองราชสำนักพืชปีศาจกลับมีเก้าตำหนักตำหนักเหนือราชาก็คือหนึ่งในนั้น
แปดตำหนักอื่นๆกลับเป็นตำหนักเทียนจือ…ดูแลการคงอยู่ของทหารเทียนจื่อเจ้าราชสำนักก็คือเจ้าตำหนักไม่ใช่แค่ทหารเทียนจื่อทหารเทียนจื่อมีแค่สามแสนคนเท่านั้นราชสำนักที่กว้างใหญ่นี้จะมีทหารแคสามแสนคนได้อย่างไร
นอกจากนี้ยังมีกองทัพบางส่วนเฝ้าระวังในพื้นที่สำคัญต่างๆอย่างเช่นแดนรบราชาพื้นที่ชายแดนล้วนมีกองทัพเฝ้าระวังอยู่ทั้งยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ทุกคน
ตำหนักเทียนจื่อนั้นคล้ายกับหน่วยทหารของประเทศจีนรับผิดชอบการทำสงครามเป็นหลัก
ตำหนักหมื่นปีศาจ…เป็นฝ่ายควบคุมดูแลเผ่าปีศาจในอาณาเขตเผ่าปีศาจทั้งหมดในราชสำนักล้วนถูกควบคุมโดยตำหนักหมื่นปีศาจหากเผ่าปีศาจก่อความวุ่นวายตำหนักหมื่นปีศาจก็จะมียอดฝีมือออกมากำราบถ้ากำราบไม่ได้ก็จะให้ทหารเทียนจื่อลงมือ
ตำหนักว่าการ…เป็นฝ่ายดูแลสำนักภายในอาณาเขตรวมถึงสำนักเทพก็ถูกควบคุมโดยตำหนักว่าการเช่นกันแม้จะควบคุมไม่ค่อยได้แต่สำนักระดับเล็กระดับกลางบางส่วนยังคงไม่มีคุณสมบัติต่อต้านล้วนต้องฟังคำสั่ง
ตำหนักบรรณาการ…เป็นฝ่ายควบคุมเมืองราชาและเมืองหลักภายในอาณาเขตในนั้นยังแบ่งเป็นหลายฝ่ายสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือบรรณาการปีละครั้งเจ้าเมืองราชาและเมืองหลักล้วนต้องส่งบรรณาการนำสมบัติล้ำค่ามากมายมาให้เมืองจักรพรรดิรวมถึงแต่งตั้งหรือถอดถอนเจ้าเมืองบางส่วนก็เป็นความรับผิดชอบของพวกเขาเทียบเท่ากับศูนย์บริการภาครัฐ
มีฝ่ายที่รับผิดชอบด้านอาวุธทหารมีฝ่ายรับผิดชอบควบคุมสำนักและเผ่าปีศาจทั้งมีฝ่ายรับผิดชอบประสานงานกับเมืองใหญ่ต่างๆ
ในนั้นตำหนักเหนือราชาแข็งแกร่งที่สุดเรื่องนี้คงไม่จำเป็นต้องพูดตำหนักเทียนจื่อที่เป็นกำลังหลักต่อสู้ก็แข็งแกร่งอย่างยิ่งเช่นกันในอดีตยอดฝีมือเป็นรองเหนือราชาทั้งสามต่างอยู่ในตำหนักเทียนจื่อ
แต่ตำหนักอื่นๆบางทีความสามารถโดยรวมอาจไม่เท่าไหร่แต่ความสามารถของเจ้าตำหนักกลับไม่อาจอ่อนด้อย