ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 689-2 ควันหลงจากการทะลวงด่านที่ทำใหหน้ากิ่ว (2)
- Home
- ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน
- บทที่ 689-2 ควันหลงจากการทะลวงด่านที่ทำใหหน้ากิ่ว (2)
หมัวเออร์ถ่าคำรามเบา ๆ พลังจิตใจที่ไร้รูปทรงหลอมรวมเข้าสู่ในไม้คทาวิเศษทันที อาวุธวิเศษระเบิดแสงเจิดจ้า เสือปีศาจตัวหนึ่งปรากฏขึ้นในอากาศราวกับมีการคงอยู่จริงๆ ก่อนจะตวัดกรงเล็บไปทางอักษรทันที
เปรี้ยง!
แสงสีทองพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า ทำให้ผิวน้ำแทบจะกลายเป็นสีทองทั้งหมด ยอดฝีมือขั้นแปดหกคนต่างกระอักเลือดออกมา พวกเขาเผยสีหน้าตกใจ ไม่ใช่แค่ยอดฝีมือที่เดินในเส้นทางต้นกำเนิด แต่หมัวเออร์ถ่ายังเดินในเส้นทางต้นกำเนิดออกไปช่วงหนึ่งแล้ว ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าอู๋ขุยซาน ทั้งบางทียังอาจจะแข็งแกร่งกว่านั้น พวกเขาหกคนในมือมีอาวุธวิเศษ ใช้เคล็ดวิชาตัวอักษร ‘เจิ้น’ สยบขั้นเก้าอ่อนแอคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก แต่เผชิญหน้ากับยอดฝีมือขั้นเก้านั่นก็อันตรายแล้ว!
“ฟางผิง! หนี!” ยอดฝีมือสวมชุดทหารที่เป็นหัวหน้าตะโกนเสียงดัง พวกเขาต้านหมัวเออร์ถ่าไม่ไหว เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ช้าก็เร็วจะต้องพ่ายแพ้!
ทางเป่ยกงอวิ่นมีพละกำลังมหาศาล ในมือมีอาวุธวิเศษขั้นเก้า ตัวเองก็เป็นยอดฝีมือที่เดินในเส้นทางต้นกำเนิดเช่นกัน แม้จะสู้ผู้อาวุโสสามไม่ได้ก็ไม่อาจพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว ส่วนหนานอวิ๋นผิง พลังต่อสู้แข็งแกร่ง หวังชิงไห่ก็เป็นยอดฝีมือที่เพิ่งหลอมห้าขั้น ขั้นแปดสูงสุดสองคนเป็นกำลังหลัก เฉินเย่าถิงและหลิวพัวหลู่คอยสนับสนุน เผชิญหน้ากับผู้อาวุโสแปดที่เพิ่งเข้าสู่เส้นทางต้นกำเนิดก็ไม่เป็นฝ่ายเสียเปรียบเช่นกัน
พวกหลี่หานซง ยอดฝีมือขั้นแปดห้าคน ร่วมกับหวงจิ่ง ลู่เฟิ่งโหรว หวังจินหยาง เหยาเฉิงจวิน และถังเฟิง ยอดฝีมือสิบเอ็ดคนรับมือกับผู้อาวุโสเก้าที่เพิ่งเข้าสู่เส้นทางต้นกำเนิด ในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่อาจจะตัดสินแพ้ชนะได้ ที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างแท้จริงกลับเป็นพวกฟางผิง ขั้นแปดหกคนรวมกับฟางผิงขั้นแปดเจ็ดคน ยังคงถูกหมัวเออร์ถ่ากดดันอย่างหนัก แต่ถ้ามีเพียงเท่านี้ พวกฟางผิงก็ไม่อาจพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วเหมือนกัน
“มีแค่นี้เหรอ?”
ฟางผิงแค่นเสียงในลำคอ มองไปรอบ ๆ ในเวลานี้ฟางผิงก็คำรามออกมา บนร่างประกายแสงสีทองอร่าม จู่ ๆ ก็หายไปจากที่เดิม เสี้ยวนาทีต่อมาฟางผิงกลับปรากฏตัวห่างออกไปหลายร้อยเมตร ปากกระอักเลือดอย่างบ้าคลั่ง นึกไม่ถึงว่าจะสัมผัสได้… สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดของยุคสมัยใหม่!
เสียงหัวเราะที่แก่ชราดังขึ้นมาในความว่างเปล่า ไม่นานร่างที่สะท้านฟ้าในชุดสีแดงก็ปรากฏตัวขึ้นในตำแหน่งที่ฟางผิงเพิ่งจะออกไป!
“พี่ใหญ่มาแล้ว! ฮ่าๆๆ!” ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างหัวเราะเสียงดัง พี่ใหญ่ที่แข็งแกร่งที่สุดมาแล้ว!
ทางหน่วยซิงลัว หัวหน้าขั้นแปดตะโกนด้วยโทสะ “ฟางผิง หนี!” ผู้อาวุโสใหญ่ของลัทธินอกรีตมาแล้ว!
“เวรเอ๊ย!” ฟางผิงบ่นด่าในใจ ผู้อาวุโสใหญ่มาแล้ว คนที่เหล่าจางจัดเตรียมไว้ล่ะ?
เพิ่งจะคิดเรื่องนี้ ฟางผิงก็เผยท่าทีตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้ง ระเบิดสุดกำลังหายไปจากที่เดิมทันที เขาเพิ่งจะหายไปข้างหูก็มีคนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “อะไร มาช้าไปหนึ่งก้าว ขอโทษที!”
เสียงนี้แทบจะดังขึ้นในชั่วพริบตาก่อนจะหายไปทันที ฟางผิงยังไม่ทันได้ขยับตัว ข้างกายก็มีคลื่นพลังงานที่แข็งแกร่งระเบิดขึ้น อากาศเกิดการสั่นสะเทือน คลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ
“ผู้อาวุโสใหญ่… ที่แท้นายก็คือผู้อาวุโสใหญ่…” หลังจากนั้นสักพักอากาศก็กลับสู่ความเงียบสงบ ตำแหน่งที่อยู่ข้างหน้าฟางผิงไม่ถึงร้อยเมตร มีร่างชายหนุ่มผอมบางคนหนึ่งยืนในอากาศอย่างทรนงตัว หันหลังให้ฟางผิง หันหน้าไปทางผู้อาวุโสใหญ่ที่อยู่ห่างไปหลายร้อยเมตร เอ่ยด้วยสีหน้าซับซ้อนว่า “ทำไมนายถึงเป็นผูอาวุโสใหญ่ได้… ฉันเคยนึกถึงใครหลายคน กลับไม่เคยนึกถึงนายมาก่อน”
เวลานี้ผู้อาวุโสใหญ่ก็ไม่รีบลงมือเช่นกัน เอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าว่า “ขงหลิงหยวน! นึกไม่ถึงว่านายจะฟื้นฟูเส้นทางต้นกำเนิดแล้ว เหนือความคาดหมายของฉันจริงๆ ฝีมือจางเทางั้นเหรอ?”
ชายหนุ่มรูปร่างผอมบางคือขงหลิงหยวน ผู้ที่อยู่ในสิบอันดับแรกของขั้นเก้า! ฟางผิงไม่เคยเจอมาก่อน กลับเคยได้ยินชื่อของขงหลิงหยวนอยู่หลายครั้ง
ขงหลิงหยวนถอนหายใจเบา ๆ “ความจริงฉันควรจะลงถ้ำใต้ดินฆ่าขั้นเก้าคนหนึ่ง มีคำสั่งเรียกฉันกลับมา! นึกไม่ถึงว่าสงครามแรกที่กลับมา คู่ต่อสู้จะเป็นนาย!”
“คาดไม่ถึงสินะ? ฉันกลับไม่ได้ตกใจ ฉันรู้ตั้งนานแล้ว จางเทายังต้องเหลือคนเอาไว้ เดิมทีคิดว่าเป็นเฉินเย่าจื่อ นึกไม่ถึงว่าจะเป็นนาย อาศัยพลังภายนอกเข้าสู่ขั้นสุดยอด ทั้งอาจจะไม่สำเร็จเสมอไป จะดีกว่าเดินในเส้นทางของตัวเองหรือไง? ฟางผิงอุทิศตนเพื่อประเทศชาติตั้งมากมาย นายก็รู้ดี ทำไมอยากจะฆ่าฟางผิงให้ได้…”
“ฉันแก่แล้ว หลายปีที่ผ่านมาเส้นทางต้นกำเนิดพัฒนาได้ช้า สงครามใหญ่ใกล้เข้ามาแล้ว… ฉันรอไม่ไหวแล้ว!”
ผู้อาวุโสใหญ่ชุดแดงถอนหายใจ ก่อนจะแค่นยิ้มว่า “ขงหลิงหยวน ฉันไม่เหมือนกับพวกนาย จางเทาและหลี่เจิ้นให้ความสำคัญกับพวกนาย ไม่คิดปิดบังถือสาอะไรกับพวกนาย รางวัลที่ได้มาทั้งหมดทุ่มเทบ่มเพาะพวกนายอย่างเต็มกำลัง… ฉันล่ะ? สงครามใหญ่ฉันเข้าร่วม ผลประโยชน์กลับแทบไม่ได้อะไร… ฉันต่อสู้เพื่อประเทศชาติมานับสิบปี ช่วงเวลาสำคัญได้รับอะไร?”
ผู้อาวุโสใหญ่ยิ้มเศร้าว่า “ไม่ได้รับอะไรสักอย่าง! ได้รับแค่บาดแผลรุมเร้าทั่วร่างกาย หากไม่ใช่ว่าหลายปีมานี้ถ้ำใต้ดินให้ผลประโยชน์มาบางส่วน บางทีฉันคงก้าวสู่ทางตันไปนานแล้ว! จางเวยอวี่คนพวกนี้อาวุโสกว่าฉันหรือไง? ฝีมือแข็งแกร่งกว่าฉันจริงๆ หรือไง? แต่พอช่วงเวลาสำคัญมาถึง เอาแต่ล้ำหน้าฉันคนแล้วคนเล่า มีอาวุธวิเศษขั้นเก้าก็มอบให้พวกเขา มีเคล็ดวิชาขั้นสุดยอดก็ให้พวกเขา! ปัญหาไม่ได้อยู่ส่วนแบ่ง แต่อยู่ที่แบ่งไม่ยุติธรรม! พูดถึงฟางผิงเถอะ พวกนายบอกว่าเขาอุทิศตัวสร้างผลงาน เป็นประโยชน์อะไรกับฉันกัน! อาวุธวิเศษที่เขาได้มา สสารไม่แตกดับ น้ำแร่ชีวิตที่ส่งออกไป ไม่เคยมีส่วนของฉันสักนิด… ฉันก็เคยคุ้มกันเขาเหมือนกัน นั่นแล้วยังไง?”
ข้างหลังนั้น ฟางผิงตกตะลึงไป เผยสีหน้าไม่กล้าเชื่อ พึมพำว่า “เป็นนาย! นาย… เป็นนายได้ยังไง! นายคือผู้อาวุโสใหญ่?”
“เธอจำได้แล้วงั้นเหรอ?” ผู้อาวุโสใหญ่หัวเราะ ฟื้นฟูท่าที่เป็นปกติ “เป็นฉัน เหมือนจะคาดไม่ถึงแต่ก็สอดคล้องในความเป็นจริงไม่ใช่หรือไง?”
ฟางผิงเผยแววตาซับซ้อน ก่อนจะคำรามอย่างอัดอั้นว่า “เพื่ออะไร? แค่เพราะไม่ยุติธรรม? มีอะไรไม่ยุติธรรม? ผู้ฝึกยุทธ์ในยุคสมัยใหม่ล้วนชิงชิงด้วยตัวเอง! ผู้ฝึกยุทธ์ต้องแข่งขันแย่งชิง! ทุกอย่างที่พวกเรามีล้วนชั่วชิงมาด้วยตัวเอง! ทำไมนายถึงคิดว่าฉันไม่ให้อาวุธวิเศษนาย รัฐมนตรีไม่ให้เคล็ดวิชานายถึงเป็นเรื่องไม่ยุติธรรม! ทั้งหมดล้วนเป็นข้ออ้าง! เก่าผู้อาวุโสอย่างพวกนายเข้ามาอยู่กันตั้งหลายปี สรุปแล้วก็ยังเป็นความเห็นแก่ตัว!”
“เห็นแก่ตัว?” ผู้อาวุโสใหญ่เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ฉันทำสงครามในถ้ำใต้ดินมาหลายปี ฆ่าฟันศัตรูแข็งแกร่งนับไม่ถ้วน อธิการมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้อย่างเธอฆ่าศัตรูได้ไม่มากเท่าฉันด้วยซ้ำ ฉันเห็นแก่ตัวงั้นเหรอ? ฉันเคยหลั่งเลือดทำสงครามเหมือนกัน เคยปกป้องมนุษยชาติเหมือนกัน แม้จะเป็นแบบนี้พวกจางเทายังคงไม่ไว้ใจฉัน ส่วนลึกในใจไม่มีการคงอยู่ของฉัน แค่เพราะว่าความคิดเห็นไม่เหมือนกันงั้นเหรอ? แค่เพราะไม่อยู่ฝ่ายเดียวกัน? ฮ่าๆๆ… ปราบปรามผู้เห็นต่างแทบจะเป็นทุกที่ทุกเวลา! ฟางผิงเธอประเมินพวกจางเทาสูงไป พวกเขาเห็นแก่ตัวกว่าฉัน ไร้ยางอายยิ่งกว่าฉัน!”
ฟางผิงสีหน้าแทบดูไม่ได้ จู่ ๆ ก็ด่าว่า “แม่งเหอะ เสียทีที่ก่อนหน้านี้ฉันเคยนับถือนาย นึกไม่ถึงว่านายจะเป็นสุนัขรับใช้ได้! นายเคยนึกถึงครอบครัวของนายบ้างหรือเปล่า?”
ชายชราชุดแดงคลี่ยิ้มว่า “นึกถึงสิ ดังนั้นพวกเขาถึงไม่รู้ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ ไม่รู้สักนิด พวกนายจะคุมขังก็ดี จำคุกก็ช่าง หรือยังจะฆ่าพวกเขาได้? จางเทาและหลี่เจิ้นไล่ล่าไขว่คว้าชื่อเสียงเกียรติยศเป็นที่เลื่องลือในยุคสมัยใหม่ มนุษย์เท่าเทียมกัน ความผิดไม่เกี่ยวข้องกับครอบครัว! ฉันมีความผิดพวกเขาไม่มีความผิด! ฟางผิง… นายคิดว่าพวกเขาจะถูกฆ่างั้นเหรอ?”
“ใช่! นายทำฉันตาย มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จะล้างบางพวกนายทั้งตระกูล! อย่าคิดว่าฉันพูดเล่น ไม่เชื่อก็ลองดู!”
ผู้อาวุโสใหญ่แค่นเสียงในลำคอ ครู่ต่อมาก็ฟันดาบยาวฝ่าอากาศออกไป! เวลานี้ชายหนุ่มผอมบางปรากฏพัดขึ้นมาข้างหน้า ชั่วพริบตาพัดนั้นก็คลี่ออก เกิดเสียงระเบิดดังลั่นบนผิวน้ำ สะเก็ดไฟกระเซ็นไปทั่ว คลื่นยักษ์พุ่งสูงเสียดฟ้าอีกครั้ง