ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 689-3 ควันหลงจากการทะลวงด่านที่ทำใหหน้ากิ่ว (3)
- Home
- ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน
- บทที่ 689-3 ควันหลงจากการทะลวงด่านที่ทำใหหน้ากิ่ว (3)
“จำเป็นด้วยหรือไง” ขงหลิงหยวนถอนหายใจ “มีฉันอยู่ นายฆ่าเขาไม่ได้หรอก ยอมแพ้ซะเถอะ ออกไปตอนนี้บางทีอาจจะมีโอกาสรอด หากยังไม่ไปพวกรัฐมนตรีกลับมา นายต้องตายอย่างแน่นอน!”
“ในเมื่อมาแล้วฉันก็ไม่ได้คิดจะไป!”
เปรี้ยง!
ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกัน ดาบยาวและพัดวิเศษก็ปะทะกันในอากาศหลายครั้งแล้ว ควันหลงจากการระเบิดของพลังงานพัดฟางผิงปลิวไปนับครั้งไม่ถ้วน ฟางผิงรีบหนีตาย!
แข็งแกร่งมาก! นี่ก็คือความสามารถของยอดฝีมือแนวหน้าในระดับต่ำกว่าขั้นสุดยอด?
เมื่อก่อนเขาเคยเห็นพวกหนานอวินเยวี่ยลงมือ แต่ไม่รู้สถานการณ์ที่ชัดเจนมาโดยตลอด เพราะพวกหนานอวินเยวี่ยลงมืออีกฝ่ายก็เป็นขั้นเก้าแนวหน้าเหมือนกัน ยอดฝีมือพวกนี้ประมือกันระยะห่างอยู่ไกลจากเขาเกินไป ให้ความรู้สึกเหมือนกับสู้หลี่ฉางเชิงไม่ได้ด้วยซ้ำ ยังไงหลี่ฉางเชิงก็เคยฟันขั้นเก้ามาก่อน ทั้งไม่ใช่แค่คนเดียวยังฆ่าอย่างสบาย ๆ อีกด้วย แต่ครั้งนี้ฟางผิงกระจ่างแจ้งแล้ว เทียบกับความสามารถหลี่ฉางเชิงยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนพวกนี้ ไม่ใช่อะไร ปกติคนพวกนี้ต่อสู้กับศัตรูล้วนเป็นยอดฝีมือในระดับเดียวกับพวกเขา ดังนั้นจึงต่อสู้ได้ลำบากเป็นพิเศษ ทั้งเห็นความต่างของความสามารถไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ไม่ได้ให้ความรู้สึกสั่นสะท้านเหมือนที่ตาเฒ่าหลี่ฆ่าศัตรูในเวลาชั่วพริบตา
ผู้อาวุโสห้าคน ผู้อาวุโสใหญ่ ผู้อาวุโสสาม หก แปด และเก้า ปรากฏตัวทั้งหมด เวลานี้ฟางผิงยังคงระวังตัวอย่างมาก มีแค่คนพวกนี้งั้นเหรอ? หากมีแคคนพวกนี้ยังไม่เพียงพออยู่บ้าง การต่อสู้ที่กระจัดกระจายกันไปนอกจากพวกหน่วยซิงลัวที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบแล้ว จุดอื่น ๆ แทบไม่ได้เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเลย ไม่ใช่อะไรตอนนี้เขายังเป็นอิสระด้วยซ้ำ
ในเวลานี้ฉินเฟิ่งชิงที่เพิ่งหนีออกไป จู่ ๆ ก็พุ่งตัวเข้ามาทางนี้ ตะโกนว่า “แม่งเหอะ ข้างหน้ายังมีอีกเยอะ ขั้นเจ็ดขั้นแปดหลายสิบคน วิ่งหนีเร็ว!”
ระหว่างที่เขาพูดก็พอสามารถเห็นเงาคนข้างหลังได้แล้ว! ยอดฝีมือสวมหน้ากากหลายสิบคนกำลังไล่ตามเขามาอย่างรวดเร็ว! ยอดฝีมือขั้นเจ็ดขั้นแปดพลังปกปิดกลิ่นอายนั้นสู้ขั้นเก้าไม่ได้ เอาแต่ป้วนเปี้ยนอยู่รอบนอก รอจนสงครามเริ่มขึ้นคนพวกนี้ค่อยบุกเข้ามาอย่างรวดเร็ว ป้องกันไม่ให้ถูกพวกฟางผิงค้นพบล่วงหน้า แต่คนมาถึงเยอะขนาดนี้ก็เพียงพอให้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์แล้ว
ฟางผิงชำเลืองมองพวกขงหลิงหยวนแวบหนึ่ง จู่ ๆ ก็ตะโกนว่า “ฉินเฟิ่งชิง ไปช่วยพวกอาจารย์! เจ้าสารเลวพวกนั้นส่งให้ฉัน!”
“นายไหวงั้นเหรอ? ขั้นแปดห้าคน ขั้นเจ็ดสิบคน…”
“อย่ามาไรสาระ!”
“ไม่มีปัญหา!” ฉินเฟิ่งชิงไม่พูดพล่ามทำเพลงก็พุ่งตัวไปทางพวกลู่เฟิ่งโหรวทันที หัวเราะว่า “ขั้นเก้าอ่อนแอคนหนึ่ง ฉันช่วยรังแกคนอ่อนแอกว่าอยู่แล้ว พวกไก่อ่อนนายนรังแกง่ายที่สุดแล้ว ไม่จัดการนายให้จัดการใครอีก!”
“รนหาที่ตาย!” ผู้อาวุโสเกาซัดฝ่ามือใส่แขนหวงจิ่งจนหัก ไม่พูดมากอีก ปลีกตัวจากวงล้อมต่อสู้ ถลาเข้ามาหาฉินเฟิ่งชิงทันที!
ฉินเฟิ่งชิงคำรามอย่างบ้าคลั่ง “แม่งเหอะ นายบ้าไปแล้วหรือไง! ฉันเพิ่งจะขั้นเจ็ด นายมาฆ่าฉัน นายเป็นบ้าสินะ? ครอบครัวนายมีแต่คนปัญญาอ่อน? นายเข้าสู่ลัทธินอกรีตสมองก็ละลายไปกับน้ำแล้ว? ไสหัวไป อย่ามาไล่ตามฉัน…”
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง ผู้อาวุโสเกาก็ไล่ตามฉินเฟิ่งชิงไปตรง ๆ ข้างหลังนั้นหลี่หานซงตะโกนว่า “รีบตามไปเร็ว!”
ฉินเฟิ่งชิงเพิ่งจะเข้าสู่ขั้นเจ็ด ถูกอีกฝ่ายไล่ตามแม้จะเป็นขั้นเก้าอ่อนแอ อย่างมากก็ฆ่าเขาในสามกระบวนท่าเท่านั้น! สำหรับยอดฝีมือสามกระบวนท่าเป็นเรื่องแค่ชั่วพริบตาเดียว พวกหลี่หานซงรีบไล่ตามไปทางฉินเฟิ่งชิงอย่างรวดเร็ว
ฉินเฟิ่งชิงที่กำลังหนีอย่างบ้าคลั่งยังคงด่าว่า “ไอ้เวร ไล่ฆ่าฉันเป็นประสาทหรือไง! ฉันวิ่งเร็วจะตายไป นายจะไล่ตามทัน? ขั้นเจ็ดวิ่งชนะนายขั้นเก้าได้ เชื่อหรือเปล่า ตอนที่ฉันเริ่มวิ่ง นายยังแกล้งเป็นหนูหลบอยู่ตามท่อระบายน้ำด้วยซ้ำไป! แม่งไม่ต้องปิดบังกลิ่นอายหรอก นายคิดว่าฉันจำนายไม่ได้? แค่เห็นท่าทีเกลียดชังที่นายมีต่อฉัน ก็รู้แล้วว่าก่อนหน้านี้นายเคยถูกฉันด่ามาก่อน ขั้นเก้าที่ฉันเคยด่ามีแค่ไม่กี่คน นายต้องเป็นหนึ่งในนั้นแน่… แม่งพูดแบบนี้นายก็คือขั้นเก้าแล้ว? ไม่มีมั้ง? ผู้ฝึกยุทธ์นอกรีตมีเยอะขนาดนี้เลย คงไม่ใช่ประเทศอื่นสินะ? นายยังจะตามอีก ถ้านายยังไม่หยุดฉันจะบ้าให้ดู! จะบ้าจริงๆ แล้ว…”
ระหว่างที่พูด ผู้อาวุโสเกาก็อยู่ห่างจากเขาไม่ถึงห้าร้อยเมตรแล้ว ซัดหมัดผ่านอากาศออกไป! หมัดขนาดใหญ่ที่หลอมรวมขึ้นมาจากพลังงานพุ่งโจมตีไปทางฉินเฟิ่งชิงทันที!
ฉินเฟิ่งชิงคำรามเสียงดัง ใต้เท้าเปล่งประกายแสงเจิดจ้า รองเท้าบูทขั้นเจ็ดเกิดประกายไฟวิ่งออกไปหลายร้อยเมตร จนแทบไม่ทันฝุ่นรองเท้าบูทขั้นเจ็ดของฟางผิง!
ฟางผิงสร้างรองเท้าบูทขั้นเก้า ก่อนหน้านี้รองเท้าบูทขั้นเจ็ดที่จางเทาสร้างให้ไม่ได้ส่งต่อให้ใคร แต่มอบให้ฉินเฟิ่งชิง ระหว่างที่ฉินเฟิ่งชิงหนีก็ตะโกนมาทางฟางผิงที่อยู่ข้างหน้าว่า “ฟางผิง ฉันวิ่งสู้เขาไม่ได้ แลกกัน! นายจัดการเขา ฉันจะจัดการขั้นเจ็ดขั้นแปดพวกนั้น!”
“ไสหัวไป!”
“ไม่ไหวงั้นฉันจะไปหานาย จัดการด้วยกัน!”
“นายอย่าเข้ามา! ไสหัวไปไกล ๆ นายมาแล้วฉันจะทำยังไง?”
“ฉันไม่สน ฉันจะไปแล้ว!”
ระหว่างที่พูด ฉินเฟิ่งชิงก็ทะยานมาทางฟางผิง ฟางผิงเห็นแบบนั้นก็เอ็ดด่าทันที “ไอ้เวรฉินเฟิ่งชิง นายแม่งอยากให้ฉันตายหรือไง?”
“พวกเรามาร่วมมือกัน ไม่มีการคงอยู่ของศัตรูแล้ว กลัวอะไร!”
ข้างหลังนั้น หลี่หานซงตะโกนด่าว่า “ฉินเฟิ่งชิง! ไอ้สารเลว นายบ้าไปแล้วหรือไง รีบไสหัวไปอีกทาง!”
ผู้อาวุโสเกาไล่ฆ่าฉินเฟิ่งชิง แต่เวลานี้เห็นฉินเฟิ่งชิงหนีไปทางฟางผิง จู่ ๆ ก็ได้สติขึ้นมา ภารกิจหลักในวันนี้คือสังหารฟางผิง มีเวลามาสนใจฉินเฟิ่งชิงที่ไหนกัน ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ฉินเฟิ่งชิงบังเอิญหนีไปทางฟางผิงพอดี ข้างหน้าฟางผิงยังมีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดขั้นแปดอีกหลายคน… โอกาสมาถึงแล้ว! ทั้งโอกาสนี้ฉินเฟิ่งชิงยังเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง ผู้อาวุโสเกาลอบขำในใจ! แม้ก่อนหน้านี้จะถูกฉินเฟิ่งชิงทำให้โมโห แต่ชั่วพริบตานี้เขาควรต้องขอบคุณฉินเฟิ่งชิง ไม่งั้นคงไม่สามารถสร้างสถานการณ์แบบนี้ออกมาได้
ข้างหน้านั้นฟางผิงหนีไปอย่างรวดเร็วแล้ว ฉินเฟิ่งชิงยังคงตะโกนว่า “อย่าหนีสิ! หนีไปฉันก็จะถูกสกัดตัวแล้ว!”
ฟางผิงชะงักฝีเท้า การชะงักนี้ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดขั้นแปดพวกนั้นล้อมวงปิดกั้นทันที ฟางผิงเดือดดาลอย่างมาก ตะโกนว่า “ไอ้สารเลว! ชั่วชีวิตนี้ของฉันไม่ตายในน้ำมือคนอื่น แต่จะมาตายในน้ำมือนาย สารเลวไปตายไกล ๆ ไป!”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ…”
“ไสหัวไป!”
สิ้นเสียง ทั้งสองคนก็รวมตัวเข้าด้วยกันแล้ว ฉินเฟิ่งชิงไม่พูดพล่ามทำเพลง จู่ ๆ ก็กอดฟางผิงเอาไว้ บนร่างประกายแสงสีทองนั่นเป็นสสารไม่แตกดับที่ฟางผิงส่งให้ นอกวงล้อมขั้นเจ็ดขั้นแปดพวกนั้นล้อมวงเข้ามาแล้ว ในเวลานี่จู่ ๆ ห้องสีทองของฟางผิงก็ปรากฏขึ้น ห่อหุ้มเขาและฉินเฟิ่งชิงเอาไว้ ในเวลาเดียวกันยังมีกล่องใหญ่อีกใบหนึ่ง กล่องนั้นถูกฟางผิงโยนออกไปในชั่วพริบตา หลังจากนั้นห้องสีทองของฟางผิงก็จมสู่ทะเล!
เปรี้ยง!
ครู่ต่อมาก็เกิดเสียงดังสะท้านฟ้า เสียงร้องอย่างโหยหวนดังขึ้นติดต่อกัน ผู้อาวุโสเกาที่เพิ่งเข้ามาในวงล้อมกระเด็นลอยออกไปอย่างรวดเร็ว ร่างทองระเบิดแสงสว่างไสว ควันหลงของแรงโจมตีพุ่งชนร่างทองของเขาอยู่พักใหญ่ บดขยี้ร่างทอง เลือดสีทองนั้นหยดไหลไม่หยุดหย่อน
ไม่ไกลนั้น พวกหลี่หานซงทุ่มสุดกำลังพยายามต้านทานการโจมตีของพลังงานเช่นกัน ต่างกระเด็นลอยออกไป เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวกลางอากาศ ระเบิดแสงเจิดจ้าบาดตาหลายคนจนสูญเสียการมองเห็นในช่วงเวลาสั้น ในเวลาเดียวกันบริเวณแนวชายฝั่ง คลื่นยักษ์โหมกระหน่ำสูงเสียดฟ้านั้น ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์นับร้อยคนพยายามป้องกันแนวชายฝั่ง เสียงระเบิดดังลั่นสั่นสะเทือนจนผู้ฝึกยุทธ์บางส่วนหูดับไป
มีคนเผยใบหน้าสั่นสะเทือน “นี่… คือผลกระทบของการทะลวงด่านขั้นแปดงั้นเหรอ?”
“เกาะอยู่ห่างจากที่นี่นับสิบลี่ เสียงกลับดังสนั่นไปทั่ว หรือว่า… เป็นทัณฑ์สายฟ้า?”
กลางอากาศมีพลังงานระเบิดนับไม่ถ้วน อยู่ไกลจากที่นี่ขนาดนี้ สิ่งก่อสร้างบางส่วนยังคงสั่นคลอน แก้วนั้นแตกไปนานแล้ว มีคนพึมพำว่า “ไม่น่าล่ะถึงบอกให้พวกเราอย่าเข้าใกล้ ยังบอกให้พวกเราเฝ้าระวังคลื่นยักษ์โจมตีล่วงหน้าอีก… การเคลื่อนไหวนี้จะน่ากลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้ขนาดไหน”
==================