ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 700 โลกกว้างใหญ่ขนาดนี้ฉันอยากออกไปดู (1)
ปลายเดือนตุลาคม รัฐบาลเริ่มสร้างข่าวลือแล้ว ไม่ได้ประกาศข้อมูลออกไปในคราวเดียว ข้อมูลถูกแพร่กระจายในอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับแรก
“ได้ยินว่าเกมรุกรานจากต่างโลกดัดแปลงมาจากเรื่องจริงงั้นเหรอ?”
“ถ้าโลกของมนุษย์มีการคงอยู่ของอีกโลกหนึ่งจริงๆ ทุกคนยังอยากจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์หรือเปล่า?”
“ก่อนหน้านี้ภาพยนตร์สงครามแห่งการล้างแค้นกับล่มสลายโลกมีใครเคยดูหรือเปล่า? ได้ยินว่ามีต้นแบบเหมือนกัน?”
“ได้ยินว่ามีผู้ฝึกยุทธ์หลายคนตายในสงครามของต่างโลก เรื่องจริงหรือเปล่า?”
“ฉันได้ยินว่า…”
ในอินเทอร์เน็ตแทบจะมีคำว่า ‘ได้ยินว่า’ อยู่เต็มไปหมด
ข้อมูลทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คนนับไม่ถ้วนพากันถกประเด็น ตกลงเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงกันแน่?
เกมเป็นเรื่องจริง?
ภาพยนตร์เป็นเรื่องจริง?
ต่างโลกนั้นมีอยู่จริงๆ?
แฝงไปด้วยความสงสัยต่างๆ นานา หัวข้อสนทนาก็ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ คนนับไม่ถ้วนตั้งคำถามกับทางการแล้ว เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?
โดยเฉพาะผู้ปกครองของนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้บางส่วน หลายวันนี้แทบจะต่อสายสอบถามกับลูกของตัวเองว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่?
หลายคนเคยดูภาพยนตร์สองเรื่องที่เพิ่งถูกฉายในช่วงนี้เหมือนกัน
สงครามแห่งการล้างแค้นหรือก็คือสงครามของเมืองเทียนเหมิน สงครามใหญ่ค่อนข้างดุเดือด แม้มนุษย์ที่ตายในสนามรบจะไม่ได้เยอะเท่าไหร่ แต่สงครามแห่งการล้างแค้นกลับไม่ได้ใช้ยอดฝีมือระดับสูงเป็นตัวหลักของเรื่อง แต่ใช้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่างและระดับกลางเป็นตัวหลักในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้
ในภาพยนตร์ นายอ้วนที่คุ้นเคยตายในสงครามต่างโลกแล้ว คนรักของผู้ฝึกยุทธ์อัจฉริยะคนหนึ่งก็ตายในสงคราม อาจารย์ของใครบางคนตายในสนามรบ น้องชายของใครบางคนตายในสนามรบ งั้นคนพวกนี้ถึงจะเป็นตัวหลักของภาพยนตร์
สงครามแห่งการล้างแค้นเล่าเรื่องราวของความแค้นที่ลากยาวนานมาถึงหกสิบปี การต่อสู้ของสองขั้วอำนาจ ภาพยนตร์เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องผ่านการย้อนอดีต ในนั้นชายชราคนหนึ่งมีประวัติศาสตร์คาบเกี่ยวในช่วงหกสิบปีก่อนจะเกิดสงครามใหญ่ก็ตายในต่างโลกแล้ว ทั้งเพราะการตายของชายชราคนนี้ถึงก่อให้เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องตามมาอีกมากมาย
สุดท้ายหัวข้อของสงครามแห่งการล้างแค้นก็จบโดยยอดฝีมือมนุษย์ทำลายเมืองเทียนเหมิน!
ใช่แล้ว เมืองเทียนเหมิน ชื่อของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มีการปรับเปลี่ยน แต่ชื่อของเมืองเทียนเหมินยังคงเดิม คนที่รู้ก็รู้ คนที่ไม่รู้ก็ไม่รู้
ผู้นำฝ่ายมนุษย์ที่ทำสงครามในครั้งนี้ เหตุการณ์ในอดีตบางอย่างยังปรากฏในภาพยนตร์ด้วย อู่ขุยซาน หลูเฟิ่งโหรว สองสามีภรรยา ลูกสาวที่ตายในสงครามต่างโลก หลี่ฉางเซิง อาจารย์ชายชรา เวลานั้นก็เคยเกือบตายในเงื้อมมือเจ้าเมืองเทียนเหมินมาก่อน ฟางผิงที่อายุน้อยแม้จะไม่มีครอบครัวและคนรักตายในเงื้อมมือพวกเจ้าเมืองเทียนเหมิน แต่ก็เห็นการตายของอธิการเฒ่า อาจารย์ และเพื่อนร่วมชั้นเหมือนกัน ภาพยนตร์ทั้งเรื่องเล่าผ่านการเปลี่ยนแปลงทางความคิดหลายอย่างของฟางผิง ตั้งแต่เรียนวรยุทธ์เพื่อความแข็งแกร่งเพื่อเป็นชนชั้นอภิสิทธิ์ จนถึงสุดท้ายกลายเป็นวีรบุรุษและผู้นำที่เอาชนะศัตรูของมนุษยชาติ
รัฐบาลกำลังสร้างข่าวลือ ฟางผิงเพิ่งจะดูภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องเป็นครั้งแรกเช่นกัน
ครั้งก่อนจางเทาบอกว่ากำลังจะถ่ายทำ ฟางผิงยังคิดว่าต้องใช้เวลาระยะหนึ่งซะอีก นึกไม่ถึงว่าจะฉายออกมาเร็วขนาดนี้ การควบคุมโดยรัฐบางเรื่องก็ง่ายดายจริงๆ ทั้งนักแสดงที่ถ่ายทำส่วนมากล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ จึงใช้เวลาได้อย่างรวดเร็ว
ดูภาพยนตร์แล้วในหัวของฟางผิงก็ปรากฏฉากต่างๆ ขึ้นมา
ลงถ้ำใต้ดินหลายครั้ง ครั้งที่มีอิทธิพลต่อเขามากที่สุดยังคงเป็นครั้งแรก
การลงถ้ำใต้ดินครั้งแรกเขาเห็นผู้คนตายมากมาย บางก็อาจารย์ บางก็นักศึกษา ยังมีชายชราที่ดูแลมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มาหกสิบปีคนนั้นด้วย
ไม่ใช่แคราชายชราคนนั้น เวลานั้นยังมีปรมาจารย์เฒ่าหลายครั้งมุ่งหน้าสู่สนามรบพังพินาศตกตายไปพร้อมกับศัตรู ชั่วพริบตานั้นทำให้ฟางผิงสั่นสะท้านในใจจริงๆ!
ชั่วพริบตา ฟางผิงถึงเข้าใจอย่างแท้จริงว่าทำไมต้องเป็นปรมาจารย์!
ประเทศเผชิญกับเคราะห์กรรม ความเป็นความตายของตัวเองจะนับเป็นเรื่องสำคัญอะไร?
ฝึกวิชาจนถึงขั้นเทพแล้ว หัวเราะอย่างสุขอุรา มุ่งสู่ความตายอย่างไม่หวั่นเกรง!
นั่นถึงจะเป็นเสาหลักของมนุษยชาติ!
วันนั้นที่เดินออกมาจากถ้ำใต้ดิน มียอดฝีมือขับบทกลอน
“หน้าประตูวันนี้เมื่อปีกลาย เธอคนนั้นยิ้มให้กับดอกท้อ มาวันนี้คนไม่อยู่รูแห่งไหน มีแค่ดอกท้อที่บานเหมือนครั้งก่อน…”
ฟางผิงแทบพูดไม่ออกว่าเป็นความเศร้าและอ้างว้างขนาดไหน ทั้งก็เป็นครั้งนั้นที่เขาเพิ่งจะสัมผัสได้ว่า ตกลงผู้ฝึกยุทธ์คืออะไร!
ความรับผิดชอบ!
สงครามใหญ่เริ่มขึ้น พวกยอดฝีมือให้ผู้อ่อนแอต่อนตัวไป ให้เด็กรุ่นใหม่ออกไปก่อน ต่อสู้จนถึงเสี้ยวนาทีสุดท้าย ต่อสู้จนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต ทั้งตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา ฟางผิงก็ก้าวหน้าอย่างว่องไว ช่วงเวลาสั้นๆ เข้าสู่ขั้นแปด
ตอนนี้ศัตรูตายไปแล้ว เหตุการณ์ปรากฏขึ้นไม่ใช่พวกเขา กลับยังคงทำให้ฟางผิงจมดิ่งในความเงียบ
ห้องฉายภาพยนตร์ไม่ได้มีแค่ฟางผิงคนเดียว ตอนนี้หลายคนต่างอยู่ในความเงียบงัน ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน จู่ๆ ฉินเฟิ่งชิงก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ถ่ายได้ไม่ดีเลย! เจ้าคนที่แสดงเป็นฉันไร้ประโยชน์เกินไปแล้ว! เพิ่งจะขั้นสาม ทะยานบนอากาศไม่ได้ เอาแต่แตะเท้าอยู่นั่น เล่นอะไรกัน! ฉันไร้ประโยชน์ขนาดนั้นเลยหรือไง? อีกอย่าง แม่งเอ๊ย ไอ้หน้าหยกนี่ทำให้ฉันฆ่าคนด้วยดาบเดียว ดูอย่างกับเล่นเกม ฟันคนเป็นสิบดาบคนยังไม่ตาย ทำบ้าอะไรกัน!”
ฉินเฟิ่งชิงด่าออกมายกใหญ่ คิดว่านักแสดงที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงคนนี้ดูถูกเขาแล้ว เพิ่งจะขั้นสามจะสามารถแสดงให้เหมือนเขาในขั้นห้าได้อย่างไร?
ฆ่าคนฆ่าแบบนั้นที่ไหนกัน!
ผู้ฝึกยุทธ์ออกดาบนั้นต้องเร็ว ตรงเป้า และดุดัน โดนจุดตายทุกดาบ เล็งจุดสำคัญศัตรูทุกกระบวนท่า นึกไม่ถึงว่าจะต่อสู้ไปๆ มาๆ อยู่หลายสิบครั้ง!
ด่าออกไปแล้วก็แก้ต่างว่า
“ตอนนั้นฉันไม่ได้น่าอนาถแบบนั้น ยังจะเกือบถูกคนฆ่าอีก ไร้สาระสิ้นดี! ฉันแข็งแกร่งจนถึงตอนท้ายเถอะ ฆ่าคนมาโดยตลอด ฆ่าจนมือชา มีเรื่องแบบนั้นที่ไหนกัน! อีกอย่างผู้กำกับทำบ้าอะไร ฉันฆ่าคนจนมือไม้ยุ่งพัลวัน เอาเวลาที่ไหนมาปลูกต้นรักกัน นึกไม่ถึงว่ายังจะหาแฟนให้ฉันช่วงสงคราม แฟนยังจะมาแผดเสียงร้องห่มร้องไห้อีก… ปัญญาอ่อน! ในเมื่อผู้หญิงคนนี้เข้าร่วมสงคราม นั้นก็ต้องให้ฆ่าศัตรู ไม่ใช่แม่งโง่อย่างนี้ เอาแต่จ้องมองฉันในเวลาแบบนี้? เธอไม่กลัวจะถูกคนฟันตายหรือไง? ไม่กลัวจะถูกลูกหลงจากฉันเลย? สรุปแล้วหนังเรื่องนี้มีแต่คนโง่เหลวไหลอย่างสิ้นเชิง!”
ฉินเฟิ่งชิงพูดซะภาพยนตร์ไม่มีดีอะไรสักอย่าง ฟางผิงและหัวเหล็กคร้านจะตอบกลับ
เหมือนไม่ถ่ายแบบนี้จะมีคนดูหรือไง? ตั้งแต่ต้นจนจบเอาแต่ฆ่าๆๆ… สงครามในเวลานั้นมีใครสนใจสิ่งรอบตัวขนาดนั้นด้วยหรือไง โต้ตอบอะไรกัน เจอหน้าก็ฆ่ากันแล้ว ถ่ายภาพยนตร์แบบนี้ออกมาคงไม่มีคนดูอย่างแน่นอน ตอนนี้ทำออกมาแบบนี้ถึงจะมีคนซื้อตั๋ว
ด้านข้างนั้น หลี่หานซงกลอกตาเอ่ยอย่างดูแคลนว่า
“ใช่ ไม่รู้ว่าวันนั้นมีใครถูกคนไล่ฆ่าจนร้องไห้หาพ่อหาแม่ ให้ฉันและเหล่าหวังช่วยชีวิต! ควรจะถ่ายทำออกมาด้วย ให้คนรู้นิสัยที่แท้จริงของนาย ถือโอกาสบอกทุกคนด้วยว่านายหน้าไม่อายขนาดไหน ยังไม่รู้ว่าตะโกนเรียกเจ้านายช่วยด้วยไปกี่ครั้งแล้ว”
ฉินเฟิ่งชิงใบหน้าดำคล้ำ!
หัวเหล็กไอ้สารเลวนี้ เอาเถอะ เขาจะจำบัญชีนี้ไว้ รอดูแล้วกัน จะให้นายเอ่ยถึงเรื่องนี้ทุกวัน!
หลี่หานซงไม่สนใจเขา พูดเรื่องนี้จบแล้วก็ถามว่า
“ทำไมไม่มีพวกสัตว์ปีศาจ?”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“เรื่องปกติ จะให้ทุกคนรู้สึกว่าสัตว์ปีศาจอยู่ฝั่งพวกเราไม่ได้ นั่นถึงจะเป็นปัญหาใหญ่! สัตว์ปีศาจก็คือสัตว์ปีศาจ ดุร้ายและโหดเหี้ยม! ตอนนี้บางคนอาจไม่ได้รู้ลึกซึ้งอะไร หากบอกว่านี่ดัดแปลงมาจากเรื่องจริง คิดว่าสัตว์ปีศาจเป็นฝ่ายเดียวกับพวกเรา หลังจากนี้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ลงถ้ำใต้ดิน โอบกอดความคิดแบบนี้ไว้ นายว่าจะมีจุดจบยังไง?”
“ตาย”
หลี่หานซงเข้าใจทันที เกือบลืมจุดนี้ไป
หากสร้างภาพจำให้ทุกคนรับรู้แบบนี้จริงๆ หลังจากนี้เจอเผ่าปีศาจ คนโง่พวกนี้คิดว่าสามารถสื่อสารกันได้… ก็รอตายไปเถอะ!