ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 700-2 โลกกว้างใหญ่ขนาดนี้ฉันอยากออกไปดู (2)
ฟางผิงไม่ได้พูดเรื่องนี้อีก แต่มองไปทางหลี่หานซง เอ่ยอย่างสงสัยอยู่บ้าง
“จะว่าไปแล้วฉันเพิ่งจะรู้ว่าพ่อแม่นายต่างยังมีชีวิตอยู่… ขอโทษที่ฉันอาจจะพูดตรงไป แต่ฉันเหมือนไม่เคยเห็นนายเอ่ยถึง หัวเหล็ก พ่อแม่นายเป็นผู้ฝึกยุทธ์เหมือนกันเหรอ?”
In ภาพยนตร์มีหัวเหล็กและพวกเหล่าหวังด้วยเหมือนกัน รวมถึงพวกเขาทีออกจากบ้านตั้งแต่เด็ก แสวงหาความก้าวหน้าของเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ สุดท้ายเข้าร่วมสงครามใหญ่ มีบรรยายอยู่บ้างเหมือนกัน
หลี่หานซงฉีกยิ้มว่า
“ไร้สาระ พ่อแม่ฉันต้องยังมีชีวิตอยู่แล้ว! แต่ผู้ฝึกยุทธ์ถึงระดับขั้นของพวกเราแล้วยุ่งเกินไป มีเวลากลับไปร่วมตัวกับครอบครัวมากขนาดนั้นที่ไหนกัน พ่อฉันเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสี่ อันที่จริงเป็นคนของหน่วยทหาร รับตำแหน่งผู้บัญชาการกองของหน่วยทหารปักกิ่ง แม่ฉันเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสาม… ตอนนี้น่าจะถึงขั้นสี่แล้ว ไม่ได้รับตำแหน่งทางการ เปิดบริษัทของตัวเอง นายก็รู้ว่าถ้ำใต้ดินปักกิ่งไม่ได้เกิดสงครามเท่าไหร่ หากมีสงครามก็เป็นสงครามของระดับสูง ดังนั้นพ่อฉันอยู่ทางนั้นจึงค่อนข้างปลอดภัย”
ระหว่างที่หลี่หานซงพูดก็มองไปทางฟางผิง
“นายก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไง ครอบครัวนายอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ นายก็ไม่ได้กลับไปนานแล้วเหมือนกัน”
ฟางผิงคลี่ยิ้มว่า
“ฉันไม่ได้กลับไปนั้นเพราะว่าในบ้านฉันยังมีบรรพบุรุษตัวน้อยอยู่ ฉันเห็นเธอตะลอนไปบ้านอยู่บ่อยๆ ฉันคงไม่กลับแล้ว ยังไงก็มีเรื่องให้ทำเยอะ นายเถอะ หาเวลากลับไปบ้านบ้าง พ่อแม่นายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ทั้งคู่ อันตรายนะ”
หลี่หานซงพยักหน้า ไม่นานก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ยังคงเป็นเหล่าหวังที่ดีสุด ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา! ได้ยินว่าพ่อแม่เขาและพ่อตาแม่ยายล้วนอยู่ตึกเดียวกัน…”
“ฮ่าๆๆ…”
ในห้องฉายภาพยนตร์จู่ๆ พวกเขาก็หัวเราะเสียงดัง
ฉินเฟิ่งชิงฉีกยิ้มว่า
“เหล่าหวังได้ยินน่าจะบ้าคลั่งขึ้นมา อย่าพูดเชียว สะใภ้ตัวน้อยนั้นของเขาใส่ใจเขาไม่น้อย… ไม่เห็นในหนังหรือไง? รุ่นพี่อย่าไปรุ่นพี่ฉันจะรอนาย… ฮ่าๆๆ…”
ฉินเฟิ่งชิงหัวเราะขึ้นมา สงครามแห่งการล้างแค้นไม่ได้มีบทของหวังจินหยางมากมาย แต่ภาพยนตร์เรื่องล่มสลายโลกหรือก็คือสงครามเทียนหนานนั้น เหล่าหวังถึงจะเป็นตัวหลัก อย่างน้อยเทียบกันแล้วก็พูดแบบนี้ได้ เรื่องล่มสลายโลกเล่าถึงผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มคนหนึ่ง เพื่อช่วยเหลืออาจารย์ จึงพยายามฝึกวิชาอย่างยากลำบาก แฝงตัวเข้าไปในทัพศัตรู เสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยชีวิตอาจารย์ ดังนั้นในเรื่องล่มสลายโลกบทของเหล่าหวังจึงมีไม่น้อย ส่วนสะใภ้ตัวน้อยคนนั้นของเขาก็ออกมาหลายครั้งเหมือนกัน
พวกฟางผิงต่างหัวเราะไม่หยุด ฉินเฟิ่งชิงเอ่ยว่า
“ครั้งนี้ถ้าเปิดเผยออกไป พวกเรายังพอว่า ถึงแม้แม่ของฉันจะไม่รู้สถานการณ์คร่าวๆ ของฉัน แต่ก็รู้ว่าฉันต้องไปถ้ำใต้ดิน ฟางผิงกลับเป็นนาย พ่อแม่นายรู้แล้ว…”
ฟางผิงหัวเราะ ก่อนจะถอนหายใจว่า
“คิดว่ารุ่นพ่อแม่เป็นคนโง่กันหรือไง? บางเรื่องอันที่จริงก็รู้ตั้งนานแล้วแค่ไม่พูดเท่านั้น ให้นายคิดว่าพวกเขาไม่รู้ ความจริงกลับรู้แก่ใจดี เปิดเผยก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยในภาพยนตร์ฉันก็อยู่แบบไร้คู่ต่อสู้ ไม่ได้อันตรายขนาดนั้น”
พูดจบฟางผิงก็เอ่ยต่อว่า
“เอาเถอะ ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว อีกไม่กี่วันร่วมมือกับทางการประชาสัมพันธ์ก็จบแล้ว”
ฟางผิงพูดจบก็เคาะโต๊ะเบาๆ
“ครั้งนี้ประชาสัมพันธ์แล้ว ฉันวางแผนจะไปถ้ำใต้ดิน…”
“นายจะไปถ้ำใต้ดิน?”
หลี่หานซงขมวดคิ้วว่า
“ไปถ้ำใต้ดินไหน? ตอนนี้สถานการณ์นายค่อนข้างอันตราย…”
“อันตรายหรือไม่อันตรายนั่นก็เหมือนกัน ไม่มีประกาศจับ ถ้ำใต้ดินก็ต้องการฆ่าฉันอยู่ดี เหมือนกันนั่นแหละ จะเอาแต่อยู่บนโลกไม่ได้ ไม่งั้นจะฝึกวิชาไปทำไม? ครั้งนี้เข้าถ้ำใต้ดิน อย่างแรกคว้าผลประโยชน์ให้มากหน่อย อย่างที่สอง… ฉันอยากเข้าไปดูในเขตหวงห้าม”
ทุกคนต่างหน้าเปลี่ยนสี!
เข้าเขตหวงห้าม?
เขตหวงห้ามถึงจะเป็นอันตรายอย่างแท้จริง!
เขตหวงห้ามที่กว้างใหญ่ มีเหนือราชาอยู่นับร้อย!
ไม่เหมือนเขตแดนข้างนอก ต่อให้อันตรายนั้นก็ไม่มีเหนือราชาล่วงล้ำเขตแดน ยอดฝีมือขั้นเก้าอยากฆ่าฟางผิงไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น ฟางผิงยังคงมีความสามารถในการหนีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รวมกับรองเท้าบูทวิเศษขั้นเก้า ขั้นเก้าอ่อนแออยากจะฆ่าฟางผิงแทบเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เป็นภัยคุกคามกับฟางผิงอย่างแท้จริงยังคงเป็นยอดฝีมือในเส้นทางของต้นกำเนิด ทั้งในเขตแดนข้างนอกยอดฝีมือต้นกำเนิดไม่ได้มีเยอะ
พูดถึงถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ เจ้าเมืองเทียนเหมินและต้นเทียนเหมินนับว่าแข็งแกร่งมากแล้ว สิบเอ็ดปีก่อนต้นเทียนเหมินยังไม่ได้เข้าสู่เส้นทางต้นกำเนิดด้วยซ้ำ เพิ่งจะเข้าสู่เส้นทางเมื่อไม่นานมานี้ นี่ก็ถือว่าเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งแล้ว เพราะเขาททำสงครามกับผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์มาโดยตลอด ส่วนเจ้าเมืองอื่นๆ ยอดฝีมือต้นกำเนิดมีไม่ถึงครึ่ง ในเขตแดนข้างนอกฟางผิงยังคงนับว่าค่อนข้างปลอดภัย แต่เข้าไปในเขตหวงห้ามนั้นมียอดฝีมือกลาดเกลื่อนอย่างแท้จริง เขตหวงห้ามใหญ่เกินไป!
หกพันล้านตารางกิโลเมตร! ขนาดหกร้อยเท่าของประเทศจีน!
แม้ประชากรจะไม่ได้มีหนาแน่นเท่าประเทศจีน จากคำพูดของจางเผิงในตอนแรก ประชากรของเขตหวงห้ามมีแค่หมื่นล้านคน แต่นี่ยังไม่ได้นับรวมเผ่าปีศาจ อีกอย่างมนุษย์ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเขตหวงห้ามเท่าไหร่ หมื่นล้านก็มาจากคำพูดของจางเผิงเท่านั้น
เขตหวงห้ามมียอดฝีมือกี่คน? เหนือราชาเท่าไหร่? ขั้นเก้าเท่าไหร่?
เรื่องพวกนี้มนุษย์แทบไม่มีความเข้าใจ มนุษย์เข้าสู่เขตหวงห้าม นอกจากแดนรบราชาแล้ว ไปที่อื่นแทบจะเป็นการรนหาที่ตาย ขั้นสุดยอดยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ!
หลี่หานซงสูดลมหายใจลึกว่า
“ตอนนี้นายจะเข้าเขตหวงห้ามไปทำอะไร?”
“สงครามใกล้เข้ามาแล้ว รู้เขารู้เรา หยั่งเชิงสถานการณ์สักหน่อย”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“อีกอย่างเขตหวงห้ามประกาศจับฉันอยู่ไม่ใช่หรือไง? งั้นฉันก็จะเข้าไปอย่างโจ่งแจ้ง หักหน้าพวกเขาตรงๆ…”
หลี่หานซงไร้คำจะพูด
“นายว่างหรือไง? เรื่องหยั่งเชิงข้อมูลพวกรัฐมนตรีต้องรู้บ้างอยู่แล้ว”
ฟางผิงส่ายหัวว่า
“พวกเหล่าจางไม่มีวิธีเข้าไปเหมือนกัน อย่างมากก็รับรู้ข้อมูลบางอย่างผ่านคนที่เฝ้าระวังในแดนรบราชาพวกนั้น ที่อื่นพวกเขาจะรู้อะไรได้? อีกอย่างฉันต้องไปดูสักหน่อย สี่ราชสำนักใหญ่วางแผนถึงขั้นไหนแล้ว หากระเบิดสงครามขึ้นมาจริงๆ กระทั่งฝีมือของศัตรูยังไม่รู้นั้น ยังจะกระเสือกกระสนไปเพื่ออะไร? ตอนนี้รู้แค่อย่างเดียวว่าราชสำนักพืชปีศาจมีเหนือราชาสี่สิบเก้าคน เปิดเผยกับข้างนอกแค่นี้ แต่เป็นแบบนี้จริงๆ หรือไง? เหนือราชาก็มีแบ่งแข็งแกร่งอ่อนแอ เรื่องพวกนี้รู้หรือเปล่า?”
ฉินเฟิ่งชิงมองเขาอย่างสงสัย
“นายเข้าไปก็เพื่อหยั่งเชิงข้อมูล? นี่ไม่ใช่สไตล์ของนายเลย? ฟางผิง ตกลงนายอยากเข้าไปในเขตหวงห้ามเพื่ออะไรกันแน่?”
ฟางผิงเลียริมฝีปาก เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“อยากฟังความจริง?”
“แน่อยู่แล้ว!”
“ง่ายๆ ฉวยโอกาสที่ราชสำนักพืชปีศาจและสัตว์ปีศาจเพิ่งร่วมมือกัน ตอนนี้ปรากฏรอยร้าวขึ้นมา ฉันอยากลองดูสักตั้ง ทำให้สองราชสำนักร่วมมือกันยากขึ้น!”
ฟางผิงสูดลมหายใจเข้าลึก
“อันที่จริงความคิดนี้พวกเหล่าจางก็มีเหมือนกัน แต่พวกเขาไม่มีวิธี ทั้งทำไม่ได้ด้วย สองราชสำนักร่วมมือกันจะไม่มีแรงกดดันเลยหรือไง? ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีช่องว่างบางอย่างอยู่ โดยเฉพาะครั้งนี้เหนือราชาของราชสำนักสัตว์ปีศาจสิ้นชีพ ช่องว่างตอนนี้ใหญ่ที่สุดแล้ว ทั้งสองฝ่ายพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ แต่หากไม่มีคนก่อความวุ่นวาย ไม่มีคนราดน้ำมันบนกองไฟ คนพวกนี้ล้วนเป็นพวกตาเฒ่า ทนได้อยู่แล้ว! ทนสักหน่อยคลื่นลมผ่านไปนั่นก็ไม่มีอะไรแล้ว แต่หากในเวลานี้ราดน้ำมันในกองไฟให้พวกเขานั้น ไม่ใช่จะผ่านไปได้ยากแล้วหรือไง! หากกำจัดคนใหญ่คนโตหรือบุคคลสำคัญไปอีกหน่อย บางทีทั้งสองฝ่ายอาจจะสู้กันจนหัวร้างข้างแตกไปเลยก็ได้!”
หลี่หานซงขมวดคิ้วทันที
“ฟางผิง ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น! ผู้ฝึกยุทธ์ถ้ารู้ว่านายสามารถเปลี่ยนกลิ่นอายได้…”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“แต่พวกเขาไม่รู้ว่าฉันสามารถแฝงเข้าไปในเขตหวงห้ามได้! ทางเขาสกัดสมุทรพวกเขาเข้ามาไม่ได้ พวกเราก็เข้าไปไม่ได้! ดังนั้นเวลานี้ฉันปรากฏตัวในเขตหวงห้าม ไม่มีใครคาดถึงได้!”
“นายจะเข้าไปยังไง?”
ฟางผิงหัวเราะ มองไปทางฉินเฟิ่งชิง ฉินเฟิ่งชิงนิ่งไปเล็กน้อย ผ่านไปสักพักจึงพึมพำว่า
“นายหมายถึง… การแข่งขันผู้ฝึกยุทธ์เยาวชน?”
ด้านข้างนั้น หลี่หานซงเอ่ยอย่างงุนงง
“อะไรนะ?”