ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 709-3 เข้าเขตหวงห้ามอีกครั้ง (3)
‘ฉันไม่ได้ซ่อนอยู่ตรงหน้านายด้วยซ้ำไป!’ ฟางผิงลอบลำพองใจ ดูสินายเกลียดฉันขนาดนี้ ฉันก็จะอยู่ตรงหน้านาย ยอมหรือเปล่าล่ะ? หากไม่ใช่ว่ามีแผนการใหญ่ ตอนนี้ฟางผิงยังกำจัดเขาได้ด้วยซ้ำ แม้ตรงนี้จะมีขั้นแปดสองคนอยู่ แต่ขั้นแปดสองคนนี้ คนหนึ่งหลอมร่างสามขั้น อีกคนหลอมร่างห้าขั้น ขั้นแปดหลอมร่างห้าขั้นกำลังควบคุมตำหนักอยู่ ขั้นแปดหลอมร่างสามขั้นต้านฟางผิงไม่ไหวอยู่แล้ว ฟางผิงฆ่าเฟิงเมี่ยเชิงในชั่วพริบตา หนีออกจากที่นี่ยังไม่มีปัญหา ก็ดีเหมือนกัน ไก่อ่อนอย่างนายยังดูแคลนฉัน ประกาศซ้ำ ๆ ยิ่งดีไปใหญ่ บางทีคนอื่น ๆ ของเขตหวงห้ามเชื่อขึ้นมาจริงๆ คิดว่าฉันสู้ไม่ได้ กระทั่งเฟิงเมี่ยเชิง ประเมินฉันต่ำถึงจะดีที่สุด!
ระหว่างที่ทุกคนพูดคุยก็มาถึงเขาสกัดสมุทรแล้ว ยอดฝีมือขั้นแปดเก็บตำหนักไว้ก่อน ทุกคนจะกระโดด แม้พวกเขาจะใช้ชีวิตในเขตแดนข้างนอก แต่คนที่เคยเห็นเขาสกัดสมุทรอย่างแท้จริงมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น
ด้านข้างฟางผิง ฮวาไป่หรงเผยสีหน้าตกตะลึง พึมพำว่า
“นี่ก็คือเขาสกัดสมุทรอย่างนั้นเหรอ? ช่างยิ่งใหญ่ตระการตา”
เหมือนกับเวลานั้นที่ฟางผิงเห็นเขาสกัดสมุทรเป็นครั้งแรก คนพวกนี้ล้วนตกตะลึงอย่างยิ่ง เขาสูงใหญ่ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ภูเขาขนาดใหญ่ที่ไร้ขอบเขต มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ทอดยาวออกไปต่อเนื่องเช่นนี้ ไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ
ด้านข้างนั้นแม่ทัพมูเฮ่อเผยสีหน้าหยิ่งผยอง
“เขาสกัดสมุทร กระทั่งเหนือราชายังยากจะก้าวข้าม! หากพวกเจ้าไม่มีฝ่าบาทนำมา แม้จะมาถึงเขาสกัดสมุทร ชั่วชีวิตนี้ก็อย่าได้คิดจะเข้าสู่แดนเทพอย่างแท้จริงเลย!”
ครั้งนี้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกสูงสุดคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยเสียงเบาว่า
“แม่ทัพมู ได้ยินว่าเขาสกัดสมุทรสร้างมาเพื่อต่อต้านทะเลต้องห้าม ข่าวลือคือเรื่องจริงหรือเปล่า?”
มูเฮ่อขมวดคิ้วเล็กน้อย ข้างหน้านั้นหลีอันที่กำลังมุ่งไปสู่ทางเดินหุบเขา เอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า
“น่าจะเป็นเรื่องจริง! ใครก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ทะเลต้องห้ามนั้นมีอันตรายล้นหลาม ทั้งมีแนวโน้มที่จะถูกล่วงล้ำจากเขตแดนข้างนอก แต่หลายปีขนาดนี้เผ่าปีศาจในทะเลต้องห้ามไม่ขึ้นฝั่ง ทั้งไม่ได้ขยายอาณาเขตต่อ อาจจะปักหลักแน่นอนแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะรู้ ข่าวลือนั้นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ยอดฝีมือแดนเทพมีนับไม่ถ้วน ทะเลต้องห้ามมีเผ่าปีศาจระดับเหนือราชาเท่าไหร่กัน?” ระหว่างที่หลีอันพูดก็คลี่ยิ้มว่า “มีแค่ไม่กี่ปีนี้ที่ถูกยอดฝีมือจากดินแดนแห่งการเกิดใหม่รุกราน ไม่อย่างนั้นราชสำนักคงทำสงครามกับทะเลต้องห้ามไปนานแล้ว ได้ยินว่าในทะเลต้องห้ามมีสมบัติล้ำค่ามากมายนับไม่ถ้วน…”
หลีอันพูด เฟิงเมี่ยเชิงกลับเผยสีหน้าดูแคลนขึ้นมา เจ้าหมอนี่คิดจะอวดผลงานกับเขา? ทำสงครามกับทะเลต้องห้ามงั้นเหรอ? เวลานั้นเจ้าแห่งราชสำนักเคยเอ่ยถึงเรื่องนี้ อันดับแรกต้องเอาชนะเหนือราชาของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ก่อน แต่มีเหนือราชาแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ตอบรับ! เปิดฉากสงครามกับเหนือราชาดินแดนเกิดใหม่ก็แล้วไป ยังจะทำสงครามกับทะเลต้องห้ามอีก? เวลานั้นยุคสมัยของสองราชาก่อตั้งเขาสกัดสมุทร กระทั่งสองราชายังหวั่นเกรงต่อทะเลต้องห้าม ทะเลต้องห้ามจะถูกกำราบง่ายขนาดนั้นได้อย่างไร ในทะเลซ่อนเผ่าปีศาจไว้เท่าไหร่ใครก็ไม่แน่ใจ ราชสำนักไม่ใช่ว่าไม่เคยสำรวจทะเลต้องห้ามมาก่อน แม้จะบอกว่าเขตแดนข้างนอกถูกปิดกั้นอยู่หลายแห่ง เหนือราชาไม่สามารถเข้าออกได้ แต่เขตแดนหนึ่งร้อยแปดแห่งกลับไม่ใช่ทั้งหมด เขาสกัดสมุทรมีอาณาเขตช่วงหนึ่งมุ่งสู่ทะเลต้องห้ามโดยตรง
เขตหวงห้ามถูกล้อมรอบด้วยเขาสกัดสมุทร มีลักษณะคร่าว ๆ เป็นวงกลม ข้างนอกเขาสกัดสมุทรคือเขตแดนข้างนอกหนึ่งร้อยแปดแห่ง ทั้งนอกเขตแดนหนึ่งร้อยแปดแห่ง พื้นที่บางส่วนที่ไม่มีพื้นดินก็คือทะเลต้องห้าม ราชสำนักพืชปีศาจก็มีอาณาเขตเชื่อมติดกับพื้นที่ทะเลผืนนี้เช่นกัน มียอดฝีมือเคยออกไปสำรวจทะเลต้องห้าม ผลปรากฏว่ามีทั้งตายและบาดเจ็บ กระทั่งเหนือราชายังระแวดระวังไม่กล้าบุ่มบ่ามออกทะเล เจ้าแห่งราชสำนักจะทำสงครามกับทะเลต้องห้ามเป็นเรื่องเท็จ ยืมโอกาสทำลายการปิดกั้นของดินแดนแห่งการเกิดใหม่กลับเป็นเรื่องจริง
ระหว่างที่พูดก็มาถึงทางเดินเขาสกัดสมุทรแล้ว ไม่ต่างจากหุบเขาของถ้ำใต้ดินต้องห้ามเท่าไหร่ กลางทางเดินหุบเขา ชายชราที่คล้ายกับก้อนหินคนหนึ่งจู่ ๆ ก็ลืมตาขึ้น เฟิงเมี่ยเชิงชำเลืองมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง หัวเราะอย่างดูแคลน เหยียดยิ้มว่า
“มองอะไร เปิดทางเดินสิ! เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแม่ทัพสวรรค์ก็กล้าปิดกั้นทางเดิน หากไม่ใช่ว่าคร้านจะสนใจ คงฆ่าเจ้าไปนานแล้ว! ใจกล้าไม่เบา!”
ชายชราไม่พูดอะไร มองพวกฟางผิงไปแวบหนึ่ง ก่อนจะหยัดกายขึ้นอย่างเนิบช้า เดินไปยังปราการของทางเดิน นี่คือยอดฝีมือของมนุษยชาติที่นั่งรักษาการณ์ทางนี้! เขตแดนเจ็ดทางใต้ไม่มีขั้นสุดยอดนั่งควบคุม มีแค่ชายชราคนนี้ การคงอยู่ของชายชราไม่ใช่เพื่อขัดขวางการเข้าออกของเหนือราชา เป้าหมายเดียวของการนั่งรักษาการณ์ที่นี่ก็คือ สำรวจผู้ที่เข้าออกเขตหวงห้าม ถ้าคนของเขตหวงห้ามไปเมืองในเขตแดนข้างนอกเขาคงไม่สนใจ แต่ถ้าไปพื้นที่ระหว่างเขตแดน เขาจะหาวิธีแจ้งให้ยอดฝีมือขั้นสุดยอดทราบทันที คนของเขตหวงห้ามไปพื้นที่ระหว่างเขตแดนย่อมหมายความว่า คว่ำบาตรคำสั่งได้ คิดจะลองเข้าไปข้างใน เวลานั้นประเทศจีนจะส่งคนเข้ามาดำเนินการขัดขวาง ส่วนเรื่องที่ถูกเฟิงเมี่ยเชิงเหน็บแนม ชายชราไม่คิดสนใจ ที่นี่ไม่มีขั้นสุดยอด แม้เขาจะเป็นยอดฝีมือขั้นเก้า แต่ก็ไม่อาจลงมือกับคนของเขตหวงห้ามอย่างส่งเดชได้ โดยเฉพาะบุคคลสำคัญเช่นนี้ ไม่อย่างนั้นจะกระตุ้นให้เกิดเหตุไม่คาดฝันได้ง่าย
ชายชราเริ่มต้นเปิดทางเดิน เฟิงเมี่ยเชิงยังคงหัวเราะอย่างเยือกเย็น มองไปทางพวกฟางผิงว่า
“วันหน้าเอาชนะเหนือราชาดินแดนแห่งการเกิดใหม่ได้ คนพวกนี้ก็ต้องตาย! เป็นแคสุนัขเฝ้าประตูเท่านั้น! อย่ามองว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแม่ทัพสวรรค์เลย ไม่ได้สลักสำคัญอะไร” ชายชราไม่ปริปากพูดสักคำ ฝั่งเฟิงเมี่ยเชิง ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปดสองคนกลับระแวดระวังขึ้นมา ไม่กล้าประมาทเลินเลอ คนผู้นี้ยังไงก็เป็นแม่ทัพสวรรค์ หากไม่คิดสนใจ ลงมืออย่างกะทันหัน นั่นก็เป็นอันตรายอย่างยิ่งแล้ว
ในฝูงชน ฟางผิงมองชายชราไปแวบหนึ่ง ไม่รู้จักและไม่คุ้นเคย กระทั่งชื่อยังไม่รู้! แต่อีกฝ่ายนั่งเฝ้าระวังอยู่ที่นี่ ไม่รู้ว่าอดทนต่อความโดดเดี่ยวมานานเท่าไหร่แล้ว ตอนนี้ถูกคนอย่างเฟิงเมี่ยเชิงด่าสบประมาทก็ไม่พูดสักคำ กล้ำกลืนความอัปยศไว้ จู่ ๆ ฟางผิงก็รู้สึกรับไม่ได้อยู่บ้าง ชายชราไม่ใช่ขั้นสุดยอด ยอดฝีมือขั้นสุดยอดอยู่ที่นี่เฟิงเมี่ยเชิงกล้าด่า มีแค่ตายสถานเดียวเท่านั้น แต่ชายชราไม่ใช่ ดังนั้นจึงทำได้แค่ข่มกลั้นทุกอย่างเอาไว้ นั่งรักษาการณ์อยู่ที่นี่อันที่จริงเป็นเรื่องอันตรายที่สุด! หากเหนือราชาข้ามเขตมา คนที่ตายเป็นคนแรกก็คือคนพวกนี้ เหนือราชาของถ้ำใต้ดินอาจไม่ได้เคารพกฎเสมอไป ถ้ายอดฝีมือมนุษย์ไม่สามารถมาสนับสนุนได้ทันเวลา ผู้ฝึกยุทธ์ที่เฝ้าระวังทางเดินพวกนี้คงตายอย่างไม่ต้องสงสัย
‘ประเทศจีนมีขั้นสุดยอดทั้งหมดแค่สิบห้าคน หัวหน้าใหญ่ของสามหน่วยงานก็มักอยู่บนพื้นโลก ขั้นสุดยอดสิบสองคนควบคุมทางเดินยี่สิบสี่แห่ง คนหนึ่งต้องเฝ้าระวังสองแห่ง… ไม่แปลกใจที่จะรู้สึกว่ามีแรงกดดันมากเกินไป’ ฟางผิงลอบถอนหายใจ นั่งเฝ้าระวังคนเดียวอยู่ไกลนับหมื่นลี้ จะผ่อนคลายขนาดนั้นได้อย่างไรกัน คุ้มกันทุกคืนวัน หากไม่ทันระวัง เหนือราชาข้ามเขตเข้ามา นั่นก็เป็นการสังหารหมู่แล้ว อย่างน้อยเมืองมนุษยชาติในเขตแดนข้างนอกต้องสูญสิ้นอย่างแน่นอน ขั้นสุดยอดพวกนี้เกรงว่าคงมีแรงกดดันอย่างหนักหน่วง เมื่อก่อนยังดี หลายทางเดินยังไม่เปิดออก ตอนนี้ทางเดินแทบจะเปิดหมดแล้ว ขั้นสุดยอดแทบไม่พอใช้งาน ‘อยากจะเฝ้าระวังเขตแดนของประเทศจีนทั้งหมด อย่างน้อยต้องมีขั้นสุดยอดยี่สิบสี่คน ยังมีอีกทางเดินที่ยังไม่เปิดออก ขั้นสุดยอดยี่สิบห้าคนถึงจะเพียงพอ ขาดอีกสิบคน! ทั้งร้อยปีมานี้ ประเทศจีนให้กำเนิดขั้นสุดยอดแค่สามคน จากความเร็วนี้อย่างน้อยต้องใช้เวลาสามร้อยปีถึงจะทำสำเร็จ! สามร้อยปี… ถ้ำใต้ดินยังจะให้เวลาสามร้อยปีกับมนุษยชาติหรือยังไง? พวกเขารอไม่ไหวแล้ว’
ตอนที่ฟางผิงครุ่นคิดเรื่องพวกนี้ ปราการก็เปิดออกแล้ว พวกเฟิงเมี่ยเชิงเข้าไปในปราการอย่างวางอำนาจบาตรใหญ่ ระหว่างที่เข้าไปยังคงพ่นคำหยาบ หัวเราะเหน็บแนมใส่ชายชราไม่หยุดหย่อน ฟางผิงตามไปอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้มองชายชรา จวบจนเข้าไปในทางเดินของปราการอีกฝั่งแล้ว ฟางผิงค่อยหันกลับมามอง แม้จะไม่เห็นชายชราที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแล้ว ฟางผิงกลับยังคล้ายวามองเห็นอีกฝ่าย เงาไม่ได้สูงใหญ่ ดูเหี่ยวเฉาซบเซา แบกรับท้องฟ้าและดินผืนนี้เอาไว้
‘รอก่อน ทนรออีกหน่อยก็กลับบ้านได้แล้ว! อีกหน่อยก็ไม่จำเป็นต้องทนอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่นี่แล้ว!’ ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้อุบัติขึ้นหกสิบเอ็ดปีแล้ว บางทีชายชราอาจจะนั่งรักษาการณ์ที่นี่มาหกสิบเอ็ดปีแล้วเหมือนกัน… ไม่ก็นานกว่านั้น! บางทีถ้ำใต้ดินยังไม่ทันอุบัติ เขาก็อาจเฝ้าระวังอยู่ที่นี่แล้ว มาจากเขาสกัดสมุทรก็ไม่เคยออกจากถ้ำใต้ดินอีกเลย ลมฝนพายุพัดผ่านไป กลับไม่เคยได้ออกห่าง…
ฟางผิงย้ายสายตาไปยังเฟิงเมี่ยเชิงที่อยู่ข้างหน้า เจ้าหมอนี่ไม่ช้าก็เร็วจะจัดการเขาให้ตาย! ตอนแรกคนโง่งมแบบนี้เขาไม่ได้คิดอยากฆ่าเท่าไหร่ คนโง่แบบนี้หากกลายเป็นเจ้าแห่งราชสำนักจริงๆ ถึงจะเป็นเรื่องดี แต่เจ้าหมอนี่กลับจะปากพลอยให้ได้ ตัวเองไม่ฆ่าเขาคงรู้สึกอึดอัดในใจ