ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 712 คนแบบไหนก็มีหมด (1)
ระหว่างที่พวกฟางผิงทำการแลกเปลี่ยนกัน เมืองราชาชิงหยาง จวนเจ้าเมือง ตำหนักใหญ่จวนเจ้าเมือง
จอคริสตัลขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทุกคน ตอนนี้ในตำหนักใหญ่มียอดฝีมือมารวมตัวกันนับสิบคน บนจอนั้นเป็นภาพลานกว้างที่พวกฟางผิงอยู่ ทุกคนมองอยู่พักใหญ่ มีชายหนุ่มคนนี้คลี่ยิ้มว่า
“เจ้านี้ไม่เลวเลย ใครเป็นคนคิดขึ้นมากัน น่าสนใจอยู่บ้างจริงๆ”
“เลียนมาจากดินแดนแห่งการเกิดใหม่” มีผู้ฝึกยุทธ์เอ่ยขึ้นอย่างเรียบนิ่ง “ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ อย่างอื่นนั้นไม่มี ของอีนุงตุงนังพวกนี้กลับมีไม่น้อย”
“ดินแดนแห่งการเกิดใหม่? เจาลัทธิใหญ่อะไรนั่นเป็นคนเผยแพร่ใช่ไหม?”
“ถูกต้อง นับว่ายังใช้ได้ แต่ไม่มีเสียง ไม่ได้สะดวกเหมือนใช้จิตไม่แตกดับสำรวจ”
“จิตไม่แตกดับง่ายต่อถูกคนจับสัมผัส การแปลงภาพแบบนี้เก็บความลับได้มากกว่า ถ้าสามารถเผยแพร่เป็นวงกว้างได้ ครั้งหน้าทางเข้าเขตแดนข้างนอกติดตั้งพวกนี้ไว้ รวมถึงเขาสกัดสมุทรด้วย!” มีคนเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
“ถึงเวลานั้น ถ้าผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ไม่ได้สังเกต งั้นพวกเราก็สามารถเลือกเครื่องจักรในการรบที่ดีที่สุด เอาชนะพวกเขาในครั้งเดียวได้!”
ข้างหน้าฝูงชนนั้น เฟิงเมี่ยเชิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ทำยาก ติดตั้งเป็นวงกว้างเป็นปัญหาอยู่บ้าง ต้องใช้เวลาไม่น้อย ทั้งยังต้องให้เหนือราชาใช้จิตไม่แตกดับทำให้เสถียร ดำเนินการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ปิดบังพวกต่ำกว่าเหนือราชายังทำได้ แต่ขั้นเหนือราชาก็เป็นเรื่องยากแล้ว ลำพังพวกระดับต่ำ อีกฝ่ายอาจไม่ค้นพบเสมอไป โดยเฉพาะที่เขาสกัดสมุทร ทางนั้นล้วนเป็นอาณาเขตที่สร้างจากจิตไม่แตกดับของเหนือราชา อีกฝ่ายอาจไม่รับรู้เสมอไป”
เฟิงเมี่ยเชิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มอีกว่า
“ถ้าสามารถใช้เป็นวงกว้างได้ นั่นก็น่าสนใจแล้ว ทุกการกระทำของเหนือราชาดินแดนแห่งการเกิดใหม่ล้วนอยู่ในสายตาของพวกเรา คว้าโอกาสได้ บางทีอาจจะฆ่าเหนือราชาได้หลายคน!”
ระหว่างที่พวกเขาพูด หลีอันกลับนั่งพิงเก้าอี้ตัวใหญ่ เอ่ยอย่างเกียจคร้าน
“พวกเราสร้างออกมาได้ ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ไม่เคยสร้างออกมาหรือไง?”
เฟิงเมี่ยเชิงคลี่ยิ้มว่า
“สร้างออกมาแล้วยังไง? ฝีมือพวกเขาสู่พวกเราไม่ได้ มาไม่ถึงราชสำนัก หรือยังจะจับตามองความเคลื่อนไหวของราชสำนักได้? ส่วนเขตแดนข้างนอกฝีมือห่างชั้นเกินไป แม้จะสำรวจมาถึงความเคลื่อนไหวของเมืองเขตแดนข้างนอกแล้วจะยังไงได้อีก? พวกเขากล้าเป็นฝ่ายลงมือหรือไง?”
คำพูดนี้เพิ่งจะออกมา จู่ ๆ ในกลุ่มคนนั้นก็มีชายหนุ่มสูงศักดิ์คนหนึ่งแค่นหัวเราะว่า
“ทำไมจะไม่กล้า? ได้ยินว่าเขตแดนเจ็ดทางใต้ถูกจู่โจมหลายครั้งแล้ว เขตแดนสิบแปดทางใต้ยิ่งถูกโจมตีตรง ๆ เขตแดนสิบเอ็ดทางใต้ยอดฝีมือระดับแม่ทัพสวรรค์ถูกฆ่าจนเกลี้ยง… เฟิงเมี่ยเชิง คำพูดนี้คนอื่นพูดยังพอว่า เจ้าน่ะแล้วไปเถอะ”
เฟิงเมี่ยเชิงเผยสีหน้าเยียบเย็น มองไปยังชายหนุ่มที่พูดคนนั้น เอ่ยว่า
“ฮวาอวี่ เจ้าหมายความว่ายังไง?”
ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าฮวาอวี่ เผยสีหน้าดูแคลน เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า
“หมายความว่ายังไงเจ้าฟังไม่เข้าใจ? เฟิงเมี่ยเชิง มีเวลาก็ฝึกวิชาให้มากหน่อย อย่าเอาแต่อวดดีไปทั่ว ขั้นแม่ทัพตอนกลางเวลานี้ มีคุณสมบัติรับตำแหน่งเจ้าแห่งราชสำนักหรือไง? ในสิบหกคน ฝีมือเจ้าอ่อนแอที่สุด หลีอันยังแข็งแกร่งกว่าเจ้าอีก เจ้ามีคุณสมบัติอะไรมาแย่งชิงตำแหน่งเจ้าแห่งราชสำนัก?”
ด้านข้างนั้น หลีอันเผยสีหน้าดูไม่ได้ แค่นเสียงว่า
“ฮวาอวี่ เสด็จพอยังไม่ตาย ยังไม่ถึงคราวที่พวกเจ้าต้องมาพูดเรื่องพวกนี้ต่อหน้าข้า!”
ฮวาอวี่ไม่ใส่ใจเช่นกัน เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“หลีอัน ข้าไม่ได้มีความหมายอื่นใด แต่เจ้าราชสำนักร่างกายไม่แข็งแรง ยังต้องรับมือกับเรื่องของราชสำนักอีก พวกเราอยากจะแบ่งเบาภาระเจ้าราชสำนักเท่านั้น ไม่อยากให้ได้รับภาระมากเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นพวกเราก็ไม่ได้เหมือนใครบางคน เจ้าราชสำนักทุ่มเทเพื่อราชสำนักขนาดนี้ พวกเราจดจำไว้ในใจเหมือนกัน บางคนนั้นไม่แน่เสมอไป เหิมเกริมอย่างถึงที่สุด แม้จะเป็นราชวงศ์ก็กำเริบเสิบสานเช่นกัน ก่อนหน้านี้ในแดนรบราชา ยิ่งทำให้แต่ละตระกูลสูญเสียอย่างหนัก อัจฉริยะที่เตรียมจะเป็นแม่ทัพพังพินาศย่อยยับภายในวันเดียว หากไม่อย่างนี้ จะเรียกตัวอัจฉริยะจากเขตแดนข้างนอกเข้าสู่ราชสำนักได้ยังไง คนพวกนี้ไม่ได้บ่มเพาะตั้งแต่เด็ก พวกเราไม่เข้าใจพวกเขา ยังต้องเลือกใหม่ทั้งหมด…”
เฟิงเมี่ยเชิงใบหน้าดำคล้ำ! ผู้สืบทอดตำแหน่งราชาตอนนี้ไม่ได้มีเขาแค่คนเดียว แต่เป็นสิบหกคน มีทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอ
อ่อนแอที่สุดก็เป็นประเภทอย่างเขา เพิ่งถึงขั้นเจ็ดตอนกลาง แต่ในสิบหกคนนี้ คนอย่างหลีอันที่ไม่มีเหนือราชาหนุนหลัง พ่อก็ใกล้ตายแล้วย่อมไม่มีหวัง คนอื่น ๆ บางคนฝีมือแข็งแกร่ง แต่เบื้องหลังยังไม่เพียงพอจะได้รับตำแหน่งง่ายขนาดนั้นได้อย่างไรกัน ไม่เหมือนกับเขา ปู่เขาคือราชาเฟิง ทั้งราชาเฟิงยังมีสหายมากมายในตำหนักเหนือราชา คอยสนับสนุนตระกูลเฟิงอยู่เหมือนกัน บางทีฝีมือของเขาอาจจะอ่อนแอไปบ้าง แต่รอเจ้าราชสำนักตายแล้ว เขก็น่าจะถึงขั้นอารยะ ขั้นอารยะรับตำแหน่งเจ้าแห่งราชสำนักไม่นับว่าอ่อนแอจนเกินไป นั่งในตำแหน่งอีกไม่กี่ปี เขาก็สามารถเข้าสู่ขั้นแม่ทัพสวรรค์ได้อย่างรวดเร็ว ถึงกระทั่งตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดได้แล้ว แต่ในสิบหกคนก็ไม่ใช่ว่าไร้คู่ต่อสู้เหมือนกัน อย่างฮวาอวี่ที่อยู่ตรงหน้า! อีกฝ่ายเป็นทายาทของเหนือราชาเหมือนกัน แน่นอนว่าเหนือราชาผู้อาวุโสของฮวาอวี่ สายเลือดอยู่ห่างจากเขาเจ็ดแปดรุ่นขึ้นไปแล้ว ฐานะไม่ได้สูงศักดิ์เท่าเขา
เฟิงเมี่ยเชิงปะทุโทสะในใจ กลับยิ่งเคียดแค้นฟางผิงมากขึ้น! หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ฟางผิงสังหารอัจฉริยะจำนวนมากในแดนรบราชา ตอนนี้อย่างน้อยเขาคงมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับแม่ทัพนับสิบคนอยู่ใต้อำนาจ ถ้าเสด็จลุงไม่ตายในขั้นแม่ทัพสวรรค์ เสด็จลุงก็เป็นยอดฝีมือเหมือนกัน สามารถหนุนหลังเขาได้ ตอนนี้เสด็จลุงตายไปแล้ว คงไม่อาจเอาทุกเรื่องไปบอกกับราชาเฟิงได้ นั่นเห็นได้ชัดว่าเขาไร้ประโยชน์เกินไป หลายครั้งเข้าราชาเฟิงคงจะผิดหวังต่อเขาเหมือนกัน นึกไปถึงพ่อตัวเองอีก… เฟิงเมี่ยเชิงแค่นเสียงในใจ พ่อตัวเองแทบช่วยอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย จนถึงตอนนี้ นึกไม่ถึงว่ายังจะเข้าสู่ขั้นอารยะไม่ได้ นี่ทำให้เฟิงเมี่ยเชิงยิ่งมีโทสะขึ้นไปอีก ไม่อย่างนั้นจะตกที่นั่งลำบากแบบนี้ได้อย่างไร แม้ราชาเฟิงจะยังมีแม่ทัพสวรรค์ใต้อำนาจอีกสามคน แต่แม่ทัพสวรรค์พวกนี้ต่างมีภารกิจของตัวเอง อาณาเขตของราชาเฟิงนั้นกว้างใหญ่ ครอบคลุมเมืองราชาเก้าแห่ง ตอนนี้แม่ทัพสวรรค์สองคนรับตำแหน่งเจ้าเมืองราชา อีกคนคอยรับฟังคำสั่งของราชาเฟิงในตำหนักเหนือราชา ส่วนทางเขาก็เรียกใช้ขั้นอารยะได้ไม่กี่คนเท่านั้น
ฮวาอวี่ท้าทายเขาครั้งนี้ เฟิงเมี่ยเชิงไม่ได้ตอบกลับ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้น มีคนของสำนักเทพแปดคน คนของราชวงศ์อีกสิบสองคน ครั้งก่อนคนใต้อำนาจของคนพวกนี้ก็ตายไปไม่น้อยเหมือนกัน หลายคนยังไม่พอใจต่อเขา เวลานี้ฮวาอวี่เอ่ยถึงเรื่องแดนรบราชาขึ้นมา เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาไม่ดี ฮวาอวี่เห็นเขาไม่พูดก็เผยรอยยิ้มขึ้นมา ไม่สาวราวเรื่องต่อ แตมองไปทางจอขนาดใหญ่ว่า
“ครั้งนี้เขตแดนข้างนอกรับคนมาทั้งหมดสี่พันเจ็ดร้อยกว่าคน ผู้ฝึกยุทธ์ระดับแม่ทัพสวรรค์หนึ่งพันหกร้อยกว่าคน แต่มีหลายคนที่ยังไร้ประโยชน์ เจ้าเมืองเขตแดนข้างนอกบางส่วนยัดเข้ามา เคยเห็นการนองเลือดอย่างแท้จริงเกรงว่าจะมีไม่ถึงครึ่ง ครั้งนี้ราชวงศ์มาที่นี่แปดตระกูล สำนักเทพหกฝ่าย เมืองราชาหกสิบสองแห่ง ทุกคนอาศัยสายตาเลือกกันเอาเถอะ ข้าก็ถูกใจหลายคนอยู่เหมือนกัน ทุกคนอย่าแย่งกับข้าก็พอ…” ฮวาอวี่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม พูดเรียบแผ่วไม่กี่ประโยค
ขึ้นชื่อว่าผู้สืบทอดตำแหน่ง บ่มเพาะคนใต้อำนาจของตัวเองนั้นเป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว เขาเป็นยอดฝีมือขั้นเจ็ด ตอนนี้มียอดฝีมือใต้การบังคับบัญชาไม่น้อยเหมือนกัน แตยิ่งมากก็ยิ่งดี ต้องเลือกบางส่วนที่มีหวังจะทะลวงระดับสูงเข้ามาสักหน่อย เติมเลือดใหม่เข้ามาแบบนี้ ถึงจะสามารถทำให้อำนาจแข็งแกร่งยิ่งขึ้น รอเจ้าแห่งราชสำนักตายแล้ว มีอำนาจแข็งแกร่งในมือก็เป็นมาตรฐานให้พิจารณาแล้ว คนอย่างเฟิงเมี่ยเชิงแทบไม่มียอดฝีมือใต้อำนาจ แม้เขาจะกลายเป็นเจ้าแห่งราชสำนัก จะสามารถสั่งการลงไปได้หรือไง? ไม่มีเครือญาติสายตรงคอยทำงานให้ เขาเป็นเจ้าแห่งราชสำนัก นั่นก็แค่หุ่นเชิดเท่านั้น