ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 713-2 ทำสัญญาสวามิภักดิ์ (2)
เรือนหลังจวนเจ้าเมือง
หลีอันให้พวกฟางผิงเข้าพบในที่พักชั่วคราวของเขา หลีอันนั่งพิงบนเก้าอี้ เผยใบหน้าครุ่นคิด เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“พวกเจ้ามั่นใจว่าจะติดตามข้า? ครั้งนี้มีคนของราชวงศ์และสำนักเทพมาไม่น้อย อาณาจักรราชาบางส่วนก็ส่งคนมาเหมือนกัน องค์ชายองค์หญิงสิบหกคน นอกจากข้าแล้วยังมีอีกห้าคน หากพวกเจ้าจะติดตามข้า ขุยหมิง จีนอวี่ไห่ วันนี้พวกเจ้าทั้งสองถูกคนหมายตาไม่น้อย ในเขตแดนหกทางใต้ จีนอวี่ไห่สังหารผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนเกิดใหม่ขั้นขุนพลไปหลายคน ขุยหมิงเจ้ายิ่งกล้าลงมือกับขั้นอารยะ… พวกเจ้าสองคนไม่ได้ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม…”
ฟางผิงเผยสีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยอย่างจริงจังว่า
“ขุยหมิงรู้จักตัวเองดี! ข้าเป็นแค่คนของเขตแดนข้างนอก ฝีมือก็ระดับขั้นขุนพลตอนปลายเท่านั้น สำหรับคนอื่น ๆ ไม่ได้ขาดแคลนแต่อย่างใด! แต่ตอนนี้องค์ชายกำลังต้องการใช้คน ข้าคิดว่าอยู่กับองค์ชายถึงจะเป็นที่พึ่งพิงของพวกเรา! ตอนนี้ในเมืองเย้าขุยท่านพ่อถูกกีดกันผลักไส ข้าคิดอยากยืนอย่างมั่นคงในราชสำนักมาโดยตลอด… แต่ข้าไม่รู้จักบุคคลใหญ่โตคนอื่น ๆ เวลานั้นในเมืองเย้าขุยก็เป็นองค์ชายที่ประทานน้ำพลังแห่งชีวิตให้ข้า ช่วยชีวิตข้าเอาไว้โดยไม่คำนึงถึงอะไร!”
หลีอันเอ่ยอย่างเรียบแผ่ว
“เฟิงเมี่ยเชิงก็เหมือนถูกใจเจ้าเหมือนกัน ทำไมไม่ไปกับเขาล่ะ?”
ฟางผิงถอนหายใจเบา ๆ
“องค์ชายเฟิงเป็นทายาทของเหนือราชา มีบริวารให้เรียกใช้ไม่ขาดแคลน…”
“พูดแบบนี้ข้าขาดแคลนสินะ?”
“เปล่าครับ… ไม่ได้มีความหมายนี้…”
จู่ ๆ หลีอันก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ขุยหมิง เจ้าเป็นคนฉลาด ในเมื่อเป็นคนฉลาด งั้นข้าก็ไม่เกี่ยงงอนที่จะพูดกับเจ้าสักหน่อย” พูดจบหลีอันก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “การแก่งแย่งตำแหน่งเจ้าราชสำนักนั้น เป็นการต่อสู้ระหว่างความเป็นความตาย ในเมื่อเจ้าจะติดตามข้า นั้นก็ต้องพร้อมตายทุกเมื่อ เจ้าต้องคิดให้ดี ๆ ถึงตายก็ไม่หวั่น! พูดอย่างเดียวไม่มีประโยชน์…” หลีอันเผยใบหน้านึกสนุก “เอาแบบนี้ พรุ่งนี้ทุกคนจะคัดเลือกอัจฉริยะเขตแดนข้างนอก เฟิงเมี่ยเชิงและฮวาอวี่ก็จะเลือกคนบางส่วนเหมือนกัน เจ้าใจกล้านักไม่ใช่หรือ? ถ้าพวกเฟิงเมี่ยเชิงถูกใจเจ้า เจ้าปฏิเสธต่อหน้า เป็นฝ่ายเข้ามาสวามิภักดิ์ข้าเป็นยังไง? ไม่ใช่แค่นี้… ในบรรดาคนที่พวกเขาเลือกไว้… พวกเจ้าต้องโจมตีฆ่าบางส่วนตรงนั้น ข้าจะรับพวกเจ้าเอาไว้ เป็นยังไง!”
ฟางผิงหน้าเปลี่ยนสีอย่างหนัก! จีนอวี่ไห่ใบหน้าซีดเผือดเช่นกัน!
ฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ที่พวกองค์ชายเลือกไว้? นี่เป็นการล่วงเกินอย่างถึงที่สุด… ไม่สิ บางทีอาจจะถูกฆ่าตายตรงนั้นเลยก็ได้!
หลีอันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“วางใจเถอะ ข้าจะให้คนคุ้มครองชีวิตพวกเจ้า ฆ่าผู้ฝึกยุทธ์เขตแดนข้างนอกไม่กี่คนเท่านั้น ไม่นับว่าสำคัญอะไร! แบบนี้แล้วข้าก็จะมั่นใจในตัวพวกเจ้ามากขึ้น! พวกเจ้าตัดทางไปของตัวเองแล้ว หลังจากนี้ในราชสำนักก็ทำงานให้ข้าได้คนเดียวเท่านั้น ในเมื่อยินดีจะเสี่ยงตาย หากกระทั่งเรื่องนี้ยังไม่กล้า จะให้ข้าเชื่อใจพวกเจ้าว่ายินดีเสี่ยงตายเพื่อข้าได้อย่างไร? ถ้าไม่กล้า ข้าก็จะไม่สร้างความลำบากใจให้พวกเจ้า เลือกอะไรแล้วแต่พวกเจ้าเถอะ ข้าไม่อาจฆ่าคนปิดปากเหมือนกัน… ฮ่า ๆ ๆ เพราะคงไม่มีใครเชื่อพวกเจ้า…”
ฟางผิงก่นด่าในใจ ‘เชื่อก็แปลกแล้ว! หากฉันปฏิเสธตอนนี้ นายน่าจะลงมือฆ่าคนปิดปากทันที!’ เจ้าหมอนี่โหดเหี้ยมอำมหิตจริงๆ! สวามิภักดิ์เขานึกไม่ถึงว่ายังต้องทำสัญญาสวามิภักดิ์ด้วย นี่หากฆ่าคนของเฟิงเมี่ยเชิง จากนิสัยของพวกเฟิงเมี่ยเชิงนั้น จะไม่ระเบิดโทสะได้อย่างไร อีกทั้งลงมือสังหารพวกเขาในทันทีนั้นมีโอกาสเต็มร้อย ทั้งหลีอันยังอาจจะไม่ปล่อยพวกเขาเสมอไป! เจ้าหมอนี่ใจดำจริงๆ!
ฟางผิงขัดแย้งในใจอยู่พักใหญ่ จู่ ๆ ก็เอ่ยว่า
“องค์ชาย ถ้าข้าสังหารอีกฝ่าย ข้าไม่สนใจว่าจะเป็นหรือตาย แต่พ่อของข้า บางทีอาจจะถูกหางเลขไปด้วย… ถ้าองค์ชายสามารถปกป้องพ่อของข้าได้ ข้าก็ยินดีจะเสี่ยงตายเพื่อองค์ชาย!”
หลีอันเผยรอยยิ้มเล็กน้อย เว้นระยะไปช่วงหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า
“เจ้ายินดีจะทำจริงๆ?”
“ยินดี!” ฟางผิงเผยสีหน้าเคร่งขรึม “ในเมื่อข้า มาราชสำนักแล้วก็คิดจะทุ่มสุดตัวเช่นกัน! ราชสำนักมีอันตรายอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่ข้ามีความสามารถแค่ระดับขุนพล จะโดดเด่นกว่าคนอื่นได้อย่างไร? วันนี้ไม่ตาย บางทีพรุ่งนี้ก็อาจไม่มีชีวิตรอดแล้ว! ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นข้าก็ยินดีจะเสี่ยงสักครั้ง ก่อนจะออกมาท่านพ่อมอบทรัพย์สินที่สะสมทั้งชีวิตให้ข้าหมดแล้ว ถ้ากลับไปตอนนี้ข้าคงไม่มีหน้ากลับไปเขตแดนเจ็ดทางใต้อีกแล้วเหมือนกัน! ความหวังสูงสุดของท่านพ่อก็คือให้ข้ากลายเป็นเจ้าเมืองราชาแห่งหนึ่ง ถ้าองค์ชายสามารถกลายเป็นเจ้าแห่งราชสำนัก งั้นตัวเลือกของข้าในวันนี้ บางทีอาจจะสามารถแลกเปลี่ยนกับตำแหน่งเจ้าเมืองราชามาได้เหมือนกัน!”
“ฮ่า ๆ ๆ! ใจกล้าดีนี่! เด็ดเดี่ยวจริงๆ! สมแล้วที่กล้าชักดาบฟันขั้นอารยะ!” หลีอันเอ่ยด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม “จำเป็นต้องรอให้ข้ากลายเป็นเจ้าราชสำนักด้วยหรือไง! หากเจ้ายินดีทำชั่วกับพวกเฟิงเมี่ยเชิงจริงๆ มีความสามารถเพียงพอ เจ้าแห่งราชสำนักอาจเป็นเรื่องยาก แต่ตำแหน่งเจ้าเมืองข้ายังให้ได้อยู่แล้ว! อย่าลืมว่าตอนนี้เจ้าแห่งราชสำนักก็คือเสด็จพ่อของข้า!”
ฟางผิง ‘ดีใจอย่างคาดไม่ถึง’ รีบก้มกายลง เอ่ยอย่างกระตือรือร้น
“ข้าจะไม่ทำให้องค์ชายผิดหวัง!”
แต่หลีอันเผยใบหน้าเปื้อนยิ้มเช่นกัน ก่อนจะมองไปทางจีนอวี่ไห่ เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“จีนอวี่ไห่ เจ้าล่ะจะเลือกยังไง?”
จีนอวี่ไห่แทบจะหลุดสบถด่าในใจ ข้ายังจะเลือกอะไรได้? หากข้าไม่รับปาก งั้นก็ต้องตายตั้งแต่ตอนนี้ เวรเอ๊ย! ไม่ใช่บอกว่าหลีอันเป็นคนไร้ประโยชน์หรือไง? เจ้าหมอนี่เล่ห์เหลี่ยมเยอะจะตายไป! ยังมีขุยหมิงเจ้าหมอนี่อีก ทำเอาตัวเองซวยไปด้วย นี่หากรับปากนั่นก็ต้องล่วงเกินคนอื่น ๆ แล้ว! แต่ว่า… เสี่ยงถึงจะรวยได้! หลีอันคนอำมหิตเช่นนี้อาจจะมีโอกาสเหมือนกัน ตำแหน่งเจ้าแห่งราชสำนักไม่ใช่ว่าเหนือราชาคนเดียวก็ตัดสินใจได้ แต่เป็นเหนือราชาทั้งหมดของตำหนักเหนือราชา รวมถึงเจ้าตำหนักถึงจะตัดสินใจได้ เฟิงเมี่ยเชิงคนพวกนี้แม้จะมีผู้อาวุโสเป็นเหนือราชา แต่อาจจะไม่ได้รับความเห็นพ้องจากตำหนักเหนือราชาเสมอไป หากแข่งกันเรื่องเบื้องหลังตระกูลก็สามารถเป็นเจ้าราชสำนักได้จริงๆ งั้นก็อย่าแย่งกันเลยดีกว่า ทายาทของเจ้าตำหนักไม่ใช่ว่าจะมีคุณสมบัติเหมาะสมกว่าใครแล้วหรือไง นึกถึงตรงนี้จีนอวี่ไห่ก็ก้มกายลงทันที
“ข้ายินดีเสี่ยงตายเพื่อองค์ชายเช่นกัน!”
“ฮ่า ๆ ๆ! น่าสนใจจริงๆ!” หลีอันมองทั้งสองคนแวบหนึ่ง เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ตอนนี้ฝีมือพวกเจายังอ่อนแอ ในราชสำนักไม่ถึงระดับสูง แทบไม่สลักสำคัญอะไร แต่หากถึงระดับสูงแล้ว นั่นก็เป็นคนละเรื่อง พรุ่งนี้หากพวกเจ้าสองคนลงมือจริงๆ ข้าสัญญาว่าจะพยายามช่วยพวกเจ้าให้เข้าสู่ระดับสูงโดยเร็วที่สุด!”
“ขอบคุณองค์ชาย!” ทั้งสองคนรีบกล่าวขอบคุณ
หลีอันกลับยิ้มไม่พูดอะไร ไม่รีบ อนาคตยังอีกยาวไกล พรุ่งนี้เป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น! หากสองคนนี้ถึงระดับสูงจริงๆ บางทีอาจจะสามารถทำเรื่องที่น่าสนใจออกมาได้ เฟิงเมี่ยเชิงเพิ่งจะขั้นแม่ทัพตอนกลางเท่านั้น ในราชสำนักไม่มีใครกล้าฆ่าเฟิงเมี่ยเชิง แต่สองคนนี้ล่ะ?
พรุ่งนี้ข้าอาจจะไม่รับตัวสองคนนี้ไว้เสมอไป… บางทีหาคนอื่นมารับสองคนนี้ไว้จะดีกว่า หลีอันครุ่นคิดในใจ ใบหนากลับปรากฏรอยยิ้มเจิดจ้า ไม่นานก็เอ่ยว่า
“จับตามองสองคนนี้ให้ดี รายงานข้าทุกความเคลื่อนไหว หากทำล้ำเส้นอะไรก็ฆ่าพวกเขาซะ!”
ยอดฝีมือขั้นแปดที่อยู่ข้างกายเขาคนนั้นรับคำสั่ง ก่อนจะออกไปจากตำหนัก หลีอันยกแก้วชาขึ้นจิบเบา ๆ หนึ่งคำ หัวเราะขึ้นมา หากสองคนนี้คิดแปรพักตร์ นั่นก็ตายสถานเดียว
เดินออกมาจากตำหนักหลีอันแล้ว จีนอวี่ไห่อยากพูดอะไรสักอย่างแต่ก็หยุดไป มองฟางผิงด้วยใบหน้าจนใจ เรื่องนี้แม่งไม่ควรเชื่อเจ้าตั้งแต่แรก! ฟางผิงกลับเผยสีหน้าเรียบเฉย เดินออกไปข้างนอกต่อ
ที่นี่มีระดับสูงไม่น้อย ข้างกายหลีอันยังมีขั้นแปดคนหนึ่งจับตามองพวกเขาอยู่ รอจนเดินออกมาจากจวนเจ้าเมือง ข้างนอกนั้นแม้จะเป็นดึกสงัดก็ยังมีคนเดินขวักไขว่ไม่น้อย เวลานี้ฟางผิงคอยเอ่ยเสียงเบาว่า
“พี่จีน นึกย้อนเสียใจหรือเปล่า?”
“นิดหน่อย…”
ฟางผิงเอ่ยเสียงเบา
“ในเมื่อเลือกแล้วงั้นก็อย่าเสียใจเลย ในเมื่อพวกเราต้องเสี่ยง งั้นก็เสี่ยงกันสักตั้ง!”
จีนอวี่ไห่ถอนหายใจไม่พูดอะไรอีก เผยสีหน้าขมขื่นออกมา ฟางผิงกลับยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ปลายตามองด้านข้างไปแวบหนึ่ง
หลีอัน… ยังไม่มีความสามารถพอ! ฉันมาถ้ำใต้ดินไม่ได้มาสวามิภักดิ์ใครจริงๆ ซะหน่อย ขอแคถ้ำใต้ดินปั่นป่วน ฉันไม่สนอยู่แล้วว่าเขาจะวุ่นวายขนาดไหน ฟางผิงครุ่นคิดเล็กน้อย หรือภารกิจจะสำเร็จล่วงหน้าซะแล้ว? นั่นก็ยิ่งฟินไปใหญ่ ตัวเองสามารถกลับไปล่วงหน้าได้แล้ว แคไม่รู้ว่าจะเปลืองเวลาหาเงินเขาหรือเปล่า