ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 714 เหตุไม่คาดฝันบ่อยครั้ง (1)
เวลาชั่วพริบตาฟ้าก็สว่างแล้ว ลานกว้างใจกลางเมืองผู้ฝึกยุทธ์เขตแดนข้างนอกต่างมารวมตัวกันหมดแล้ว เบียดเสียดอยู่ดึงนับพันคน คนพวกนี้ราวกับเป็นสินค้า วันนี้จะถูกคนเลือกตัวที่นี่
พวกเขายืนอยู่บนลานกว้าง กลางอากาศนั้นกลับมีตำหนักแห่งหนึ่งลอยอยู่ ยอดฝีมือที่อยู่ในตำหนักของเจ้าเมืองเมื่อวาน ตอนนี้ต่างอยู่ในตำหนักทั้งหมด ในตำหนักแทบจะมีแต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง มีขั้นเจ็ดทั้งมีขั้นเก้าด้วยเช่นกัน ตอนนี้กลางตำหนักทุกคนต่างสบสายตากัน มีคนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ใครจะเป็นคนแรก?”
“พวกท่านองค์ชายก่อนดีกว่า แค่ผู้ฝึกยุทธ์เขตแดนข้างนอกกลุ่มหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าใครเลือกก่อนคนนั้นจะสมใจหมาย” มีคนหัวเราะเบา ๆ
ผู้ฝึกยุทธ์เขตแดนข้างนอก สำคัญก็ยังสำคัญ พูดว่าไม่สำคัญอันที่จริงก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้นผู้ฝึกยุทธ์เขตแดนข้างนอกพวกนี้ยังแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายด้วยเช่นกัน รุ่นพ่อของพวกเขาอยู่ใต้อำนาจใคร หลายคนล้วนจะเข้าสู่ขั้วอำนาจของรุ่นพ่อโดยตรง ไม่ได้เลือกอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า
เมื่อคำพูดนี้ออกมา ในฝูงชนฮวาอวี่ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ในเมื่อทุกคนหลีกทางให้ งั้นข้าก่อนแล้วกัน!” พูดจบฮวาอวี่ก็ลอยลงไปจากตำหนัก ร่วงลงบนเวทีที่กลางลานกว้าง ตะโกนว่า
“ครั้งนี้อาณาจักรราชาฮวารับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นขุนพลสามสิบคน! อาณาจักรราชาฮวามีเมืองราชาเจ็ดแห่ง เมืองหลักอีกสามสิบสามแห่ง! ต่ำกว่าขั้นขุนพลไม่รับ ผู้ที่ไม่ได้เติมเต็มพลังงานร่างกายสองครั้งไม่รับ! หากยินดีก็เข้ามาให้เร็วหน่อย ข้าจะรอเดี๋ยวเดียวเท่านั้น!”
คนพวกนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมา สวัสดิการเป็นยังไงแทบไม่เอ่ยถึง พูดแคเงื่อนไข เติมเต็มพลังงานและการหลอมกระดูกของมนุษย์น่าจะเป็นหลักการเดียวกัน เงื่อนไขของฮวาอวี่ถือว่าสูงทีเดียว นอกจากต้องการขั้นหกแล้ว ยังต้องเป็นประเภทที่หลอมกระดูกสองครั้งด้วย แม้จะเป็นในถ้ำใต้ดินก็ไม่ใช่ทุกคนจะหลอมกระดูกสองครั้ง คนที่หลอมกระดูกครั้งเดียวนั้นไม่ถึงระดับสูง ก้าวหน้าได้ช้าอยู่บ้าง จุดนี้ทุกคนต่างกระจ่างใจดี การสิ้นเปลืองพลังงานก็จะมากกว่าคนอื่น ยอดฝีมือพวกนี้ไม่อย่างสิ้นเปลืองทรัพยากรกับพวกเขามากเกินไป
ฟางผิงเผยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน ฮวาไป่หรงที่อยู่ด้านข้างเหมือนจะใจสั่นคลอนอยู่บ้าง กดเสียงว่า
“ขุยหมิง เจ้าจะไปที่ไหน?”
ฟางผิงคลี่ยิ้มว่า
“เมื่อวานไม่ได้มีคนมาดึงตัวเจ้าไปแล้วหรือไง? ในเมื่อตัดสินใจแล้วยังจะถามทำไม” เมื่อวานยอดฝีมือพวกนี้ไม่ได้อยู่นิ่งเฉยเหมือนกัน ลานกว้างนั้นเมื่อวานมีคนมาไม่น้อย ผู้ฝึกยุทธ์อัจฉริยะบางส่วนล้วนถูกเรียกตัวล่วงหน้าเสนอเงื่อนไขแล้ว ตอนนี้ฮวาอวี่ไม่ได้พูดสวัสดิการออกมา แต่เมื่อวานคนของเขาก็มาแล้วเหมือนกัน ทั้งยังเสนอเงื่อนไขบางส่วน แน่นอนว่าพุ่งเป้าไปที่ผู้ฝึกยุทธ์อัจฉริยะเท่านั้น ฟางผิงอยู่ในนั้นเหมือนกัน คนที่เสนอเงื่อนไขให้เขามีไม่น้อย
ทางฮวาไป่หรงกลับมีไม่กี่คน แค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกตอนต้นคนหนึ่งเท่านั้น แต่ผู้ฝึกยุทธ์หญิงไม่นับว่ามาก ยอดฝีมือบางคนมีความชอบพิเศษอยู่บ้าง ผู้ฝึกยุทธ์หญิงอย่างฮวาไป่หรงจึงได้รับความนิยมอย่างยิ่ง ฮวาไป่หรงได้ยินก็หน้าแดงอยู่บ้าง เมื่อวานมีผู้ส่งสารมาเสนอเงื่อนไขให้เธออยู่บ้างจริงๆ สวัสดิการดีไม่น้อย! พ่อเธอเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแม่ทัพในเขตแดนข้างนอก ยังมีตำแหน่งอยู่บ้าง ที่นี่แทบไม่นับว่าเป็นอะไร หากสามารถกอดขาคนพวกนี้ไว้ได้ ขั้นแม่ทัพของเธอก็มีหวังแล้ว ขั้นอารยะยังมีหวังเช่นกัน แต่ในเขตแดนข้างนอกชั่วชีวิตนี้ของเธออย่าคิดที่จะเข้าสู่ขั้นแม่ทัพเลย แม้ตอนนี้จะถึงขั้นหกแล้ว แต่ขั้นเจ็ดก็เป็นด่านใหญ่อยู่ดี
ฮวาไป่หรงเห็นฟางผิงพูดแบบนี้ก็ลังเลเล็กน้อย ยังคงเอ่ยไปว่า
“ขุยหมิง พวกเรามาจากเขตแดนเดียวกัน มาจากเมืองเดียวกัน เมื่อวานองค์ชายฮวาก็แสดงท่าทีอยากรับเจ้า”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ข้ามีตัวเลือกแล้ว” ฮวาไป่หรงได้ฟังก็ไม่พูดอีก ในเขตแดนข้างนอกขุยหมิงถือเป็นอัจฉริยะ แต่ในราชสำนักไม่ได้สลักสำคัญอะไร ฮวาไป่หรงไม่ลังเลอีก สาวเท้าเดินไปทางเวที
เวลานี้ในฝูงชนก็มีผู้ฝึกยุทธ์บางส่วนก้าวเดินออกไปเช่นกัน ฮวาอวี่มองแวบหนึ่ง แววตาเผยรอยยิ้ม อัจฉริยะบางส่วนที่หมายตาล้วนมาถึงมือแล้ว ส่วนไม่กี่คนที่ไม่เลือกอาณาจักรราชาฮวาเขาไม่สนใจเหมือนกัน แค่บางส่วนก็เพียงพอแล้ว ฮวาอวี่เลือกคนเสร็จ จำนวนคนก็เกินกว่าสามสิบคนแล้ว แต่เขาไม่สนใจเหมือนกัน เกินสามสิบคนก็เกินสิ มีเยอะให้ทำงานยิบย่อยอะไรก็ได้ทั้งนั้น
ฮวาอวี่เพิ่งจะเลือกคนเสร็จไม่นาน ก็มีอีกคนร่วงสู่พื้น ครั้งนี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์หญิง เป็นขั้นเจ็ดเหมือนกัน ผู้หญิงคนนี้กระโดดลงมาแล้วแทบไม่แฝงด้วยอารมณ์ใด ๆ ด้วยซ้ำ เอ่ยอย่างใจเย็นว่า
“อาณาจักรจื่อหลัวรับขั้นขุนพลสามสิบคน ต่ำกว่าขั้นขุนพลรับห้าสิบคน ผู้หญิงจะดีที่สุด ผู้ชายจำเป็นต้องเติมเต็มพลังงานสองครั้ง!”
ฟางผิงที่อยู่ด้านล่างเวทีมองเธอแวบหนึ่ง นี่ก็เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งอีกคนหนึ่งเหมือนกัน ผู้ฝึกยุทธ์ไม่ได้สนใจความต่างของหญิงชาย สนใจแค่ฝีมือแข็งแกร่งนั่นถึงจะเป็นรากฐาน ผู้หญิงคนนี้อยู่ขั้นเจ็ด เบื้องหลังยังมีผู้อาวุโสเหนือราชา กลายเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว หากจีเหยาผู้หญิงคนนั้นมีความสามารถจะรับช่วงต่อก็ไม่มีปัญหาเหมือนกัน อันที่จริงกลับมีหวังไม่น้อย หนึ่งตระกูลสองเหนือราชา ยังมีเจ้าตำหนักอีกคน จีเหยามีความสามารถพอ ถึงขั้นเจ็ดแล้วมีโอกาสสูงจะกลายเป็นเจ้าแห่งราชสำนักสัตว์ปีศาจเหมือนกัน
ทางอาณาจักรจื่อหลัวรับคนใช้เวลาอย่างรวดเร็วเหมือนกัน ไม่นานผู้ฝึกยุทธ์กลุ่มใหญ่ก็ติดตามไป ยอดฝีมือหญิงบนเวทีกวาดตามองแวบหนึ่ง เห็นจำนวนคนเพียงพอแล้วก็ไม่พูดพล่ามอีก หลีกทางออกไปอย่างรวดเร็ว พาคนไปยืนอีกฝั่ง ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ที่ตามเธอมานั้นมีจำนวนครบหรือเปล่าเธอไม่สนใจเหมือนกัน หากมีคนไม่เหมาะสมกับเงื่อนไขยังไงก็เป็นระดับกลางเท่านั้น ถึงอาณาจักรราชาแล้วก็มอบหมายภารกิจอันตรายให้อีกฝ่ายทำซะ ตายแล้วก็ตายไป ยังจะได้ใช้งานฟรี ๆ ด้วย
ในตำหนัก เฟิงเมี่ยเชิงมองหลีอันแวบหนึ่ง เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า
“เจ้าเลือกก่อน หรือจะให้ข้าเลือกก่อน?”
หลีอันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าเลือกก่อนเถอะ ข้าไม่รีบ”
เฟิงเมี่ยเชิงชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง หัวเราะขึ้นมาอย่างสนุกไม่น้อย ไม่พูดมากอีก กระโดดลงบนเวที ตะโกนว่า
“อาณาจักรราชาเฟิงรับขุนพลห้าสิบคน รับแค่ขุนพลเท่านั้น เร็วเข้า!”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา ไม่นานยอดฝีมือขั้นขุนพลกลุ่มใหญ่ก็ทยอยเดินออกไป เวลานี้จู่ ๆ เฟิงเมี่ยเชิงก็มองไปทางฟางผิง เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง
“ขุยหมิง เจ้าล่ะ?”
ฟางผิงเผยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน
“ขอบคุณเจตนาดีขององค์ชาย ข้ามีตัวเลือกแล้ว!”
เฟิงเมี่ยเชิงแค่นเสียงในลำคอ ไม่สนใจเขาอีก ด้านข้างนั้นฮวาอวี่และขั้นเจ็ดหญิงคนนั้นต่างเผยรอยยิ้มขึ้นมา น่าสนใจอยู่บ้าง เฟิงเมี่ยเชิงถูกใจอีกฝ่าย นึกไม่ถึงว่ายังเรียกชื่ออีกฝ่ายขึ้นมาอีก น่าเสียดายที่ถูกคนปฏิเสธ เป็นการตบหน้าอย่างหนักจริงๆ! ฮวาอวี่ลอบหัวเราะในใจ ทางฟางผิงเขาให้คนไปถามแล้วเหมือนกัน แต่อีกฝ่ายไม่ได้รับปาก เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่เขาไม่ได้เรียกชื่ออีกฝ่ายเข้ามา จะมาไม่มาก็ไม่เป็นไร เฟิงเมี่ยเชิงนั่นถึงจะทำให้ตัวเองอับอาย แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นขุนพลตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าจะกล้าปฏิเสธเฟิงเมี่ยเชิงต่อหน้า ใจกล้าไม่เบา จากนิสัยของเฟิงเมี่ยเชิง เจ้าคนที่ชื่อขุยหมิงนี้ไม่ช้าก็เร็วต้องซวยแน่
เวลานี้ข้างกายฟางผิง จีนอวี่ไห่เบียดตัวเข้ามาอย่างระแวดระวัง มองฟางผิงไปแวบหนึ่ง เผยสีหน้าขัดแย้งในใจ ฟางผิงกลับไม่สนใจเขา หลังจากนั้นสักพักคนของเฟิงเมี่ยเชิงก็ได้ครบแล้ว
จวบจนถึงตอนนี้ หลีอันค่อยกระโดดลงมาอย่างเกียจคร้าน คลี่ยิ้มว่า
“มายี่สิบคน ต้องการขั้นขุนพลเหมือนกัน จะใครก็ได้ทั้งนั้น”
ข้างล่างเวที ฟางผิงเริ่มสาวเท้าเดินไป หลีอันหัวเราะมองไปทางเฟิงเมี่ยเชิงที่อยู่ด้านข้าง เอ่ยส่ง ๆ ไปว่า
“เจ้าหมอนี่ให้เจ้าแล้วกัน ข้าไม่สนใจคนไม่รู้ความเท่าไหร่”
“ไม่จำเป็น” เฟิงเมี่ยเชิงเผยสีหน้าเยียบเย็น
หลีอันเอ่ยด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง
“แล้วแต่เจ้า หากเจาสนใจก็เอาไปได้ทุกเมื่อ ก่อนหน้านี้ยังคิดจะให้เขามาเฝ้าประตูให้ข้า จากนิสัยไม่รู้กาลเทศะนี้ ยังไม่รู้ว่าจะพาปัญหามาให้ข้าเท่าไหร่ หลังจากนี้จะส่งไปที่ตำหนักปีศาจแล้วกัน ตำหนักปีศาจนั่นเป็นสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์ปีศาจ ราชสำนักพืชปีศาจไม่ได้เลี้ยงสัตว์ปีศาจเพื่อเป็นพาหนะ แต่เลี้ยงไว้ฆ่าลิ้มลองอะไรใหม่ ๆ เท่านั้น” หลีอันแสดงท่าทีไม่ใส่ใจ สายตากลับมองไปทางฟางผิง แววตาเผยรอยยิ้มบางเบา ‘ลงมือเถอะ!’ ช่วงนี้เฟิงเมี่ยเชิงเหิมเกริมเกินไปแล้ว ควรจะเสียเปรียบซะบ้าง คิดว่าเสด็จพ่อของตัวเองจะตายจริงๆ แล้วหรือไง?
ข้างล่างเวที ระหว่างที่ฟางผิงเดินไปก็ประคองดาบยาวที่เอวไปด้วย ไม่ได้รีบขึ้นเวที รอจนมาถึงข้างล่างเวที ฟางผิงก็ชะงักไปเล็กน้อย รอข้างกายมีผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นมาแล้ว เวลานี้ฟางผิงคอยสาวเท้าต่อ ยังไงหลีอันก็เป็นลูกชายของเจ้าราชสำนัก คนที่ภักดีต่อเขายังคงมีอยู่แล้ว ทั้งยังมีไม่น้อย เกือบสามสิบคนแล้ว
ในตอนที่กำลังจะเดินไปถึงหลีอัน จู่ ๆ ดาบบนร่างฟางผิงก็มีคลื่นพลังงานปั่นป่วน หลีอันคลี่ยิ้ม เผยสีหน้าไม่สนใจราวกับสัมผัสไม่ได้ เฟิงเมี่ยเชิงที่อยู่ด้านข้างแววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ได้เอ่ยอะไรเช่นกัน
ในชั่วพริบตานี้ ฟางผิงก็ตะโกนเสียงดัง! บนดาบยาวระเบิดพลังงานอย่างแข็งแกร่ง ถึงกระทั่งมีคลื่นพลังจิตใจอยู่เลือนราง ดับสูญ! ฟางผิงกวาดดาบยาวออกไป คํารามขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ดาบฟันไปรอบทิศทาง!
ตอนนี้ทุกคนอยู่บนเวที ไม่ได้มีการเตรียมพร้อมอะไร ที่นั่นมีคนของราชวงศ์ มีคนของสำนักเทพ ทั้งยังมีองค์หญิงองค์ชายอีกหลายคน ไม่มีใครคาดคิดว่าที่นี่จะมีคนกล้าลงมือได้ แต่ตอนนี้มีคนลงมือแล้ว! เล่มอาวุธโลหะผสมฟันเข้าเนื้อคนหลายครั้งติดต่อกัน
รอบกายฟางผิงตอนแรกมีผู้ฝึกยุทธ์นับสิบคนขึ้นเวทีมาพร้อมกัน ชั่วพริบตาหัวคนก็หลุดจากบ่าแล้ว ข้างหลังนั้นจีนอวี่ไห่ก็ถูกไอดาบวาดผ่านปลายจมูกไป เพราะมีการเตรียมพร้อมล่วงหน้าจึงถอยหลังไปอย่างว่องไว เผยสีหน้าหวาดกลัวและตกตะลึง ‘ให้ตายเถอะ! นี่มันเรื่องอะไรกัน? เจ้าหมอนี่… เจ้าหมอนี่ฆ่าผิดคนสินะ? ให้ฆ่าคนของเฟิงเมี่ยเชิง ไม่ใช่ฆ่าคนที่หลีอันรับตัวมา!’