ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 716-3 ดวงคู่ปรับ (3)
ตอนที่ 716 ดวงคู่ปรับ (3)
ในเวลาเดียวกันกับที่ฟางผิงกำลังเดินทางไปถึงเมืองเทียนจือ
บนโลก มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้ ฉินเพิ่งชิงถือสายโทรศัพท์ถามว่า “นายอวนให้โควตาแดนรบราชาฉันสักที่หน่อยไม่ได้หรือไง?”
“นายโล่น เรื่องนี้ยากจริงๆ…”
“ยากตรงไหน? ฟางผิงก็ไปไม่ได้ไม่ใช่หรือไง? เขาไปไม่ได้งั้นก็ไม่ต้องใช้โควตานี้ให้ฉันไม่ได้เหรอ?”
เจี่ยงเชาเอ่ยอย่างอัดอั้นตันใจ “ง่ายขนาดนั้นที่ไหนกัน สามารถเปลี่ยนคนได้เหรอ…”
“แต่อะไร อย่ามาเล่นลิ้น!”
“แต่ช่วงนี้สองราชสำนักใหญ่กำลังหารือกัน อยากจะปล่อยคนกลุ่มหนึ่งเข้าไป ครั้งก่อนพวกเขามีคนตายเยอะเกินไป ตอนนี้พื้นที่ขั้นหกแทบจะโล่งเกลี้ยง หากช่วงชิงได้บางทีพวกเราก็อาจสามารถพาคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปได้เหมือนกัน แต่วานายโล่น นายมั่นใจว่าจะเข้าไปจริงๆ? นายไปแล้วก็ต้องเข้าสู่พื้นที่ขั้นเจ็ด นายพึ่งจะขั้นเจ็ดตอนต้น คนทางนั้นแทบอยากจะฆ่าคนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ให้เกลี้ยง”
“กลัวว่านายจะเป็นคนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้แล้วจะไม่ไล่ฆ่าน นายหรือไง?”
“กลัวอะไร! มีผลประโยชน์ก็เพียงพอแล้ว รอฉันเข้าไปก็จะพลิกดินพลิกฟ้า ฆ่าเขาเหมือนกัน! ฉันได้ยินมาว่าคนทางนั้นมีอาวุธวิเศษกันหมด ของดีนับไม่ถ้วน น้ำแร่ชีวิตอะไรก็แทบดื่มแทนน้ำเปล่า… หากซากอารยธรรมได้นั้นก็ดูดกลืนปราณและพลังจิตใจไร้ต้นกำเนิดได้แล้ว เพิ่มพลังจิตใจโดยตรง ทั้งยังมีผลประโยชน์อย่างอื่นอีก”
ฉินเพิ่งชิงพูดจนน้ำลายแทบไหลแล้วเอ่ยว่า “พวกเหลาหวังสารเลวคันนี้ช่วงนี้กำลังเก็บของกัน เตรียมตัวไปรวยเละที่นั่นแล้ว! พวกเขายังไป ฉันจะไม่ไปได้ยังไง? เจ้าพวกนี้ทุกครั้งที่ไปกอบโกยผลประโยชน์ก็กอบโกยได้กองใหญ่! เหลาเหยาก็ขั้นเจ็ดตอนปลายแล้ว พวกหัวเหล็กก็ขั้นเจ็ดตอนกลางใกล้จะตอนปลายเหมือนกัน นายว่าพวกหัวเหล็กถึงตอนปลายแล้วจะไม่เหมือนกับฟางผิงหรือไง เดี๋ยวดียวก็ขั้นแปดแล้ว? ฉันไม่อยากอยู่ในขั้นเจ็ดนานเกินไป นายอวนหาวิธีหน่อย ผู้อาวุโสนายคือขั้นสุดยอดไม่ใช่หรือไง? ต้องมีวิธีแน่”
“พวกเหลาหวังจะไปแดนรบราชา?”
เจี่ยงเชากลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ฟางผิงละ?”
ฉินเพิ่งชิงเกาหัวว่า “เขาพูดยาก ช่วงนี้เขาหายตัวไป แต่ใครจะรู้ว่าเขาไปหรือเปล่า ทำไม?”
“นายโล่น เตือนด้วยความหวังดี อย่าไปกับพวกเขา!”
“เจ้าพวกนี้มีศัตรูสาธารณะ รู้หรือเปล่าว่าอะไรคือศัตรูสาธารณะ? ไปแล้วผู้ฝึกยุทธ์ทั้งถ้ำใต้ดินน่าจะฆ่าพวกเขา!”
“โดยเฉพาะฟางผิง หากเขากล้าไปจริงๆ นายระวังตัวไว้เถอะ ขั้นเกาข้ามเขตเข้ามาฆ่าก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่แค่นี้ เขากล้าไป ระหว่างทางถูกคนสังหารก็มีโอกาสเหมือนกัน เหนือราชาลงมือยังไม่ใช่เรื่องแปลก สรุปแล้วอันตรายอย่างยิ่ง ติดตามพวกเขานั้นเหมือนติดตามระเบิดเวลา พร้อมระเบิด นายตายได้ทุกเมื่อ! ยังไงฉันก็ไม่กล้าตามพวกเขาละกัน หากพวกเขาไป นายต้องเตือนฉันด้วย อย่าได้บังเอิญުރกัน ไม่งั้นก็เป็นปัญหาแล้ว”
นอกจากจินเพิ่งชิงจะไม่กลัว ยังเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “เรื่องดีนี่น่าพูดแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องไปหาคนแล้ว มีคนมาส่งถึงหน้าประตู…”
“นายโล่น นายเพิ่งจะขั้นเจ็ดตอนต้น!”
“ขั้นเจ็ดตอนต้นแล้วยังไง?”
ฉินเพิ่งชิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ขั้นเจ็ดตอนต้นแล้วฉันก็ไม่กลัวพวกนั้นเหมือนกัน! อย่ามาไร้สาระ หาวิธีมอบโควตาให้ฉันหน่อย ถึงเวลานั้นช่วงชิงของดีได้ จะแบ่งให้ นายหนึ่งส่วน”
เจี่ยงเชาเหนื่อยใจ เอ่ยอย่างหมดคำพูด “ฉันจะไปถามดูก่อน… ไม่ได้ นายก็ไปราชานักรบ พูดกับเขาได้เรื่องกว่าผู้อาวุโสฉันเยอะ… อา!”
เจี่ยงเชาพูดถึงตรงนี้จู่ๆ ก็แผดเสียงร้องอย่างน่าอนาถ!
ครู่ต่อมาข้างหูฉินเพิ่งชิงก็มีคนเอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “ถามอะไร? จางเทาอยากไปสินะ? ฉันรับปาก! แค่โควตาเดียวเท่านั่น นับเป็นเรื่องใหญ่อะไร!”
ฉินเพิ่งชิงตกตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนจะดีใจขึ้นมาละล่ำละลักว่า “ขอบคุณราชาสงคราม!”
“เรื่องเล็ก!”
ราชาสงครามเอ่ยด้วยเสียงเรียบนิ่ง ระเบิดมือถือไปโดยตรง
ในตอนที่ฉินเพิ่งชิงดีใจเป็นบ้าเป็นหลัง เจี่ยงเชาก็เกือบถูกซ่อมตายแล้ว!
“แม่มเหอะ ว่ายังไงนะ?”
“พูดกับราชานักรบได้เรื่องกว่าเขา?”
“แม่ม ใครเป็นคนสอนไอลูกหมานี่กัน?”
เขาเป็นราชาสงคราม เขาเป็นราชาสงครามที่โจมตีฆ่าเหนือราชา เขาเป็นขั้นสุดยอดที่จัดข้อได้กระทั่งราชาสยบฟ้า!
ผลปรากฏว่าคนอื่นไม่ได้สงสัยในตัวเขา ทายาทของเขากลับสงสัยเขาซะเอง!
เหนือราชาถ้ำใต้ดินมากมายขนาดนั้น ขั้นสุดยอดมนุษย์มากมายขนาดนั้น มีคนเคยฆ่าเหนือราชากี่คน?
แค่ราชาสยบฟ้าคนเดียวเท่านั้น!
ตอนนี้มีคนที่สองแล้ว ราชาสงคราม!
หลี่เจินและจางเทาคนรุ่นหลังพวกนี้จะเทียบเคียงกับเขาได้ยังไง?
เมืองเจินซิง เจี่ยงเชาถูกซ่อมจนกลายเป็นหัวหมู หน้าบวมแทบดูไม่ได้ เผยสีหน้าเศร้าสร้อย “เรื่องอะไรกัน?”
“ผู้อาวุโสแอบฟังได้ยังไง?”
“ไม่ใช่ว่าพักรักษาตัวในเมืองหรือไง?”
“พักรักษาตัวก็ยังแอบฟังได้ เหมาะสมหรือไง?”
ราชาสงครามกลับไม่สนใจเขา ราชาสงครามที่ไม่ได้นั่งควบคุมในเขาด่านสมุทรตอนนี้แทบไม่ต่างอะไรกับชายวัยกลางคน นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยว่า “หากเจ้าพวกนั้นจะไปแดนรบราชา… ให้เจี่ยงเฮากลับมา! พวกเขาไปแล้วฟางผิงจะไม่ไปได้หรือไง? นี่หากไปกันหมดนั่นก็ยิ่งเป็นปัญหา”
“ฟางผิงเจ้าหมอนี้เป็นตัวก่อเรื่อง เจ้าอวนอย่าเข้าไปประสมโรงกับพวกเขาสิ! จางเทาเจ้าหมอนั่นนึกไม่ถึงว่าจะให้หลี่อันนั่งควบคุมเขตแดนเจ็ดทางใต้ นี่คือคาดการณ์ว่ามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จะก่อเรื่อง! หลังจากนี้ถ้ำใต้ดินเจอคนพวกนี้รีบไล่ไปซะ อย่าเคลื่อนไหวพร้อมพวกเขาราวกับคนโง่”
“จางเทาและหลี่เจินดาวหายนะสองคนนี้ เวลานั้นก็ร่วมทางกันบ่อยๆ ผลปรากฏว่าเจ้าสองคนนี้กลายเป็นขั้นสุดยอดแล้ว เพื่อนรวมทางกลับตายกันแทบเกลี้ยง มีแค่หนานอวินเยวี่ยแม่ม่ายนั่นที่ดวงแข็งหน่อย…”
“ถูกหลอกไปตายด้วย แต่ผู้ชายของเธอก็ถูกเธอหลอกไปตายเหมือนกัน…”
เวลานี้เจี่ยงเชาไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้ว เอ่ยอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า “ผู้อาวุโส ได้ยินว่าผู้อำนวยการหนานและพวกเขาสองคนมีเรื่องอย่างนั้นกันจริงๆ หรือเปล่า?”
ราชาสงครามหัวเราะเสียงดัง “พูดยาก!”
“เวลานั้นสามคนนี้มักคลุกตัวอยู่ด้วยกัน หนานอวินเยวี่ยอายุมากสุด… แต่ผู้ฝึกยุทธ์ห่างกันสิบปีไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เวลานั้นหลี่เจินก็เป็นคนกลับกลอกคนหนึ่ง ไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง เอาแต่ติดตามจางเทา”
“จางเทาดเจ้าหนั่นก็มีแต่ความคิดชั่วร้าย แต่ผู้ชายไม่เลวผู้หญิงไม่รัก ได้ยินว่าตอนแรกหนานอวินเยวี่ยและจางเทาเล่นหูเล่นตากัน ความสัมพันธ์ค่อนข้างซับซ้อน ผลปรากฏว่าจางเทาเจ้านี่ไม่ใช่คนดีอะไร เล่นกับความรู้สึกคนแล้วก็หันไปหาคนรักใหม่ ไม่นานก็แต่งงานกัน…”
“ผู้อาวุโส…”
เจี่ยงเชาเอ่ยอย่างสงสัย “เวลานั้นพวกราชานักรบไม่แข็งแกรงกันสินะ? คุณรู้ละเอียดถึงขนาดนี้ได้ยังไง?”
ราชาสงครามแค่นเสียงในลำคอเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “เธอจะรู้อะไร? แม้ตอนแรกเจ้าพวกนี้จะไม่แข็งแกรง แต่หากเปรียบเทียบกันแล้วไม่ต่างจากพวกฟางผิงในเวลานี้เท่าไหร่ เป็นพวกที่โดดเด่นเหนือคนอื่น โดยเฉพาะจางเทาเจ้าหมอนั่นมีปัญหาอยู่บ้าง”
“เวลานั้นพืชปีศาจต้นนั้นตกลงใครเป็นคนฆ่า? จนถึงตอนนี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ เก็บได้แล้วก็จบไป เจ้าหมอนี่ยังขนแกนสมองและแกนหัวใจของพืชปีศาจขั้นเก้า แบกน้ำแร่ชีวิตหลายร้อยจิน ข้ามเขาข้ามห้วยมาตลอดทาง…”
“แม่มเหอะ นึกไม่ถึงว่าจะไม่เจอสัตว์ปีศาจสักตัว!”
ราชาสงครามหลุดพูดคำหยาบโวยวายเสียงดัง “หากพูดว่าอยู่ระดับล่างและระดับกลางนั้นยังพูดได้ ไม่มีสติปัญญา รับรู้กลิ่นอายการตายของเผ่าปีศาจ ไม่กล้าเข้าใกล้หนั้นก็เป็นเรื่องปกติ แต่พกน้ำแร่ชีวิตมาเยอะขนาดนั้น ยังมีแกนสมองและแกนหัวใจอีก ผลปรากฏว่าเผ่าปีศาจระดับสูงยังไม่เจอสักตัว นี่ก็ไม่ปกติแล้ว!”
เจี่ยงเชาเอ่ยอย่างสงสัย “เวลานั้นราชานักรบเก็บได้จากที่ไหน? ตอนนี้ยังเก็บได้อีกหรือเปล่า?”
ราชาสงครามเผยสีหน้าดำคล้ำ “เก็บกับปู่แกสิ!”
“คิดว่าพืชปีศาจขั้นเก้าหาได้ง่ายๆ หรือไง? เธอบอกว่า จะเก็บก็เก็บได้?”
“เก็บได้ที่ถ้ำใต้ดินเป่ยหั่ว เธออยากไปรนหาที่ตายก็ลองไปเก็บดู!”
ราชาสงครามพูดจบก็เอ่ยว่า “เจ้าอวน คิดเรื่องไร้ประโยชน์พวกนี้ให้น้อยหน่อย รีบเข้าสู่ขั้นเจ็ดถึงจะเป็นเรื่องสำคัญ! ขายหน้าคนอื่นหมดแล้ว! จางเทานั่นหลานชายยังขั้นเจ็ดตั้งหลายปีแล้ว เธอแม่งจนถึงตอนนี้ยังขั้นหกอยู่ได้…”
เจี่ยงเชาเหนื่อยใจ “ผมก็กำลัง… เร็วๆ นี้แหละ”
ราชาสงครามไม่สนใจเขา เอ่ยต่อว่า “ฉันขึ้นชื่อว่าเป็นขั้นสุดยอดแนวหน้าของมนุษยชาติ ถูกจัดในสามอันดับแรก ตัวเองแข็งแกรงก็ไม่นับว่าแข็งแกรง พวกเธอยังต้องช่วยกอบชื่อเสียงเหมือนจิ้งจอกเฒ่าหลี่นั่นได้จะดีที่สุด ตระกูลเขาให้กำเนิดหลี่เจินออกมา ทางฉันก็ต้องมีขั้นสุดยอดบ้างเหมือนกัน! ปู่เธอนั่นมันไรประโยชน์…”
ข้างนอกประตู เจี่ยงหยวนหวาเงียบไม่ปริปาก ทำเป็นไม่ได้ยินไป
เวลานี้เจี่ยงเชาเอ่ยว่า “ผู้อาวุโสตระกูลเฉินนั่นแวบเดียวก็มีขั้นเก้าขึ้นมาหลายคน ผู้อาวุโสสองของตระกูลเฉินยังเข้าสู่สิบอันดับแรกของขั้นเกา เมื่อก่อนตระกูลเฉิน…”
“พวกเราไม่ไเด้คนของพวกเราน้อยเกินไปหรือเปล่า? รุ่นปู่ก็มีแค่เขาเป็นผู้ชายคนเดียว ยังมีพี่สาวของปู่อีกคน รุ่นพอนั่นก็มีเขาแค่คนเดียว จนถึงตอนนี้ยังไม่ขั้นเจ็ด ผมเกือบจะล้าหน้าแล้ว มาถึงผมก็มีไอโรคจิตนันอีกคน ผู้อาวุโสเวลานั้นตกลงคุณมีลูกกี่คน?”
ราชาสงครามได้ฟังก็สะทอนใจอยู่บ้าง “ฉันจะแพ้ก็แพ้ตรงนี้แหละ ไม่อาจให้กำเนิดได้เท่าพวกเขา! เวลานั้นมีลูกแค่คนเดียว ไม่กี่ปีก็ตายในสนามรบแล้ว เฮอ! ไม่เหมือนพวกจิ้งจอกเฒ่าตระกูลหลี เกิดลูกอย่างกับหมู เกิดทีละหลายคน”
“เธอบอกว่าฉันมีลูกน้อยก็แล้วไป น้ำยามีน้อยก็ให้กำเนิดน้อย แม่งเหอะ สู้ไม่ได้รุ่นแล้วรุ่นเล่า! พ่อเธอนับว่าดี ยังเกิดตั้งสองคน ทั้งยังเป็นลูกชายทั้งหมด รุ่นอื่นๆ นั้นแทบจะเป็นลูกชายคนเดียว!”
“คุณหมายถึงผู้อาวุโสสองของตระกูลเราตายในสงครามแล้ว?”
ราชาสงครามถอนหายใจ “อย่าพูดเลย ลูกชายฉัน… ผู้อาวุโสสองของเธอฝีมือไม่ได้อ่อนแอ ทั้งเดินในเส้นทางต้นกำเนิดเหมือนกัน ไม่อ่อนด้อยไปกว่าลูกชายของตาเฒ่าเฉิน แค่สมองใช้งานไม่ค่อยได้…”
เจี่ยงเชารอเขาพูดต่อ ปรากฏว่าเขาไม่พูดแล้ว เจี่ยงเชาเอ่ยอย่างจนใจ “งั้นผู้อาวุโสรุ่นสามและผู้อาวุโสรุ่นสี่ละ…”
“ผู้อาวุโสรุ่นสามของเธอร้อยปีก่อนก็ตายในสงครามแดนรบราชาแล้ว ผู้อาวุโสสี่สมองไม่ค่อยดีเหมือนกัน เก้าสิบปีก่อนถ้ำใต้ดินรุกรานเข้ามาเปิดสงครามขั้นสุดยอด ฉันให้เขาหนีเขาไม่หนี จะเผ่าระวังทางเดินให้ได้… ผลปรากฏว่าถูกคนกำจัดแล้ว”
ราชาสงครามถอนหายใจนึกสะทอนใจอยู่บ้าง “เจ้าพวกนี้สมองไม่ค่อยดี พี่ชายเธอก็เหมือนกัน สมองใช้งานไม่ค่อยได้ สักแต่ว่าจะทำๆๆ ไม่ช้าก็เร็วคงต้องไปเผ่าป่าช้าเหมือนกัน เจ้าอวนยังคงเป็นเธอที่ยังไวใจได้หน่อย กลัวตายเป็นเรื่องดี กลัวตายถึงจะไม่ตายง่ายๆ ฉันเอ็นดูเธอก็เพราะเธอกลัวตาย เธออย่าเอาอย่างผู้อาวุโสพวกนั้น สักแต่ว่าจะทำ…”
เจี่ยงเชากระอักกระอวนขึ้นมา “พูดเข้า… อีกอย่าง ได้ยินว่าคุณก็ชอบปะทะกับคนอื่นโดยตรง นี่ไม่ใช่ทำตามคุณหรือไง?”
“พูดแบบนี้ตระกูลเจี่ยงของพวกเราก็มีแค่พวกเราหาคนแล้ว?”
ราชาสงครามทำหน้าภาคภูมิใจ “หาคนก็สู้ตระกูลใหญ่พวกเขาได้เหลือเฟือแล้ว!”
พูดจบราชาสงครามก็เผยสีหน้าหยิ่งผยอง ยิ้มหรี่ตา “เจ้าอวน ตั้งใจฝึกวิชาดีๆ รีบเข้าสู่ขั้นเจ็ดหน่อย ขั้นแปดจะดี… หลายปีมานี่ฉันไม่ได้ใชชีวิตไปวันๆ เหมือนกัน บางเรื่องฉันจับจุดสำคัญได้แล้ว รอเธอถึงขั้นแปด ฉันจะมอบโอกาสใหญ่ให้เธอ ให้เธอได้หลอมร่างทอง หาขัน ถึงกระทั่งหกขันแล้วเข้าสู่ขั้นเก้าเลย!”
เจี่ยงเชาตาเป็นประกายในชั่วพริบตา “จริงหรือเปล่า?”
ราชาสงครามเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องมองฉัน ฉันยังโกหกเธอได้หรือไง? อย่ามองว่าพวกหวังจินหยางตอนนี้ก้าวหน้าอย่างว่องไว แข็งแกร่งกว่าเธอ ถึงเวลานั้นอาจไม่เสมอไป”
“ผู้อาวุโสให้ตอนนี้ไม่ได้หรือไง?”
“เหลวไหล ฝีมือเธอยังไม่เพียงพอ ใครจะสนใจเธอ?”
ราชาสงครามหัวเราะ “ไม่ต้องรีบ เป็นเรื่องเร็วๆ นี้แหละ ตั้งใจฝึกวิชาดีๆ! ขั้นเจ็ดฝึกพลังจิตใจเป็นหลัก เรื่องนี้ฉันทำได้ยาก แต่หากเป็นฟางผิงเจ้านั่น ติดหนี้น้ำใจฉันตั้งหลายครั้ง ต้องคืนให้ฉันบ้าง รอเขากำจัดดอกขุยฮวาต้นนั้นของเมืองเยาขุยได้ ได้เมล็ดดอกขุยฮวามามาก ฉันจะไปขอมาบางส่วน มอบให้เธอเข้าสู่ขั้นแปด! หลังจากขั้นแปดก็เข้าสู่ขั้นเก้าเลย”
“ส่วนเส้นทางต้นกำเนิด… นั้นก็ต้องพึ่งตัวเอง สามารถเดินได้ไกลเท่าไหร่ วัดดวงเถอะ”
ราชาสงครามไม่พูดต่ออีก พูดจบก็เอ่ยว่า “อีกไม่กี่วันฉันจะไปเขตแดนเจ็ดทางใต้ อย่าลืมที่ฉันบอก ออกห่างจากพวกฟางผิงหน่อย ล้วนเป็นดวงคู่ปรับทั้งนั้น ไปที่ไหนก็เจอแต่ปัญหา จนถึงตอนนี้หลอกพวกเดียวกันไม่ตาย ไม่มียเหตุผลซะเลย อาจจะเป็นดวงคู่ปรับกันทั้งหมด ต่างฝ่ายต่างหลอกกันไม่ตาย คนอย่างเธอดวงไม่แข็งพอ หากไปประสมโรงจะถูกพาไปตายเข้าใจหรือยัง?”
เจี่ยงเชาพยักหน้างึกงัก “เรื่องนี้ผมเข้าใจ ไม่อาจรนหาที่ตายอย่างแน่นอน”
ข้างนอกประตู เจี่ยงหยวนหวาไม่พูดอะไร หมดคำพูดและเหนื่อยใจอยู่บ้าง
ยังไงผู้อาวุโสก็เป็นผู้แข็งแกร่งในขั้นสุดยอด ทุกครั้งที่กลับมาเอาแต่สอนเรื่องพวกนี้ คุณมีเวลาว่างไม่สู้พูดเรื่องเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ดีกว่า เอาแต่พูดเรื่องดวงคู่ปรับ ดวงลูกรักพระเจ้า ดวงหญิงม่ายแมมจี้อะไรนั่น…
ตกลงเมื่อก่อนผู้อาวุโสเป็นซินแสทำนายดวงชะตาหรือเปล่า?