ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 716-2 ดวงคู่ปรับ (2)
ตอนที่ 716 ดวงคู่ปรับ (2)
ไม่สนใจเขาอีก ฟางผิงพูดคุยกับเฟิงอวีต่อ ระหว่างทางก็ผ่านเมืองบางส่วนเช่นกัน ในเมืองมียอดฝีมือคนพบพวกเขา แต่รอดูจนเห็นสัญลักษณ์บนตัวของกลุ่มนี้แล้วไม่นานก็ถอยหลบไป
คนของราชาเพลิง!
ไม่ได้เจอแค่เมือง ฟางผิงยังเห็นการต่อสู้ด้วย กลางทางมีเมืองกำลังทำการต่อสู้ พวกเฟิงเมี่ยเชิงทำราวกับเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
เฟิงอวีเห็นฟางผิงเหมือนจะสงสัยอยู่บ้างก็เอ่ยไปว่า “ในราชสำนักยอดฝีมือมีมาก ยอดฝีมือบางคนไม่ลงรอยกัน ขัดแย้งกันขึ้นมาก็ทำการต่อสู้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ราชสำนักไม่อาจสนใจเรื่องพวกนี้ ในความเป็นจริงไม่อาจควบคุมได้เหมือนกัน”
เมืองราชาที่มีเยอะเกินไป เมืองหลักยิ่งเยอะกว่า รวมถึงระยะทางค่อนข้างไกล แม้จะเป็นยอดฝีมือเหนือราชาไล่ตามมาก็ต้องใช้เวลาอยู่บ้าง
ด้วยเหตุนี้ ขอแค่ไม่เกิดสงครามวุ่นวายเป็นวงกว้างนั่นก็ไม่ต้องสนใจ
เวลานี้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดอีกคนก็คลี่ยิ้มว่า “ให้พวกไรประโยชน์ตายไปหน่อยก็ดีเหมือนกัน ไม่กี่ปีนี้ประชากรมากขึ้น ผู้ฝึกยุทธ์เยอะขึ้น สิ้นเปลืองเกินไป ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่ออีกไม่กี่ปี เกรงว่าแดนเทพต้องเข้าสู่ช่วงพลังงานแห้งเหือดเหมือนกัน ถึงเวลานั้นคงเดินตามรอยของดินแดนแห่งการเกิดใหม่แล้ว”
ฟางผิงตงิดใจอีกครั้ง เผยสีหน้าเรียบนิ่ง เอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “ตามรอยดินแดนแห่งการเกิดใหม่? ความหมายนี้…”
เฟิงอวี้รับบทสนทนาด้วยรอยยิ้ม “ลือกันว่าเวลานั้นมีผู้อาวุโสของดินแดนแห่งการเกิดใหม่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง จากคำพูดของดินแดนแห่งการเกิดใหม่อยู่ในยุคสมัยผู้ฝึกยุทธ์โบราณ ยุคสมัยนั้นพวกเขามียอดฝีมือมากมายดุจมวลเมฆ ไม่อาจเทียบได้กับตอนนี้”
“ตอนแรกพลังงานของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ก็อุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง แต่ยอดฝีมือมากเกินไป ยอดฝีมือเหนือราชาฝึกวิชายิ่งสะท้านฟ้าสะเทือนดิน”
“คล้อยหลังจากยอดฝีมือเพิ่มมากขึ้น พลังงานของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ก็ค่อยๆ เหือดแห้งลง หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงตกต่ำ”
“ดินแดนแห่งการเกิดใหม่แข็งแกร่งมากงั้นเหรอ?”
ฟางผิงเผยสีหน้าตกตะลึง “ราชสำนักมีเหนือราชาสี่สิบหรือยังจะเทียบกับราชสำนักได้?”
เฟิงอวี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ก็อาจจะ… ยังไงนั่นก็เป็นแค่ข่าวลือ หลักๆ เป็นอย่างไรข้าไม่ชัดเจนเหมือนกัน”
ข้างหน้านั้นเฟิงเมี่ยเชิงแทรกประโยคอีกครั้ง “ไม่ใช่ข่าวลือ เป็นเรื่องจริง ไม่มีความจำเป็นต้องปฏิเสธอะไร!”
“เวลานั้นดินแดนแห่งการเกิดใหม่แข็งแกร่งจริงๆ ได้ยินเสด็จปู่บอกว่าตอนนี้พื้นที่ระหว่างเขตแดนข้างนอกก็มีคนกลุ่มนั้นหลงเหลืออยู่ เวลานั้นเพราะทรัพยากรเหือดแห้ง คนพวกนี้ค้นพบแดนเทพของพวกเราจึงรุกล้ำเข้ามาปักหลักในแดนเทพ… ทั้งแดนเทพก็ถูกพวกเขามองเป็นแหล่งเพาะพันธุ์!”
พูดถึงตรงนี้เฟิงเมี่ยเชิงก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “เพราะแดนเทพมีชีวิตที่เปล่งประกาย พลังงานหมุนเวียนไม่ขาดสาย ทรัพยากรแทบใช้ไม่หมด คนกลุ่มนี้จ้องแดนเทพตาเป็นมัน ระเบิดสงครามกับผู้อาวุโสพวกเรานับครั้งไม่ถ้วน!”
“แต่สุดท้ายยังคงถูกผู้อาวุโสแดนเทพสังหารจนเกลี้ยง พังพินาศย่อยยับ!”
ฟางผิงเกิดคลื่นกระเพื่อมในใจ พูดแบบนี้ที่เขาเดาไว้บางอย่างก็เป็นเรื่องจริง?
ผู้ฝึกยุทธ์โบราณเป็นฝ่ายบุกจู่โจมถ้ำใต้ดินจริงๆ?
แต่ไม่นานเฟิงเมี่ยเชิงก็เอ่ยว่า “แน่นอน บางเรื่องก็ไม่ชัดเจนแล้ว ความจริงหลักๆ ก็ยากจะพูดให้กระจ่าง ราชสำนักยังมีอีกข่าวลือหนึ่ง เวลานั้นคนที่ประมือกับผู้อาวุโสพวกเราไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์โบราณ”
ฟางผิงตกตะลึงไปเล็กน้อย เฟิงเมี่ยเชิงคุยเก่งไม่น้อย หัวเราะว่า “ผู้ฝึกยุทธ์โบราณของดินแดนแห่งการเกิดใหม่เดิมทีอาจจะไม่เคยทิ้งร่องรอยไว้ในแดนเทพด้วยซ้ำ คนที่อยู่ในพื้นที่ระหว่างเขตแดนกลุ่มนั้นอันที่จริงนับไม่ได้ว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์โบราณ”
“คนบางส่วนของดินแดนแห่งการเกิดใหม่เดิมทีก็ไม่เข้าใจ แบ่งยุคสมัยผู้ฝึกยุทธ์ของพวกเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์โบราณ สำนักเจินซิง และผู้ฝึกยุทธ์สมัยใหม่สี่ยุคสมัย ในความเป็นจริงอาจจะมากกว่านั้น”
“จากคำพูดของเสด็จปู่ อย่างน้อยสามารถแบ่งเป็นหกยุคสมัย ผู้ฝึกยุทธ์ตอนต้น ผู้ฝึกยุทธ์โบราณ ผนึกเทพ สำนักเจินซิง และผู้ฝึกยุทธ์สมัยใหม่หกยุคสมัยนี้”
“ทั้งพื้นที่ระหว่างเขตแดนบางทีอาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยุคสมัยผู้ฝึกยุทธ์โบราณ ถึงกระทั่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยุคสมัยผนึกเทพ ทำได้แค่นับเป็นยุคสมัยสำนัก คนพวกนี้ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์โบราณ”
“แต่เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นเรื่องในอดีตแล้ว ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ในตอนนี้ได้ตกต่ำลงแล้ว”
เฟิงเมี่ยเชิงยิ้มอย่างดูแคลน “ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ช้าก็เร็วจะเป็นของพวกเรา!”
ชั่วพริบตานี้ในใจฟางผิงก็เต็มไปด้วยความสงสัย ไม่ได้เอ่ยปากออกไปอีก ในความคิดเขา ถึงกระทั่งในความคิดจางเทา การคงอยู่ของพื้นที่ระหว่างเขตแดนก็คือการพิสูจน์ยุคสมัยผู้ฝึกยุทธ์โบราณอย่างหนึ่ง
แต่จากคำพูดของเฟิงเมี่ยเชิง อันที่จริงพื้นที่ระหว่างเขตแดนไม่เกี่ยวข้องกับยุคสมัยผู้ฝึกยุทธ์โบราณ ผู้ฝึกยุทธ์โบราณในสายตาของพวกฟางผิงเดิมทีก็ไม่ได้นับว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์โบราณอย่างแท้จริง งั้นผู้ฝึกยุทธ์โบราณอย่างแท้จริงดับสูญไปยังไง?
ฟางผิงเกิดคำถามขึ้นในใจ ชั่วพริบตานั้นก็จมดิ่งในความเงียบ
ไม่นานทุกคนก็เดินทางมาถึงเมืองขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เมืองว่านหลง
ภายในเมือง สัตว์ปีศาจมหึมากลุ่มหนึ่งดึงดูดสายตาอย่างยิ่ง สัตว์ปีศาจพวกนี้เป็นสัตว์ปีศาจที่ใช้ประโยชน์กับการเดินทาง พลังใหม่อ่อนแอ
สัตว์ปีศาจบางส่วนในสายตาของฟางผิงถึงขั้นมีความสามารถของขั้นแปด มีร่างทองแล้ว แต่เหมือนจะไม่ค่อยมีสติปัญญาเท่าไหร่ ค่อนข้างว่านอนสอนง่าย
นี่นับว่าเป็นสัตว์ปีศาจที่เลี้ยงอย่างแท้จริง
เฟิงเมี่ยเชิงเหมือนจะไม่คิดรังตัวอยู่ที่นี่นาน ทิ้งหินพลังงานไม่กี่ร้อยก้อนเป็นค่าเดินทาง แล้วก็ขึ้นไปบนหลังของปีศาจมังกรขั้นแปดตัวหนึ่ง
พวกฟางผิงทยอยขึ้นไปเช่นกัน แต่สายตาของฟางผิงกลับมองไปทางเฟิงเมี่ยเชิงอีกครั้ง!
เจ้าหมอนี้เหมือนจะมีอุปกรณ์เก็บของ!
ไม่แปลกใจที่ก่อนหน้านี้ไม่เห็นเขาพกของอะไรติดตัว ฟางผิงยังคิดว่าเขาเอาไว้ในตำหนักหลังนั้นซะอีก ตอนนี้ดูแล้วไม่ใช่แบบนั้น ตำหนักนั้นน่าจะเป็นของหลี่อัน
‘อุปกรณ์เก็บของ ร่างแยกราชาเฟิง…’
ฟางผิงพึมพำในใจ เริ่มรอคอยอย่างเงียบๆ เหมือนกับคนอื่นๆ
ระหว่างทางฟางผิงก็จดจำเมืองราชาและเมืองหลักบางส่วนที่ผ่านขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะกลัวหลงทาง แต่เพื่อบันทึกข้อมูลไว้
มนุษย์เข้าใจสถานการณ์ของเขตหวงห้าม น้อยเกินไป ก่อนหน้านี้จางเฮอเล่าเรื่องเขตหวงห้ามให้พวกฟางผิงฟัง ยังใช้แต่คำพูดว่า ‘น่าจะ’ ‘อาจจะ’ ทำนองนี้แทบทั้งหมด