ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง - เล่มที่ 1 บทที่ 20 โชคชะตาตระกูล กำเนิดร่างวิญญาณ!
หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูและพัฒนา ตระกูลมู่ก็กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง
สมาชิกตระกูลที่เคยถูกขับไล่ก็กลับมาเกือบทั้งหมด เหลือเพียงส่วนน้อยที่เดินทางรอนแรมไปไกลจนไม่สามารถติดต่อได้
หลังจากมู่เสินฉวนออกจากการปิดด่านฝึกตน พลังจิตอันกว้างใหญ่ไพศาลของเขาก็มักจะกวาดตรวจตราทั่วพื้นที่ของตระกูลอยู่เสมอ
และเขาก็พบว่า…
สมาชิกตระกูลที่ลงทุนได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากขึ้น
และยังมีผู้ฝึกตนบางคนที่มีโชคลาภไม่น้อย
เช่น ได้รับมรดกจากผู้ฝึกตน ค้นพบสมุนไพรวิเศษ ยาเม็ด และอาวุธวิเศษต่างๆ
ครืน!
โครม!
จู่ๆ เสียงดังสนั่นก็ดังขึ้นบนท้องฟ้าเหนือพื้นที่ของตระกูลแห่งหนึ่ง สายฟ้าฟาดผ่าเปรี้ยงปร้าง สร้างปรากฏการณ์ตื่นตะลึง
“เกิดอะไรขึ้น?!”
“ทำไมแค่คลอดลูกถึงเสียงดังขนาดนี้?”
สมาชิกตระกูลที่รออยู่นอกบ้านต่างตกใจ มองดูเมฆสายฟ้าที่รวมตัวกันอยู่บนท้องฟ้าด้วยความพรั่นพรึงใจ
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเห็นดังนั้น สีหน้าก็ยิ่งกังวลมากขึ้น
เขาชื่อ มู่ลี่ หัวหน้าสาขาย่อยเล็กๆ ของตระกูลมู่
หญิงที่กำลังคลอดบุตรอยู่ในบ้านคือภรรยาของเขาเอง
ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อย พร่ำภาวนาอยู่ในใจ
ขอให้ทั้งแม่และลูกปลอดภัย อย่าให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นเลย
ในขณะนั้นเอง ก็มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าช้าๆ
สมาชิกตระกูลมู่เมื่อเห็นเขามา ต่างก็เบิกตากว้าง รีบค้อมตัวคำนับ
“ผู้นำตระกูล”
มู่เสินฉวนโบกมือ ใช้พลังจิตกวาดมองดูโดยรอบ ก็รับรู้ถึงสถานการณ์ทั้งหมด
จากนั้นเขามองไปที่มู่ลี่ แล้วส่งยิ้มบางให้อีกฝ่าย
“ไม่ต้องกังวล”
“มีทายาทร่างวิญญาณสายฟ้าถือกำเนิดขึ้นแล้ว”
“ร่างวิญญาณสายฟ้า!”
“สวรรค์!”
“ตระกูลมู่ของเราได้ให้กำเนิดร่างวิญญาณแล้ว!”
“ช่างเป็นบุญวาสนาจริงๆ!”
สมาชิกตระกูลหลายคนต่างโห่ร้องสรรเสริญ ส่วนมู่ลี่ก็ดีใจจนเนื้อเต้น
ร่างวิญญาณเป็นร่างกายพิเศษชนิดหนึ่ง
มีความสัมพันธ์โดยกำเนิดกับวิถีสวรรค์ เมื่อเริ่มต้นฝึกฝน ย่อมต้องก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้จะไม่แข็งแกร่งเท่าร่างกายเทพ ร่างกายเต๋า หรือร่างกายเซียน
แต่ก็ถือว่าน่าทึ่งมาก ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด
หากได้รับการฝึกฝนอย่างเหมาะสม อาจกลายเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของตระกูลมู่ได้เลย
ไม่นานนัก
เสียงร้องไห้จ้าของทารกก็ดังขึ้น คนที่ทำคลอดอุ้มทารกออกมาจากบ้านด้วยสีหน้ายินดี
“คลอดแล้ว คลอดแล้ว”
“นายท่านมู่ ได้ลูกชายเจ้าค่ะ!”
มู่ลี่รับทารกมาด้วยความตื่นเต้น ความรักเอ่อล้นออกมาจากแววตา
จากนั้นสีหน้าเขาก็จริงจัง แล้วหันไปค้อมตัวคำนับมู่เสินฉวน “ผู้นำตระกูล ได้โปรดประทานนามให้กับบุตรของข้าด้วยเถิดขอรับ”
มู่เสินฉวนครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มแล้วพูดออกมา
“เด็กคนนี้เกิดมาพร้อมกับสายฟ้า เช่นนั้นก็ตั้งชื่อให้เขาว่า ‘มู่เหลย’[1] ก็แล้วกัน”
“มู่เหลย”
“ขอบพระคุณผู้นำตระกูลที่ประทานนามให้กับบุตรของข้า”
“พวกเจ้าได้มอบทายาทร่างวิญญาณให้แก่ตระกูลมู่ สมควรได้รับรางวัลแล้ว”
พูดจบมู่เสินฉวนก็โบกมือ ทรัพยากรการฝึกฝนมากมาย ทั้งศิลาวิญญาณ อาวุธวิเศษ และยาเม็ด ก็ปรากฏขึ้นในลานบ้าน
ทำให้สมาชิกสาขาย่อยต่างตื่นตาตื่นใจ พากันคำนับเขาอีกครั้ง
“ขอบพระคุณผู้นำตระกูล”
มู่เสินฉวนยิ้มแต่ไม่พูดอะไร จากนั้นร่างของเขาก็หายวับไป
สายตาของเขามองไปที่จอระบบโปร่งใส
[ชื่อ: มู่เสินฉวน]
[สถานะ: ผู้นำตระกูลรุ่นที่สิบแปดแห่งตระกูลมู่]
[ระดับขั้น: ตำหนักม่วงขั้นที่เจ็ด]
[โชคชะตาตระกูล: 14,550]
[ฟังก์ชันเริ่มต้น: ดวงตาแห่งสัจธรรม ลงทุนคืนกำไร ภารกิจตระกูล]
‘ดูเหมือนว่าโชคชะตาตระกูลที่เพิ่มขึ้น จะมีผลต่อโชคลาภของตระกูลทั้งหมดด้วยสินะ’
มู่เสินฉวนคิดในใจ
จากความทรงจำก่อนหน้านี้ ตระกูลมู่ไม่เคยมีร่างวิญญาณปรากฏขึ้นมาเลยเป็นเวลาหลายร้อยปี
แต่หลังจากที่เขารับตำแหน่งผู้นำตระกูลได้เพียงเดือนกว่าๆ ก็มีร่างวิญญาณถือกำเนิดขึ้น
หากไม่ใช่เพราะเรื่องโชคชะตาที่มองไม่เห็น มันก็คงไม่มีคำอธิบายอื่นอีกแล้ว
และโชคชะตาตระกูลมากกว่าหนึ่งหมื่นแต้มก็ถือกำเนิดร่างวิญญาณได้
หากสะสมได้มากกว่านี้ในอนาคต อาจมีร่างกายพิเศษบางอย่างปรากฏขึ้นมาอีกก็เป็นได้…
เมื่อคิดเช่นนี้ มู่เสินฉวนก็รู้สึกอารมณ์ดี หัวเราะแล้วกลับไปยังที่พักของตน
…
ถ้ำหลิงซู
บนยอดเขาที่งดงามแห่งหนึ่ง ปราณวิญญาณพลันปั่นป่วน ปลดปล่อยไอพลังจำนวนมหาศาลออกมา
จากนั้นไม่นาน ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็เยื้องย่างออกมาจากถ้ำ
เขาคือ จื่อหยางเซียน หนึ่งในหกผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงแห่งถ้ำหลิงซู
เขาปิดด่านฝึกตนมานานกว่าครึ่งปี และในวันนี้ก็ทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วงขั้นที่สามได้สำเร็จ พลังฝึกตนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ไม่นานนัก
คลื่นพลังจิตอันทรงพลังก็กวาดผ่านยอดเขา
“หืม?”
“เหยียนจู่อยู่ที่ใด?”
จื่อหยางเซียนขมวดคิ้วถามเด็กชายข้างๆ
เด็กชายมีสีหน้าเศร้าสร้อย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบตะกุกตะกัก
“เรียน… เรียนท่านอาจารย์”
“ศิษย์พี่เหยียนจู่และศิษย์พี่เยี่ยนหรันได้เดินทางไปยังตระกูลหวังในเมืองชิงหยุนเมื่อเดือนก่อน และบังเอิญเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันขอรับ”
“…พวกเขาถูกคนของตระกูลมู่สังหารไปแล้วขอรับ”
“อะไรนะ!”
จื่อหยางเซียนโกรธจัด ตบโต๊ะหินจนแตกละเอียด เด็กหนุ่มตกใจคุกเข่าก้มหน้าลงกับพื้น
หวังเยี่ยนหรันนั้นไม่สำคัญ
แต่เหยียนจู่นั้นเป็นศิษย์เอกของอาจารย์ ทะลวงสู่ระดับแก่นปราณได้ตั้งแต่อายุยังน้อย มีพรสวรรค์ในการฝึกตนอย่างมาก
ซึ่งปกติอาจารย์จะรักและเอ็นดูศิษย์คนนี้มาก
ไม่คิดเลยว่าเขาจะเพิ่งปิดด่านฝึกตนไปเพียงครึ่งปี ศิษย์รักก็มาถูกฆ่าตายเสียอย่างนั้น
ช่างน่าเหลือเชื่อ!
พริบตาต่อมา แววตาของจื่อหยางเซียนก็เย็นยะเยือก น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
“ส่งคนไปสืบมา”
“ภายในหนึ่งวัน ข้าต้องรู้ข้อมูลทั้งหมดของตระกูลมู่!”
———————————————–
[1] เหลย (雷) ในภาษาจีน แปลว่า สายฟ้า