ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง - เล่มที่ 1 บทที่ 21 ถ้ำหลิงซูบุกโจมตี!
ด้วยอิทธิพลของถ้ำหลิงซู การค้นหาข้อมูลของตระกูลใดตระกูลหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็น
ในไม่ช้า พวกเขาก็ได้รับข่าวจากผู้ฝึกตนพเนจรผู้หนึ่งว่า
มู่เสินฉวน ผู้นำตระกูลมู่ เพิ่งทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วงเมื่อเดือนที่แล้ว และได้นำเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลไปทำลายล้างตระกูลหวังจนสิ้นซาก
จากนั้นก็รวบรวมอำนาจรวมเมืองชิงหยุนให้เป็นหนึ่งเดียว
มาตอนนี้ ถือเป็นยุคทองของตระกูลมู่!
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข่าวลือจากการพูดคุยกันของเหล่าศิษย์ตระกูลมู่ว่า มู่ชิงหยุน ผู้อาวุโสใหญ่ของพวกเขาก็เพิ่งทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วงเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ตระกูลมู่จึงมีผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงถึงสองคน
สำหรับราชวงศ์ต้าเยี่ยนแล้วนั้น พลังเช่นนี้ถือว่าไม่ธรรมดาเลย
“ผู้ฝึกตนสองคนที่เพิ่งทะลวงระดับตำหนักม่วงได้สำเร็จ”
“หึ! ก็แค่แมลงตัวเล็กๆ เท่านั้น”
“กล้าดีอย่างไรมาสังหารศิษย์สายตรงของถ้ำหลิงซู!”
ภายในห้องโถงอันโอ่อ่าตระการตา ผู้อาวุโสผู้หนึ่งฟังคำรายงานจนจบ ดวงตาคมกริบหันไปมองบุคคลอีกสองคน ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “หลี่หั่ว หลิวหยุน พวกเจ้าสองคนไปกับจื่อหยางเซียน”
จื่อหยางเซียนรีบเอ่ย “ท่านอาจารย์ ตระกูลมู่เป็นเพียงตระกูลเล็กๆ ไม่จำเป็นต้องให้ศิษย์พี่ทั้งสองลำบากหรอกขอรับ”
ผู้อาวุโสโบกมือ
“เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวกับเจ้าเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับชื่อเสียงของถ้ำหลิงซูเราอีกด้วย”
“เราต้องกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก!”
“ขอรับ ท่านอาจารย์!”
หลี่หั่วและหลิวหยุนประสานมือคำนับพร้อมกัน
จากนั้น ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงทั้งสามก็มุ่งหน้าสู่ที่ตั้งของตระกูลมู่
หลายชั่วยามผ่านไป
ร่างสามร่างก็ได้ปรากฏตัวขึ้นเหนือตระกูลมู่
ไอพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณนับร้อยลี้ อานุภาพอันยิ่งใหญ่ราวกับเทพสวรรค์เสด็จลงมา กดข่มให้เหล่าศิษย์ตระกูลมู่ระดับต่ำตัวสั่นเทา ไม่สามารถทรงตัวให้ยืนตรงอยู่ได้
“พวกเขา… พวกเขาเป็นใครกัน?”
“พลังฝึกตนช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน”
“เหาะเหินเดินบนอากาศได้ ต้องเป็นผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงอย่างแน่นอน”
“มีตั้งสามคน”
พลังกดดันอันน่าหวาดหวั่นนี้ ทำให้เหล่าศิษย์ตระกูลมู่จำนวนไม่น้อยตะลึงงัน พวกเขามองไปยังเบื้องบนด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
แต่ก็มีศิษย์บางคนที่จะรู้เรื่องราวอะไรอยู่บ้าง พวกเขาจึงนึกขึ้นมาได้ทันที
เป็นไปได้ว่าเป็นคนของถ้ำหลิงซู…
ชายหนุ่มที่ผู้นำตระกูลสังหารในห้องโถงเมื่อวันก่อน ก็คือศิษย์สายตรงของถ้ำหลิงซู
การมาของคนทั้งสามด้วยท่าทางที่ดุดันเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่
ทันใดนั้น ร่างสูงใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเหนือตระกูลมู่
เขาเพียงแค่โบกมือเบาๆ ก็สลายพลังกดดันของคนทั้งสามได้
เหล่าศิษย์ที่อยู่เบื้องล่างรู้สึกโล่งใจ ความกดดันหายไปในพริบตา
จากนั้นสายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปยังร่างของผู้มาใหม่ ก่อนจะร้องออกมาด้วยความยินดี “ผู้นำตระกูล”
“ผู้นำตระกูล”
“…”
มู่เสินฉวนมองคนทั้งสามด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเอ่ยถามอย่างใจเย็น “พวกเจ้าเป็นใคร?”
จื่อหยางเซียนใช้พลังปราณวิญญาณสำรวจมู่เสินฉวน ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เขาพบว่าแม้ตนเองจะมีระดับพลังถึงตำหนักม่วงขั้นสาม แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจมองทะลุระดับพลังของชายตรงหน้าได้
‘ช่างน่าประหลาดนัก!’
แต่เมื่อคิดทบทวนดูอีกครั้ง เขาก็เข้าใจ
ตระกูลมู่มีผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงเพียงแค่สองคน ซึ่งก็เพิ่งทะลวงระดับได้ไม่นาน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครที่มีระดับพลังสูงไปกว่าพวกเขาสองคนอีก
บางทีอาจเป็นเพราะของวิเศษบางอย่างที่คอยปิดบังการตรวจสอบด้วยพลังปราณวิญญาณได้ก็เท่านั้น
จากนั้นจื่อหยางเซียนก็แสยะยิ้ม ก่อนจะพูดขึ้นมา “เจ้าคือมู่เสินฉวน ผู้นำตระกูลมู่สินะ?”
“ข้าถามเจ้าหน่อยเถิด เหยียนจู่ ศิษย์ของข้า ถูกเจ้าสังหารใช่หรือไม่?”
สิ้นเสียงของจื่อหยางเซียน ร่างของใครอีกคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
ซึ่งคนนั้นคือมู่ชิงหยุน ผู้อาวุโสใหญ่ที่เพิ่งจะมาถึงที่เกิดเหตุ
มู่ชิงหยุนมองอีกฝ่ายด้วยความระมัดระวัง กำลังจะเอ่ยปาก แต่ถูกมู่เสินฉวนขัดขึ้นเสียก่อน
“ใช่ แล้วอย่างไร?” มู่เสินฉวนมีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้น จื่อหยางเซียนก็โกรธจัด เขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ดี ดี ดี!”
“เจ้าช่างกล้าหาญนัก”
“ถ้าเช่นนั้น วันนี้ จงใช้ชีวิตของคนทั้งตระกูลของเจ้าชดใช้ให้กับศิษย์ของข้าซะ!”
คำพูดเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแฝงไปด้วยเจตนาฆ่าอันรุนแรง ราวกับเสียงที่ดังมาจากขุมนรก ทำให้เหล่าศิษย์ตระกูลมู่ที่อยู่เบื้องล่างรู้สึกหวาดผวา
ในขณะนั้น มู่เฉินที่ยืนอยู่ในสวนไม่ไกลออกไปก็เงยหน้ามองท้องฟ้า กำหมัดแน่นจนเลือดซิบออกมาโดยไม่รู้ตัว
เขารู้ดีว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเพราะเรื่องที่เขาโดนขอถอนหมั้น
ทำให้ตระกูลต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่
ทันใดนั้น เขาก็ก้มมองแหวนในมือ ก่อนจะพูดขึ้นเสียงทุ้มต่ำ
“ท่านอาจารย์ ด้วยพลังของท่านที่ฟื้นคืนมาตอนนี้ ท่านทำให้ข้าต่อสู้กับผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงได้หรือไม่?”
ปรมาจารย์วิญญาณครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
“ทำได้…”
“แต่คนพวกนั้นไม่ใช่ผู้ฝึกตนที่เพิ่งจะทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วง แม้ข้าจะมอบพลังให้แก่เจ้า ความเป็นไปได้ที่ตระกูลมู่จะชนะก็ยังน้อยนิดนัก”
“แต่หากเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็จะช่วยเจ้า”
“เพียงแต่หลังจากนี้ ข้าจะต้องกลับไปหลับใหลอีกครั้ง”
“ชีวิตของเจ้า จะขึ้นอยู่กับโชคชะตา!”
ดวงตาสีดำสนิทของมู่เฉินเปล่งประกายเจิดจ้า เขาพยักหน้าแน่วแน่ไม่ลังเล
หากแม้แต่คนในตระกูลก็ยังทอดทิ้งเพื่อเอาชีวิตรอด
แล้วการมีชีวิตอยู่อย่างหวาดกลัวจะมีความหมายอันใด!
เขา มู่เฉิน!
ได้รับความเมตตาจากตระกูลมามากมาย!
จะยอมตายอย่างขลาดเขลาได้อย่างไร!