ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง - เล่มที่ 2 บทที่ 31 ระดับถ้ำสวรรค์ พลังโดยรวมของตระกูลพุ่งทะยาน!
- Home
- ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง
- เล่มที่ 2 บทที่ 31 ระดับถ้ำสวรรค์ พลังโดยรวมของตระกูลพุ่งทะยาน!
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว มู่เสินฉวนก็กลับไปยังยอดเขาหลิงเฟิงเพื่อเริ่มการปิดด่านฝึกตนต่อ แหล่งพลังงานบริสุทธิ์น้ำหนักหนึ่งหมื่นจินกองสูงราวกับภูเขาเล็กๆ ภายใต้พลังปราณวิญญาณอันมหาศาล มันถูกหลอมรวมอย่างรวดเร็ว กระแสพลังงานบริสุทธิ์ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเขาราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก ทะเลปราณสีทองคำเดือดพล่านคำรามลั่นและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
การฝึกฝนครั้งนี้ดำเนินต่อไปไม่หยุด
เพียงพริบตาเดียว เวลาก็ผ่านไปหนึ่งปี
ในตอนนี้ พลังการต่อสู้ของสมาชิกทุกคนในตระกูลมู่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านการฝึกฝนอันโหดร้ายแทบเป็นแทบตาย หลายคนก็พัฒนาการไปในทางที่ดี แน่นอนว่าในเทือกเขาอสูรและป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยอันตรายแบบนี้ย่อมมีศพของสมาชิกตระกูลมู่ฝังอยู่ไม่น้อย แต่นี่คือเส้นทางที่ผู้แข็งแกร่งทุกคนต้องผ่านมันไปให้ได้ ไม่มีทางลัดอื่น
ในขณะเดียวกัน ด้วยพลังของวงเวทรวบรวมปราณและยาเม็ดวิเศษจำนวนมาก ผู้อาวุโสของตระกูลมู่ล้วนทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วงจำนวนมากถึงสิบสองคน!
ส่วนอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุด มู่หลาง มู่เฉิน และมู่เยว่เหยา ก็ได้ก้าวเข้าสู่ระดับนี้เช่นกัน นำโดยมู่เยว่เหยาผู้มีกายาเทพจันทรา ระดับตำหนักม่วงขั้นสาม มู่หลาง ระดับตำหนักม่วงขั้นสอง และมู่เฉิน ระดับตำหนักม่วงขั้นหนึ่ง
ต่อมา กลุ่มที่สอง คือเหล่าคนหนุ่มสาวอายุราวยี่สิบปีจำนวนมากที่ก้าวเข้าสู่ระดับแก่นปราณ และเชี่ยวชาญวิชาการต่อสู้อันหลากหลาย ซึ่งมีพลังต่อสู้น่าทึ่งไม่แพ้ใคร
พลังการต่อสู้ของในคนตระกูลระดับนี้ ต่อให้เป็นในราชวงศ์ต้าเยี่ยน พวกเขาก็ล้วนอยู่ในอันดับหนึ่ง และพร้อมบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางได้
…
ภายในห้องปิดตายห้องหนึ่ง
ร่างที่นั่งสงบนิ่งราวกับท่อนไม้ค่อยๆ ปรากฏให้เห็นรางๆ หมอกควันสีขาวลอยวนรอบตัว มองดูคล้ายกับภาพลวงตา เสียงดังก้องอยู่ในร่างกายของเขา ทะเลสีทองเดือดพล่าน สายฟ้าสีม่วงขนาดใหญ่เท่าแขนส่องประกายและคำรามลั่น เหนือทะเลสีทอง ปรากฏหลุมดำขนาดมหึมาที่มืดมิดและลึกลับ ภายในหลุมดำนั้นแฝงพลังแห่งความโกลาหลที่หมุนวนประหนึ่งจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งในโลก ช่างน่าพิศวง
เวลาผ่านไปนานเท่าใดมิอาจรู้ได้
มู่เสินฉวนค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาเปล่งประกายสีทองเจิดจ้า
ในช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ เขาได้หลอมรวมแหล่งพลังงานบริสุทธิ์หนึ่งหมื่นจิน ระดับพลังการฝึกตนขึ้นเลื่อนขึ้นสู่จุดสูงสุดของระดับตำหนักม่วง จากนั้นใช้บัตรทะลวงระดับ เลื่อนสู่ระดับถ้ำสวรรค์ได้สำเร็จ กลายเป็นผู้แข็งแกร่งระดับถ้ำสวรรค์อย่างเต็มภาคภูมิ
(ขอเขตสามัญขั้นกลาง : ตำหนักม่วง ถ้ำสวรรค์ ธรรมกาย)
ตอนนี้เขารู้สึกว่าพลังชีวิตในร่างกายตัวเองพลุ่งพล่าน พลังอันมหาศาลเพิ่มขึ้นมากกว่าสิบเท่าเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ กระดูกและเนื้อหนังบริสุทธิ์ไร้ที่ติ เพียงแค่ความแข็งแกร่งของร่างกายก็เทียบเท่ากับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว สามารถใช้มือเปล่าทำลายภูเขาและผ่าทะเลได้อย่างง่ายดาย
จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังมาจากด้านนอกห้อง
เป็นเสียงของมู่ชิงหยุน ผู้อาวุโสใหญ่นั่นเอง
“ผู้นำตระกูล องค์หญิงหลิงหลงแห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยนมาขอเข้าพบ”
“ราชวงศ์ต้าเยี่ยน?”
มู่เสินฉวนประหลาดใจเล็กน้อย
แม้ตระกูลมู่จะตั้งอยู่ในอาณาเขตของราชวงศ์ต้าเยี่ยน แต่พวกเขาก็ไม่เคยติดต่อกับราชวงศ์ น้ำบ่อย่อมไม่ยุ่งน้ำคลอง[1] แม้แต่ตอนที่พวกเขาขึ้นมาแทนที่ถ้ำหลิงซู ราชวงศ์ก็ไม่ได้ส่งคนมาติดต่ออะไรด้วย แล้วเหตุใดวันนี้ องค์หญิงถึงมาเยี่ยมเยียนพวกตนที่นี่ด้วยตนเอง?
แม้จะสงสัย แต่มู่เสินฉวนก็ยังตอบกลับไป “เข้าใจแล้ว พานางไปรอที่ห้องโถงรับรองก่อน”
“ขอรับ”
มู่ชิงหยุนรับคำแล้วออกจากยอดเขาหลักไป
ไม่นานนัก…
หญิงสาวร่างระหงก็เดินเข้ามาภายในของตระกูลมู่พร้อมมู่ชิงหยุน องค์หญิงหลิงหลงเป็นทายาทสายตรงขององค์จักรพรรดิแห่งต้าเยี่ยน มีนามเต็มว่า กู่หลิงหลง
หญิงสาวไม่เพียงมีชาติกำเนิดสูงส่งเท่านั้น แต่ยังมีพรสวรรค์ในการฝึกตนที่น่าทึ่งอีกด้วย เป็นบุคคลที่โดดเด่นที่สุดในหมู่คนรุ่นเยาว์ของราชวงศ์ต้าเยี่ยน
ระหว่างทาง กู่หลิงหลงมองไปรอบๆ ด้วยความตกตะลึง
เดิมทีนางคิดว่าตระกูลมู่ผงาดขึ้นมาจากสถานที่เล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก ต้องอาศัยพลังของผู้นำตระกูลที่แข็งแกร่งเป็นหลัก คงไม่มีรากฐานที่มั่นคงอะไรมากนัก
แต่ไม่นึกเลยว่าตลอดทางที่เดินมาเพียงครึ่งก้านธูป นางจะพบเห็นผู้ฝึกตนระดับแก่นปราณอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
อีกทั้งพวกเขาเหล่านั้นก็ยังมีไอพลังอันน่าเกรงขามอีก
เห็นได้ชัดเลยว่า พวกเขาล้วนเป็นคนที่ผ่านการต่อสู้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด
ตอนที่นางเพิ่งเข้ามา นางยังเห็นสัตว์อสูรระดับตำหนักม่วงถึงสองตัว นั่นก็คือแรดเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่เฝ้าประตูอยู่ข้างนอก
นางยิ่งตกตะลึง และอยากจะรู้จักกับผู้นำตระกูลมู่ผู้นี้เป็นอย่างมาก
ภายในห้องโถงรับรอง
กู่หลิงหลงจิบชารอเงียบๆ นางมีอายุราวสิบหกปี หน้าตางดงาม สวมชุดกระโปรงผ้าไหมสีรุ้งประดับด้วยดิ้นทองรูปหงส์ เมื่อรวมกับปิ่นปักผมรูปหงส์บนผมยาวสลวยของนาง ยิ่งขับให้ดูสง่างามมากยิ่งขึ้น
ทันใดนั้น ร่างสูงสง่าก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
มู่เสินฉวนยืนกอดอก สีหน้าอ่อนโยน
“องค์หญิงแห่งต้าเยี่ยนมาเยือนทั้งที หากแต่ข้ากลับออกมาต้อนรับไม่ทัน”
กู่หลิงหลงเบิกตากว้าง นางรู้ในทันทีว่าคนผู้นี้คือผู้ฝึกตนอันแข็งแกร่งระดับถ้ำสวรรค์
นางไม่กล้ารีรอ รีบค้อมศีรษะคำนับ
“ไม่เป็นไร”
“หลิงหลงมาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า นับว่าเสียมารยาทต่อผู้นำตระกูลมู่อย่างยิ่ง”
มู่เสินฉวนยิ้มบางๆ แล้วถามเข้าเรื่องทันใด
“ไม่ทราบว่าองค์หญิงหลิงหลงมาที่ตระกูลมู่ของข้าในวันนี้ มีเรื่องอันใดหรือไม่?”
“สำนักเรียนหลวงกำลังจะเปิดการเรียนการสอน พระบิดาของข้าได้มอบสิทธิ์พิเศษให้กับตระกูลของท่านมู่ถึงสามคนด้วยกัน จึงส่งข้ามาแจ้งให้ทราบ” กู่หลิงหลงตอบ
—————————————————————
[1] น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง แปลว่า ต่างคนต่างอยู่ ไม่ข้องเกี่ยวซึ่งกันและกัน