ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง - เล่มที่ 2 บทที่ 32 สำนักเรียนหลวง การประลองร้อยแคว้น
“สำนักเรียนหลวง?” มู่เสินฉวนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
กู่หลิงหลงเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจ จึงรีบอธิบาย
“สำนักเรียนหลวงคือสำนักสำหรับฝึกวิชาและสำหรับเรียนชั้นสูงสุดของราชวงศ์ต้าเยี่ยนของเรา”
“จะเปิดรับผู้สนใจเล่าเรียนในทุกๆ ร้อยปี และทุกครั้งที่เปิดรับจะต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล”
“จุดประสงค์ก็เพื่อฝึกฝนเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ให้เข้าร่วมการประลองร้อยแคว้น!”
“ผู้ที่โดดเด่นในการประลองร้อยแคว้น จะมีโอกาสเข้าร่วมกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์และราชวงศ์โบราณต่างๆ ในแคว้นตงฮวง หรืออาจเรียกได้ว่า พลิกชีวิตได้ในพริบตา”
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง” มู่เสินฉวนพยักหน้า
ไม่ยากเกินจะเข้าใจว่า นี่เป็นเพียงวิธีการคัดเลือกคนของเหล่าผู้มีอำนาจระดับสูงสุด
แคว้นตงฮวงนั้นกว้างใหญ่ไพศาล เพียงแค่ภาคใต้ก็มีประชากรนับล้านล้านคน พวกเขาคงไม่มีเวลามากพอที่จะคัดเลือกทีละคน
การมอบทรัพยากรการฝึกตน และให้แต่ละราชวงศ์ทำการคัดเลือกเอง น่าจะประหยัดแรงไปได้มากกว่า
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง มู่เสินฉวนก็ถามต่อ “แล้วการคัดเลือกบุคคลทั้งสามคนนี้มีเงื่อนไขอะไรบ้างหรือไม่?”
กู่หลิงหลงยิ้ม “อายุไม่เกินยี่สิบปี และบรรลุระดับแก่นปราณขั้นห้า”
“เงื่อนไขแค่นี้ คงไม่ยากสำหรับตระกูลมู่กระมัง?”
ขณะที่พูด นางก็แอบสังเกตสีหน้ามู่เสินฉวนไปด้วย เพื่อหวังจะจับความรู้สึกบางอย่างจากใบหน้านั้น
สาเหตุก็เพราะว่านอกจากราชวงศ์ต้าเยี่ยนแล้ว
การบ่มเพาะอัจฉริยะเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ในครั้งก่อนๆ แม้แต่หกถ้ำศักดิ์สิทธิ์ในต้าเยี่ยนก็ยังรวบรวมคนได้เพียงเจ็ดถึงแปดคนเท่านั้น
ส่วนที่เหลือล้วนมาจากการคัดเลือกภายในราชวงศ์
มู่เสินฉวนได้ยินดังนั้น สีหน้ายังคงเรียบเฉย พึมพำแผ่วเบา
“ระดับแก่นปราณขั้นห้า…”
“ไม่ยากเท่าไร”
“แล้วจะต้องเดินทางไปเมืองหลวงวันไหน?”
“อีกสามวัน” กู่หลิงหลงละสายตาออกไปด้วยความผิดหวัง
นางมองไม่เห็นความรู้สึกใดบนใบหน้าของมู่เสิ่นฉวนเลย
“ตกลง”
“ขอบคุณองค์หญิงที่นำเรื่องมาแจ้งให้ทราบ ข้าฝากความเคารพไปยังองค์จักรพรรดิแห่งต้าเยี่ยนด้วย”
มู่เสินฉวนลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้ม
“ได้”
กู่หลิงหลงคำนับนอบน้อม จากนั้นก็หันหลังเดินออกไป
หลังจากที่หญิงสาวคล้อยหลังไปได้ไม่นาน...
คลื่นพลังจิตอันทรงพลังก็แผ่ไปยังยอดเขาเทียนเฉิน ยอดเขาเฮ่าเยว่ และยอดเขาเทียนหลาง
ไม่นานนัก…
ร่างของมู่เฉิน มู่หลาง และมู่เยว่เหยา ก็ปรากฏขึ้นบนยอดเขาหลัก
มู่เสินฉวนอธิบายเรื่องสำนักเรียนหลวงแห่งเมืองหลวงให้ทั้งสามคนฟัง
จากนั้นก็ถามความคิดเห็นของพวกเขา
ท้ายที่สุดแล้ว การบ่มเพาะพลังจนถึงระดับตำหนักม่วง การเลื่อนขั้นแต่ละขั้นต้องใช้ความเข้าใจที่ลึกซื้งเป็นอย่างมาก
การต่อสู้กับอัจฉริยะรุ่นเยาว์คนอื่นๆ อาจไม่ใช่เส้นทางที่ทุกคนต้องเดิน
การทำตามความสนใจของตนเองต่างหาก ถึงจะค้นพบวิถีทางของตนเองได้ และมันก็ไม่ผิดจากที่มู่เสินฉวนคาดไว้
มู่หลางเป็นคนแรกที่ก้าวออกมา ชายหนุ่มตอบตกลงทันที
สำหรับเขาแล้ว การเปลี่ยนสถานที่แสดงพลังก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
ส่วนอีกสองคนที่เหลือ ต่างก็มีท่าทางลังเล
มู่เสินฉวนมองไปที่มู่เยว่เหยา ก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ
“เยว่เหยา ตระกูลมู่ของเราเพิ่งจะเริ่มรุ่งเรือง”
“เรายังรู้วิธีการบ่มเพาะกายาศักดิ์สิทธิ์และเคล็ดวิชาน้อยมาก”
“บางที การเดินทางครั้งนี้อาจเป็นโอกาสอันดีสำหรับเจ้า”
มู่เยว่เหยาได้ยินดังนั้น ดวงตากลมโตเป็นประกาย หญิงสาวตัดสินใจได้ทันที
“ผู้นำตระกูล ข้าเต็มใจไป”
“อืม”
สุดท้าย เหลือเพียงมู่เฉินที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ
ความกังวลในใจของเขาไม่ใช่เรื่องอื่นใด
ส่วนใหญ่เป็นเพราะเรื่องของปรมาจารย์วิญญาณนั่นเอง
หากเขาไปศึกษาวิชายังสำนักเรียนหลวงและโดดเด่นในการประลองร้อยแคว้น เขาย่อมได้พบกับบุคคลสำคัญจากกลุ่มอำนาจระดับสูง
หากวิญญาณที่อยู่ในแหวนถูกเปิดเผย อาจเกิดปัญหาที่ไม่จำเป็นขึ้นมาได้
ยิ่งไปกว่านั้น คำสอนของปรมาจารย์วิญญาณ ผู้ฝึกตนระดับไฟศักดิ์สิทธิ์ ย่อมไม่ด้อยไปกว่าคนเหล่านั้น
นอกจากนี้ ตอนนี้เขาเริ่มมีความสามารถในการเล่นแร่แปรธาตุ ต้องออกเดินทางไปยังสถานที่อันตรายต่างๆ เพื่อตามหาวิญญาณสมุนไพรที่จะช่วยสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว มู่เฉินก็มองไปที่ร่างสูงเบื้องหน้า และพูดด้วยความรู้สึกผิด
“ผู้นำตระกูล ข้าตั้งใจจะออกเดินทางขอรับ”
“คงไม่ได้เข้าร่วม”
มู่เสินฉวนยิ้มโบกมือ “ไม่เป็นไร”
“ทุกคนล้วนมีเส้นทางของตัวเอง”
“เอาละ พวกเจ้ากลับไปได้”
ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็ออกจากยอดเขาหลักไปคนละทิศละทาง
มู่เสินฉวนนั่งลงบนเก้าอี้ยาว ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ
เหลืออีกหนึ่งคน
จะให้ใครไปดี?
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมา นึกถึงผู้สืบทอดที่มีคุณสมบัติโดดเด่นคนหนึ่งขึ้นมาได้
มู่เสินฉวนส่งคลื่นพลังจิตออกไป ตรงไปยังยอดเขาแห่งหนึ่ง
ไม่นานนัก
ร่างหนึ่งก็พุ่งตรงมายังยอดเขาหลัก
“ผู้นำตระกูล ท่านเรียกข้า” ชายหนุ่มโค้งคำนับนอบน้อม
ทันใดนั้น จอควบคุมโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นต่อหน้ามู่เสินฉวน
[ชื่อ: มู่อู่ซวง]
[ระดับ: แก่นปราณขั้นแปด]
[คุณสมบัติ: ดีเลิศ]
[ความเข้าใจ: ระดับเทพ]
[พรสวรรค์: ไม่มี]
[โชคลาภ: ไม่มี]
มู่เสินฉวนไม่แปลกใจกับบุคคลผู้โดดเด่นเป็นที่จับตามองจากตระกูลสาขาแปดนี้
เมื่อครึ่งปีก่อน ตอนที่เขาใช้พลังจิตสำรวจตระกูล เขาได้ค้นพบสมาชิกตระกูลที่มีคุณสมบัติสีม่วงคนนี้
แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่มีร่างกายพิเศษหรือโชคลาภใดๆ
แต่ก็เป็นบุคคลทรงคุณค่า!