ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS! - บทที่ 166 ช่างเป็นละครที่นาเบื่อจริงฺฯ
- Home
- ระบบฝึกสอนลูกศิษย์ : ปลุกพรสวรรค์ระดับ F เป็น พรสวรรค์ระดับ SSS!
- บทที่ 166 ช่างเป็นละครที่นาเบื่อจริงฺฯ
สะพานแขวนแหงชีวิตและความตาย
เมือการนับถอยหลังธิ เสิ้นสุ ดลง ฺผูเขาแขงขันทังหมด ไมลังเลแมแตนอย
ราวกับวาทุกคนได้ตกลงกันไว้กอน ทุกคนต่างวิ่งไปยัง สะพานแขวนด้วยความเร็วสูงสุ ด
แมวาสะพานแขวนจะดูทรุดโทรมและอาจพังไดทุกเมือ อีกทั้งยังแกวงไปมาในสายลมทะเลที่พัดกระโชก
แตไมมีใครสนใจเลยสักคน ทุกคนตางตองการจะเป็น คนแรกที่ข้ามสะพานแขวนนี้ให้ได้
สวนเหตุผลทีเหลือคนเทานีนันงายมาก
นันเป็นเพราะเสียวเหยียนและเสียวเหมียว พุงเขาหา เจียงเยวหลี่และเจียงเยวซีทันที!
“ปลอยให้คนผมสีมวงจองหองนั่นเป็นหน้าที่ฉัน สวนเธอ ไปจัดการกับคนผมขาวนันซะ เราต้องจบเรื่องนี้ใ :ใหเร็วและ เด็ดขาด!”
เสี่ยวเหยียนรูสึกไมชอบหนาเจียงเยวหลีมานานแลว เธอ พลิกมือสงลูกไฟขนาดเทากำปั้นพุงเข้าใสอีกฝ่าย
เธอ ไมคิดจะเอาชนะคูตอสูไดดวยการโจมตีธรรมดา เพราะกลัววาอีกฝ่ายจะหนีไป
อย่างไรก็ตาม เสี่ยวเหยียนคิดมากเกินไป เจียงเยวหลี่ ไมมีความตั้งใจจะหนีเลย ในทางกลับกันดวงตาของเธอ
เต็มไปดวยความตืนเตน
เมือเผชิญกับลูกไฟที่พุงเข้ามาดวยความเร็วสูง โดย ไมต้องขยับมือด้วยซ้ำสายฟ้าก็ฟาดเข้าใส ลูกไฟทันที
เปรียง!
สายฟ้ากระจาย และลูกไฟก็หายวับไป
“สายฟ่า!”
หลังจากทดสอบอยางงาย เสียวเหยียนรูสึกโลงใจและ มองดู !เจียงเยวหลื่อยางดูถูก “ถ้านี่คือทั้งหมดที่มี ฉันผิดหวัง
มากนะ
ในการโจมตีเมื่อครู เธอใช้พลังเพียง 30% เทานั้น
แ ในชวงเวลาถัดมา ความประหลาดใจก็แวบผาน ดวงตาของเสี่ยวเหยียน ฺสายตาของเธอจับจ้องไปที่กระสุน สายฟ้าสีมวงที่คอย โตขึ้นบนหนาอกของเจียงเยวหลี่
“เธอยังไมได้ใช้พลังเต็มที่.!”
เมื่อเสี่ยวเหยียนรู้ตัว กระสุนสายฟ้าสีมวงก็อยูตรงหน้า แลว
“ปราณเพลิง!”
ในความเรงรีบ เสี่ยวเหยียนไขวนิ้วหัวแมมือและนิ้วชี้เป็น วงกลม เล็งไปที่กระสุนสายฟ้าสีมวง
ในวินาทีตอมาเปลวไฟอันรอนแรงก็พุงออกมาปะทะกับ กระสุนสายฟ้าสีมวงอย่างจัง
เบ
กระสุนสายฟ้าสืมวงละลายอยางรวดเร็วภายใตอุณหภูมิ และถูกเผาจนเป็นเถ้าถานในเวลาไมกี่วินาที
เฮอ
เสียวเหยียนถอนหายใจเบา จิต ใจผอนคลายลง เล็กนอย แตเสื้นขนบนรางกายลุกชันขึ้นโดยอัตโนมัติ
เธอเงยหนาขึนมองโดยไมรูตัว
หนึง!
สอง!
สาม!
กระสุนสายฟ้าสีมวงแตละลูกใหญ่และทรงพลังกวาลูก กอนหนา!
“เมื่อกี้แเธอยังไมได้ใช้พลังเต็มที่เลยสินะ! ระดับพลังของ เธออยูทีเทาไหรกันแน?”
เสี่ยวเหยียนรู้สึกหวาดกลัว และรู้สึกถึงความเสียวชาน บนหนังศีรษะอยางที่ไมเคยเป็นมากอนเมื่อเผชิญหน้ากับ กระสุนสายฟ้าสีมวงทั้งสามลูก
กอนหนานีเธอ ยังคิดวาจะเอาชนะอยางรวดเร็วและ บดขยี้คูตอสู้ด้วยพลังที่เหนือกวา
แตความจริงกลับกลายเป็นวา เธอถูกกดดันอยางหนัก และตกอยูในสถานะเสียเปรียบ
รับมือไมไหวแนฺซ!
ภายในเสียววินาที่ เสียวเหยียนตัดสินใจในใจ
“กำแพงเพลิง!”
เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหน้าผากของเสี่ยวเหยียน ธอ
กำหมัดแนน โคงตัวลงเล็กนอย และเปลวเพลิงก็ลอมรอบตัว
เธอ
มองจากระยะไกล ดูเหมือง นวาเธอถูกลอมรอบดวยผลึก กลมโปรงใสสีแดงเพลิง
ในทันทีที่กำแพงกอตัวขึ้น มันกึถูกโจมตีดวยกระสุน สายฟ้าทังสามลูกพรอมกัน
บึ้ม บึ้ม บึ้ม!
สายฟ้าสีมวงแลบแปลบปลาบตอเนื่องและพันเกียวกับ แสงเพลิง ทำให้ภาพที่เห็นสวางไสว
แมจะเรียกวากำแพง แตธาตุไฟโดยธรรมชาติ ไมเหมาะกับการป้องกัน
แกรก แกรก แกรก
หลังจากผานไปเพียงไมกี่วินาที่ รอยแตกก็คอย
ปรากฏบนกำแพงเพลิง
รอยแตกนี้เหมือนจุดชนวนระเบิด และภายในครึงวินาที่ กำแพงเพลิงก็แตกกระจายเป็นเสียง ๆ!
“ไม!”
เสียวเหยียนคำราม ดวงตาของเธอถูกปกคลุมดวย สายฟ้าสีมวงทั้งหมด!
ในขณะเดียวกัน สถานการณ์การตอสู้ระหวางเสี่ยว เหมียวและเจียงเยวซีนั้นดูแปลกประหลาดจริง
“บ้าชิบ! เอยาวิ่งสิ!”
เสี่ยวเหมียวที่ปกติคอนข้างใจเย็น หน้าแดงขึ้นมาอย่างที่ ไมคอยเกิดขึ้น
ความคิดของเธอคลายกับเสียวเหยียน ทังคูตองการ เอาชนะคูตอสู้ให้เร็วที่สุดเทาที่จะทำได้
แตประเด็นสำคัญคือ แมเธอจะคิดแบบนั้น แตอีกฝ่าย กลับไมใหความรวมมือเลย
ตั้งแตสะพานแขวนเปิดออก เจียงเยวซีก็วิ่งมุงหน้าไปที่ สะพานโดยไมแมแตจะเหลียวหลัง
“หลบไป!”
ทุกครั้งที่เสี่ยวเหมียวเจอผู้เข้าแขงขันที่ยังไมได้ก้าวขึ้น สะพานแขวน เธอจะสังหารอยางไรความปรานี
ขณะที่ทั้งสองไลลาและหลบหนีกัน เจียงเยวซีกึกาวขึน บนสะพานแขวนโดยไมรูตัว
ทันทีที่เจียงเยวซีกาวขึ้นบนสะพานแขวน เธอก็หยุดวิ่ง และหันกลับมาทันที่ พรอมรอยยิมบนใบหนา คุณแพแลว ฉัน จะไมปลอยให้คุณขึ้นมา”
ฮา!”
เมื่อเห็นวาในที่สุดอีกฝ่ายก็ไมวิ่งหนี เสี่ยวเหมียวก็
หัวเราะเยาะทันทีราวกับได้ยินเรื่องตลกใหญ่หลวง “ที่แท้เธอก็ หยิ่งพอสมควรเลยนี่!”
ขณะพูดเธอก็ไมหยุดเคลื่อนไหวมือ เธอไขวมือ หันฝ่า มือเข้าดานใน และกดนิวหัวแมมือลงกะทันหัน
“ระเบิด:มังกรนำ!”
พอพดจบ ความชืนในอากาศรอบขางก็แยกตัวและ รวมตัวกันในฝ่ามือของเธอทันที่ แปรสภาพด้วยความเร็วสูง สุดเป็นมังกรน้ำที่มีเส้นผานศูนยกลางกวาสองเมตร คำราม และพุงใสเจียงเยวซีที่หัวสะพาน!
มังกรน้ำมีหัวใหญ่หางเล็ก หากมองใกล้ฯ จะเห็นชัดวา หางของมังกรน้ำทอดยาวไปถึงฝ่ามือของเสี่ยวเหมียว
แต 1แเพราะการเชื่อมตอนี้เองที่ทำใหระเบิดมังกรน้ำ ขนาดใหญ่มีความยืดหยุนสูงมาก!
“ฉลาดหนอยสิ จบกันไดแลว’
มองดูเจียงเยวซีที่ไมมีที่ให้หลบ ประกายเยาะหยันภก็วาบ ขึ้นในดวงตาของเสี่ยวเหมียว
ถ้าคูตอสู้ไมไดวิ่งไปที่หัวสะพานแคบ การตอสูอาจจะ ไมจบเร็วขนาดนี้
แตนาเสียดายที่ในโลกนี้ไมมี คำวา ‘ถ้า’ มากมายขนาด
นน
คะแนนของฉันไมใชใครจะเอาไปก็ได …อะไรนะ!”
เสี่ยวเหมียวที่เพิ่งเริ่มกลาวสุนทรพจน์แห่งชัยชนะ
หยุดชะงัก แลวมานตาของเธอก็หดตัวอยางรุนแรงราวกับเจอ แสงจา
“ไมนะ! ธาตุน้ำแข็ง! เธอเป็นผู้ใช้พลังธาตุน้ำแเข็งจริง ดวย!”
เสี่ยวเหมียวร้องออกมา ความหวาดกลัวพลันพุงขื้น มาในใจทันที
สำหรับผูที่มีความสามารถธาตุน้ำแล้ว สิ่งที่นาปวดหัว ที่สุดก็คือการเผชิญหน้ากับธาตุน้ำแเข็งอยางไมต้องสงสัย
นอกจากจะมีความแตกตางในระดับความสามารถของ
ทังสองฝ่ายแลว ผู่ใชพลังธาตุนำจะตองเจอกับ
ความยากลำบากเป็นพิเศษเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ใชพลัง ธาตุน้ำแข็ง
แกรก! แกรก! แกรก!
มองเห็นได้ด้วยตาเปลาวา หัวมังกรน้ำที่กำลังคำราม กลายเป็นรูปปั้นน้ำแเข็งในทันที
แตนันยังไมจบ รูปปั้นน้ำแข็งคอย แผขยายไปตาม ลำตัวมังกรน้ำจนถึงหาง
“แยแลว!”
เสี่ยวเหมียวใจหายวาบ และสัญชาตญาณบอกให้ตัด การเชื่อมตอกับระเบิดมังกรน้ำแตสายเกินไปเสียแล้ว
กอนที่เธอจะทันได้อ้าปาก น้ำแข็งก็หอหุ้มมือของเธอจน
หมด
หลังจากปกคลุมมือทั้งสองข้างแล้วมันก็แผขยายผาน แขนไปยังสวนตาง ของรางกายดวยความเร็วสูง
“ไมนะ ไม…”
กอนที่เสี่ยวเหมียวจะพูดอะไรได้ใบหน้าของเธอก็ถูก นำแข็งปกคลุมไปหมดแลว
‘เฮ!’
เจียงเยวซีแสยะยิ้มอยางชั่วร้าย คว้าระเบิดมังกรน้ำที่ กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งด้วยมือทั้งสองข้าง บิดตัวแล้วขว้างลง
ทะเล
ที่ปลายอีกด้านของระเบิดมังกรน้ำคือเสี่ยวเหมียวที่ กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งไปแล้ว
ตม!
ไมกี่วินาทีตอมา เสียงทึบ ดังมาจากทะเลที่กำลัง ปั่นปวน
ในเวลาเดียวกัน เสียงอิเล็กทรอนิกสทุมตำดังมาจาก นาฬิกา
[ขอแสดงความยินดีกับผูเขาสอบที่สามารถสังหารผู้เข้า สอบระหวางการทดสอบสะพานแขวนแหงชีวิตและความตาย คุณจะได้รับคะแนนทั้งหมดที่ผู้เข้าสอบมือยู่!]
โครม!
ในตอนนั้น โซเหล็กที่เป็นสนิมทั้งสองข้างของ
สะพานแขวนแหงชีวิตและความตายเริ่มขาด และพื้นสะพาน ทังหมดสันสะเทือน
“แยแลว! มีคนขามสะพานแขวนไปไดแลว!”
เจียงเยวซีฉุกคิดขึ้นมาจากความตื่นเต้น และมองหา บางอยางรอบ อยางกระวนกระวาย
โชคดีที่เธอเห็นรางที่คุนเคยในไมช้า
เจียงเยวซีโบกมือด้วยความตื่นเต้น “เพี่สาว! ฉันรู้วาพี่ ต้องปลอดภัย เรีบขึ้นมาเร็วเข้า! สะพานแขวนกำลังจะพังแล้ว!”
เจียงเยวหลี่เห็นได้ชัดวาสถานการณ์กำลังวิกฤต เธอ จึงหมุนตัวและรีบวิ่งไปที่สะพานแขวนโดยไมลังเล
ทันใดนัน เสียงแหลมสูงก็ดังขึนดานหลัง “เฉันไมไดแพ! ฉันจะแพไดยังไง!”
เสี่ยวเหยียนที่ทั้งรางดำเป็นถาน พยายามลุกขึ้นจากพื้น อย่างยากลำบาก ดวงตาจับจ้องไปที่เจียงเยวหลี่ตรงหน้ำแล้ว คำรามออกมาอย่างทุลักทุเล “ฉันไมยอมรับ! ฺฉันไมยอมรับ! ฉันจะตาย..
ตม.!
สายฟาสีมวงฟาดลงมาทีศีรษะของเสียวเหยียนในทันที
รางของเสียวเหยียนรวงลงๆ เพื้นอยางไร้แรงต้าน ปากเธอ ยังขยับเปิดปีด “จะ.. ลาก…แก .ไป…ดวย’
“ชางเป็นละครที่นาเบื่อจริงฯ”
เจียงเยวหลี่เหลียวกลับไปมองอยางเย็นชา กอนจะรีบวิ่ง ขึ้นสะพานแขวนแห่งชีวิตและความตายโดยไมหันกลับมามอง
อก
เหตุการณนี้กำลังถูกถายทอดสดไปยังห้องรับชมทั้งหมด และแมแต ในเมืองฐานหลักดวย