ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 112 ต่อให้สู้กันแทบตาย อย่างมากก็เป็นได้แค่อันดับสอง!
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 112 ต่อให้สู้กันแทบตาย อย่างมากก็เป็นได้แค่อันดับสอง!
แตกต่างจากบรรยากาศการถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนของเหล่านักศึกษาเบื้องล่าง ณ ทางเข้าซากเมืองร้าง บนอัฒจันทร์ลอยฟ้าที่ถูกสร้างขึ้นชั่วคราวกลับอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ละเอียดอ่อนและคลื่นใต้น้ำที่เชี่ยวกราก
ตัวแทนจากขุมกำลังยักษ์ใหญ่แห่งเมืองเทียนไห่ รวมถึงบุคลากรระดับสูงจากมหาวิทยาลัยชั้นนำรอบนอก ล้วนมานั่งประจำที่กันอย่างพร้อมเพรียง สายตาทุกคู่ทอดมองผ่านม่านแสงโฮโลแกรมขนาดยักษ์ จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของนักศึกษาที่เข้าร่วมการประลองเบื้องล่างอย่างพินิจพิเคราะห์
ประธานเลี่ย สบายดีหรือเปล่า งานแบบนี้ท่านไม่เคยพลาดเลยจริงๆ นะ
น้ำเสียงที่ติดจะแหบพร่าและแฝงความนุ่มนวลเยี่ยงสตรีดังขึ้น เสิ่นตู้ ประธานสมาคมปี่อั้น ถือถ้วยชาฝรั่งสีแดง ค่อยๆ ก้าวเดินอย่างเนิบนาบมายืนอยู่เคียงข้าง เลี่ยจิ้นเทียน ประธานสมาคมอัคคีพิโรธ
อย่าได้ดูแคลนสมาคมเหล่านี้เชียว ด้วยกฎเกณฑ์ของสมาคมที่เปิดกว้างและโปร่งใส สมาชิกทุกคนสามารถใช้ผลงานและแต้มสนับสนุนแลกเปลี่ยนทรัพยากรที่ตนต้องการได้อย่างเท่าเทียม สิ่งนี้ทำให้สมาคมมักจะเป็นที่โปรดปรานของเหล่าอัจฉริยะผู้ฝึกสัตว์ มากกว่าการเข้าไปรับใช้ตระกูลใหญ่
ดังนั้น จำนวนยอดฝีมือในสมาคมจึงมักจะเหนือกว่าพวกตระกูลใหญ่เสมอ เพียงแต่ว่า เพราะความสัมพันธ์ที่ผูกมัดกันด้วยผลประโยชน์ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจึงอาจจะหย่อนยานกว่าระบบครอบครัวสายเลือดไปบ้าง ก็ถือว่ามีดีกันไปคนละแบบ
เลี่ยจิ้นเทียน ชายร่างกำยำดุจหมีภูเขา แสยะยิ้มตอบโต้คำถากถางของเสิ่นตู้
ประธานเสิ่น ท่านยังมาได้ แล้วทำไมข้าจะมาไม่ได้ล่ะ
สองคนนี้คือคู่ปรับที่ขับเคี่ยวกันมานานกว่ายี่สิบปี แค่ขยับปากก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นดินปืนที่คละคลุ้ง
เสิ่นตู้ไม่ใส่ใจท่าทีนั้น เขายกถ้วยชาขึ้นจิบ สายตาทอดมองไปยังภาพของเย่เฉิงในม่านแสงโฮโลแกรม พลางเอ่ยอย่างมีนัยยะ
คุณชายแห่งหอการค้าฮั่นไห่ ช่างเป็นมังกรในหมู่มนุษย์โดยแท้ อันดับหนึ่งในการประลองครั้งนี้ คงตกเป็นของเขาอย่างไร้ข้อกังขา
เลี่ยจิ้นเทียนฟังจบก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ไม่คิดจะปิดบังความชื่นชมในดวงตาแม้แต่น้อย
แน่นอนอยู่แล้ว! คนที่สมาคมอัคคีพิโรธของข้าหมายตา ย่อมต้องเป็นสุดยอด! ไอ้หนูเย่เฉิงคนนี้ ข้าขอรับตัวไว้ก็แล้วกัน!
สิ้นคำกล่าวนั้น ผู้คนบนอัฒจันทร์ต่างสะดุ้งตกใจ!
บนใบหน้าของเสิ่นตู้ฉายแววเย้ยหยันออกมาอย่างปิดไม่มิด
เย่เฉิงคือใคร
เขาคือคุณชายใหญ่ ทายาทสายตรงเพียงคนเดียวของหอการค้าฮั่นไห่!
แล้วหอการค้าฮั่นไห่มีอิทธิพลระดับไหน
นั่นคือบริษัทยักษ์ใหญ่ทรงอิทธิพลที่ทำธุรกิจครอบคลุมไปทั่วทั้งจักรวรรดิหลงเซี่ย!
ในฐานะทายาทอันดับหนึ่ง อนาคตผู้นำตระกูล... มีหรือที่เย่เฉิงจะยอมลดตัวลงมาเข้าร่วมกับสมาคมท้องถิ่นเล็กๆ ในเมืองเทียนไห่
มาพ่นคำโตโอ้อวดอะไรแถวนี้!
เสิ่นตู้ขยับรอยยิ้ม ชี้มือไปยังภาพของซูหลีบนม่านแสง
ในเมื่อประธานเลี่ยมีความทะเยอทะยานมุ่งเป้าหมายใหญ่โตถึงเพียงนั้น ถ้าเช่นนั้น…
ซูหลี อัจฉริยะอันดับหนึ่งจากการสอบเข้า สมาคมปี่อั้นของเราขอรับไว้ด้วยความยินดีก็แล้วกัน!
แกโง่นักก็ปล่อยแกไปเถอะเลี่ยจิ้นเทียน แต่ข้าเสิ่นตู้ไม่ได้โง่ขนาดนั้น
เอาเวลาไปเสียเปล่ากับเย่เฉิง สู้เบนเข็มไปทุ่มเทเจรจากับซูหลีที่มีโอกาสสำเร็จสูงกว่ายังจะดีเสียกว่า
ทว่า… ผิดคาด
เมื่อเลี่ยจิ้นเทียนได้ยินดังนั้น เขากลับตบมือฉาดใหญ่และหัวเราะลั่น!
ฮ่าๆๆๆ! ดี! ดีมาก!
เขาตบลงบนไหล่ของเสิ่นตู้ดังป้าบๆ
ซูหลีก็ไม่เลว ตาแหลมคมจริงๆ! ข้ายกให้นายก็แล้วกัน!
เสิ่นตู้ถึงกับยืนอึ้งสมองรวน
บุคลากรคนอื่นๆ รอบด้านก็ล้วนแสดงสีหน้ามึนงงไปตามๆ กัน
นี่มัน… ไม่ใช่สไตล์ดุดันหวงของของเลี่ยจิ้นเทียนเลยนี่นา
เมื่อเห็นใบหน้าโง่งมของเสิ่นตู้ ความภาคภูมิใจในอกของเลี่ยจิ้นเทียนก็แทบจะล้นทะลักออกมา
ตาเฒ่าเสิ่น แกคิดว่าข้าแค่ อยาก จะดึงตัวเย่เฉิงงั้นเรอะ
จะบอกความจริงให้เอาบุญนะ… เมื่อวานนี้ สัญญาการเข้าร่วมสมาคมของเย่เฉิง ถูกเซ็นเรียบร้อยแล้วโว้ย!
เปรี้ยง!
คำพูดประโยคนี้ทำเอาบรรดาระดับสูงของสมาคมต่างๆ ถึงกับช็อกตาตั้ง!
สมองของเสิ่นตู้ขาวโพลนไปชั่วขณะ!
เลี่ยจิ้นเทียนดื่มด่ำกับสีหน้าซีดเผือดราวกับคนเสียสติของอีกฝ่าย รอยยิ้มมุมปากยิ่งเหยียดกว้างอย่างอหังการ
แกคงกำลังคิดอยู่ล่ะสิ ว่าคุณชายจากหอการค้าฮั่นไห่ จะมาลดตัวมองสมาคมท้องถิ่นอย่างพวกเราทำไม
แกคิดผิดแล้ว!
ไอ้หนูเย่เฉิงคนนี้ ความทะเยอทะยานของมันสูงเทียมฟ้า!
มันไม่ได้อยากกลับไปนอนรอกินสมบัติของตระกูล สิ่งที่มันต้องการ… คือการพึ่งพาพลังของตัวเอง เพื่อก้าวขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของโลกใบนี้!
และสมาคมอัคคีพิโรธของข้า… ก็มีเวทีแบบที่มันต้องการมอบให้พอดี!
เลี่ยจิ้นเทียนยืดอกขึ้น น้ำเสียงยียวนกวนประสาท
ตาเฒ่าเสิ่น สมาคมปี่อั้นของแกน่ะ ก็เก่งแต่ชอบมาคอยเก็บของเหลือเดนที่อัคคีพิโรธของข้าคัดทิ้งนั่นแหละ
อดีตเป็นยังไง ตอนนี้เป็นยังไง อนาคตก็จะเป็นอย่างนั้น!
สมาคมอันดับหนึ่ง ย่อมต้องเซ็นสัญญากับอัจฉริยะอันดับหนึ่ง!
ส่วนพวกแกที่เป็นเบอร์สองตลอดกาล...
เขาปรายตามองภาพของซูหลีในม่านแสงด้วยหางตา
ได้อัจฉริยะอันดับสองไปครอง มันก็กิ่งทองใบหยกเหมาะสมกันดีนี่หว่า!
ฮ่าๆๆๆๆๆ!
ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าของเสิ่นตู้แปรเปลี่ยนเป็นสีเทาซีดราวกับขี้เถ้า
เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ทว่ากลับไม่อาจเค้นคำโต้แย้งใดๆ ออกมาได้แม้แต่ครึ่งคำ
พ่ายแพ้แล้ว…
พ่ายแพ้อย่างย่อยยับไร้ชิ้นดี ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จับจ้อง!
เสียงหัวเราะอันโอหังของเลี่ยจิ้นเทียนดังก้องกังวานไปทั่วอัฒจันทร์ลอยฟ้า
บนใบหน้าคร้ามแดดที่หยาบกร้าน เต็มเปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอมใจอย่างถึงที่สุด
ในเวลานี้ เขารู้สึกขอบคุณนิสัยใจร้อนทำปุ๊บปั๊บของตัวเองเสียเหลือเกิน
ถ้าก่อนหน้านี้ เขามัวแต่คิดหน้าคิดหลังเหมือนตาจิ้งจอกเฒ่าเสิ่นตู้… หลงเชื่อไปตามตรรกะว่าพวกลูกคุณหนูมหาเศรษฐีไม่มีทางลดตัวมาเข้าร่วมกับสมาคมท้องถิ่น…
เขาคงพลาดโอกาสทองที่จะทำให้สมาคมติดปีกทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดไปอย่างน่าเสียดาย!
เขาไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนเด็กหนุ่มอย่างเย่เฉิงหรอกนะ
ไอ้เรื่องอุดมการณ์ที่ว่าจะขอสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยสองมือของตัวเอง พิสูจน์ให้ครอบครัวยอมรับอะไรเทือกนั้นน่ะ…
ในสายตาของคนอาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างเขา มันก็แค่บทละครน้ำเน่าของพวกวัยรุ่นเลือดร้อนเท่านั้นแหละ
แต่… บทละครแบบนี้แหละที่เขาโคตรชอบ!
ขอเพียงแค่เย่เฉิงก้าวเท้าเข้ามาเป็นคนของอัคคีพิโรธ
พ่อของมันที่เป็นถึงมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลติดหนึ่งในสิบหอการค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิหลงเซี่ย มีทรัพย์สินมหาศาลทัดเทียมประเทศ…
จะยอมทนทนดูทายาทสายตรงเพียงคนเดียว ต้องมาตกระกำลำบากต่อสู้ดิ้นรนอยู่ข้างนอกตัวคนเดียวได้จริงๆ หรือ
เป็นไปไม่ได้!
และนี่แหละ… คือโอกาสทองในการจับมือเป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ทะลุฟ้า!
นี่คือบันไดสวรรค์ที่จะพาสมาคมทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในก้าวเดียว!
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ในใจของเลี่ยจิ้นเทียนก็ยิ่งปลอดโปร่งโล่งสบาย
เขาสะบัดหน้าหันไปทางจวงเหว่ย ผู้เป็นตัวแทนของทางมหาวิทยาลัย แล้วประสานมือคารวะอย่างหนักแน่น
ท่านอธิการบดีจวง ข้า เลี่ยจิ้นเทียน ขอใช้โอกาสนี้กล่าวขอบคุณมหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋นอย่างเป็นทางการ ขอบคุณพวกท่าน ที่ช่วยบ่มเพาะนักศึกษาชั้นยอดเยี่ยมเช่นนี้ให้แก่สมาคมของเรา!
รอให้เย่เฉิงคว้าอันดับหนึ่งในการประลองครั้งนี้อย่างราบคาบ และก้าวเข้าสู่สมาคมของเราอย่างเป็นทางการเมื่อใด…
ข้าจะรีบส่งคน นำทรัพยากรระดับ A ล็อตใหญ่ มามอบเป็นทุนสนับสนุนให้แก่มหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋น ในนามของสมาคมอัคคีพิโรธทันที!
ฮือฮา—
สิ้นคำประกาศนั้น ทั่วทั้งอัฒจันทร์ลอยฟ้าก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที
ทรัพยากรระดับ A!
นี่มันใจป้ำทุ่มทุนสร้างสุดๆ ไปเลย!
เลี่ยจิ้นเทียนดื่มด่ำกับสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและตกตะลึงของผู้คนรอบด้าน รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งเหยียดกว้างอย่างโอหัง
ทว่า… ณ ตำแหน่งประธานตรงกลาง จวงเหว่ย และจางเผยฝู หัวหน้าฝ่ายวิชาการ ตัวแทนจากฝั่งมหาวิทยาลัย กลับหันมาสบตากันเงียบๆ
ในดวงตาของทั้งสองคน ต่างก็กำลังสะกดกลั้นรอยยิ้มพิลึกพิลั่นที่เหมือนกันเป๊ะเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
อันดับหนึ่ง
เย่เฉิงงั้นเรอะ ซูหลีงั้นเรอะ หรือจะจั๋วฮวา เซียวอู๋เต้า…
ไอ้เด็กพวกนี้จะเอาอะไรไปคว้าอันดับหนึ่ง
ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย
อันดับหนึ่งของการประลองในครั้งนี้… มันถูกพวกเขาสองคน ล็อกมงประเคนให้ไอ้เด็กปีศาจโม่หยิงเฉินไปตั้งนานแล้วต่างหาก!
ส่วนคนอื่นๆ ต่อให้ดิ้นรนแทบตาย… อย่างมากก็แย่งกันได้แค่อันดับสองนั่นแหละ
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ มุมปากของจวงเหว่ยก็กระตุกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ อย่างห้ามไม่อยู่
เด็กๆ เอ๋ย พวกเธอจงซาบซึ้งและขอบคุณที่มีอธิการบดีผู้แสนจะชาญฉลาดและมองการณ์ไกลอย่างฉันเถอะ
ฉันนี่แหละ!
เป็นฉันเอง! ที่ใช้ทั้งสติปัญญาและวาทศิลป์ คิดแผนการสุดล้ำเลิศ ให้ไอ้เด็กโม่หยิงเฉินแขวนป้ายชื่อเป็นผู้เข้าแข่งขัน แต่ดันไปทำหน้าที่เป็น อาจารย์คุมสอบ ซะ
ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ด้วยระดับพลังที่วิปริตผิดมนุษย์มนาของเจ้านั่น… ถ้าขืนปล่อยให้มันลงสนามไปฟาดฟันจริงๆ
ฉันล่ะกลัวเหลือเกิน ว่าพวกเธอจะโดนอัดจนสภาพจิตใจย่ำแย่ มรรคายุทธ์พังทลาย และกลายเป็นแผลเป็นฝังลึกในใจไปชั่วชีวิตน่ะสิ!