ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 111 ในสายตาผู้คน เย่เฉิงและซูหลีผู้แข็งแกร่ง
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 111 ในสายตาผู้คน เย่เฉิงและซูหลีผู้แข็งแกร่ง
ในใจของซูหลี แม้ลิงหินของโม่หยิงเฉินจะแข็งแกร่งจนเข้าขั้นวิปริต แต่พลังรบที่แท้จริงของมันอย่างมากก็อยู่แค่ระดับ Dขั้นสูงสุดเท่านั้น ต่อให้นับรวมสัตว์อสูรตัวใหม่ที่เขาเพิ่งทำพันธสัญญามาด้วย อย่างเก่งก็เป็นแค่ขุมกำลังระดับ Dสองตัว
ส่วนตัวเธอนั้น…
แววตาของซูหลีพลันแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบ
วิญญาณมือมีดของฉัน ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครหรอกนะ!
สัตว์อสูรระดับ Dของแท้ตัวนี้ แม้เธอจะเพิ่งยกระดับมันขึ้นมาถึงเลเวลสิบ และก้าวเข้าสู่ช่วงวัยเจริญเติบโตได้ไม่นาน แต่เธอก็ปฏิบัติตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างเคร่งครัด ตลอดหนึ่งเดือนเต็ม เธอไม่เคยเผยพลังที่แท้จริงของมันให้ใครเห็นในมหาวิทยาลัยเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ทั้งหมดก็เพื่อรอคอยโอกาสที่จะผงาดขึ้นอย่างสง่างามในการแข่งขันครั้งนี้!
เพื่อคว้าตำแหน่ง… เอ้อ... อันดับสอง
ไม่สิ ไม่ถูก!
จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แล่นปลาบเข้ามาในหัว
ถ้าเทพโม่ไม่ลงแข่งล่ะก็…
งั้นฉันก็มีสิทธิ์พุ่งชนอันดับหนึ่งได้เลยน่ะสิ!
ดวงตาของซูหลีสว่างวาบขึ้นในพริบตา ความรู้สึกห่อเหี่ยวในใจถูกกวาดล้างไปจนสิ้น ถูกแทนที่ด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชนดั่งเปลวเพลิง!
ซูหลี!
น้ำเสียงที่แฝงความเย่อหยิ่งดังขัดจังหวะความคิดของเธอ เธอหันขวับไปมอง ก็พบว่าเย่เฉิงพร้อมกับลูกสมุนอีกสองสามคนเดินมาหยุดอยู่ข้างกายตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ
ซูหลี ดูเหมือนว่าโม่หยิงเฉินจะปอดแหก ไม่กล้ามาโผล่หัวซะแล้วสิ
การแข่งขันในครั้งนี้ คงมีแค่เธอกับฉันสองคนเท่านั้นแหละ ที่จะได้ชิงชัยตำแหน่งอันดับหนึ่ง
เย่เฉิงยกแขนขึ้นกอดอก เชิดคางขึ้นเล็กน้อย
พวกนี้คือลูกทีมของฉัน
แล้วเธอล่ะ หาปาร์ตี้ได้หรือยัง
เขากวาดตามองซูหลีที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งหยักลึก
เอาอย่างนี้ไหม เธอก็มาเข้าร่วมทีมของฉันซะเลยสิ
ไม่ได้จะคุยโวหรอกนะ แต่สถานการณ์ของเธอ ฉันรู้ทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
ก็แค่ตั๊กแตนเงาเลเวลเจ็ดสิบกว่าๆ มาอยู่ต่อหน้าวิญญาณแค้นเพลิงคลั่งเลเวลตันที่มีชะตากำเนิดของฉัน มันก็แค่ของเด็กเล่น
มาอยู่ทีมเดียวกับฉันสิ เราสองคนร่วมมือกัน ฉันคว้าอันดับหนึ่ง ส่วนเธอก็นั่งเก้าอี้อันดับสองอย่างมั่นคง แบบนี้ไม่เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวหรือไง
ท่าทีของเย่เฉิงที่ดูราวกับกุมชัยชนะไว้ในกำมือ และมองทุกสิ่งเป็นดั่งหมากกระดานของตนนั้น ประสบความสำเร็จในการสาดน้ำเย็นจัดรดอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านของซูหลีจนดับมอด
สีหน้าของเธอแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาในเสี้ยววินาที
เรื่องเข้าร่วมทีมของนาย คงไม่จำเป็นหรอกนะ
ส่วนเรื่องใครจะได้เป็นที่หนึ่ง ตอนนี้มันยังเร็วไปที่จะด่วนสรุป!
ใครจะอยู่ใครจะไป เอาไว้ไปวัดกันในสนามประลองเถอะ!
กล่าวจบ เธอก็แค่นเสียงเย็นชา หันหลังเดินตรงไปยังเด็กสาวร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก
เด็กสาวคนนั้นเมื่อเห็นซูหลีเดินเข้ามา รอยยิ้มสดใสก็เบ่งบานบนใบหน้าทันที
ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ ว่าสุดท้ายที่รักซูซูก็ต้องเลือกฉัน!
เย่เฉิงมองตามแผ่นหลังของซูหลีไป ก่อนจะกวาดสายตาพิจารณาเด็กสาวที่อยู่ข้างกายเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
ไม่สิ… ต้องบอกว่าจากเท้าขึ้นมาถึงหัวต่างหาก
ก็เรียวขาคู่ยาวตรงสลวยที่ถูกห่อหุ้มด้วยกางเกงรัดรูปสีดำนั่น มันดึงดูดสายตาเกินไปจริงๆ
ชื่อๆ หนึ่ง พลันผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที
เซี่ยม่งหราน
สัตว์อสูรในพันธสัญญาของเธอ คือสัตว์อสูรระดับ E เถาวัลย์ประกายดาว
สัตว์อสูรสายสนับสนุนระดับท็อป ทักษะ พันธนาการ ของมัน สามารถควบคุมศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนอีกทักษะที่ชื่อว่า ประกายดาวจรัสแสง นั้น ยิ่งร้ายกาจ เพราะมันสามารถมอบบัฟฟื้นฟูบาดแผลและพละกำลังให้แก่เป้าหมายฝั่งเดียวกันได้อย่างต่อเนื่อง
ถือเป็นไพ่ตายสายซัพพอร์ตที่รวบรวมทั้งการควบคุมและรักษาไว้ในตัว ซึ่งหาได้ยากยิ่งในหมู่สัตว์อสูรระดับ E
แน่นอนว่า เหตุผลที่เย่เฉิงจดจำเธอได้ ไม่ใช่เพราะสัตว์อสูรของเธอทรงพลังแค่ไหนหรอก
แต่เป็นเพราะในหมู่นักศึกษาใหม่ปีนี้ที่เต็มไปด้วยสาวงามราวกับหมู่เมฆ เธอคือตัวตนที่สามารถยืนหยัดเทียบเคียงกับซูหลี และถูกผู้คนยกย่องให้เป็นหนึ่งในสี่บุปผางามประจำรุ่นต่างหาก
เรียวขานั่น… จุ๊ๆ ช่างยาวกว่าชีวิตของเย่เฉิงเสียอีก!
บทสนทนาของทั้งสองไม่ได้จงใจลดระดับเสียงลงแต่อย่างใด
และเนื้อหาของมัน ก็จุดชนวนให้บรรยากาศโดยรอบระเบิดขึ้นในพริบตา
สายตานับไม่ถ้วนพุ่งเป้าไปที่สองบุคคลผู้ทรงอิทธิพลอย่างเย่เฉิงและซูหลีอย่างพร้อมเพรียง
เชี่ย พวกนายได้ยินไหม เย่เฉิงกับซูหลีนี่คือประกาศศึกกันกลางแจ้งเลยนะเว้ย!
อันดับหนึ่งสอบเข้ามณฑล ปะทะ อัจฉริยะโควตาพิเศษ งานนี้มีงิ้วโรงใหญ่ให้ดูแล้ว!
นักศึกษาผู้กว้างขวางคนหนึ่งกระซิบกระซาบวิเคราะห์กับเพื่อนฝูง
สองคนนี้มันอยู่คนละรุ่นกันเลย พวกนายไม่ได้ไปอ่านกระทู้วิเคราะห์ในบอร์ดของมหาวิทยาลัยเหรอ
ตั๊กแตนเงาของซูหลีถึงจะเก่ง แต่สุดท้ายก็เป็นแค่ระดับ E เลเวลเจ็ดสิบกว่าๆ ยังไม่ถึงขั้นสูงสุดด้วยซ้ำ
ส่วนวิญญาณแค้นเพลิงคลั่งของเย่เฉิง เป็นระดับ E เลเวลตันของแท้แน่นอน! และที่สำคัญที่สุด… นั่นมันสัตว์อสูรที่มีชะตากำเนิดเชียวนะเว้ย!
พอคำว่า ชะตากำเนิด หลุดออกมา เสียงสนับสนุนก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ
ชะตากำเนิดแต่ละขั้น ล้วนเป็นตัวแทนของพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวที่มากพอจะพลิกกระดานการต่อสู้ได้เลยทีเดียว!
แม่งเอ๊ย พวกสายเปย์นี่มันลูกรักสวรรค์ชัดๆ แล้วแบบนี้ใครจะไปสู้ได้วะ
นั่นสิ การจัดทีมของเย่เฉิงก็อลังการงานสร้างสุดๆ
ลูกทีมสองคนนั่น น่าจะเป็นจ้าวหมิงกับหลี่จื้อไจ๋ใช่ไหม
พรายสมุทรของจ้าวหมิง ถึงจะขึ้นมาบนบกแล้วไม่ค่อยมีพลังรบก็เถอะ
แต่ทักษะสองอย่างของมันใช้งานได้ดีมาก ทักษะหนึ่งบัฟเพิ่มดาเมจธาตุ อีกทักษะหนึ่งใช้ดีบัฟลดพลังศัตรู
ส่วนพฤกษาเหล็กไหลของหลี่จื้อไจ๋ ก็เป็นแทงค์ยืนค้ำแนวหน้าชั้นยอด แถมยังมีทักษะรักษาอีก
มีทั้งตัวทำดาเมจ ตัวแทงค์ ตัวซัพพอร์ต นี่มันทีมระดับแชมป์เปี้ยนตามตำราเป๊ะๆ เลยไม่ใช่หรือไง!
แล้วทางฝั่งซูหลีล่ะ เธอไปจับคู่กับเซี่ยม่งหรานนี่นา!
เซี่ยม่งหราน ดาวคณะที่ขาสวยจนมองได้ไม่เบื่อนั่นน่ะเหรอ เถาวัลย์ประกายดาวของเธอเป็นซัพพอร์ตระดับท็อปจริงๆ นั่นแหละ ทั้งคุมเกมทั้งฮีลโหดมาก
น่าจะช่วยอุดช่องโหว่เรื่องความเปราะบางและพลังกายที่จำกัดของตั๊กแตนเงาได้เป็นอย่างดี
การจับคู่ของสองสาว ถือเป็นการผนึกกำลังของยอดฝีมือ
แต่ถึงยังไงก็คงสู้เย่เฉิงไม่ได้อยู่ดีมั้ง ช่องว่างระหว่างเลเวลกับชะตากำเนิดมันห่างกันเกินไป
ใช่เลย คู่ของซูหลีกับเซี่ยม่งหราน อย่างเก่งก็คงคว้าอันดับสองมาครองได้สบายๆ
เฮ้อ เทพเซียนซัดกันเอง พวกมนุษย์เดินดินอย่างเรา ก็ก้มหน้าก้มตาไปแย่งชิงอันดับสามกันเงียบๆ เถอะ…
ณ มุมหนึ่งของฝูงชน
หญิงสาวในชุดต่อสู้รัดรูปสีแดงเพลิง ผู้มีส่วนเว้าส่วนโค้งเย้ายวนจนทำเอาอากาศรอบข้างแทบจะลุกเป็นไฟ กำลังลูบไล้จิ้งจอกเพลิงสีแดงฉานบนบ่าอย่างเกียจคร้าน
เธอคือ จั๋วฮวา หนึ่งในสี่บุปผางามประจำรุ่นที่มีชื่อเสียงทัดเทียมกับซูหลีและเซี่ยม่งหราน
ได้ยินแล้วใช่ไหม คุณเพื่อนร่วมทีมแสนดีของฉัน
จั๋วฮวาเผยอริมฝีปากสีแดงสด ส่งยิ้มให้ชายหนุ่มข้างกาย น้ำเสียงแฝงความหยอกเย้า
พวกเขาจัดแจงตำแหน่งแชมป์กับรองแชมป์กันเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว ไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาเลยสักนิดแน่ะ
เซียวอู๋เต้าที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอ สวมชุดรัดกุมสีดำสนิท แผ่กลิ่นอายเย็นชาเด็ดขาด
ทว่าสายตาของเขากลับเผลอไปหยุดอยู่ที่ส่วนโค้งเว้าอันน่าภาคภูมิใจของเธอชั่วขณะหนึ่ง
ก่อนจะรีบชักสายตากลับมา แล้วแค่นเสียงเย็นชา
ทำในส่วนของเราก็พอ จะไปใส่ใจคนอื่นทำไม
เธอนั่นแหละ คุณหนูจั๋วฮวา
สายตาของเซียวอู๋เต้าเบนไปยังซูหลีและเซี่ยม่งหรานที่ยืนเคียงคู่กันอยู่อีกด้าน มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มหยอกล้อกึ่งประชดประชัน
พี่น้องดาวคณะอีกสองคนของเธอเขากอดคอรวมกลุ่มกันไปแล้ว เธอไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยหรือไง
คิกๆๆ…
จั๋วฮวาส่งเสียงหัวเราะกังวานใสดุจกระดิ่งเงิน ร่างสั่นสะท้านเย้ายวน
รู้สึกสิ จะไม่รู้สึกได้ยังไงล่ะ
เธอชูนิ้วเรียวยาวขึ้นแตะริมฝีปากสุดเซ็กซี่ของตนเอง
แต่ว่านะ ฉันไม่ใช่พวกที่ชอบเดินตามก้นใครหรอก
อีกอย่าง…
ฉันรับปากจะตั้งทีมกับนายไปแล้ว จะให้เปลี่ยนใจกะทันหันได้ยังไงกันล่ะ