ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 147: จิตวิญญาณทวีคูณ... แล้วข้าจะเอาอะไรไปแพ้
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 147: จิตวิญญาณทวีคูณ... แล้วข้าจะเอาอะไรไปแพ้
เวลาล่วงเลยไปอีกครึ่งชั่วโมง…
การไต่ระดับบนหอคอยดูเหมือนจะมาถึงทางตัน
แสงสว่างสองดวงหยุดนิ่งอยู่ที่ชั้น 48 ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนอีก
จบแล้วเหรอ
ดูท่าจะเสมอกันนะ! สมกับเป็นคู่รักคู่แค้น ขีดจำกัดยังอยู่ที่ชั้นเดียวกันเป๊ะ!
สุดยอดไปเลย! วันนี้คุ้มค่าตั๋วแล้วจริงๆ!
ในขณะที่ฝูงชนต่างคิดว่าผลการแข่งขันได้บทสรุปแล้ว และกำลังเตรียมปรบมือสรรเสริญให้กับการดวลเดือดที่สูสี
ทันใดนั้น ที่ปากทางเข้าหอคอยแห่งห้วงลึก แสงสว่างก็วูบวาบขึ้น
ร่างในชุดขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ก้าวออกมาด้วยท่าทีโซซัดโซเซ
ธิดาเหมันต์… เหลิ่งหนิงซวง!
เธอออกมาแล้ว!
ผ้าคลุมหน้าบางเบาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แนบสนิทไปกับใบหน้า เผยให้เห็นโครงหน้าซีดขาวและอิดโรยถึงขีดสุด
ดวงตาที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าสายตัวแทบขาด
กู้เชี่ยนซีพุ่งเข้าไปประคองร่างนั้นไว้ทันทีด้วยความเป็นห่วง
ท่านธิดาเหมันต์! ท่านเป็นยังไง…
ยังไม่ทันที่เหลิ่งหนิงซวงจะได้เอ่ยตอบ
เสียงอุทานที่ดังสนั่นหวั่นไหวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ อัดแน่นไปด้วยความคลั่งไคล้และเทิดทูน ก็ระเบิดก้องขึ้นเหนือลานกว้าง!
เชี่ย! ขยับแล้ว! มันขยับอีกแล้ว!
ชั้นที่ 49! ไฟชั้นที่ 49 สว่างแล้ว!
ธิดาเหมันต์ออกมาแล้ว… งั้นคนที่เหลืออยู่ในหอคอย… ก็มีแค่ราชาอัคคีคนเดียว!
ชนะแล้ว! กิลด์หมิงหยวนชนะแล้วโว้ย!
ราชาอัคคีเหยียนจิ่ว! เขาก้าวข้ามธิดาเหมันต์ไปแล้ว! เขาขึ้นไปถึงชั้น 49 ได้สำเร็จ!
ตูม!!!
ข่าวร้ายนี้เปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจของเหลิ่งหนิงซวงและสมาชิกกิลด์โลหิตอัคคีทุกคน
เหลิ่งหนิงซวงเงยหน้าขวับ ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง
เธจ้องเขม็งไปที่แสงไฟชั้น 49 บนหอคอย ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม
เป็นไปไม่ได้…
ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!
และในวินาทีนั้นเอง ประตูหอคอยก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง
ร่างในชุดคลุมยาวสีแดงเพลิง ก้าวออกมาพร้อมกับคลื่นความร้อนระอุและเสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหอง
ราชาอัคคี… เหยียนจิ่ว!
เขากวาดสายตามองไปรอบลานกว้าง ซึมซับเสียงเชียร์กึกก้องราวกับราชา
สุดท้าย สายตาของเขามาหยุดอยู่ที่ร่างของเหลิ่งหนิงซวงที่ยืนตัวแข็งทื่อเหมือนถูกฟ้าผ่า
สบตากัน
บรรยากาศรอบข้างราวกับมีประกายไฟและเกล็ดน้ำแข็งปะทะกันอย่างรุนแรง
เหยียนจิ่วแสยะยิ้มกว้างด้วยความลำพองใจ เสียงทุ้มกังวานดุจระฆังประกาศก้อง
เหลิ่งหนิงซวงเอ๋ยเหลิ่งหนิงซวง! เสียใจด้วยนะ… ครั้งนี้ ข้าชนะ!
ประโยคนั้นเหมือนตบหน้าธิดาเหมันต์ฉาดใหญ่
ร่างบางสั่นสะท้าน เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
ทำไม มันเป็นไปไม่ได้! ภูตอัคคีระเบิดของเจ้า มีปริมาณพลังจิตรวมสูสีกับภูตน้ำแข็งของข้า!
ในชั้นที่ 45 ภูตน้ำแข็งของข้ายังสามารถแช่แข็งกองทัพวิญญาณเพื่อลดการใช้พลังงานได้ แต่เจ้าทำได้แค่ใช้พลังดิบเข้าแลก การเผาผลาญของเจ้าต้องมากกว่าข้าสิ!
ภูตน้ำแข็งของข้าพลังจิตหมดเกลี้ยงตั้งแต่ชั้น 48 จนสังหารศัตรูไม่สำเร็จ… แล้วเจ้าทำได้ยังไง
คำถามของเธอ คือสิ่งที่ค้างคาใจทุกคนในที่นั้น
รอยยิ้มบนหน้าของเหยียนจิ่วยิ่งบานแฉ่ง
เขาราวกับกำลังเสพสุขจากภาพความพ่ายแพ้อันน่าสมเพชของศัตรูตลอดกาล ก่อนจะแค่นหัวเราะ
เขาไม่อธิบายด้วยคำพูด แต่เลือกที่จะแชร์ข้อมูลทักษะหนึ่งของภูตอัคคีระเบิด ให้เหลิ่งหนิงซวงดูโดยตรง
[เสริมแกร่งจิตวิญญาณ (LV.7): ทักษะติดตัว… เพิ่มค่าสถานะจิตวิญญาณ 200%!]
เมื่อเห็นตัวหนังสือแถวนี้ เหลิ่งหนิงซวงเหมือนถูกสายฟ้าฟาดซ้ำ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ
รูม่านตาหดเกร็ง เธอร้องเสียงหลง
เสริมแกร่งจิตวิญญาณ ไอ้บ้า! เจ้ามันบ้าไปแล้ว!
เจ้ากล้าเอาสกิลขยะที่ใครเขาก็เมิน มาใส่ให้ภูตอัคคีที่เน้นพลังระเบิดทำลายล้างเนี่ยนะ
แถม… แถมยังใช้ หินวิวัฒนาการทักษะ ถลุงอัปเกรดมันจนถึงเลเวล 7 เลยเรอะ!
นี่มันเสียสติชัดๆ!
สกิล เสริมแกร่งจิตวิญญาณ เริ่มต้นเพิ่มค่าสถานะแค่ 5% กินที่ก็เปลือง จะทิ้งก็เสียดาย เป็นสกิลขยะในตำนานที่ใครๆ ก็รู้กัน
การจะอัปเกรดเลเวลมัน ต้องใช้หินวิวัฒนาการทักษะจำนวนมหาศาล
ของพรรค์นั้นหายากขนาดไหน มูลค่าแต่ละก้อนประเมินค่าไม่ได้!
ถ้ามีทรัพยากรขนาดนั้น เอาไปอัปเกรดสกิลโจมตี พลังรบจะพุ่งกระฉูดกว่านี้เป็นร้อยเท่า!
ขยะงั้นรึ
เหยียนจิ่วระเบิดเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง ราวกับได้ระบายความอัดอั้นที่ถูกกดขี่มานานหลายปี
ข้าไม่เห็นจะรู้สึกแบบนั้นเลย!
เหลิ่งหนิงซวง… หลายปีมานี้ ข้าถูกเจ้ากดหัวมาตลอด
ข้าคิดทุกเช้าค่ำว่าจะเอาชนะเจ้าได้ยังไง!
ในที่สุดข้าก็ตรัสรู้! ในเมื่อพลังทำลายล้างเราสูสีกัน งั้นก็ต้องวัดกันที่ความอึด! วัดกันที่หน้าตัก!
เขากางแขนออกกว้าง สีหน้าดูคลุ้มคลั่ง
ข้าทุ่มเทสมบัติทั้งหมดที่มี! ทั้งหมด! เพื่อแลก หินวิวัฒนาการทักษะ มา 6 ก้อน!
ข้าเทหมดหน้าตัก เดิมพันกับสกิลที่พวกเจ้าตราหน้าว่าเป็นขยะ!
และผลลัพธ์… เจ้าก็เห็นแล้วนี่!
เขาจ้องหน้าเหลิ่งหนิงซวง แล้วตะคอกใส่ทีละคำ
จะมาแข่งความอึดกับข้า ภูตอัคคีของข้าตอนนี้มีพลังจิตรวมมากกว่าเจ้าถึงสามเท่า!
ถามหน่อยเถอะ… ข้าจะเอาอะไรมาแพ้!
ข้าจะเอาอะไรมาแพ้พวกเจ้า!!!
สามเท่า!
คำคำนี้เปรียบเสมือนภูเขาสองลูก ถล่มลงมาทับความหวังสุดท้ายของเหลิ่งหนิงซวงจนแหลกละเอียด
ขาของเธออ่อนแรงจนต้องถอยหลังกรูด
หากไม่ได้กู้เชี่ยนซีช่วยพยุงไว้ เธอคงลงไปกองกับพื้นแล้ว
แววตาของเธอหม่นแสงลง ไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต
ปากพึมพำออกมาอย่างเลื่อนลอย
แพ้แล้ว…
ครั้งนี้… แพ้ราบคาบแล้วจริงๆ…
เธอรู้ตัวดีว่าเธอแพ้ไม่ผิดตัว
เธอแพ้ให้กับความบ้าบิ่นของเหยียนจิ่ว แพ้ให้กับการทุบหม้อข้าวตัวเองเพื่อแลกกับชัยชนะ
เธอทำไม่ได้แบบเขา… เธอไม่กล้าเอาอนาคตของกิลด์และตัวเอง ไปเดิมพันกับสกิลพื้นฐานเพียงสกิลเดียว
เธอแพ้อย่างหมดรูป และแพ้อย่างสิ้นหวัง
เธอหันไปมองกู้เชี่ยนซีที่มีสีหน้าเป็นกังวลอย่างยากลำบาก เอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
ขอโทษนะ เสี่ยวเชี่ยน… ข้าทำให้เจ้าผิดหวังแล้ว
ทั่วทั้งลานกว้างตกอยู่ในบรรยากาศแห่งชัยชนะของราชาอัคคี
คนของกิลด์หมิงหยวนโห่ร้องยินดีอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนคนของกิลด์โลหิตอัคคี ต่างคอตกห่อเหี่ยวเหมือนคนตาย
ใบหน้าของกู้เชี่ยนซีซีดเผือด
เดินหมาผิดตาเดียว พ่ายแพ้ทั้งกระดาน
สิทธิ์ในการครอบครองมิติลับ แสงอรุณรุ่ง ตกไปอยู่ในมือของกิลด์หมิงหยวนเรียบร้อยแล้ว
เธอรู้ดีว่านั่นหมายถึงอะไร
แม้ตามกฎสมาพันธ์ กิลด์หมิงหยวนจะห้ามคนนอกเข้าไม่ได้
แต่พวกเขาสามารถตั้ง ราคาค่าเข้า ให้สูงลิบลิ่วได้ตามใจชอบ!
เพื่อรวบรวมวัสดุวิวัฒนาการให้ภูตน้ำแข็งของเหลิ่งหนิงซวง เธอแทบจะเทหมดหน้าตักของกิลด์ไปแล้ว
หากต้องการไม้ต้นอู๋ถงให้ครบจำนวน ก็ต้องเข้าไปในมิติลับนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทุกครั้งที่เข้า… คือการถูกเชือดเนื้อเถือหนัง
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป อย่าว่าแต่จะพัฒนาเลย กิลด์โลหิตอัคคีคงถูกสูบเลือดจนแห้งตาย!
เธอมองดูเหลิ่งหนิงซวงที่จิตใจแตกสลาย ความรู้สึกหลากหลายปนเปในอก
แต่กลับพูดตำหนิไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เพราะอีกฝ่าย… ได้พยายามจนสุดความสามารถแล้วจริงๆ