ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 148: หนึ่งชั่วโมง... กับค่าสถานะนับล้าน!
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 148: หนึ่งชั่วโมง... กับค่าสถานะนับล้าน!
กู้เชี่ยนซีเอื้อมมือไปตบไหล่ของเหลิ่งหนิงซวงเบาๆ น้ำเสียงของเธอแห้งผากขณะพยายามเอ่ยคำปลอบโยน
พี่เหลิ่ง… อย่าโทษตัวเองเลย ท่านทำเต็มที่ที่สุดแล้ว
เรื่องไม้ต้นอู๋ถง… เดี๋ยวฉันจะลองหาทางอื่นดู
ทางอื่นงั้นเหรอ
เหลิ่งหนิงซวงยิ้มขื่น แววตาที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าไร้ชีวิตชีวา เธอส่ายหน้าช้าๆ
เสี่ยวเชี่ยน ไม่ต้องปลอบใจข้าหรอก
แพ้ก็คือแพ้
ข้าไม่ได้แค่ทำลายความหวังเรื่องไม้ต้นอู๋ถงของเจ้า… แต่ข้ายังทำลาย จิตใจแห่งเต๋า ของตัวเองลงไปด้วย
เธอรู้ซึ้งแก่ใจดีว่า ช่องว่างของพลังจิตวิญญาณที่ห่างกันถึงสามเท่าระหว่างเธอกับเหยียนจิ่วนั้น
คือหุบเหวลึกที่ชั่วชีวิตนี้เธออาจไม่มีวันก้าวข้ามไปได้
ความพ่ายแพ้ในวันนี้ มันจะกลายเป็นปีศาจในใจที่คอยตามหลอกหลอนเธอไปตลอดกาล
ภาพของศัตรูคู่อาฆาตที่กำลังหมดอาลัยตายอยาก ทำให้เหยียนจิ่วที่ยืนอยู่ไม่ไกลรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาหลายปีมลายหายไปจนหมดสิ้น!
ความสะใจที่พุ่งพล่านทำให้เขาเงยหน้าหัวเราะร่าเสียงดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า ก้องกังวานไปทั่วลานกว้าง
ฮ่าๆๆๆ! เหลิ่งหนิงซวง นี่แหละคือความแตกต่างระหว่างข้ากับเจ้า!
เจ้ามัวแต่เพลย์เซฟ เดินในเส้นทางที่มั่นคงที่สุด แต่ข้า เหยียนจิ่ว กล้าที่จะวางเดิมพันด้วยทุกสิ่งที่มี!
และตอนนี้… ข้าคือผู้ชนะ!
นับจากวันนี้ไป นครหลวงจะไม่มีคำว่า คู่แฝดเหมันต์อัคคี อีกต่อไป จะมีเพียงหนึ่งเดียวคือข้า… ราชาอัคคี!
น้ำเสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยความโอหังและบ้าอำนาจของผู้กำชัย
สมาชิกกิลด์หมิงหยวนต่างส่งเสียงโห่ร้องยินดีกันอย่างบ้าคลั่ง สวนทางกับฝั่งกิลด์โลหิตอัคคีที่ตกอยู่ในความเงียบสงัด
ทุกคนก้มหน้ามองพื้น บรรยากาศหดหู่และสิ้นหวังถึงขีดสุด
ผู้ชนะเป็นจ้าว ผู้แพ้เป็นโจร
โลกความจริงมันโหดร้ายเช่นนี้เสมอ
ทว่า… ท่ามกลางความแตกต่างสุดขั้วระหว่างเสียงเชียร์และความเงียบงัน
ในจังหวะที่ทุกคนคิดว่าบทสรุปของละครฉากนี้ได้จบลงแล้ว
ณ มุมหนึ่งของฝูงชน เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อสายตาก็แผดดังขึ้น!
ขยับแล้ว!
ดูที่หอคอยสิ! วงแหวนแสงชั้นที่ 45… มัน… มันสว่างขึ้นอีกแล้วโว้ย!!!
เสียงตะโกนนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางวง
ว่าไงนะ
ธิดาเหมันต์ออกมาแล้ว!
ราชาอัคคีก็ออกมาแล้ว!
ในหอคอยตอนนี้ว่างเปล่าไร้ผู้คน!
แล้วแสงนั่นจะสว่างขึ้นมาได้ยังไง
ทุกคน... รวมทั้งเหยียนจิ่วที่กำลังเสพสุขกับชัยชนะ และเหลิ่งหนิงซวงที่หัวใจแหลกสลาย ต่างหันขวับกลับไปมองที่หอคอยยักษ์เป็นตาเดียว!
สายตาทุกคู่ถูกตรึงไว้กับภาพเบื้องหน้า
ในโซนชั้นที่ 45 ซึ่งควรจะมืดมิดลงไปแล้ว…
วงแหวนแสงสีทองอร่ามวงใหม่ กำลังส่องประกายเจิดจ้าเสียดแทงนัยน์ตา!
แสงนั้นกำลังประกาศก้องอย่างไร้สุ้มเสียงว่า…
ข้างในนั้น… ยังมีคนที่สามอยู่!
และเขาคนนั้น… หลังจากแช่ตัวเองอยู่ในชั้นที่ถูกขนานนามว่า กำแพงนรกระดับ A นานกว่าหนึ่งชั่วโมง…
เขาผ่านมันไปได้แล้ว!
ซี๊ด——!
เสียงสูดปากด้วยความหนาวเหน็บดังระงมไปทั่วลานกว้าง!
ย้อนกลับไปเมื่อ 5 นาทีก่อน
หอคอยแห่งห้วงลึก ชั้นที่ 45… ที่ราบโครงกระดูก
ฟู่ว——!
จอมดาบอสุราสะบัดมือเบาๆ เสาเพลิงยักษ์พุ่งขึ้นจากพื้นดิน
เผาผลาญกองทัพวิญญาณระลอกใหม่ที่เพิ่งเกิดมาให้กลายเป็นจุณในพริบตา
และในวินาทีนั้นเอง เปลวเพลิงที่ร้อนแรงดุจดวงอาทิตย์รอบกายเขา เริ่มเกิดความผันผวนเล็กน้อย
เขาหันกลับมาหาโม่หยิงเฉินด้วยท่าทีสงบนิ่ง
นายท่าน... เวลาของการปลดปล่อยขั้นต้น… ใกล้จะหมดลงแล้ว
หนึ่งชั่วโมง… สุดท้ายแล้วก็มีขีดจำกัด
โม่หยิงเฉินพยักหน้ารับ แต่ใบหน้ากลับไม่มีความเสียดายเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม มันกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความพึงพอใจอย่างที่สุด
เขายกมือขึ้น เรียกดูหน้าต่างสถานะปัจจุบันของจอมดาบอสุรา
[จอมดาบอสุรา]
[ระดับ: C ขั้น 17 (ระยะเติบโต)]
[พรสวรรค์เฉพาะตัว: แดนยมโลก]
[กระบวนยุทธ์เฉพาะตัว: เพลงดาบยมโลก]
[อุปกรณ์: หลิวเริ่นรั่วฮั่ว, ดาบยาวทองคำ, หอกยาวทองคำ, ค้อนยักษ์ทองคำ, กระบี่ทองคำ, ขวานศึกทองคำ]
[พละกำลัง: 28,421]
[ความว่องไว: 27,650]
[จิตวิญญาณ: 33,147]
[ความอึด: 22,510]
[ทักษะ: จ้าวแห่งศาสตราสัมบูรณ์, เพลงดาบชักวิญญาณ, เพลงดาบอัคคีผลาญลมหายใจ, ร่างเงาสะท้อน, พละกำลังขีดสุด, ความว่องไวขีดสุด, จิตวิญญาณขีดสุด]
[กลุ่มดาว: 6/6]
หนึ่งชั่วโมง
เพียงแค่หนึ่งชั่วโมง
ค่าสถานะรวมสี่ด้านของจอมดาบ จากเดิมที่ไม่ถึงสองหมื่น พุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งไปแตะหลักหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นแต้ม!
หนึ่งแสนแต้มเต็มๆ!
นี่มันตัวเลขระดับไหนกัน
สัตว์อสูรที่เพิ่งทะลวงระดับขึ้นสู่ระดับ B… ค่าสถานะพื้นฐานรวมสี่ด้าน ก็อยู่ที่ประมาณหนึ่งแสนแต้มเท่านั้น!
นั่นหมายความว่า…
โม่หยิงเฉินใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว ฟาร์มจนสัตว์อสูรระดับ C ของเขา มีความแข็งแกร่งพื้นฐานเทียบเท่าสัตว์อสูรระดับ B ทั้งตัว!
ไม่สิ!
ความจริงมันน่ากลัวยิ่งกว่านั้น!
คนอื่นอาจไม่รู้ แต่โม่หยิงเฉินรู้ดีที่สุด
จอมดาบอสุรา… ยังมีสกิลติดตัวระดับพระเจ้าที่เพิ่มพลังอีก 10 เท่า อยู่อีกถึงสามสกิล!
ค่าสถานะหนึ่งแสนที่เห็นบนหน้าจอ… ในการต่อสู้จริง มันจะระเบิดพลังออกมาเทียบเท่าค่าสถานะนับล้านแต้ม!
นี่ต่างหากคือผลลัพธ์ที่แท้จริงของการใช้ บั๊ก ครั้งนี้!
สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ
โม่หยิงเฉินค้นพบความเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจอีกอย่างหนึ่ง
ศักยภาพของจอมดาบอสุรา หลังจากผสานเข้ากับพลังของหลิวเริ่นรั่วฮั่ว ดูเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ
เขาจำได้แม่นว่า…
ตอนเป็นจอมดาบมรณะระดับ D ทุกครั้งที่เลเวลอัป จะได้แต้มสถานะอิสระมาจัดสรรเอง 80 แต้ม
ตามหลักการทั่วไป เมื่อวิวัฒนาการเป็นระดับ C ตัวเลขนี้ควรจะเพิ่มเป็น 800 แต้ม
แต่ทว่า… ในระหว่างการเลเวลอัปอย่างต่อเนื่องเมื่อครู่นี้
โม่หยิงเฉินสังเกตเห็นด้วยความตะลึงว่า แต้มสถานะอิสระที่จอมดาบได้รับต่อเลเวล…
มันพุ่งขึ้นไปแตะเพดานสูงสุดตามทฤษฎี เทียบเท่ากับ ต้าเซิ่ง สัตว์อสูรระดับตำนานของเขา!
เลเวลละ 1,000 แต้ม!
ถึงแม้ว่า…
สำหรับจอมดาบอสุราในตอนนี้ ที่ค่าสถานะเพิ่มขึ้นทีละ หมื่น จากการฆ่าล้างบาง
ไอ้เศษแต้มหนึ่งพันนี้อาจจะดูจ้อยร่อยไปหน่อย
แต่มันแสดงให้เห็นถึง รากฐาน และ ศักยภาพ ที่ยกระดับขึ้นจนน่าขนลุก
งั้นก็… จบกันเถอะ
สายตาของโม่หยิงเฉินมองข้ามผืนดินที่ไหม้เกรียม ไปหยุดอยู่ที่ร่างเดียวดายบนบัลลังก์กะโหลก
ที่นี่เป็นแหล่งฟาร์มที่ดีจริงๆ ไว้ว่างๆ ข้าจะแวะมาเยี่ยมใหม่
จอมดาบอสุราพยักหน้าเล็กน้อย
ดาบยาวในมือที่ลุกโชนด้วยไฟนิรันดร์ ค่อยๆ ลดปลายลง ชี้ตรงไปยังบัลลังก์นั้น
เพียงแค่การขยับตัวง่ายๆ
แต่กลับดูเหมือนจะสูบเอาแสงและเสียงทั้งหมดไปจากโลกใบนี้!
จิตสังหารที่บริสุทธิ์และน่าสะพรึงกลัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เปรียบเสมือนสึนามิจากมหาสมุทรน้ำแข็ง ถาโถมเข้ากลบฝังที่ราบโครงกระดูกจนมิด!
บนบัลลังก์… ไฟวิญญาณสีฟ้าในเบ้าตาของเนโครแมนเซอร์แห่งห้วงลึก
เต้นระริกอย่างบ้าคลั่ง
แทบจะระเบิดออกมาจากเบ้าตา!
กลัว!
มันคือความหวาดกลัวระดับสัญชาตญาณที่ฝังลึกถึงแก่นวิญญาณ!
ตลอดหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา มันต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกปั่นหัวและหยามศักดิ์ศรี
มันทำได้แค่มองดูกองทัพที่มันภาคภูมิใจ…
ถูกเกี่ยวไปเหมือนต้นข้าวสาลีระลอกแล้วระลอกเล่า
ความไร้หนทางสู้ทำให้แก่นวิญญาณของมันมัวหมอง
และในวินาทีนี้… เมื่อปลายดาบเล่มนั้นล็อกเป้ามาที่มันโดยตรง
วิญญาณของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
เจตจำนงในการต่อสู้… พังทลายลงในพริบตา!