ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 22 ข้า... เย่ฝานซิง ชาตินี้ไม่ขอเป็นสองรองใคร!
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 22 ข้า... เย่ฝานซิง ชาตินี้ไม่ขอเป็นสองรองใคร!
ในที่สุดช่วงเวลาสำคัญก็มาถึง… โม่หยิงเฉินกำลังจะเอาจริงกับการชิงอันดับ!
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เขาได้มอบอาญาสิทธิ์ในการเลือกสมาชิกทีมคนสุดท้ายให้กับเธอ… ซูหลี!
นี่มันหมายความว่ายังไง
มันหมายความว่าขาใหญ่ยอมรับในตัวเธอแล้ว!
แค่คิดภาพว่าตัวเองกำลังจะเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมหลัก ที่จะได้จารึกชื่อลงบน บอร์ดจัดอันดับความเร็ว ของดันเจี้ยนระดับ นรกแตก เคียงคู่ไปกับโม่หยิงเฉิน… หัวใจของซูหลีก็เต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก
โอกาสที่จะได้จารึกชื่อในหน้าประวัติศาสตร์เมืองชิงหยวน… อยู่แค่เอื้อม!
เธอพยายามข่มความตื่นเต้น รีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันทีที่ก้าวพ้นประตูมิติ นิ้วเรียวกดโทรหาเบอร์ของเย่ฝานซิงยิกๆ
ขออภัยค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…
เสียงตอบรับอัตโนมัติจากระบบดังขึ้นอย่างเย็นชา
รอยยิ้มบนหน้าซูหลีแข็งค้าง เธอไม่ยอมแพ้ กดโทรซ้ำอีกรอบ... ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม
โธ่เอ๊ย! ทีเวลาสำคัญละมาทำตัวติดต่อยาก!
ซูหลีกระทืบเท้าอย่างขัดใจ รีบวิ่งไปถามอาจารย์คุมสอบที่อยู่ใกล้ๆ
อาจารย์คะ! ทีมของเย่ฝานซิงเข้าไปนานหรือยังคะ
อาจารย์เงยหน้ามองเธอนิดหนึ่ง ก่อนจะทำท่านึก
เย่ฝานซิงเหรอ... กลุ่มนั้นเข้าไปน่าจะสักสี่สิบนาทีได้แล้วมั้ง
สี่สิบนาที
งั้นก็ต้องรออีกประมาณ 10 นาที
ทีมของเย่ฝานซิงลงระดับ ยาก เวลาเคลียร์เฉลี่ยอยู่ที่ 50 นาที
ซูหลีเม้มปากแน่นอย่างชั่งใจ
เจ้าเย่เอ๊ยเจ้าเย่… วาสนาก้อนโตหล่นทับขนาดนี้ เจ้ไม่ได้ไม่อยากแบ่งให้นะ
โอกาสที่จะได้โชว์หล่อบนบอร์ดนรกแตก เจ้นึกถึงแกเป็นคนแรกเลยนะเว้ย!
แต่แกดันมาช้าเอง ช่วยไม่ได้นะ!
เธอถอนหายใจ เดินคอตกกลับไปหาโม่หยิงเฉินอย่างรู้สึกผิด
ลูกพี่โม่… เจ้าเย่มันเพิ่งเข้าไปได้สักพัก น่าจะอีกสิบกว่านาทีถึงจะออกมา
เอ่อ… เราจะรอกันไหม
ถามไปอย่างนั้นเอง ในใจเธอคิดว่าระดับเทพอย่างโม่หยิงเฉินคงไม่ยอมเสียเวลาแน่
สิบนาทีสำหรับคนทั่วไปอาจจะน้อย แต่สำหรับคนที่เคลียร์ดันเจี้ยนระดับนรกแตกได้ในยี่สิบนาที… นี่มันเวลาทองชัดๆ
แต่ทว่า…
คำตอบของโม่หยิงเฉินทำเอาเธอตาโต
รอเถอะ ไม่ต้องรีบ
เขาพยักหน้าตอบรับเรียบๆ
ไม่รีบ
ซูหลีเบิกตากว้างมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
ลูกพี่โม่… ยอมสละเวลาอันมีค่าเพื่อรอเย่ฝานซิง
ทันใดนั้น ความคิดฟุ้งซ่านระดับละครหลังข่าวก็พุ่งเข้ามาในหัว
ทำไมเขาถึงใจดีขนาดนี้
หรือว่า…
หรือว่าเขาจะแอบชอบเรา
เลยยอมตามใจ ยอมรอเพื่อนของเรา
หน้าของซูหลีร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งสเต็ป
เธอค่อยๆ ช้อนตามองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มอย่างกล้าๆ กลัวๆ
สายตาประสานกัน…
ดวงตาของโม่หยิงเฉินสงบนิ่ง ลึกซึ้ง และ… ว่างเปล่า
ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
ซูหลี: …
โอเค… ฉันเพ้อเจ้อไปเอง จบนะ
โม่หยิงเฉินหาที่นั่งเหมาะๆ หลับตาลงเพื่อพักผ่อนสายตา
เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่า พลังจิตในร่างตอนนี้กำลังเอ่อล้นราวกับน้ำขึ้นเต็มตลิ่ง
ผลพวงจากการฝืนใช้พลังจิตเข้าออก สถาบันวิจัยหมื่นภพ จนหมดก๊อกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ขีดจำกัดพลังจิตของเขาขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนเหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันไปไกลโข
เหตุผลที่เขายอมรอ ไม่ใช่เพราะพิศวาสซูหลีแต่อย่างใด
แต่เขารู้ดีว่า… นี่คือโอกาสสุดท้ายแล้ว
ถ้าเขาเคลียร์ดันเจี้ยนรอบนี้จบ ค่าประสบการณ์ที่ได้จะทำให้ต้าเซิ่งเลเวลอัพอีกครั้ง และพลังสะท้อนกลับจะดันให้เขาเลื่อนขั้นเป็น ผู้ฝึกสัตว์ระดับ 2 (ระดับสูง) อย่างแน่นอน
และเมื่อถึงตอนนั้น กฎของโลกจะถีบส่งเขาไม่ให้เข้ามิติลับระดับ E นี้ได้อีกตลอดกาล
ดังนั้น การลงรอบสุดท้ายนี้ ต้องชัวร์ที่สุด ห้ามพลาดแม้แต่วินาทีเดียว
กิ้งก่ามังกรปีกคู่ ของเย่ฝานซิง คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ
ถึกทน ตายยาก ดาเมจใช้ได้
มันคือกระสอบทรายเกรดพรีเมียมที่จะช่วยประกันความเสี่ยงในระดับนรกแตกได้ดีที่สุด
นี่คือเหตุผลที่แท้จริงที่เขาให้ซูหลีเป็นคนเลือกคน… เพราะเขารู้อยู่แล้วว่ายังไงเธอก็ต้องเรียกเพื่อนสนิทมาแน่ๆ
สิบนาทีต่อมา ประตูมิติสั่นไหว
เย่ฝานซิงเดินนำทีมออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ความภาคภูมิใจฉายชัดในแววตา
เขาเพิ่งพาปาร์ตี้เคลียร์ระดับยากได้อีกรอบ!
แม้ความฝันที่จะติดอันดับบอร์ดระดับยากจะริบหรี่เพราะขาดซูหลีไป แต่เมื่อกี้เขาเพิ่งเช็คสถานะ…
กิ้งก่ามังกรปีกคู่ของเขา เลเวล 7 แล้ว!
เลเวล 7!
นี่คือสถิติสูงสุดของรุ่นพี่ปีที่แล้ว!
และตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนดันเจี้ยนปิด
เขามั่นใจว่าถ้าลงอีกรอบ ต่อให้ไม่จบ แต่แค่กวาดมอนสเตอร์รายทาง ก็น่าจะดันให้ถึงเลเวล 8 ได้!
ทำลายสถิติ!
แค่คิดถึงวินาทีที่ตัวเองก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของเมืองชิงหยวน เย่ฝานซิงก็รู้สึกฟินจนตัวลอย
ความเสียใจที่ซูหลีทิ้งทีมไปเมื่อกี้ หายวับไปกับตา
คอยดูเถอะซูหลี!
ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่า การทิ้งฉันไป คือความผิดพลาดที่สุดในชีวิตเธอ!
ข้า… เย่ฝานซิงผู้นี้ ชาตินี้ไม่ขอเป็นสองรองใคร!
เขายืนกำหมัดแน่น ทอดสายตาไปยังท้องฟ้าด้วยความมาดมั่น แสงแดดยามเย็นสาดส่องลงมากระทบชุดเกราะสีเขียวจนเปล่งประกาย
ทันใดนั้น…
ผัวะ!!!
ฝ่ามืออรหันต์ฟาดเข้าที่กบาลอย่างจังจนหน้าทิ่ม!
ความเท่ระเบิดและความฝันอันยิ่งใหญ่เมื่อครู่ แตกกระจายไม่มีชิ้นดี
เย่ฝานซิงสะดุ้งสุดตัว กำลังจะหันไปด่าว่าใครมันบังอาจ
แต่พอได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจนหลอนประสาท เขาก็หดคอลงทันที
เสี่ยวเย่! ยืนบื้อยิ้มอะไรอยู่คนเดียว ปากจะฉีกถึงรูหูแล้วนั่น!
รีบๆ กดออกปาร์ตี้ แล้วกดเข้าทีมฉันเดี๋ยวนี้! มีของดีรออยู่ เร็ว!
เย่ฝานซิงอ้าปากพะงาบๆ
คำว่า ทำไม จุกอยู่ที่คอหอย
แต่พอมือที่สองของซูหลีง้างขึ้นเตรียมจะซ้ำ เขาก็กลืนทุกคำถามลงท้องไปทันที
ภาพความทรงจำวัยเด็กที่โดนเจ้แกสั่งซ้ายหันขวาหัน มันฝังลึกอยู่ใน DNA
เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาด้วยความเร็วแสง
นิ้วจิ้ม [ออกจากปาร์ตี้]
กดยืนยัน
กดขอเข้าร่วมปาร์ตี้ซูหลี
ทุกขั้นตอนลื่นไหลราวกับซ้อมมาเป็นร้อยรอบ
ติ๊ง! [มีคำขอเข้าร่วมปาร์ตี้จาก: เย่ฝานซิง]
โม่หยิงเฉินที่นั่งหลับตาอยู่ ลืมตาขึ้นมากดรับทันที
การกระทำอันรวดเร็วของเย่ฝานซิง ทำเอาเพื่อนร่วมทีมเก่าอย่าง เซี่ยข่าย และคนอื่นๆ ถึงกับช็อกตาตั้ง
เฮ้ย! พี่เย่! ทำงี้ได้ไงวะ!
เซี่ยข่ายโวยวายเสียงหลง
ไหนตกลงกันว่าจะลงอีกรอบ จะเอาเลเวล 8 ทำลายสถิติไม่ใช่เหรอ
พี่ทิ้งพวกผมกลางทางแบบนี้ได้ไง!
ภูตสายฟ้าของเซี่ยข่ายเลเวลเท่ากับมังกรของเย่ฝานซิงพอดี ถ้าเย่ฝานซิงไป ทีมก็แตก สถิติก็จบเห่!
เย่ฝานซิงยืนอึกอัก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
จะให้บอกว่าไง
โทษทีว่ะเพื่อน พอดีเจ้ซูหลีสั่งมา ร่างกายมันขยับไปเอง
บอกไปแบบนั้นมีหวังโดนล้อไปยันลูกบวช เสียชื่อคุณชายเย่หมด
ซูหลีขมวดคิ้ว เดินมายืนบังหน้าเย่ฝานซิงไว้
สายตาคมกริบกวาดมองกลุ่มเพื่อนเก่า
พอได้แล้ว! เขามากับฉัน มีภารกิจสำคัญต้องทำ
พวกนายรีบไปหาคนใหม่ซะ อย่ามาเสียเวลาตรงนี้