ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 23 กล้าดียังไงมาด่าลูกพี่โม่ของฉันว่าขยะ
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 23 กล้าดียังไงมาด่าลูกพี่โม่ของฉันว่าขยะ
หลังจากสั่งการเสร็จ ซูหลีก็หันกลับไปหาเย่ฝานซิง ตั้งใจจะอธิบายแผนการล่าอันดับให้เพื่อนฟัง
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะอ้าปาก เสียงแหลมปรี๊ดด้วยความไม่พอใจก็ดังแทรกขึ้นมาก่อน
พี่ซูหลี! ทำแบบนี้ได้ยังไงคะ!
เซี่ยโยว ซึ่งยืนรออยู่หน้าดันเจี้ยนอย่างไร้จุดหมายหลังจากสัตว์อสูรตาย เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเต็มสองตา
พี่ฝานซิงเป็นกำลังหลักของทีมพี่ชายหนู พวกเขาเลเวลกำลังขึ้น จะทำลายสถิติปีที่แล้วอยู่รอมร่อ!
ทำไมพี่ถึงเห็นแก่ตัวแบบนี้ แค่จะเอาใจไอ้คนใช้สัตว์อสูรขยะๆ ตัวนั้น ถึงกับลากพี่ฝานซิงออกมากลางคันเลยเหรอ
พี่ไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่นบ้างเลยหรือไง!
คำว่าขยะทำให้แววตาของซูหลีเย็นเยียบลงทันที
เซี่ยโยวสะดุ้งเฮือกเมื่อสบตากับเธอ แต่ก็ยังฝืนทำใจดีสู้เสือ
ก็… ก็มันจริงนี่! ลิงศิลาขยะๆ แบบนั้น…
ยังพูดไม่ทันจบประโยค สายลมกรรโชกแรงก็พัดวูบผ่านหน้าทุกคน
เพียะ!
เสียงตบฉาดใหญ่ดังก้อง
ร่างของเซี่ยโยวลอยละลิ่วเหมือนว่าวสายป่านขาด ปลิวกระเด็นไปไกลหลายเมตร ก่อนจะกระแทกพื้นดังตุบ!
เธอตะเกียกตะกายลุกขึ้นมากุมแก้มที่บวมเป่ง ทันทีที่อ้าปาก ฟันซี่เล็กร่วงกราวออกมาสองซี่พร้อมเลือดสดๆ
ในตำแหน่งที่เธอเคยยืน… ตั๊กแตนเงาทมิฬ ของซูหลีกำลังยืนจ้องเขม็ง กรงเล็บคู่หน้ากางออกพร้อมสังหาร
ด่าฉัน ฉันไม่ว่า…
ซูหลีพูดเสียงเย็น แต่กล้าดียังไงมาด่าลูกพี่โม่ของฉันว่าขยะ
เมื่อกี้เห็นแก่หน้าเพื่อนสมัยเด็กของฉัน ฉันเลยแค่ตบสั่งสอน
ถ้ามีครั้งหน้า… ฉันเอาตายแน่!
คำว่าลูกพี่โม่ ดังชัดเจนเต็มสองหูทุกคน โดยเฉพาะเย่ฝานซิงที่ยืนตาค้าง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เซี่ยโยวตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัวผสมโกรธ อยากจะกรีดร้องด่าทอ แต่พอเจอสายตาอำมหิตของซูหลี เสียงก็จุกอยู่ที่คอหอย
เธอหันไปมอง เซี่ยข่าย พี่ชายแท้ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่เซี่ยข่ายกลับยืนหน้าซีดเผือด ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวไปช่วยน้องสาว
เร็ว… เร็วเกินไป!
เมื่อกี้ตั๊กแตนเงาทมิฬขยับตัว… เขาแทบมองไม่ทัน!
เห็นแค่เงาวูบเดียว น้องสาวเขาก็ลงไปนอนกองกับพื้นแล้ว!
เขาลองส่งจิตถาม ภูตสายฟ้า ของตัวเอง คำตอบที่ได้รับคือความหวาดกลัวระดับสั่นประสาท
ความเร็วระดับนี้… เซี่ยข่ายคิดในใจอย่างตื่นตระหนก
อย่างน้อยต้องเลเวล 20 ขึ้นไป! นี่มันเข้าสู่ระยะเติบโตแล้ว!
เลเวล 20
เป็นไปได้ยังไง เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเองนะ!
หรือว่า… เป็นเพราะไอ้คนชื่อโม่หยิงเฉินนั่น
เขามองดูชายหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่งๆ ที่ซูหลีเรียกว่าลูกพี่ด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง
ซูหลีไม่สนใจสองพี่น้องนั่นอีก เธอเดินไปกระชากแขนเย่ฝานซิงที่ยังยืนเอ๋ออยู่ ลากเขามายืนตรงหน้าโม่หยิงเฉิน
ลูกพี่โม่! ภารกิจสำเร็จ! ฉันหิ้วเจ้าเย่มาให้แล้ว!
รีบไปกันเถอะ เวลาเหลือน้อยแล้ว!
โม่หยิงเฉินพยักหน้า
อธิบายแผนให้เขาฟังซะ… เข้าไปแล้วเริ่มนับเวลาทันที ห้ามพลาด
ซูหลีตาลุกวาว
แค่คิดภาพตอนที่เย่ฝานซิงเห็นพลังที่แท้จริงของลูกพี่โม่ เธอก็แทบกลั้นขำไม่อยู่
โดนคนเดียวมันเหงา… ต้องมีเพื่อนมาร่วมช็อกด้วยกันถึงจะสนุก!
เธออยากเห็นสีหน้าคุณชายขี้เก็กตอนเจอกับของจริงว่าจะเหวอขนาดไหน
ซูหลีหันขวับมาหาเพื่อนรัก
ฟังให้ดีนะเสี่ยวเย่! น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหนือกว่าแบบแปลกๆ
รอบนี้… เราจะลง รังโคโบลด์ระดับนรกแตก
นะ… นรกแตก
เย่ฝานซิงแคะหูตัวเอง นึกว่าหูฝาด
สามคนเนี่ยนะ เลเวลเฉลี่ยไม่ถึงสิบ จะไปลงนรกแตก
บ้าไปแล้ว!
ซูหลีไม่สนใจสีหน้าตื่นๆ ของเขา สั่งการต่อทันที
กิ้งก่ามังกรของนายถึกทน แต่ช้ากว่าตั๊กแตนของฉันนิดหน่อย
เพราะงั้น… นายรับผิดชอบ ทางตรงกลาง
พอเข้าไปแล้ว ห้ามหยุด ห้ามสู้
สั่งให้มังกรของนายวิ่งหน้าตั้งให้ไวที่สุด ไปจนสุดทาง!
จำไว้… ห้ามตกหล่นแม้แต่ตัวเดียว
ลากมอนสเตอร์ทุกตัวในนั้น… ไปรวมกันที่ ห้องบอส ให้หมด!
อะ… อะไรนะ ลากไปห้องบอส
เย่ฝานซิงอ้าปากค้าง
หมดนั่นเลยเนี่ยนะ
ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง! ซูหลีดุเสียงเขียว
อย่าทำแผนแตกนะโว้ย! เวลาของลูกพี่โม่เป็นเงินเป็นทอง!
อะ… เออๆ รู้แล้วน่า!
เย่ฝานซิงพยักหน้าแบบงงๆ
ซูหลีหันไปทำท่า OK ให้โม่หยิงเฉิน
เรียบร้อยลูกพี่! ลุยโลด!
พูดจบเธอก็กระโดดเข้าประตูมิติไปก่อนใครเพื่อน
เธออดใจรอไม่ไหวที่จะเห็นชื่อตัวเองแปะหราอยู่บนบอร์ดอันดับหนึ่งเคียงคู่กับลูกพี่แล้ว!
[ปาร์ตี้ของท่านเลือกระดับความยาก: นรกแตก]
[กำลังสร้างพื้นที่…]
วูบ!
เย่ฝานซิงลืมตาขึ้นมาในถ้ำมืดสลัว กลิ่นอับชื้นและบรรยากาศกดดันถาโถมเข้าใส่
เสียงซูหลีตะโกนสั่งการดังลั่น
วิ่ง! เร็วเข้า!
ยังไม่ทันได้คิดอะไร ขาของเขาก็ขยับไปเองตามคำสั่งที่ฝังหัวมาตั้งแต่เด็ก
เขาวิ่งนำกิ้งก่ามังกรพุ่งตรงเข้าไปในอุโมงค์กลางตามแผน
วิ่งมาได้สักพัก สมองถึงเริ่มทำงาน
เดี๋ยวนะ…
นี่มันระดับนรกแตก!
แล้วให้กูวิ่งลากมอนทั้งดงไปหาบอส
นี่มันแผนฆ่าตัวตายชัดๆ!
แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า ซูหลีไม่มีทางพาเขามาตายเล่นๆ แน่ มันต้องมีอะไรสักอย่าง
เย่ฝานซิงกัดฟันกรอด
เอาวะ! ลองดูสักตั้ง!
ถ้าท่าไม่ดี… กิ้งก่ามังกรของข้าหนังหนาพอตัว น่าจะพาหนีทัน!
10 นาทีต่อมา
ณ โถงถ้ำขนาดมหึมา ที่พำนักของราชันย์โคโบลด์
เย่ฝานซิงยืนตัวแข็งทื่อ ปากอ้ากว้างจนแมลงวันบินเข้าไปวางไข่ได้
เขายืนนิ่งเหมือนรูปปั้น ท่ามกลางซากปรักหักพัง
เมื่อกี้… เขาเพิ่งลากฝูงโคโบลด์ระดับนรกแตกนับร้อยตัววิ่งหนีตายเข้ามาในห้องนี้
ในขณะเดียวกัน โม่หยิงเฉินและซูหลีก็ลากกองทัพมอนสเตอร์จากอีกสองทางเข้ามารวมกัน
สามทัพประสานงา… จำนวนมอนสเตอร์มหาศาลจนพื้นถ้ำแทบไม่มีที่ยืน
เขาคิดว่าจบเห่แน่
แต่แล้ว…
เจ้าลิงศิลาหน้าตาซื่อบื้อตัวนั้น… แค่ยกกระบองขึ้น… แล้วฟาดลงไปทีเดียว
ตูมมมมมม————!!!
แผ่นดินไหวระดับ 10 ริกเตอร์!
หูดับตาฟางไปชั่วขณะ
พอฝุ่นจาง…
หายเกลี้ยง!
กองทัพโคโบลด์นับร้อย… ราชันย์โคโบลด์ตัวเบ้อเริ่ม…
กลายเป็นฝุ่นไปหมดแล้ว!
นี่มันสกิลบ้าอะไรวะเนี่ย!
ลิงศิลาบ้านไหนมีสกิลล้างแมพแบบนี้
อย่าว่าแต่ Rank E เลย… Rank B จะทำได้ขนาดนี้หรือเปล่าเหอะ!
เย่ฝานซิงรีบเปิดหน้าต่างระบบเช็คดูอีกรอบด้วยมือสั่นเทา
[ระดับความยาก: นรกแตก]
ก็ถูกนี่หว่า… นรกแตกจริงๆ
แต่ทำไมมอนมันตายง่ายกว่าระดับทั่วไปอีกวะ
เขาหันขวับไปมองซูหลี หวังจะหาเพื่อนร่วมชะตากรรมที่กำลังช็อกเหมือนกัน
แต่สิ่งที่เห็นคือ…
ซูหลีกำลังเดินฮัมเพลง เก็บของดรอปตามพื้นอย่างชิลล์จัด ราวกับแม่บ้านมาจ่ายตลาด
เย่ฝานซิง: ………………
นี่กู… ฝันอยู่ใช่ไหม