ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 67 โม่หยิงเฉินเปิดกาชา... คนไม่เกี่ยวหลบไป
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 67 โม่หยิงเฉินเปิดกาชา... คนไม่เกี่ยวหลบไป
แก… ไปคัดเนื้อหาในตำราเรียนปีหนึ่ง หน้าที่สามร้อยสี่สิบเก้า มาส่งฉันหนึ่งร้อยจบ
อธิการบดีจวงเหว่ยชี้หน้าด่าเย่เฉิง น้ำลายแทบจะกระเด็นใส่หน้าอีกฝ่ายด้วยความโมโห
แล้วก็พวกเธอด้วย
เขาหันขวับกลับมา กวาดนิ้วชี้กราดไปทั่วฝูงชนที่ยังยืนอออยู่
จำใส่กะโหลกไว้ให้ดี อะไรที่ไม่รู้ ไม่แน่ใจ อย่าเสล่อไปกดใช้เอง
ให้ไปถามอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนทุกครั้ง
รู้ไหมว่าแค่การตัดสินใจโง่ ๆ ครั้งเดียว มันอาจจะทำให้เส้นทางผู้ฝึกสัตว์ของพวกเธอจบเห่ไปตลอดชีวิต
เหล่านักศึกษาต่างพากันหดคอหนีด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าปริปากเถียงแม้แต่ครึ่งคำ
เอาล่ะ หมดเรื่องแล้ว แยกย้ายกันไปได้แล้วไป อย่ามายืนมุงเป็นไทยมุง
จวงเหว่ยโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ
ฝูงชนเริ่มทยอยสลายตัว แต่ฝีเท้าของแต่ละคนกลับดูเชื่องช้า
ต่างพากันเหลียวหลังกลับมามอง ซุบซิบถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ไม่หยุดปาก
เย่เฉิงยืนหน้าซีดเผือด เดี๋ยวแดงเดี๋ยวขาว รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นตัวตลกกลางวงล้อม
เสี่ยวโม่… ไหน ๆ ก็เจอตัวแล้ว
จวงเหว่ยหันกลับมาหาโม่หยิงเฉิน สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อครู่ผ่อนคลายลง
ตามฉันไปที่ห้องทำงานหน่อย เรื่องอาจารย์ที่ปรึกษาตัวต่อตัวของเธอยังไม่ได้ข้อสรุป วันนี้จะได้จัดการให้เรียบร้อย
โม่หยิงเฉินพยักหน้ารับ แต่เท้ายังคงยืนปักหลักอยู่ที่เดิม
หือ? จวงเหว่ยเลิกคิ้วด้วยความสงสัย
โม่หยิงเฉินหันไปมองแท่นบูชาวิญญาณที่ว่างเปล่า
ท่านอธิการครับ… ผมมาที่นี่เพื่อทำธุระ ธุระของผมยังไม่เสร็จเลยครับ
น้ำเสียงของเขาเรียบง่าย แต่กลับทำให้ฝีเท้าของเหล่านักศึกษาที่กำลังจะเดินจากไปต้องหยุดชะงักลง
สายตาทุกคู่ตวัดกลับมาจดจ้องที่เขาเป็นตาเดียว
งั้น… รอผมสักครู่นะครับ ขอผมขึ้นไปสุ่มของให้เสร็จก่อน แล้วจะตามไป
พูดจบ โม่หยิงเฉินก็ก้าวเท้าเดินขึ้นไปบนแท่นบูชาอย่างช้า ๆ ท่ามกลางสายตาประชาชีที่จับจ้อง
รอมาตั้งนาน ในที่สุดก็ถึงตาเขาบ้างแล้ว
เย่เฉิงเห็นดังนั้น ความอับอายเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยาะ
เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ไอ้เด็กเส้นที่ทั้งผู้อำนวยการและอธิการบดีต่างพากันโอ๋คนนี้…
จะมีน้ำยาแค่ไหนเชียว
โม่หยิงเฉินยืนสงบนิ่งอยู่กลางแท่นบูชา จิตสำนึกดำดิ่งลงสู่ห้วงมิติเก็บของ
หินวิญญาณจำนวน 21 ก้อน
ทอแสงนวลตา สงบนิ่งรอคอยเวลาที่จะถูกใช้งาน
แม้จำนวนจะเทียบกับเย่เฉิงไม่ได้
แต่เขาเชื่อมั่นว่า… สิ่งที่เขาจะสุ่มได้
ต่อให้เย่เฉิงมีหินวิญญาณมากกว่านี้เป็นร้อยเท่า ก็ไม่มีวันสุ่มได้เหมือนเขาแน่นอน
เขาเงื้อมือขึ้น เตรียมจะเริ่มพิธีกรรม
เดี๋ยว
จู่ ๆ ผู้อาวุโสหวางก็โพล่งขึ้นมา สีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง
รบกวนอธิการบดีจวง…
ช่วยสั่งปิดพื้นที่รอบแท่นบูชานี้ทีเถอะ
การสุ่มของเจ้าหนูโม่… ไม่เหมาะที่จะให้คนอื่นเห็น
จวงเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสบตากับผู้อาวุโสหวาง
พลันนึกถึงรายงานเรื่องลิงหินกลุ่มดาวเต็มพิกัดขึ้นมาได้
หัวใจของเขากระตุกวูบ เข้าใจความหมายของผู้อาวุโสทันที
บรรยากาศรอบตัวของอธิการบดีเปลี่ยนไป แรงกดดันอันหนักหน่วงถูกปลดปล่อยออกมา
เขาตะโกนก้องเสียงดังกังวาน
ทุกคน ถอยออกไปให้ห่างจากรัศมีแท่นบูชาวิญญาณหนึ่งกิโลเมตรเดี๋ยวนี้
คืนนี้… พื้นที่นี้จะถูกปิดตาย
เสียงคำสั่งดังกึกก้องไปทั่วลานกว้าง ก่อให้เกิดความโกลาหลขนาดย่อม
เฮ้ย อะไรวะเนี่ย? ทำไมต้องไล่กันด้วย?
อุตส่าห์รอดูคนเปิดกาชา ทำไมต้องปิดพื้นที่?
ฉันเตรียมป๊อปคอร์นมาพร้อมแล้วนะเว้ย จะให้ดูแค่นี้เหรอ?
เหล่านักศึกษาต่างบ่นอุบ แต่ร่างกายกลับขยับถอยห่างออกไปตามสัญชาตญาณ
ภายใต้สายตากดดันของอธิการบดีจวง ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง
ทุกคนจำใจเดินลากขาออกจากพื้นที่ไปอย่างเสียดาย
เย่เฉิงเองก็ถูกพ่อบ้านประคองพาเดินปะปนไปกับฝูงชน สีหน้าของเขาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
ไอ้หมอนี่… มันมีดีอะไรนักหนา?
ตอนข้าใช้แท่นบูชา ใครจะดูก็ดูได้
แต่พอมันจะใช้… ถึงขั้นต้องไล่คนออกไปหมด ห้ามดูแม้แต่คนเดียว?
ความคิดนี้กัดกินใจเขา ความปิติที่ได้กลุ่มดาวเมื่อครู่มอดลงไปถนัดตา
ไม่นานนัก ลานกว้างก็เหลือเพียงจวงเหว่ย ผู้อาวุโสหวาง และโม่หยิงเฉินเพียงสามคน
แม้แต่สวีหงหยางและจางเผยฝู ก็โดนสายตาพิฆาตของจวงเหว่ยไล่ตะเพิดไปจนหมด
เมื่อปลอดคน ผู้อาวุโสหวางจึงลูบเคราแล้วหันมาพูดกับโม่หยิงเฉิน
เสี่ยวโม่… ตาแก่คนนี้ขอบังอาจเดาหน่อยเถอะ
พรสวรรค์ของเจ้า… คงจะเกี่ยวข้องกับแท่นบูชาวิญญาณนี้อย่างลึกซึ้งสินะ
โม่หยิงเฉินนิ่งเงียบ
การคาดเดาของผู้อาวุโสหวางไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด แต่ก็ใกล้เคียงจนน่าตกใจ
เจ้าในตอนนี้… ยังอ่อนแอเกินไป น้ำเสียงของผู้อาวุโสหวางแฝงไปด้วยความห่วงใย
คนมีของดีติดตัว มักจะมีภัยตามมา… เจ้าคงเข้าใจนะ
เรื่องลิงหินคราวก่อน ยังพอถูไถว่าเป็นเพราะดวงดีสุดขีดได้
แต่ถ้ามันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ… หากข่าวรั่วไหลออกไป มันจะไม่ใช่ผลดีกับเจ้าเลย
ถึงตอนนั้น… เจ้าจะไม่ใช่แค่นักเรียนอัจฉริยะ
แต่จะกลายเป็น…ขุมทรัพย์เดินได้ที่ผลิตทรัพยากรหายากออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
คำพูดของผู้อาวุโสหวางเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดสาดใส่หน้า
โม่หยิงเฉินรู้สึกหนาววาบไปถึงขั้วหัวใจ
เขาประมาทเกินไปจริง ๆ
มัวแต่โฟกัสเรื่องการหากลุ่มดาวเฉพาะตัว
ซึ่งกลุ่มดาวเป็นของใครของมัน คนอื่นแย่งไม่ได้
แต่เขาลืมคิดไปว่า… นอกจากกลุ่มดาวแล้ว
แท่นบูชาวิญญาณยังสุ่มได้วัตถุดิบวิวัฒนาการและคัมภีร์สกิลระดับสูงที่ประเมินค่าไม่ได้
รวมถึงทรัพยากรทั่วไปที่ล่อตาล่อใจทุกขุมกำลัง
หากความลับเรื่องโชคชะตาสัมบูรณ์ของเขาถูกเปิดเผย…
ถูกองค์กรมืดจับตัวไปขังไว้ใช้งานเป็นเครื่องผลิตไอเทม…
แค่คิด… ขนหลังก็ลุกชัน
มองดูสีหน้าเคร่งเครียดของผู้อาวุโสหวางและอธิการบดีจวง
โม่หยิงเฉินตระหนักได้ถึงเจตนาดีของทั้งสองท่าน
พวกเขา… กำลังปกป้องเขาอยู่
เขาสูดลมหายใจลึก โค้งคำนับทั้งสองท่านด้วยความเคารพจากใจจริง
ขอบคุณท่านอธิการ ขอบคุณผู้อาวุโสหวางที่ช่วยเตือนสติครับ
เป็นการขอบคุณที่ออกมาจากใจจริง
แต่ทว่า…
ความคิดแผลง ๆ อย่างหนึ่งกลับผุดขึ้นมาในหัว
ถ้าในอนาคตฉันเก่งขึ้น… เปิดธุรกิจรับจ้างเปิดกาชา ก็น่าสนนะ?
คนอื่นออกหิน ฉันเป็นคนกด แบ่งกัน 90:10
ฉันเอา 90
แค่นอนเฉย ๆ ทรัพยากรทั่วหล้าก็ไหลมาเทมา…
โม่หยิงเฉินรีบสะบัดหัวไล่ความคิดอันตราย นี้ออกไปก่อน
เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน...
ตอนนี้ต้องเปิดกาชาของตัวเองให้เสร็จ
ทันใดนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นมองผู้อาวุโสหวาง
ผู้อาวุโสครับ… ผมขอถามอะไรหน่อย
ถ้าสัตว์อสูรตัวที่สองของผม… หลังจากนี้มันแสดงพลังที่… เอ่อ… ไม่ธรรมดาออกมาอีก จะมีคนสงสัยไหมครับ?
ผู้อาวุโสหวางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
คำถามนี้… มันเท่ากับเป็นการยอมรับกลาย ๆ แล้วไม่ใช่หรือ?
ไม่อย่างนั้น เด็กปีหนึ่งที่เพิ่งทำสัญญาสัตว์อสูรตัวที่สองหมาด ๆ
จะเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าสัตว์อสูรของตัวเองจะเก่งกว่าชาวบ้าน?
มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว
เขามั่นใจว่า… วันนี้ สัตว์อสูรตัวที่สองของเขา จะต้องสุ่มได้กลุ่มดาวอย่างแน่นอน
นี่มัน… ชักจะน่ากลัวเกินไปแล้ว