ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 68 ใครเขาเคยเห็น... เปิดสิบครั้งได้สิบกลุ่มดาวกันบ้าง
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 68 ใครเขาเคยเห็น... เปิดสิบครั้งได้สิบกลุ่มดาวกันบ้าง
ผู้อาวุโสหวางและอธิการบดีจวงสบตากัน แววตาของทั้งคู่ฉายชัดถึงความตื่นตระหนกปนความคาดหวังที่ปิดไม่มิด
ความแข็งแกร่งน่ะ… มันอาจเกิดจากสัตว์อสูรกลายพันธุ์ หรือพรสวรรค์ของผู้ฝึกสัตว์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษก็ได้
ผู้อาวุโสหวางลูบเคราขาว พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมและจริงจัง
หรือยิ่งไปกว่านั้น… มันคือเครื่องพิสูจน์ถึงหลักสูตรการสอนอันยอดเยี่ยมของมหาวิทยาลัยเทียนอวิ๋นของเรา เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับโชคช่วยแต่อย่างใด
อธิการบดีจวงรับลูกทันควัน กระแอมไอเสียงดังแล้วรีบเสริม
ถูกต้องที่สุดครับท่านผู้อาวุโส ใครกล้านินทาว่าร้าย ก็เท่ากับดูหมิ่นแนวทางการศึกษาของเทียนอวิ๋นเรา
คำแก้ต่างที่ดูสวยหรูนี้ โม่หยิงเฉินฟังแล้วเข้าใจแจ่มแจ้งทันที
พวกเขากำลังปูทางให้เขา
สร้างข้ออ้างที่ดูเป็นทางการและไม่มีใครกล้าโต้แย้ง เพื่อปกปิดความผิดปกติของเขา
ชายหนุ่มประสานมือคารวะ ศิษย์เข้าใจแล้วครับ ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสหวาง ขอบพระคุณท่านอธิการบดี
เมื่อหมดห่วงเรื่องคนนอก เขาไม่รอช้าอีกต่อไป จิตสำนึกดำดิ่งสู่ห้วงมิติเก็บของ
สกิล [โชคชะตาสัมบูรณ์]… ทำงาน
สะบัดมือเพียงครั้งเดียว หินวิญญาณ 10 ก้อนก็ลอยละลิ่วลงสู่ช่องรับพลังงานของแท่นบูชาอย่างแม่นยำ
วูมมม—
เสาแสงสิบต้นพุ่งทะยานเสียดฟ้า ก่อตัวเป็นวังวนพลังงานมหาศาลที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า บิดเบือนบรรยากาศโดยรอบจนบิดเบี้ยว
แรงกดดันอันหนักหน่วงแผ่ซ่านออกมา ทำเอาสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งเทียนอวิ๋นถึงกับใจเต้นรัว
ทั้งสองจ้องมองปรากฏการณ์บนท้องฟ้าตาไม่กะพริบ
ท่านผู้อาวุโส… ท่านคิดว่าเจ้าหนูโม่ จะทำได้จริง ๆ เหรอ...
เสียงของจวงเหว่ยแห้งผาก คำพูดติดอยู่ในลำคอ
ผู้อาวุโสหวางยกมือขึ้นห้าม
จะได้หรือไม่… เดี๋ยวก็รู้
ข้าล่ะอยากจะเห็นนักเชียว ว่ามันจะ…
คำพูดยังไม่ทันจบปาก ขากรรไกรของชายชราก็ค้างเติ่ง
ปากอ้ากว้างจนเป็นรูปตัวโอ กลืนคำพูดที่เหลือลงคอไปจนหมด
เชี่ย…
บนท้องฟ้าเหนือแท่นบูชา การ์ดสิบใบค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นใจกลางพายุพลังงาน
พวกมันลอยนิ่งสงบ ทอแสงเจิดจ้า
ชีวิตนี้ หวางหงเฉียงผ่านการสุ่มกาชาแบบสิบครั้งรวดมานับไม่ถ้วน ทั้งของตัวเองและของลูกศิษย์
แต่ภาพที่เห็นตรงหน้า… สาบานได้ว่าเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น
ขาของจวงเหว่ยอ่อนยวบยาบจนต้องคว้าแขนผู้อาวุโสหวางไว้เป็นหลักยึด
พี่หวาง… ดูนั่น… เสียงของเขาสั่นเครือราวกับคนจับไข้ การ์ดพวกนั้น… มัน…
ประโยคขาดห้วง เพราะภาพความจริงมันกระแทกตาจนพูดไม่ออก
มือที่ลูบเคราของผู้อาวุโสหวางแข็งค้างอยู่กลางอากาศ ดึงหนวดตัวเองหลุดติดมือมาหลายเส้นโดยไม่รู้ตัว
ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
การ์ดทั้งสิบใบที่ลอยเด่นอยู่บนฟ้า…
ไม่มีใบไหนที่เป็นการ์ดทรัพยากรทั่วไปแม้แต่ใบเดียว
ทุกใบ… ล้วนเป็น การ์ดกลุ่มดาว
หกใบแรก...
ปรากฏภาพวาดของวานรยักษ์ที่กำลังคำรามก้องฟ้า ดวงตาสีทองลุกโชนด้วยไฟแห่งสงคราม กล้ามเนื้อทุกมัดอัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างที่ดิบเถื่อน
อีกสี่ใบที่เหลือ…
เป็นภาพของสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ ร่างกายซูบผอมสวมชุดผ้าเก่าคร่ำคร่า ในมือถือดาบยาวสนิมเขรอะ ยืนสงบนิ่งดุจรูปปั้นโบราณ แผ่กลิ่นอายแห่งความตายและความว่างเปล่าออกมา
จอมดาบมรณะ
สิบครั้ง… ได้กลุ่มดาวสิบอัน…
ในที่สุดผู้อาวุโสหวางก็เค้นเสียงออกมาได้ แต่มันเต็มไปด้วยความสะพรึงกลัว
พวกเขาก็พอจะเดาได้ว่าพรสวรรค์ของโม่หยิงเฉินต้องไม่ธรรมดา
แต่การเดากับการได้เห็นกับตา… มันคนละเรื่องกันเลย
ใครจะไปคิดว่าจะมีมนุษย์ที่เดินเข้ามาในแท่นบูชาวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ แล้วทำเหมือนเดินเข้าสวนหลังบ้านตัวเอง
อยากได้อะไรก็หยิบ อยากได้เท่าไหร่ก็เอา
ความจริงข้อนี้… มันหนักหนาเกินกว่าที่หัวใจคนแก่จะรับไหว
โม่หยิงเฉินมองปฏิกิริยาของทั้งสองคนแล้วยิ้มขำ
เขาโบกมือเก็บการ์ดทั้งสิบใบเข้ากระเป๋าอย่างสบายอารมณ์
จากนั้นก็หันไปมองหินวิญญาณอีก 11 ก้อนที่เหลือในกระเป๋า เตรียมจะจัดอีกชุด
เดี๋ยว หยุดก่อนเจ้าหนู
ผู้อาวุโสหวางสะดุ้งโหยง รีบพุ่งเข้าไปห้ามด้วยท่าทีตื่นตระหนก
โม่หยิงเฉินเอียงคอสงสัย ครับ?
อย่าเพิ่งกดสิบครั้ง
ชายชราชี้หน้าเขา นิ้วไม้สั่นระริก ของล้ำค่าที่สุดในแท่นบูชานี้คือกลุ่มดาว พรสวรรค์ของเจ้าน่ะ… มันโกงเกินไปแล้ว
เจ้าขาดกลุ่มดาวของจอมดาบมรณะอีกแค่ 2 อันใช่ไหม? งั้นกดเดี่ยวแค่ 2 ครั้งก็พอ
เก็บหินที่เหลือไว้ รอเจ้าทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่สาม แล้วค่อยมาเปิดหากลุ่มดาวใหม่ นั่นต่างหากคือการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด
โม่หยิงเฉินเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปาก
ขอบคุณที่เตือนครับท่านผู้อาวุโส ผมเข้าใจแล้ว
ปากรับคำ แต่การกระทำสวนทาง
เขาสะบัดมืออีกครั้ง…
หินวิญญาณ 10 ก้อน ลอยละลิ่วเข้าสู่แท่นบูชาหน้าตาเฉย
สิบครั้งรวด… อีกรอบ
คุ้มค่าที่สุด?
ไม่
คติประจำใจของโม่หยิงเฉินคือ… มีของต้องรีบใช้ ยิ่งใช้เร็วยิ่งเก่งเร็ว
หินวิญญาณพวกนี้ คนอื่นอาจจะมองว่าหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
แต่สำหรับเขา… มันก็แค่ของรางวัลจากการลงดันเจี้ยนหรือทำลายสถิติ
เดี๋ยวก็หาใหม่ได้ถมเถ
วูมมม—
เสาแสงเจิดจ้าพุ่งทะลุฟ้าเป็นคำรบสอง
…
เจ้าเด็กบ้านี่…
ผู้อาวุโสหวางอ้าปากค้าง คำด่าติดอยู่ที่ริมฝีปาก
สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจปนขบขัน
การ์ดสิบใบก่อตัวขึ้นกลางพายุพลังงานอีกครั้ง
คราวนี้ ผู้เฒ่าทั้งสองค่อยผ่อนคลายความเกร็งลงบ้าง
อย่างน้อย… ก็คงไม่มีปาฏิหาริย์สิบกลุ่มดาวโผล่มาให้หัวใจวายอีกรอบหรอกนะ
แสงสว่างจางลง เผยให้เห็นการ์ดสิบใบที่ลอยเด่น
สองใบแรก... คือการ์ดกลุ่มดาวจอมดาบมรณะตามคาด
เฮ้อ… จวงเหว่ยถอนหายใจยาวเหยียด
นับว่ายังอยู่ในขอบเขตที่พอรับได้
เจ้าหนูนี่คงเก็บกลุ่มดาวจนครบ แล้วที่เหลือก็คงเป็นทรัพยากรทั่วไป…
แต่ทันใดนั้น ความคิดของพวกเขาก็ต้องสะดุดหยุดลง
เมื่อการ์ดอีกแปดใบที่เหลือพลิกหน้าออกมา…
รอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งคู่แข็งค้างไปในบัดดล
การ์ดทั้งแปดใบนั้น… เปล่งประกายแสงสีรุ้งเจิดจรัส เหมือนกับก้อนหินที่เย่เฉิงเพิ่งจะอวดอ้างสรรพคุณไปหยก ๆ
หินวิวัฒนาการทักษะ
แปดก้อนรวด
เมื่อครู่ เย่เฉิงได้มาแค่ก้อนเดียวก็ดีใจจนเนื้อเต้น คนทั้งสนามฮือฮาแทบแตก
แต่นี่… ทรัพยากรระดับยุทธปัจจัยที่ว่าหายากแสนเข็ญ
กลับกองรวมกันอยู่ในมือโม่หยิงเฉินเหมือนผักกาดขาวลดราคาในตลาดสด
ตาแก่หวาง… หยิกฉันทีซิ… ฉันฝันไปใช่ไหม?
จวงเหว่ยพึมพำเสียงหลง
ผู้อาวุโสหวางหันมามองเพื่อนร่วมชะตากรรม
ทั้งสองสบตากัน สื่อสารความรู้สึกสิ้นหวังผ่านทางสายตา
ช่องว่างระหว่างคนกับคน… บางทีมันก็กว้างกว่าคนกับหมาเสียอีก
ส่วนโม่หยิงเฉินไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของคนแก่ทั้งสอง
เขาจ้องมองหินวิวัฒนาการทักษะทั้งแปดก้อนด้วยความสนใจ
พรสวรรค์โชคชะตาสัมบูรณ์ของเขาคือการบิดเบือนกฎความเป็นไปได้ ให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นสิ่งที่เขาต้องการที่สุดณ เวลานั้นเสมอ
แสดงว่าในสายตาของกฎแห่งโลก... สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่กลุ่มดาวเพิ่ม แต่เป็นเจ้านี่สินะ?
เขากวาดมือเก็บการ์ดทั้งหมดเข้ากระเป๋า แล้วเดินลงจากแท่นบูชาด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ