ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 78 นี่มันไม่ใช่การต่อสู้... แต่มันคือศิลปะ
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 78 นี่มันไม่ใช่การต่อสู้... แต่มันคือศิลปะ
โม่หยิงเฉินรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อครู่ ตอนที่อาจารย์หวงหมิงเริ่มบ่น เขาได้ใช้จิตสื่อสารส่งคำสั่งของอาจารย์ไปให้เคน(จอมดาบมรณะ) แบบคำต่อคำ
หวังว่าเจ้าสัตว์อสูรจอมหยิ่งยะโสตัวนี้จะยอมปรับปรุงตัวบ้าง
แต่คำตอบที่ได้รับกลับมา… ทำเอาเส้นเลือดข้างขมับเขาเต้นตุบ ๆ
อ่อนหัดเกินไป… ไร้สาระ
ประโยคสั้น ๆ ง่าย ๆ ได้ใจความ แต่มันทำให้โม่หยิงเฉินอยากจะกุมขมับแล้วเอาหัวโขกกำแพง
เฮ้ยพี่ชาย รู้ตัวบ้างไหมว่าตัวเองเลเวลเท่าไหร่?
ยอมรับว่าพี่มีสกิลโกงอย่าง [จ้าวแห่งศาสตรา] ที่เพิ่มดาเมจ 500%
แต่ไอ้เรื่องเทคนิคเนี่ย มันคนละเรื่องกันเลยนะเว้ย
โอกาสเรียนฟรีกับปรมาจารย์มาเสิร์ฟถึงที่ ดันมาทำตัวเป็นซูเปอร์สตาร์เรื่องมากซะงั้น?
ในขณะที่โม่หยิงเฉินกำลังปวดหัวตึ้บ สวีหงหยางก็เดินเข้ามาตบไหล่เขาเบา ๆ แล้วหันไปพูดแก้ต่างกับอาจารย์หวงหมิงที่กำลังหน้าตึง
อาจารย์ครับ นี่เพื่อนผมเอง โม่หยิงเฉิน ฝีมือไม่ธรรมดาหรอกครับ
แต่สัตว์อสูรของเขา… อาจจะมีนิสัยติสต์ไปหน่อย
สวีหงหยางพยายามเลือกใช้คำพูดที่ดูดีที่สุดเพื่อรักษาหน้าทั้งสองฝ่าย
เขานิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเสนอทางออก
เอาอย่างนี้ไหมครับอาจารย์… ให้วัชระสี่กรของผมลดระดับพลังลง แล้วลองประลองกับจอมดาบมรณะตัวนี้ดู
อาจารย์จะได้ชี้แนะผ่านการต่อสู้จริง น่าจะเห็นภาพชัดกว่า
เผ่าพันธุ์จอมดาบมรณะขึ้นชื่อเรื่องศักดิ์ศรี บางทีการสอนด้วยปากเปล่าอาจจะไม่เข้าหัว ต้องให้เจ็บตัวสักหน่อยถึงจะจำ
หวงหมิงปรายตามองสวีหงหยาง แล้วเบนสายตาไปที่รูปปั้นนักดาบจอมหยิ่งที่ยืนนิ่งเป็นเสาหิน
แม้ในใจจะยังหงุดหงิด แต่ข้อเสนอของศิษย์เอกก็มีเหตุผล และเป็นการหาทางลงสวย ๆ ให้เขาด้วย
เขาจึงพยักหน้าตกลง
ก็ได้ ลองดู
สวีหงหยางหันมาหาโม่หยิงเฉินทันที แววตาเป็นประกาย
ว่าไงเสี่ยวโม่? สนใจไหม?
โม่หยิงเฉินถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยักหน้าอย่างจำยอม
เอาสิ… รบกวนรุ่นพี่ด้วยนะ
ในเมื่อไอ้เจ้าเคนมันดื้อด้านนัก ก็ต้องให้เจอของจริงซะบ้าง
ถือโอกาสให้วัชระสี่กรของรุ่นพี่สวีช่วยสั่งสอนมารยาทและความอ่อนน้อมถ่อมตนให้มันหน่อย
จะได้รู้ว่าเหนือฟ้าย่อมมีฟ้า เลิกทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วสักที
ทั้งสองฝ่ายเดินเข้าประจำที่กลางเวทีประลอง
นักศึกษาคนอื่น ๆ ที่กำลังแยกย้ายกันฝึกซ้อม พอเห็นว่ามีคู่เอกจะเริ่มซัดกัน ก็รีบวางมือแล้วกรูกันเข้ามามุงดูด้วยความตื่นเต้น
การสาธิตเมื่อครู่ระหว่างอาจารย์กับรุ่นพี่ก็ว่าเจ๋งแล้ว
คราวนี้เป็นศึกระหว่างวัชระสี่กรระดับ C กับจอมดาบมรณะปริศนา… จะมันส์ขนาดไหน?
วัชระสี่กรของสวีหงหยาง ยืนตระหง่านด้วยท่าเตรียมพร้อมที่สมบูรณ์แบบตามตำราเป๊ะ ๆ
แขนทั้งสี่ข้างกระชับอาวุธสี่ชนิด… ดาบ กระบี่ หอก และค้อนยักษ์
แววตาดุดัน จ้องมองคู่ต่อสู้เขม็ง พร้อมระเบิดพลังสังหารได้ทุกเมื่อ
ตัดภาพมาที่อีกฝั่ง…
เคนยังคงยืนอยู่ในท่าเดิมเป๊ะ
สองมือกอดอกประคองดาบริวจินจักกะแนบกาย
ยืนตัวตรงทื่อ ขาชิด หลับตาพริ้ม ไม่แม้แต่จะปรายตามองคู่ต่อสู้ หรือเปลี่ยนมายืนในท่าเตรียมพร้อม
ดูผ่อนคลายและไร้การป้องกันจนน่าหงุดหงิด
หวงหมิงเห็นแล้วก็อดแค่นเสียงในลำคอไม่ได้
ดูไว้นะทุกคน นี่คือตัวอย่างที่ผิดมหันต์
เขาชี้ไปที่เคน เสียงดังฟังชัด
จอมดาบมรณะมีสกิลชักดาบ การไม่ชักดาบออกจากฝักอาจจะอ้างได้ว่าเป็นการรอจังหวะสวนกลับ… แต่ดูท่ายืนของมันสิ
ขาชิด ตัวตรง… นี่มันท่ายืนเคารพธงชาติ ไม่ใช่ท่าสู้
กล้ามเนื้อผ่อนคลายจนย้วย จุดศูนย์ถ่วงลอยสูงโด่ง ถ้าโดนชนนิดเดียวก็ล้มกลิ้งแล้ว
สรุปสั้น ๆ คือ… ตัวพรุนไปด้วยช่องโหว่
ผมกล้าฟันธงเลยว่า แค่วัชระสี่กรบุกชุดแรก จอมดาบมรณะจะเสียหลักล้มลงทันที อย่าว่าแต่ชักดาบสวนเลย แค่ยืนให้มั่นยังทำไม่ได้
ในขณะเดียวกัน หัวใจของสวีหงหยางกำลังเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
นี่คือโอกาสทอง
การได้ประลองกับโม่หยิงเฉิน… ถึงจะไม่ใช่กับเจ้าลิงนรกแตกตัวนั้น
แต่การวัดฝีมือผู้ฝึกสัตว์ คือการดูภาพรวมของทีม
ต่อให้ลิงตัวนั้นเก่งแค่ไหน แต่ถ้าตัวอื่นกาก ก็ถือว่าล้มเหลว
วัชระสี่กรของเขาได้รับการฟูมฟักมาอย่างดีเยี่ยมด้วยเส้นทางวิวัฒนาการระดับสูงจากท่านผู้อาวุโสหวาง
แถมยังมีสกิลโกงอย่าง [เชี่ยวชาญศาสตรา] ติดตัวมาอีก
ส่วนจอมดาบมรณะของโม่หยิงเฉิน…
ดูจากสภาพแล้ว… น่าสมเพชสิ้นดี
เขาเคยเห็นจอมดาบมรณะมาเยอะ แต่ไม่เคยเห็นตัวไหนยืนทื่อเป็นเป้านิ่งแบบนี้มาก่อน
ในที่สุด… วันนี้แหละที่ข้าจะชนะแกได้ เสี่ยวโม่
ถึงจะเป็นแค่การซ้อมก็เถอะ แต่ชัยชนะก็คือชัยชนะ
เมื่อความคิดตกผลึก แววตาของสวีหงหยางก็ลุกโชน
วัชระสี่กร… ลุย
สิ้นเสียงคำสั่ง วัชระสี่กรแสยะยิ้มเยาะ
คู่ต่อสู้กระจอกงอกง่อยพรรค์นี้… ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงใช้อาวุธครบมือหรอก
แขนสามข้างที่เหลือยังคงนิ่งสนิท
มันยกเพียงแขนที่ถือ ค้อนยักษ์ ขึ้นสูงเหนือหัว
แล้วฟาดลงมาเต็มแรง
วูบ—
เสียงค้อนแหวกอากาศดังสนั่นหวั่นไหว แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาที่ศีรษะของเคน
ดูให้ดีครับทุกคน หวงหมิงทำหน้าที่นักพากย์ข้างสนามอย่างเมามัน
จังหวะนี้แหละที่ท่ายืนผิด ๆ จะส่งผลร้ายแรง จุดศูนย์ถ่วงที่สูงเกินไป จะทำให้มันรับแรงปะทะไม่ได้ และจะ…
แม้แต่โอกาสยกดาบขึ้นมากันก็ยังไม่มีทาง…
เคร้ง—
เสียงโลหะกระทบกันดังก้องกังวานและแสบแก้วหู ตัดบทวิเคราะห์ของหวงหมิงให้ขาดสะบั้น
ทั้งห้องเรียนตกอยู่ในความเงียบงัน… เวลาเหมือนจะหยุดเดิน
ทุกคนยืนแข็งทื่อเป็นหิน ตาเบิกโพลงแทบถลน
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า คือดาบยาวรูปทรงโบราณในมือของจอมดาบมรณะ ที่ไม่รู้ว่าชักออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่
ปลายดาบอันคมกริบ… จ่ออยู่ที่ลูกกระเดือกของวัชระสี่กร
ห่างเพียงแค่กระดาษกั้น
ขอแค่ขยับปลายนิ้วอีกนิดเดียว… สัตว์อสูรระดับ C ผู้ยิ่งใหญ่ตัวนี้ ได้กลับไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในมิติสัตว์เลี้ยงแน่นอน
และที่พื้นข้างตัว…
ค้อนยักษ์ที่น่าเกรงขามเมื่อครู่ นอนกลิ้งโค่โล่ไร้สภาพ
เสียงเคร้งเมื่อกี้ ไม่ใช่เสียงปะทะ… แต่เป็นเสียงค้อนหลุดมือกระแทกพื้น
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก
เร็วเกินกว่าสายตาของนักศึกษาทั่วไปจะจับภาพทัน
สิ่งที่พวกเขาเห็นมีเพียง… ประกายแสงสีเงินวูบหนึ่ง
และวัชระสี่กรที่ยืนตัวแข็งทื่อ แขนข้างที่เคยถือค้อนสั่นระริกอย่างไร้เรี่ยวแรง
หวงหมิงอ้าปากค้าง
สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างหนักหน่วง สีหน้าเปลี่ยนจากผู้เชี่ยวชาญ เป็นงุนงง และกลายเป็นว่างเปล่า
ประโยควิเคราะห์เมื่อครู่ยังก้องอยู่ในหัว… แต่มันช่างขัดแย้งกับความเป็นจริงตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง
ความเงียบในห้องนั้นหนักอึ้งจนได้ยินเสียงลมหายใจ
ในบรรดาคนร้อยกว่าชีวิต... มีเพียงหวงหมิงคนเดียวที่มีระดับสูงพอจะมองเห็นความจริงที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น
มันไม่ใช่แค่การฟันดาบธรรมดา…
ภาพความทรงจำย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวสมองของเขา
ในวินาทีที่ค้อนยักษ์กำลังจะบดขยี้ศีรษะ
ร่างกายของจอมดาบมรณะไม่ได้เสียสมดุลอย่างที่เขาคาดการณ์
มันไม่ได้ขยับเท้าแม้แต่นิดเดียว… เพียงแค่บิดเอวเล็กน้อยอย่างนุ่มนวล หลบวิถีค้อนไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
มือขวาคว้าด้ามดาบ
ชักดาบออกจากฝักด้วยวิถีโค้งดุจพระจันทร์เสี้ยว… รวดเร็วและงดงาม
แต่แทนที่จะฟันสวนกลับไปตรง ๆ
มันกลับพลิกข้อมือ… ใช้สันดาบกระแทกเบา ๆ เข้าที่ข้อมือของวัชระสี่กรในจุดที่เป็นตายของการออกแรง
กึ๊ก
แค่การสะกิดเบา ๆ นั้น… ก็เพียงพอที่จะทำลายจังหวะและสลายแรงบีบของวัชระสี่กร จนค้อนหลุดมือกระเด็นไป
และนั่นเป็นแค่จุดเริ่มต้น
แรงส่งจากการกระแทกข้อมือ ไม่ได้สูญเปล่า
ดาบไหลลื่นไปตามแรงสะท้อน เปลี่ยนทิศทางขึ้น 30 องศาอย่างไร้รอยต่อ
พุ่งตรงเข้าสู่จุดตายที่คอหอยของศัตรู แล้วหยุดกึกนิ่งสนิท
ทุกท่วงท่าต่อเนื่อง ไหลลื่น เป็นธรรมชาติ และไร้ที่ติ
นี่มันไม่ใช่การต่อสู้แล้ว…
นี่มันคืองานศิลปะชัด ๆ
**แอดจะอัพให้ล่วงหน้านะครับ วันเสาร์ จะไม่ได้อัพนิยายครับผม