ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 79 มรดกแห่งเปลวเพลิง... ริวจินจักกะสอนเอง?
- Home
- ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล
- บทที่ 79 มรดกแห่งเปลวเพลิง... ริวจินจักกะสอนเอง?
นี่มัน… จอมดาบมรณะระดับ D จริง ๆ เหรอ?
อาจารย์หวงหมิงพึมพำออกมาอย่างเหม่อลอย แววตาเต็มไปด้วยความสับสน
เป็นไปไม่ได้…
เพียงแค่กระบวนท่าเมื่อครู่ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่ามันมีศักยภาพในการสังหารสัตว์อสูรระดับ C ได้อย่างง่ายดาย
และที่น่ากลัวที่สุดคือ ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้พึ่งพาค่าสถานะที่เหนือกว่า หรือสกิลระดับสูงแต่อย่างใด
แต่มันคือศิลปะการต่อสู้ที่บริสุทธิ์และถึงแก่นที่สุด
เมื่อครู่เขายังยืนปาฐกถาอยู่บนเวทีอย่างภาคภูมิใจว่าศิลปะการต่อสู้สามารถรีดเร้นพลัง 100 ให้กลายเป็น 200 ได้
แต่ภาพที่เห็นตรงหน้า… มันไม่ใช่แค่ 200 หรือ 300
แต่มันคือการเปลี่ยนเศษเหล็กไร้ค่า ให้กลายเป็นศาสตราเทพเจ้า
แม้ปากเขาจะพร่ำสอนนักศึกษาว่าเทคนิคสำคัญแค่ไหน
แต่ในใจลึก ๆ เขารู้ดีว่า เทคนิคมีไว้เพื่อลดช่องว่างหรือข่มคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกัน
แต่สิ่งที่จอมดาบมรณะตัวนี้ทำ… มันไม่ใช่การข่ม
แต่มันคือการข้ามรุ่นไปบดขยี้อย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่ ไม่จริง
เสียงตะโกนเกรี้ยวกราดทำลายความเงียบลง สวีหงหยางหันขวับกลับมาจ้องโม่หยิงเฉินเขม็ง แววตาแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้น
โม่หยิงเฉิน เมื่อกี้จอมดาบมรณะของนายใช้สกิลเพลงดาบชักสังหารใช่ไหม
เขาตะเบ็งเสียงดังลั่น ราวกับต้องการหาพวก หรือต้องการตอกย้ำความเชื่อของตัวเอง
นายอาจจะไม่รู้กฎ แต่การสาธิตในคลาสนี้ ห้ามใช้สกิลกดใช้ เด็ดขาด
มีเพียงคำอธิบายนี้เท่านั้นที่พอจะฟังขึ้น
และต้องเป็นคำอธิบายนี้เท่านั้นที่เขาจะยอมรับได้
สกิลเพลงดาบชักสังหารมีผลเพิ่มพลังโจมตีและความเร็วในการออกดาบมหาศาล
ถ้าหากมันแอบชาร์จพลังไว้เงียบ ๆ… บางที… บางทีอาจจะทำแบบเมื่อกี้ได้
เมื่อได้ยินข้อกล่าวหาของศิษย์เอก หวงหมิงอ้าปากจะแย้ง แต่สุดท้ายก็กลืนคำพูดลงคอไป
คนอื่นดูไม่ออก แต่ระดับเขาจะดูไม่ออกเชียวหรือ?
เพลงดาบชักสังหาร?
แก่นแท้ของสกิลนั้นอยู่ที่คำว่าสังหารเน้นความรุนแรง ดุดัน และพุ่งทะยานไปข้างหน้า
แต่ดาบเมื่อกี้… มันคือความผ่อนคลายที่แฝงไว้ด้วยการควบคุมขั้นสูงสุด
เบาหวิว พลิ้วไหว และแม่นยำดั่งจับวาง
สองสิ่งนี้มันคนละขั้วกันเลย เหมือนน้ำกับไฟ
ถ้าจอมดาบมรณะทุกตัวใช้สกิลชักดาบแล้วออกมาเป็นแบบนี้
ป่านนี้มันคงกลายเป็นสัตว์อสูรระดับ D ที่ราคาแพงที่สุดในโลก ตระกูลใหญ่คงแย่งกันหัวแตกไปแล้ว
แต่มองดูใบหน้าแดงก่ำที่เต็มไปด้วยทิฐิของสวีหงหยาง หวงหมิงก็ได้แต่ถอนหายใจและเลือกที่จะเงียบ
ช่างเถอะ… ให้ความจริงเป็นคนตบหน้าเขาก็แล้วกัน
…
สายตาของโม่หยิงเฉินละจากปลายดาบที่จ่อคอหอยคู่ต่อสู้ กลับมามองที่เคนสัตว์อสูรของตน
ยอมรับตามตรง... เขาเองก็งงเหมือนกัน
แต่ต่างจากคนดูรอบสนามที่ได้แต่เดามั่ว
ทันทีที่เห็นดาบนั้น โม่หยิงเฉินก็ส่งกระแสจิตถามเคนทันที
และคำตอบที่ได้รับกลับมา… แม้จะสั้นห้วนตามสไตล์ แต่มันทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมานอกอก
ทำได้ยังไง?
แค่แกว่งดาบ... ก็เข้าใจไปเอง
เข้าใจไปเอง?
แสงสว่างวาบขึ้นในสมองของโม่หยิงเฉิน
เขานึกถึงวิธีที่เคนผสานจิตวิญญาณเข้ากับดาบริวจินจักกะนั่นคือการแกว่งดาบซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อสร้างความสั่นพ้อง
หรือว่า…
ลมหายใจของเขาสะดุดกึก เขารีบถามย้ำ เป็นเพราะริวจินจักกะสอนแกงั้นเหรอ?
คราวนี้ คำตอบของเคนชัดเจนและยาวขึ้นกว่าเดิม
มันไม่ได้สอน... แต่มันมอบให้
ทุกครั้งที่ข้าแกว่งดาบ ความทรงจำและประสบการณ์ของผู้ที่เคยถือครองมัน จะไหลบ่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของข้า
ดวงตาของโม่หยิงเฉินเบิกกว้าง ประกายความตื่นเต้นลุกโชน
เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว
มรดกตกทอด
ดาบเล่มนี้… ริวจินจักกะ… ไม่ใช่แค่ศาสตราวุธระดับเทพ
แต่มันคือคลังความรู้ของยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเงคุนิหัวหน้าหน่วยพิทักษ์รุ่นที่ 1 ผู้แข็งแกร่งที่สุดในรอบพันปี
ทุกครั้งที่คมดาบกรีดผ่านอากาศ ทุกครั้งที่ความสั่นพ้องเพิ่มขึ้น
ทักษะการต่อสู้ระดับตำนาน ประสบการณ์จากสมรภูมินับพันครั้ง ตลอดชีวิตอันยาวนานกว่าสองพันปีของสัตว์ประหลาดเฒ่าผู้นั้น…
กำลังถูกถ่ายทอดลงสู่จิตวิญญาณของเคน
วิชาดาบ วิชาหมัดมวย ก้าวพริบตา วิถีมาร...
มิน่าล่ะ มิน่ามันถึงกล้าพูดว่าคำสอนของอาจารย์หวงหมิง อ่อนหัดเกินไป
ก็แหงล่ะสิ… เมื่อเทียบกับประสบการณ์สองพันปีของปู่ยามะ
เทคนิคของอาจารย์หวงหมิงก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กอนุบาลรำมวยจีนโชว์ผู้ใหญ่
ความปิติยินดีถาโถมเข้ามา แต่โม่หยิงเฉินก็รีบตั้งสติ ถามคำถามสำคัญต่อไปทันที
แล้วพวกวิถีมารหรือก้าวพริบตาล่ะ? แกเรียนรู้มาด้วยไหม?
สักพัก เคนก็ส่งกระแสจิตตอบกลับมา น้ำเสียงเจือความเสียดายเล็กน้อย
วิชาดาบ คือสิ่งที่มันได้รับมาสมบูรณ์และชัดเจนที่สุด
ส่วนการต่อสู้มือเปล่าและก้าวพริบตา… มันได้รับความทรงจำและหลักการมา
แต่เนื่องจากโครงสร้างร่างกายและกฎของโลกนี้แตกต่างกัน มันจึงไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ 100%
ทำได้เพียงนำมาประยุกต์ใช้เพื่อขัดเกลาการเคลื่อนไหวของตัวเองให้คมขึ้นเท่านั้น
ส่วนวิถีมาร...
เป็นไปไม่ได้เลย เพราะโลกนี้ไม่มีพลังงานที่เรียกว่าแรงดันวิญญาณ
ไม่มีเชื้อเพลิง ก็จุดไฟไม่ได้
โม่หยิงเฉินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เพียงเสี้ยววินาที ความผิดหวังนั้นก็ถูกปัดเป่าไป
ดวงตาของเขาลุกวาวอีกครั้ง
ใช้ไม่ได้… เพราะไม่มีแรงดันวิญญาณ?
นั่นไม่ใช่ทางตัน… แต่มันคือโจทย์ที่รอการแก้ไข
ถ้าหากเขาสามารถหาพลังงานทดแทน หรือหาไอเทมที่สร้างแรงดันวิญญาณให้กับเคนได้ล่ะ?
นั่นหมายความว่า เคนจะไม่ใช่แค่นักดาบที่ถือดาบฟันวิญญาณ
แต่มันจะกลายเป็นยมทูตที่แท้จริง
ผู้ครอบครองศาสตร์ทั้งสี่: ดาบ, มือเปล่า, ความเร็ว, และเวทมนตร์
การค้นพบนี้ยิ่งใหญ่กว่ารางวัลใด ๆ ที่เขาเคยได้
โม่หยิงเฉินเคยคิดว่า ผลปีศาจหรือดาบฟันวิญญาณ เป็นเพียงการมอบความสามารถพิเศษให้
แต่เขาคิดผิด… ผิดมหันต์
มันไม่ใช่แค่สกิล... แต่มันคือมรดกชีวิตของตำนาน
เป็นการส่งต่อความยิ่งใหญ่แบบไร้รอยต่อ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็รีบหันขวับไปหาเจ้าลิงยักษ์ต้าเซิ่งที่ยืนเกาพุงทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ข้าง ๆ
เขาตบไหล่มันป้าบใหญ่
แล้วแกล่ะ? แกกินผลสั่นสะเทือนไปตั้งนาน ไม่เห็นได้รับมรดกอะไรมาบ้างเลย?
ต้าเซิ่งเอียงคอทำหน้างง ขนคิ้วขมวดมุ่นเหมือนพยายามนึก
เกาหัวแกรก ๆ สักพัก ก็ส่งกระแสจิตตอบกลับมา
มรดก? เจ้านายหมายถึงไอ้ตาลุงบ้าพลังที่ในหัวเอาแต่หัวเราะกุลาลาลาลาแล้วชอบชกอากาศเล่นนั่นน่ะเหรอ?
โม่หยิงเฉินแทบหลุดขำ แต่ก็รีบพยักหน้า
ใช่ คนนั้นแหละ
หัวใจเขาเต้นแรง… หนวดขาว ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
อ๋อ… ข้าก็ได้รับมาเหมือนกัน
ต้าเซิ่งยักไหล่
แต่ตาลุงนั่นดูจะไม่ค่อยมีเทคนิคอะไรซับซ้อนเลย ใช้พลังสั่นสะเทือนแบบทื่อ ๆ เหมือนเกิดมาก็ใช้เป็นเลย ต่อยเปรี้ยงเดียวจบ ไม่เห็นมีอะไรให้เรียน
น้ำเสียงของเจ้าลิงเจือแววเหยียดหยามเล็กน้อยตามประสาจอมยุทธ์
แต่ว่า… มีไอ้สิ่งที่เรียกว่าฮาคิเนี่ยแหละ ที่ในหัวตาลุงนั่นมีเยอะมาก แล้วเขาก็ยัดเยียดมันเข้ามาในสมองข้าเต็มไปหมด
มันส่ายหน้าดิก ทำท่าทางหงุดหงิด
แต่ข้าใช้ไม่เป็น โลกนี้มันไม่มีพลังงานแบบนั้นให้ดึงมาใช้น่ะสิ
**แอดจะอัพให้ล่วงหน้านะครับ วันเสาร์ จะไม่ได้อัพนิยายครับผม