ระบบฝึกสัตว์: ตำนานราชาวานรข้ามจักรวาล - บทที่ 80 วัชระสี่กรผู้สงสัยในชีวิต
มุมปากของโม่หยิงเฉินกระตุกเล็กน้อย
สรุปว่าต้าเซิ่งก็ได้รับมรดกมาเหมือนกัน แต่ถ้าไม่ถาม มันก็ไม่คิดจะบอก
และดูเหมือนว่าพลังสั่นสะเทือนของหนวดขาวนั้นจะเป็นพรสวรรค์ติดตัวโดยกำเนิด ไม่ใช่เทคนิคที่ซับซ้อนอะไร
ดังนั้น ต้าเซิ่งจึงไม่ได้รับประสบการณ์การต่อสู้ที่เป็นรูปธรรมมาเท่าไหร่นัก
กลับกลายเป็นว่าได้ทฤษฎีฮาคิมาเต็มหัว
สถานการณ์นี้คล้ายคลึงกับเคนอย่างกับแกะ
ทั้งคู่ต่างครอบครองขุมทรัพย์มหาศาล แต่กลับติดเงื่อนไขของกฎเกณฑ์โลกใบนี้ ทำให้ขุดออกมาใช้ไม่ได้
แต่โม่หยิงเฉินไม่ได้รู้สึกท้อแท้แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ไฟแห่งความทะเยอทะยานกลับลุกโชนขึ้นในใจ
ตอนนี้ใช้ไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าอนาคตจะใช้ไม่ได้
กฎของโลกอาจผูกมัดคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่กับเขา
แรงดันวิญญาณ… ฮาคิ…
เขาจะหาทางเอามาใช้ให้หมด
เมื่อจัดการความคิดในหัวเสร็จสิ้น เขาปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย หันไปมองสวีหงหยางที่กำลังสติแตกอยู่
เพลงดาบชักสังหาร? โม่หยิงเฉินทวนคำถามช้า ๆ
รุ่นพี่… พี่มั่นใจเหรอครับว่าที่เห็นเมื่อกี้คือเพลงดาบชักสังหาร?
สวีหงหยางหน้าแดงก่ำ เส้นเลือดที่คอปูดโปนด้วยความดื้อดึง
ถ้าไม่ใช่แล้วมันจะเป็นอะไร ไม่อย่างนั้นมันจะเร็วขนาดนั้นได้ยังไง
ได้ครับ โม่หยิงเฉินพยักหน้า มุมปากยกยิ้มจาง ๆ
งั้นเรามาลองกันอีกสักรอบ แต่ครั้งนี้… รุ่นพี่ไม่ต้องยั้งมือให้วัชระสี่กรแล้วนะครับ
ใส่ให้เต็มที่… เอาให้สุดแรงไปเลย
การประลองรอบที่สองเปิดฉากขึ้น
คราวนี้ สวีหงหยางเหมือนต้องการพิสูจน์ความเชื่อของตัวเอง เขาตะโกนสั่งการด้วยดวงตาที่แดงฉาน
วัชระสี่กร [ระบำพายุคลั่ง]
ได้รับคำสั่งปลดล็อกพันธนาการ แววตาของวัชระสี่กรก็ลุกวาวด้วยความดุร้าย แขนทั้งสี่ข้างระเบิดพลังออกมาเต็มพิกัด
ดาบ กระบี่ หอก ค้อน... อาวุธทั้งสี่ชิ้นแหวกว่ายไปในอากาศจนเกิดภาพติดตา
ก่อตัวเป็นพายุโลหะที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ถาโถมเข้าใส่จอมดาบมรณะราวกับจะบดขยี้ให้แหลกเป็นผุยผง
ความรุนแรงของพายุคมอาวุธ ทำให้นักศึกษาที่มุงดูอยู่รอบสนามเผลอก้าวถอยหลังด้วยความหวาดเสียว
ทว่า… ใจกลางพายุนั้น
เคนยังคงยืนนิ่ง เท้าทั้งสองข้างไม่ขยับออกจากจุดเดิมแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
มือขวากุมด้ามดาบ มือซ้ายวางพาดเบา ๆ บนฝักดาบ
ติ๊ง
เสียงใสกระจ่างดังขึ้น เมื่อปลายฝักดาบถูกยกขึ้นมาสะกิดปลายหอกของวัชระสี่กรเบา ๆ เพียงนิดเดียว วิถีของหอกก็เบี่ยงออกไปทันที
ผัวะ
สันฝักดาบกระแทกเข้าด้านข้างของค้อนยักษ์ ถ่ายเทพลังมหาศาลของค้อนให้จมหายไปในอากาศว่างเปล่าราวกับโคลนดูด
ในวินาทีเดียวกัน ข้อมือขวาของเคนขยับเล็กน้อย ใช้ด้ามดาบกระแทกเสยขึ้นไปโดนด้านข้างของใบดาบศัตรู ปัดป้องการโจมตีออกไปอย่างง่ายดาย
และอาวุธชิ้นสุดท้าย… กระบี่ยาว
ถูกนิ้วชี้และนิ้วกลางของมือซ้ายที่ว่างอยู่… คีบ เอาไว้ที่ปลายกระบี่อย่างแม่นยำ
การระดมโจมตีสุดกำลังของสัตว์อสูรระดับ C สี่แขนสี่อาวุธ
ถูกหยุดยั้งและสลายทิ้งไปอย่างหมดจด ด้วยท่วงท่าที่ดูเหมือนกำลังเดินชมสวนดอกไม้
และที่สำคัญที่สุด…ริวจินจักกะยังไม่ได้ถูกชักออกจากฝักเลยด้วยซ้ำ
เชี่ย…
นี่มัน… ทำได้ยังไงวะ?
ดาบยังไม่ออกจากฝักเลยนะนั่น
ตอนสู้กับออร์ค วัชระสี่กรยังพอตอบโต้ได้บ้าง
แต่พอมาเจอจอมดาบมรณะตัวนี้… ทำไมกลายเป็นเหมือนเด็กสามขวบหัดถือของเล่นไปได้?
นี่มันเทคนิคจริงเหรอ? ทำไมฉันรู้สึกเหมือนกำลังดูมายากล...
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์
เคนคลายนิ้วที่คีบปลายกระบี่ออกเล็กน้อย ก่อนจะดีดนิ้วใส่เบา ๆ
วูม—
กระบี่ในมือของวัชระสี่กรส่งเสียงกรีดร้อง
แรงดีดเพียงเล็กน้อยนั้นกลับส่งคลื่นกระแทกจนวัชระสี่กรรับมือไม่ไหว กระบี่หลุดมือปลิวละลิ่ว
หมุนติ้วกลางอากาศไปปักคาอยู่บนผนังห้องเรียนที่อยู่ไกลออกไป
สวีหงหยางยืนตะลึงงัน อ้าปากพะงาบ ๆ เหมือนปลาขาดน้ำ แต่ไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมา
ไฟแห่งการต่อสู้และความไม่ยอมรับความจริงในแววตา มอดดับลงจนเหลือเพียงความว่างเปล่า
ในตอนนั้นเอง อาจารย์หวงหมิงที่ยืนเงียบมาตลอด ก็กระแอมเบา ๆ
อะแฮ่ม
เขาเดินเข้ามาที่ขอบสนาม สายตาจ้องมองไปยังจอมดาบมรณะที่ยืนสงบนิ่งด้วยความรู้สึกซับซ้อน
น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาและล่องลอยราวกับคนละเมอ
นักศึกษาโม่… ครูเข้าใจเธอผิดไปแล้ว
เมื่อกี้ครูบอกว่าท่ายืนของมันหละหลวม เต็มไปด้วยช่องโหว่
ครูผิดเอง… ผิดมหันต์
เขาชี้ไปที่เคน แต่หันมาพูดสอนนักศึกษาทุกคน รวมถึงสอนตัวเองด้วย
พวกเธอดูสิ… ท่ายืนที่ดูสบาย ๆ นั่น แท้จริงแล้วคือการคืนสู่สามัญ
เมื่อก้าวถึงจุดนี้ ท่าทาง รูปแบบ หรือทฤษฎีจุดศูนย์ถ่วงอะไรนั่น… ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
เพราะตัวของมันเอง คือศูนย์กลาง จักรวาลหมุนรอบตัวมัน ดูเหมือนมีช่องโหว่ แต่แท้จริงแล้วไร้ช่องโหว่…ฟ้าคนรวมเป็นหนึ่ง
ครู… และออร์คนักดาบใหญ่ของครู… ไม่มีคุณสมบัติพอจะสอนมันหรอก
สิ้นเสียงของหวงหมิง
ตุบ—
เสียงหนัก ๆ ดังขึ้นข้างกายเขา
ออร์คนักดาบใหญ่ที่ยืนดูการต่อสู้มาตลอด จู่ ๆ ก็คุกเข่าลงข้างหนึ่ง
ก้มศีรษะอันหยิ่งทะนงลงต่ำ คารวะไปยังทิศทางของจอมดาบมรณะด้วยความศรัทธา
หวงหมิงสูดหายใจลึก เมื่อเห็นปฏิกิริยาของสัตว์อสูรคู่กาย เขาก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่ทำให้นักศึกษาทั้งห้องต้องช็อกตาตั้ง
เขาหันไปหาโม่หยิงเฉิน ประสานมือคารวะ แล้วก้มหัวลงต่ำ
นักศึกษาโม่… ไม่สิ อาจารย์โม่
ผู้รู้จริงย่อมเป็นครู
ผม และออร์คนักดาบใหญ่… อยากจะขอฝากตัวเป็นศิษย์ของจอมดาบมรณะตนนี้
น้ำเสียงของชายวัยกลางคนสั่นเครือด้วยความตื่นเต้นและจริงใจ
ได้โปรด… ไม่สิ ได้โปรดให้ท่านจอมดาบ… ช่วยชี้แนะพวกเราเรื่องวิถีแห่งดาบด้วยเถิดครับ
ในที่สุด คาบเรียนอันยาวนานและวุ่นวายก็จบลง
โม่หยิงเฉินต้องใช้เวลาอยู่นาน ทั้งปลอบทั้งสัญญา
รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าถ้ามีโอกาสจะให้เคนมา แลกเปลี่ยนวิชา ด้วย
อาจารย์หวงหมิงถึงจะยอมปล่อยตัวเขาไป
ก่อนจากกัน สายตาที่อาจารย์วัยห้าสิบกว่ามองเคนนั้น หวานเชื่อมราวกับกำลังมองรักแรกพบ
ปากก็พึมพำคำว่า คืนสู่สามัญ ฟ้าคนรวมเป็นหนึ่ง ไม่หยุดปาก
เล่นเอาโม่หยิงเฉินขนลุกซู่ รีบพาลูกทีมชิ่งหนีทันที
นักศึกษาคนอื่น ๆ ก็ทยอยเดินออกจากห้อง
แต่ละคนมีสีหน้าเหม่อลอย เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เพราะโลกทัศน์เพิ่งถูกทุบทำลายและสร้างใหม่ภายในคาบเดียว
ภายในห้องเรียนที่ว่างเปล่า เหลือเพียงหนึ่งคนและหนึ่งตัวที่มุมห้อง
สวีหงหยางกำลังนั่งยอง ๆ ปรับทุกข์กับวัชระสี่กรของเขา
เจ้าสัตว์อสูรระดับ C ที่เคยองอาจน่าเกรงขาม ตอนนี้กำลังนั่งกอดเข่าคุดคู้ ใช้แขนทั้งสี่ข้างกอดตัวเองแน่น
หัวโลหะมุดลงไปซุกที่อก สภาพจิตใจเข้าขั้นวิกฤต
เสี่ยวจิน... อย่าเป็นแบบนี้สิ เข้มแข็งหน่อยลูก
นี่มันก็แค่คลื่นลูกเล็ก ๆ ในชีวิตสัตว์อสูรเท่านั้นเอง
ไม่เอาน่า… ไม่จำเป็นต้องคิดมาก
ก็แค่โดนตบยับเยิน… มันเรื่องปกติ จำตอนก่อนวิวัฒนาการที่โดนไอ้ลิงนั่นไล่ทุบไม่ได้เหรอ?
ไอ้โม่หยิงเฉินมันไม่ใช่คนปกติ สัตว์อสูรของมันจะปกติได้ยังไง?
ดูสิ ทั้งลิง ทั้งดาบ... นี่มันซุ้มโจรวิปริตชัด ๆ
พวกเรามันแค่สัตว์อสูรปกติ อย่าเอาตัวเองไปเทียบกับพวกตัวประหลาดพวกนั้นเลย… อย่าไปถือสาพวกมัน…
สวีหงหยางลูบหลังวัชระสี่กรป้อย ๆ พร่ำบ่นด้วยน้ำเสียงปลงตก
ไม่รู้ว่ากำลังปลอบใจสัตว์อสูร หรือกำลังสะกดจิตตัวเองกันแน่
โม่หยิงเฉินส่ายหน้ายิ้ม ๆ ไม่เข้าไปรบกวนเวลาทำใจของหนึ่งคนหนึ่งอสูรคู่นั้น
เขาเดินฮัมเพลงเบา ๆ มุ่งหน้ากลับวิลล่า
อารมณ์วันนี้ดีเป็นพิเศษ
ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ไม่คาดคิด
เดิมทีเขาคิดว่าเคนจะต้องใช้เวลาขัดเกลาฝีมืออีกนาน
แต่ตอนนี้…
ขัดเกลา? ขัดเกลาบ้าบออะไรกัน
ระดับนี้ยังต้องฝึกอะไรอีก?
แค่ย่อยสลายและดูดซับมรดกความทรงจำให้สมบูรณ์ก็พอแล้ว
ในโลกใบนี้ ถ้าพูดถึงวิชาดาบ... จะมีใครหน้าไหนเทียบชั้นกับปู่ยามะได้อีก?
**แอดจะอัพให้ล่วงหน้านะครับ วันเสาร์ จะไม่ได้อัพนิยายครับผม