ระบบพี่เลี้ยงอสูรขั้นเทพ (神宠进c化系统) - ตอนที่ 575 : เรื่องบังเอิญ
ตอนที่ 575 : เรื่องบังเอิญ
หลังจากที่กินมื้อเช้าเสร็จแล้ว หวังเย่าก็ได้เข้าไปในห้องเสื้อผ้า มันมีเสื้อผ้าอยู่เต็มไปหมด แต่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นชุดของแฟนธอมทั้งหมด
“ ไอ้บ้านี่มีเสื้อผ้าเยอะขนาดนี้เลยหรือ ? ” นี่เป็นห้องแต่งตัวของเขา แต่กลับโดนยึดเป็นห้องส่วนรวมไปเสียได้ !
แต่…ไอ้บ้านี่ไร้รสนิยมจริง ๆ เขาซื้อชุดแบบเดียวกันเป็นร้อย ๆ ชุด นี่ไม่คิดจะเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวเลยรึไง
หวังเย่าได้แต่ส่ายหน้า แต่เอไนน์กลับพูดแทรกขึ้นมาว่า “นายท่าน เขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้นหรอก ที่เขาซื้อชุดแบบเดียวกันมาเป็นร้อยชุดก็เพราะถ้าเปื้อนก็โยนทิ้งไป …”
“อย่ามาเข้าข้างเขาหน่อยเลย เพราะเธอชอบแฟนธอมยังไงละ ไม่คิดเลยหรือว่ามันแปลกเกินไป”
“หือ…”
“แต่ฉันล่ะสงสารเธอจริง ๆ หลังจากนี้…แค่ก แค่ก”
“หือ”
“ไม่มีอะไร !”
หวังเย่าใส่เสื้อแขนสั้นสีแดงและกางเกงขาสั้นก่อนจะเดินออกไป
เอไนน์ ได้แต่ส่ายหน้า “เสื้อผ้าของนายท่านก็ไม่ได้ดีไปกว่าแฟนธอมเลย”
“เอไนน์ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเธอคิดอะไรอยู่ ตอนนี้เธอคิดอะไรน่ะ ฉันรู้ทั้งหมดแหละ”
“อ๊า…” เอไนน์ร้องออกมาด้วยความแปลกใจ
“หึหึ” หวังเย่ายิ้มออกมา เมื่อเอไนน์มาอยู่ในตัวเขา เอไนน์ก็ไม่มีความเป็นส่วนตัวอีกต่อไป
หวังเย่าได้สตาร์ทรถของแฟนธอมก่อนจะขับออกไป
“ฉันแต่งตัวแบบนี้ก็เพื่อให้คนอื่น ๆ มองว่าฉันไม่มีเงิน ถ้าฉันแต่งตัวดีเกินไป คนอื่นๆก็จะคิดว่าฉันเป็นพวกที่หลอกได้ง่าย เธอเข้าใจสินะ ? ”
รถได้ขับออกมาจากบ้าน ไม่นานเขาก็มาถึงลานจอดดรถของสำนักฉลามดำ
เมื่อจอดรถแล้ว หวังเย่าก็ได้ขึ้นลิฟต์ เขาได้ใส่หน้ากากก่อนและไปยังชั้นบนสุด
ตอนนี้ฝ่ายต่อต้านที่กำลังกุมอำนาจอยู่ได้ให้ทางช่องต่าง ๆ ฉายภาพของฮีโร่พวกเขาตลอด 36 ชั่วโมงเพื่อที่จะสร้างความเชื่อให้กับผู้คน ก่อนที่สุดท้ายผู้คนจะหมดศรัทธาในเผ่าจิ้งจอก
ไม่ว่าหวังเย่าจะไปที่ไหนก็มีแต่คนจำได้ มันทำให้การใช้ชีวิตของเขาไม่สะดวกเท่าไหร่นัก หากไม่ได้ใส่หน้ากาก เขาคงไม่คิดจะออกจากบ้านไปไหนเป็นอันขาด
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกมา มันก็มีคนสองคนปรากฏขึ้นมาตรงหน้าเขา
“เสื้อแขนสั้น, กางเกงขาสั้น, รองเท้าแตะ เป็นเขาจริง ๆ หรือ ? ”
“ไม่ผิดหรอก ! ”
ชายสองคนเดินเข้ามาถามทันที “ใช่น้องเย่ารึเปล่า ? ”
เมื่อเห็นทั้งสองทักทายเขา หวังเย่าก็ถึงกับตะลึง “หือ ? ฉันเปิดเผยตัวตอนไหนกัน ? ”
หวังเย่าพยักหน้าตอบรับ “ใช่ ”
“เรารอคุณอยู่นานแล้ว เชิญ”
หวังเย่ามองไปที่ทั้งสองด้วยความแปลกใจและพูดขึ้น “ ฉันไม่ได้ใช้ชื่อจริงลงทะเบียนสักหน่อย สำนักนี้ไม่น่าจะรู้ว่าฉันเป็นใคร ปกติตามนิสัยของครูผู้สอนแล้วเขาจะให้นักเรียนเข้าหาเขาเองไม่ใช่รึไง เขาคงไม่น่าจะให้ใครมาสืบข้อมูลของนักเรียนไม่ใช่รึ ? รึว่าที่ลานจอดรถมีคนเห็นฉันแล้ว ? ”
หวังเย่าไม่ได้คิดอะไรมากและเดินตามชายวัยกลางคนคนนั้นไป
ที่ห้องฝึกพิเศษของสำนักฉลามดำ
ชายกำยำตัวสูงเกือบ 3 เมตรหนักอย่างน้อย 500 ปอนด์ได้โผล่มาตรงหน้าเขา
ในมือของอีกฝ่ายมีพวกอุปกรณ์ยกน้ำหนักที่เขาถือราวกับเป็นของเล่น มืออีกข้างของเขาไขว้เอาไว้ที่ด้านหลังพร้อมกับที่เขาเดินไปเดินมา
“นายมั่นใจรึว่าคนที่นายหามาน่ะแข็งแกร่ง ? ” ชายกำยำถามขึ้นมา
ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังได้พูดขึ้นมา “หัวหน้าสบายใจได้ เขาเอาชนะนักสู้ที่โด่งดังในตลาดมืดได้ และเขายังไม่เคยแพ้ใคร”
“ถ้าเขาแข็งแกร่งแบบที่นายบอก เขาคงไม่พูดเรื่องเงินหรอก สุดท้ายเขาก็แค่พวกที่คอยหาแต่ผลกำไร”
“หึหึ นักสู้ของตลาดมืดน่ะไม่ธรรมดาหรอก ผมว่าการที่เป็นแบบนั้นก็เป็นเรื่องปกติ”
ฟรืบ !
เมื่อประตูห้องฝึกถูกเปิดออก หวังเย่าที่ใส่หน้ากากก็ได้เดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าชายกำยำ
เขามองไปที่อีกฝ่ายและพยักหน้า ก่อนจะแอบคิดในใจ “แค่ร่างกายอย่างเดียวก็ถือว่าเป็น 10 อันดับแรกของเหมืองได้แล้ว แต่…เจ้าสำนักของสำนักฉลามดำคิดอะไร ? ทำไมต้องพาฉันมาที่ห้องนี้ด้วย หรือว่าต้องการทดสอบร่างกายก่อน ? ”
ชายกำยำโยนดัมเบลลงไปที่พื้นก่อนจะหันกลับไปหาหวังเย่าแล้วพูดขึ้นด้วยท่าทีไม่พอใจ “ ฉันได้ยินมากว่านายแข็งแกร่ง ฉันไม่รู้ว่ามันจริงรึเปล่า”
หวังเย่ายิ้มออกมา “ดูจากร่างกายคุณแล้วก็ถือว่าแข็งแกร่งดี แต่บอกไว้เลยว่าคุณอาจจะเอาชนะผมไม่ได้”
ชายกำยำพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก “เด็กน้อย นายคงบ้าไปแล้ว พวกที่พูดกับฉันแบบนี้ยังนอนอยู่ในโรงพยาบาลอยู่เลย พวกนั้นยังไม่ฟื้นด้วยซ้ำ นายอย่ามาขอให้ฉันยั้งมือก็แล้วกัน ! ”
หวังเย่าเกาหัว นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เขาลงทะเบียนเพื่อมาเรียนไม่ใช่เพื่อมาสู้กับใคร
เมื่อคิดแบบนั้น หวังเย่าก็เท้าสะเอวแล้วพูดขึ้น “ถ้าคุณอยากจะให้ผมสู้ด้วย ก็เอาเงินมากอง ผมถึงจะยอมทำ ! ”
ชายกำยำฮึดฮัดออกมา “ไอ้บ้านี่เป็นคนเห็นแก่เงินจริง ๆ พูดไม่กี่คำก็พูดถึงเรื่องเงินซะแล้ว”
“เอาเงินออกมาให้เขาดู ! ”
ทันทีที่พูดจบ ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ได้เปิดผ้าคลุมสีดำออกเผยให้เห็นเงินเป็นกองวางอยู่บนโต๊ะ
“ถ้าล้มฉันได้ 1 ครั้ง ฉันจะเอาเงินให้นาย 1 ล้าน ถ้านายทำให้ฉันคุกเข่าและขอความเมตตาได้ เงินบนโต๊ะ 20 ล้านนี่นายเอาไปได้เลย ! ”
“แต่…ถ้านายแพ้ แม้ว่านายจะยอมรับความพ่ายแพ้แต่ฉันก็ไม่หยุด สำหรับว่าฉันจะหยุดเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับฉัน นายกล้ารึเปล่า ? ”
เมื่อมองไปยังเงินบนโต๊ะ หวังเย่าก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที “แค่มีเงิน ผมก็พอใจแล้ว ฮ่าฮ่า…” หวังเย่าหัวเราะออกมาอย่างพอใจ
“รนหาที่ตายจริง ๆ มาดูกันว่านายจะหัวเราะได้อีกนานแค่ไหน ! ” ชายกำยำพูดขึ้น
ลูกน้องของชายกำยำได้เดินไปหาชายวัยกลางคนแล้วพูดขึ้น “ทั้งสองคนพร้อมแล้ว อีก 2 นาทีจะเริ่มการทดสอบอย่างเป็นทางการ”
2 นาทีต่อมา หวังเย่าและชายกำยำก็ได้ขึ้นไปยืนอยู่ที่มุมของสังเวียน
ชายกำยำได้กดเปิดโล่พลังครอบคลุมรอบเวทีเอาไว้
โล่พลังนี้แกร่งกว่ากระจกกันกระสุนเสียอีก ไม่มีใครหนีจากเวทีนี้ได้นอกซะจากว่าการต่อสู้จะจบลงแล้วเท่านั้น
ชายกำยำบิดตัวไปมาพร้อมกับมองมาที่หวังเย่า
หวังเย่าไม่ได้วอร์มร่างกายด้วยซ้ำ เขาแค่ยืนมองดูอีกฝ่ายอยู่อย่างเงียบ ๆ
“มาเริ่มกันดีกว่า ! ”
กริ๊ง…
คนด้านนอกได้ทำการกดระฆัง
ทันทีที่เสียงระฆังดังขึ้นชายกำยำก็ได้พุ่งเข้าใส่หวังเย่าทันที
ฟรึบ !
แรงขาของเขานั้นยอดเยี่ยม เขาใช้ศอกฟาดเข้าใส่หวังเย่าจนทำให้ผมของหวังเย่าปลิวไปตามแรงลม
แต่ทว่าหวังเย่ายังยืนนิ่งราวกับภูเขา เขาไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย
ชายกำยำตกใจ และรู้สึกว่าศอกของเขาเหมือนกับว่ากำลังอัดเข้ากับเหล็ก
ไม่..มันน่าจะแข็งกว่าเหล็ก เพราะแม้ว่าจะเป็นเหล็กแต่ก็ต้องบุบเพราะศอกของเขาบ้าง หรือมันอาจจะแตกออกเลยก็ว่าได้ แต่หวังเย่าที่อยู่ตรงหน้ากลับไม่เป็นอะไรเลย
หวังเย่ายิ้มออกมา “ก็พอมีฝีมืออยู่บ้าง แต่…”
หวังเย่ากำหมัดขวาก่อนที่จะมีควันลอยออกมาจากมือของเขา
ครืน !
ชายกำยำรีบหลบทันที แต่หมัดนี้รวดเร็วเกินกว่าเขาจะรับมือได้ทัน จนมันได้อัดเข้าที่ท้องของเขาอย่างจัง
ปัง…
ชายกำยำรู้สึกราวกับว่าเครื่องในของตัวเองฉีกขาด เขากระอักเลือดออกมาพร้อมกับกระเด็นออกไปด้วย !