ระบบพี่เลี้ยงอสูรขั้นเทพ (神宠进c化系统) - ตอนที่ 583 : อัพเกรด
ตอนที่ 583 : อัพเกรด
ในตอนเย็นนั้นหวังเย่าได้นั่งกินข้าวอยู่คนเดียว เมื่อกินเสร็จเขาก็ไปอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องนั่งเล่น ตอนนั้นเองเสียงออดที่ประตูกลับดังขึ้นมา
ที่หน้าประตูก็พบกับชายคนหนึ่งยืนยิ้มให้กับหวังเย่าและพูดขึ้น “ยินดีด้วย คุณได้รับแพ็คเกจจากตลาดมืด มันเป็นของขวัญที่ได้จากเกม โปรดตรวจสอบด้วย”
“ฉันไปสมัครตอนไหน ? ” หวังเย่าถามขึ้นมา
“คุณเพิ่งซื้อเครื่องเล่นเกมมาไม่ใช่หรือ ? ”
“ก็ใช่”
“นั่นแหละ เราทำการสุ่มตามใบเสร็จของผู้ซื้อ ยินดีด้วยคุณได้รางวัล”
“เข้าใจแล้ว” หวังเย่าแปลกใจกับการที่แฟนธอมโชคดีขนาดนี้
“รับของด้วย ” ชายคนนั้นพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม ตอนที่เขาส่งของให้กับหวังเย่าอยู่นั้น เขาก็กำลังจะชักปืนออกมาจากเอว
แต่หวังเย่ากลับมองขึ้นไปที่ชั้นบนด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ ก่อนจะพูดออกมาว่า “นายไปที่ชั้นบน ห้องที่มีเสียงดังสุดได้เลย มันเป็นของเขา ”
“หือ ? ก็ได้”
หวังเย่าหันหลังกลับ ชายคนนั้นหรี่ตาลงโดยมือหนึ่งจับกล่องเอาไว้ ส่วนอีกมือยังแอบจับปืนเอาไว้อยู่
ก่อนที่จะดึงปืนออกมา หวังเย่าก็ได้โผล่ขึ้นไปที่ชั้นบนก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปอาบน้ำแล้ว
ชายคนนั้นกลัวจนเหงื่อตกและพูดขึ้น “เขาแกร่งจริง ๆ ! ฉันถึงกับมองตามการเคลื่อนไหวไม่ทัน ! ”
เขาจึงถือกล่องเดินขึ้นไปที่ชั้นบนอย่างระมัดระวัง
ที่ชั้นบนมีเสียงตะโกนดังขึ้นมา “เลือดออกแล้ว อย่าให้เขาหนี ! ”
ชายลึกลับพยักหน้าแล้วพึมพำออกมา “งั้นก็จัดการกับคนที่อ่อนแอก่อนก็แล้วกัน”
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องของแฟนธอม เขาก็ผลักประตูให้เปิดออก
ทันทีที่ยื่นหัวเข้าไปในห้องก็พบกับสองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าจอคอม
แฟนธอมถอนหายใจออกมา เด็กสาวข้าง ๆ ดูสภาพไม่ต่างจากศพเลยในตอนนี้ เมื่อเห็นชายที่เดินเข้ามาในห้อง เธอก็แสดงท่าทีลนลานออกมา
“อาหลง นาย…”
แฟนธอมหันกลับมาพร้อมคิ้วที่ขมวด ก่อนจะเห็นชายที่ชื่ออาหลงถือปืนในมือแล้วเล็งมาที่เขา
ปัง ปัง…
แฟนธอมได้ทำการเปิดโล่เงา กระสุนที่พุ่งเข้ามานั้นบี้ไปแทบจะทันที ก่อนที่แฟนธอมจะพุ่งไปอยู่ตรงหน้าของอาหลงภายในพริบตา
เขากางมือออกก่อนจะจับไปที่ข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้ จนปืนตกลงไปที่มือของแฟนธอมแทน
ครั้งนี้หวังเย่าได้ยินเสียงปืนอย่างชัดเจน เขาจึงรีบพุ่งออกมาจากห้องน้ำและรีบวิ่งไปที่ห้องของแฟนธอม
“เกิดอะไรขึ้น ? ”
อาหลงคุกเข่าอยู่ที่พื้นพร้อมกับวางมือไว้บนตัก สีหน้าของเขาดูสลด และพูดออกมาว่า “ฉันตายแน่ แฟนฉันเตือนแล้วแท้ ๆ แต่ฉันก็ไม่ฟัง…”
อาหลงตอนนี้ตกอยู่ภายใต้สกิลค้างคาวของแฟนธอม
แฟนธอมเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะโกหกออกมา “อย่างที่นายเห็น..เขาเสียคนรักไป เขายังทำใจไม่ได้ เขาเลยอยากมาฆ่าคน”
“งั้นหรือ ? มาที่บ้านฉันเพื่อมาฆ่านายเนี่ยนะ ? ”
แฟนธอมจับตัวผู้หญิงข้าง ๆ แล้วพูดขึ้นมา “นี่คือคนรักของเขา เขาคิดว่าเธอตายไปแล้ว เขาเลยคิดจะมาฆ่าฉัน แต่….”
หวังเย่าคิดสักพักก่อนจะหัวเราะออกมา “เธอรู้จักเขาจริง ๆ หรือ ? ”
สาวสวยพยักหน้า “เขาชื่ออาหลง เขาเป็นเพื่อนฉันเอง ”
“งั้นเธอก็จัดการเขาก็แล้วกัน….แล้วก็อย่ายิงปืนในบ้าน ข้าวของเสียหายไม่ใช่ของถูก ๆ ”
เมื่อหวังเย่าหันหลังกลับไป แฟนธอมก็เดินไปเปิดคอมเครื่องใหม่แล้วลากอาหลงไปนั่งหน้าคอมด้วยอีกคน
“มาสมาชิกคนที่สาม ถ้านายเล่นแย่จนทำให้ฉันแพ้ล่ะก็ อย่าหวังว่าจะได้กินข้าว”
อาหลงอยากที่จะหนีออกมา แต่เมื่อเห็นค้างคาวในมือของแฟนธอม เขาก็กลัวขึ้นมา เขานึกถึงประสบการณ์แย่ ๆ ที่เขาเพิ่งผ่านมาเมื่อตะกี้
หวังเย่าเดินกลับไปที่ห้อง เขาใส่หูฟังเพื่อที่จะนอน แต่ตอนนั้นกลับมีเสียงดังขึ้นมาจากห้องข้าง ๆ
“แกทำอาหารสิ แกเลเวลเท่าไหร่แล้วเนี้ย ! ”
อาหลงอยากจะเถียงออกมา ตอนนี้เขาอยากที่จะจับคีย์บอร์ดฟาดเข้าใส่แฟนธอมอย่างมาก แต่สุดท้ายก็ไม่กล้า
แม้ว่าในเกมจะเอาชนะใครไม่ได้ แต่ชีวิตจริงพวกเขาจัดการมาหลายคนแล้ว
เสียงกรีดร้องยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองยังโดนบังคับให้เล่นเกมต่อ
ลูกน้องสองคนของอาหลง เมื่อเห็นว่าลูกพี่ยังไม่ออกมาจากบ้านก็เกิดความกังวลขึ้นมา จนอยากจะเข้าไปสำรวจ พวกเขาตั้งใจจะอ้างว่าเป็นคนส่งอาหาร เพื่อจะเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์
ทั้งสองคนไปรับอาหารก่อนจะเดินมาเคาะประตูที่หน้าบ้าน
เสียงโวยวายดังขึ้นมาอีกรอบ
เช้าวันต่อมาหวังเย่าก็ได้เปิดประตูเข้าไปที่ห้องของแฟนธอม เขาตั้งใจจะไปดูแฟนธอมก่อนจะออกไปทำธุระ แต่ทันใดนั้นเมื่อหวังเย่าเปิดเข้าไป เขาก็พบกับทั้งห้าคนที่ขอบตาดำเป็นหมีแพนด้า พวกนั้นหันหน้ากลับมาพร้อมกันจนทำให้หวังเย่าแทบตกใจ
“แฟนธอม นายทำบ้าอะไร ? ”
“ตั้งห้าคน !”
หวังเย่าถึงกับปากสั่น “นายมั่นใจนะว่านายไม่ได้เรียกใครมาเพิ่มอีก ? ”
แฟนธอมมองไปยังทั้งสี่คนก่อนจะส่ายหน้า
“นี่คือทีมที่ดีที่สุดของฉันแล้ว มันไม่จำเป็นต้องเรียกใครมาอีก”
หวังเย่าถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินออกไป
บางครั้งเขาก็คิดว่าถ้าได้เป็นคนธรรมดาบ้างก็ดี เขาจะได้เล่นเกมแบบแฟนธอมทั้งวันทั้งคืน เขาจะได้แต่งงานและมีลูก มันไม่ต้องมีปัญหาอะไรมากมายกับชีวิตของเขา แต่เมื่อคิดถึงหนวดปีศาจ, จ้าวเมิ่งซี และฟ่านฉิงเหมย ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นตายยังไง ความรู้สึกที่อยากจะใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปก็ได้หายไปทันที
กริ๊ง….
โทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เมื่อกดรับก็ได้ยินเสียงของฟอเนอร์ดังขึ้นมา
“น้องหวังเย่า นายลืมไปแล้วหรือว่านายมีธุระอะไร ? ”
หวังเย่ายิ้มออกมาและตอบกลับ “ฉันจะไปลืมได้ยังไง นายน่ะยุ่งและฉันก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรก็เลยไม่ได้ถาม”
“มานี่สิ แล้วฉันจะให้ดาบศักดิ์สิทธิ์กับนาย อีกอย่างแล้วฉันตั้งใจว่าคืนนี้จะดื่มกับนาย”
“ได้”
“ฉันจะส่งที่อยู่ให้ ฉันจะไปรอนายที่นี่ก็แล้วกัน”
เมื่อวางสาย หวังเย่าก็ได้ขับรถออกไปที่บ้านของฟอเนอร์ทันที
ในตอนที่ขับรถอยู่นั้น หวังเย่าก็พึมพำออกมา “การที่แฟนธอมมันติดเกมนี่ดีจริง ๆ แม้แต่รถก็ไม่คิดที่จะใช้ มันเหมือนกับว่าซื้อรถนี่ให้ฉันใช้เลย”
ไม่นาน หวังเย่าก็มาถึงบ้านในเขตกองทัพ
นี่คือบ้านของนายพล มันยากที่คนทั่วไปจะเข้ามาได้
รถของหวังเย่าจอดยอยู่ด้านนอก เขาได้แสดงบัตรดำให้ทหารดูก่อนที่ทหารจะทำความเคารพกับเขา
ที่หน้าบ้านนั้นมีฟอเนอร์ยืนรอต้อนรับเขาอยู่
“หวังเย่า บ้านใหม่สะดวกสบายดีไหม ? ”
“ก็ดี เอาของมาให้ฉันดูหน่อย”
ฟอเนอร์ยิ้มออกมา เขาไม่ได้พูดอะไรและพาหวังเย่าเข้าไปในบ้านก่อนจะพาเขาไปที่ชั้นใต้ดิน
หลังจากที่เดินผ่านประตูหลายบาน รวมถึงแสกนใบหน้าด้วย พวกเขาก็ได้เข้ามาในห้องสะสมที่อยู่ด้านในสุด
ก่อนที่ไฟจะเปิดก็พบกับแสงจากดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องประกายแสงสีทองออกมา ซึ่งดึงดูดความสนใจของหวังเย่าได้อย่างมาก
ดาบที่ดูเก่าแก่นี้ถูกวางเอาไว้ในตู้กระจกที่หนา
ฟอเนอร์ทำการเปิดไฟก่อนจะเดินออกไปแล้วพูดขึ้น “การให้ดาบศักดิ์สิทธิ์นี่กับนายน่ะ ฉันไม่เต็มใจเท่าไหร่ เพื่อที่จะเอามันออกมาจากพีระมิดแล้ว เราได้เสียคนไปกว่า 10 คน ถ้าเทียบกับนักโทษในเหมืองแล้วพวกเขาอยู่ระดับ A เลยก็ว่าได้ แต่โชคร้ายไปหน่อย…”
ตอนนั้นหวังเย่าก็ไม่ได้คิดจะเอาดาบนี่ออกมาในตอนแรก เพราะความเคารพที่มีต่อผู้พิทักษ์รวมถึงพลังของดาบนี่จึงทำให้เขาเอามันออกมาไม่ได้
“แล้วนายเอามันออกมาได้ยังไง ? ”
ฟอเนอร์ถอนหายใจออกมา “พ่อฉันบอกว่าบางทีดาบนี่อาจจะมีค่ามากกว่าศพของฟาโรห์เสียอีก เขาเอามันออกมาได้หลังจากที่เสียคนไปกว่าสิบคน เมื่อสังเกตดี ๆ แล้วก็พบว่าดาบนี่น่ะแผ่คลื่นพลังชีวิตออกมา หากผู้ใดไม่มีพลังเหมือนกับฟาโรห์แล้ว คนที่จับมันจะโดนกำจัด”
“พ่อฉันจึงใช้เชือกมัดมันเอาไว้ แล้วลากมันไปเก็บในกระเป๋ามิติก่อนจะเอามันออกมาจากพีระมิดได้”
“ตอนที่นายยังอยู่ในคุก ฉันได้ทำการศึกษาดาบนี่และมั่นใจว่ามันคืออาวุธหายนะ มีแค่คนที่เชี่ยวชาญสกิลบางอย่างเท่านั้นที่จะใช้มันได้ หากหาคนแบบนั้นไม่พบ งั้นสุดท้ายมันก็เป็นได้แค่ของสะสมเท่านั้น ไม่อาจจะมีใครเป็นเจ้าของที่แท้จริงได้”
หวังเย่ายิ้มออกมาและพูดขึ้น “นายเลยจะยกมันให้ฉันสินะ”
ฟอเนอร์ยิ้มออกมา “ยังไงซะเราก็เข้าไปในพีระมิดกันมาแล้ว นายน่ะมีประสบการณ์ นายว่านายจะใช้ดาบนี่ได้รึเปล่า ? ”
หวังเย่าคิดสักพัก ตอนนั้นเขาได้สกิลแปลงร่างจากผู้พิทักษ์มาแล้ว แต่เขายังไม่ได้ใช้สกิลออกมา ดาบกลับแผ่พลังออกมาเสียก่อนจนทำให้หวังเย่าต้องกลัว และไม่กล้าจะเอามันมา
“นายลองเปิดตู้ก่อน ฉันอยากดูมันใกล้ ๆ ”
ฟอเนอร์พยักหน้าก่อนจะกดปุ่มที่กำแพง ทันใดนั้นตู้กระจกก็เปิดออก ดาบได้แผ่พลังออกมาจนทำให้ฟอเนอร์ต้องถอยกลับไป
ดาบที่อาบด้วยแสงนี้ไม่ได้ทำให้หวังเย่ารู้สึกกลัวอีกต่อไป เขากลับรู้สึกว่าเขาผูกพันกับดาบนี่และรู้สึกถึงความสงบที่ก่อตัวขึ้นภายในใจของเขาอย่างบอกไม่ถูก
“น้องหวังเย่า นายลองคิดดี ๆ หากจับดาบนี่แล้วบางทีนายอาจจะตายได้” ฟอเนอร์เตือนขึ้นมา
หวังเย่ายิ้มรับ “สบายใจได้ ฉันเป็นอมตะ 3 วินาที แม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันก็ไม่เป็นอะไร”
โล่เงาก่อตัวขึ้นมา ก่อนที่หวังเย่าจะค่อย ๆ เดินเข้าไปหาดาบแล้วยื่นมือออกไปเพื่อจับไปที่ด้ามของดาบเอาไว้
ในพริบตาดาบก็เปล่งแสงสว่างออกมายิ่งกว่าเดิม ด้านหลังของหวังเย่ามีเงาของยักษ์ปรากฏขึ้น นี่คือเงาของยักษ์ตอนที่หวังเย่าเปลี่ยนร่าง !
ยักษ์ได้ยกมือขึ้นก่อนจะคำรามออกมา ที่แผ่นหลังของมันกลับมีปีกกางออกมา
ตอนนี้ยักษ์นั้นดูไม่ต่างจากผู้พิทักษ์ในพีระมิดเลยแม้แต่น้อย
ฟรืด…
ดาบแตกออกเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะเข้ารวมกับร่างของหวังเย่า
ด้วยระบบเทพอสูรจึงทำให้หวังเย่ารับรู้ได้ถึงค่าความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมาถึง 5,000 หน่วย เลเวลของแฟนธอม ในตอนนี้ได้เพิ่มขึ้นจาก 90 เป็น 92 แล้ว !
แฟนธอมที่นั่งอยู่หน้าคอมกลับตัวสั่นและพูดขึ้นมา “พี่เย่าทำอะไร ฉันเล่นเกมอยู่บ้านแต่กลับพัฒนาตัวเองได้”