ระบบพี่เลี้ยงอสูรขั้นเทพ (神宠进c化系统) - ตอนที่ 582 : อย่าขยับ
ตอนที่ 582 : อย่าขยับ
ทั้งบ้านมีแต่เสียงตะโกนของแฟนธอมที่ดังตลอดทั้งคืน
“ทางนี้มาช่วยฉันทางนี้ ป่านี่น่ะอันตราย มีคนซุ่มอยู่เต็มไปหมด”
สาวสวยที่นั่งข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา “นายนี่มันช้าจริง ๆ ฉันจะช่วยนายจับคนเอง นายวิ่งไปอีกทาง นายนี่ภาระชัด ๆ แค่ทหารกระจอก ๆ ก็จัดการกับนายได้แล้ว”
แฟนธอมทำการปิดเสียงไมค์แล้วพิมพ์ลงไปแทน “ตีวงล้อม”
อ๊ากกก ! เสียงสบถดังขึ้น
คนอื่น ๆ ในทีมไม่กล้าจะออกคำสั่ง
มีแค่สาวสวยเท่านั้นที่กล้าจะเถียงออกมา “ให้มันน้อย ๆ หน่อย”
คนส่วนมากต่างก็พากันกลัวจนไม่กล้าจะพูดอะไรออกมา
สุดท้ายพวกเขาก็กำจัดศัตรูได้ แต่แฟนธอมยังกำจัดศัตรูไม่หมดเลย
ไม่นานเมจที่อยู่แนวหลังก็ถูกกำจัด
แฟนธอมพิมพ์ต่อ “เป็นยังไง ! ”
หลังจากนั้นกองกำลังสมทบของอีกฝ่ายก็เข้ามา
แฟนธอมตะโกนออกมาทันที “กองเสริมเข้ามาแล้ว ! ”
คนอื่น ๆ ในทีมต่างก็พากันใจหายวูบ มีแค่สาวสวยคนนี้เท่านั้นที่ยังโจมตีต่อ
ศัตรูทั้งห้าไม่คิดสนใจอย่างอื่นและคิดแต่เพียงจะจัดการเธอให้ได้ เพราะถ้าหากสามารถจัดการกับเธอได้แล้ว ทั้งทีมของแฟนธอมก็แทบจะไม่มีพิษสงอะไร
“มือปืน มือปืน…”
แฟนธอมมองที่สาวสวยข้าง ๆ ก่อนจะพูดออกมาด้วยสายตาที่ไม่พอใจ “สุดท้ายเธอก็ทำอะไรไม่ได้”
สุดท้ายพวกเขาก็แพ้กันอีกรอบ
“ไม่เป็นไร ครั้งหน้าฉันจะนำเอง” แฟนธอมรู้สึกดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น
สาวสวยคนนั้นตอนแรกไม่อยากจะเล่นต่อ แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธเขา สุดท้ายเธอก็ได้กลับเข้าไปในเกมอีกครั้ง
เสียงตะโกนและกรีดร้องของแฟนธอมดังก้องจนแทบจะทำให้บ้านถล่มลงมา
หวังเย่าที่อยู่ในห้องของตัวเองถึงกับนอนไม่ได้ สุดท้ายเขาก็หาหูฟังมาใส่แล้วเปิดแพลงเสียงดังสุด ๆ จนในที่สุดเขาถึงหลับได้
เช้าวันต่อมา หวังเย่าได้ลุกขึ้นมาจากเตียงก่อนจะเห็นคน ๆ หนึ่งนอนอยู่ที่ทางเดิน
เมื่อคืนนี้เธอได้แอบมานอนอยู่ที่บันได เธอนอนกอดขาเอาไว้พร้อมปากที่พึมพำบางอย่างออกมา
หวังเย่าไปยืนอยู่ตรงหน้าเธอก่อนจะก้มหน้าลงไปมองหน้าเธอ
เธอขมวดคิ้วราวกับว่ากำลังฝันร้ายอยู่
สุดท้ายเธอก็ตื่นขึ้น เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นหวังเย่ากำลังมองเธออยู่ เธอก็ต้องกรีดร้องออกมาด้วยความแปลกใจ
เธอรีบจับขาของหวังเย่าเอาไว้ แล้วขอร้องออกมา “พี่ชาย ปล่อยฉันไปเถอะ”
หวังเย่าถามขึ้นมา “เธอเมายารึไง ? ”
“ถึงฉันจะมาจากกิลด์ใหญ่และเอาชนะมา 50 ครั้งติด แต่ก็เอาชนะรอบนี้ไม่ได้จริง ๆ ให้เขาปล่อยฉันไปเถอะ” สาวสวยร้องไห้ออกมา
ปากของหวังเย่ากระตุกไปตาม แฟนธอมนี่มันบ้าอำนาจแม้แต่ในเกมเลยรึไง
หวังเย่ามองไปที่อีกฝ่ายด้วยความสงสาร “เมื่อเธอตกลงกับเขาแล้ว สุดท้ายเธอก็ไม่อาจจะปฏิเสธเขาได้”
“ฉัน…ฉันไม่อยากเล่นแล้ว…”
เธอกัดฟันแน่น เธออยากบอกว่าเธอน่ะเป็นนักฆ่าที่มาเพื่อฆ่าหวังเย่า แต่ไม่คาดคิดเธอกลับต้องมาพบกับเด็กติดเกมแทน ต่อหน้าหวังเย่าแล้ว เธออาจจะรับมือได้ง่ายกว่าด้วยซ้ำไป
ในตอนที่เธอร้องฟูมฟายอยู่นั้น แฟนธอมก็ได้เดินออกมาจากห้อง
“อาฮัว เธอจะไปห้องน้ำไม่ใช่รึไง เธอมาทำอะไรตรงนี้ มาได้แล้ว ศัตรูชุดต่อไปกำลังจะมาแล้ว…”
แฟนธอมลากเธอกลับเข้าไปในห้องอีกรอบ
เธอได้แต่มองหวังเย่าด้วยสีหน้าอ้อนวอนและขอความช่วยเหลือ เธอมีคำพูดมากมายที่อยากจะพูดออกมา แต่ก็ทำได้แต่กลืนคำพูดของเธอกลับลงไป
หวังเย่าได้แต่ยิ้มให้กับเธอ “เธอไม่ต้องพูดอะไรหรอก ความเจ็บปวดของเธอน่ะ ฉันเข้าใจดี”
“มือปืนนี่ก็ดีจริง ๆ ฉันจะเล่นเป็นมือปืนบ้าง เธอไปเป็นตัวล่อก็แล้วกัน”
“ฉัน…”
“ทำตามที่ฉันสั่ง ถ้าฉันยังแพ้แบบนี้ ฉันจะไม่ปล่อยเธอกลับแน่”
สุดท้ายเธอก็ได้แต่ต้องพยักหน้าตอบรับ
หวังเย่าได้ไปกินมื้อเช้าก่อนจะตรวจสอบข้อมูลที่ฟอเนอร์ส่งให้มา
ข้อมูลนี้มีกฎของดาวทมิฬรวมถึงภัยของหนวดปีศาจอยู่
หลายหมื่นปีมานี้หนวดปีศาจได้สร้างแมลงขึ้นมาเพื่อบุกรุกเข้ามายังดาวทมิฬผ่านมิติที่เชื่อมต่อกับที่นี่
นี่มันเหมือนกับเส้นตัดมิติสีดำที่เกิดขึ้นในโลกมนุษย์
แต่ดาวทมิฬนี้ไม่ใช่ดาวระดับสูง มันไม่เคยมีสัตว์อสูรที่เลเวลมากกว่า 100 มาก่อน
แต่กองทัพของที่นี่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะรับมือกับการบุกรุกนี้
อีกทั้งดาวทมิฬก็ยังมีภารกิจให้ผู้คนออกไปสำรวจมิติอื่น เมื่อมิติเหล่านั้นถูกสำรวจแล้ว ผู้ใช้อสูรต้องกลับมารายงานที่กองทัพ จากนั้นกองทัพจะทำการส่งทหารเข้าสร้างสถานีด้านในเพื่อกันไม่ให้หนวดปิศาจนั่นบุกรุกเข้ามาผ่านมิตินั้น ๆ
ผู้ใช้อสูรจะเดินทางไปกับทหารด้วย อย่างเช่นผู้ใช้อสูร 8 คน ทหาร 2 คน
มันจะเป็นการประหยัดกำลังพลไปในตัว
แน่นอนว่าเมื่อพบเหตุการณ์ผิดปกติในมิติลับ ทางกองทัพจะทำการปิดมิติลับนั้นทันที
นอกจากภัยจากมิติลับแล้ว ดาวทมิฬก็ยังโดนโจมตีโดยหนวดนั่นผ่านมิติภายนอกด้วย
เพราะมีการแลกเปลี่ยนภายนอก มันจึงมีของมากมายที่ต้องขนไปยังดาวอื่น ๆ ผ่านเรือมิติแต่หนวดนั่นเหมือนกับโจรลลัดในมิติภายนอก มันมักจะทำการปล้นระหว่างทาง ดังนั้นดาวนับไม่ถ้วนจึงได้รับความเสียหายอย่างมาก
หนวดปีศาจไม่อาจจะบุกเข้ามาในดาวต่าง ๆ ได้เพราะกฎของโลกนั้น ๆ แต่สุดท้ายพวกมันก็เติบโตอย่างบ้าคลั่ง มันได้ห่อหุ้มโลกนั้น ๆ เอาไว้
เมื่อไม่มีแสงอาทิตย์จากภายนอก ดาวนั้นก็จะพินาศไปในที่สุด
นอกจากนี้แล้วหนวดนั่นก็จะมีร่างแยกออกมา ร่างแยกนั้นมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับเรือมิติ แค่ร่างเดียวก็สามารถทำลายเรือมิติได้แล้ว ความแข็งแกร่งนี่น่ากลัวอย่างมาก !
การที่ต้องสู้กับร่างแยกนี้จึงมีนักรบดวงดาวกำเนิดขึ้นมา !
ทุก ๆ ปีดาวทมิฬจะส่งนักสู้ระดับสูงไปยังสหพันธ์เพื่อเข้ารับการฝึก
การฝึกนี้มีทั้งการขับยาน, ขับเรือและพาหนะต่าง ๆ
นักรบดวงดาวเหล่านี้มีหน้าที่ในการทำลายหนวดเหล่านั้น บางคนอาจจะได้สู้กับร่างแยกของมัน
หวังเย่าได้ชุดเกราะของดาวนิบิรุมา แต่เขากลับรู้ข้อมูลของมันน้อยมาก ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของมันเลยด้วยซ้ำ
ตอนที่เขาบินอยู่ในมิติภายนอกนั้น บอกได้ว่ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เขาใช้ระบบบินอัตโนมัติ
เพื่อที่จะออกจากดาวทมิฬนี้ เขาจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการขับยาน
การฝึกจะเริ่มขึ้นในอาทิตย์หน้า ระหว่างนี้ หวังเย่าตั้งใจจะอยู่บ้านและหาความรู้เรื่องจักรวาลทั้งหมด
ในตึกสูงไม่ห่างจากบ้านของหวังเย่านัก
มีคนสามคนกำลังใช้กล้องส่องทางไกลมองมาที่บ้านหวังเย่าอยู่
หลังจากที่ผ่านฤดูฝนมา ตอนนี้เมืองหลวงก็เต็มไปด้วยแสงแดด
ตอนเช้าแดดได้ส่องลงมาที่ห้องก่อนจะพบว่าหวังเย่ากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่
เขานั่งอยู่ที่ข้างหน้าต่างและคอยมองออกมาด้านนอกก่อนจะหรี่ตาลงและพูดขึ้น “แอนนี่ ปิดม่านที”
ฟรืด…
ม่านค่อย ๆ ปิดลง
ทั้งสามคนที่จับตาดูหวังเย่าอยู่นั้นก็ลนลานขึ้นมาทันที
“เขารู้ตัวแล้วงั้นหรือ ? ”
“ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นนี่”
“แต่อาฮัวยังไม่ออกมาเลยตั้งแต่เมื่อคืน”
“รึว่าเธอจะโดนคนของหวังเย่าฆ่าเเล้ว ? ”
“นั่น…ก็เป็นไปได้ ยังไงซะเขาก็เป็นนักโทษที่โดนขังไว้นาน เขาอาจจะไม่เกรงกลัวต่อกฏหมาย ! ”
“น้องสาวที่น่ารักของฉัน เธอยังบริสุทธิ์อยู่เลย” คนสองคนถึงกับหน้าเสียออกมา
“เราต้องใช้กลยุทธทุกอย่างที่มี ฉันเข้าใจความรู้สึกของพวกนายดี ” คนที่เป็นเหมือนหัวหน้าพูดขึ้น
“พี่ใหญ่ เราน่ะล้มเหลวกันแล้ว เราควรจะถอนตัวดีไหม ? ”
“ถ้าจัดการกับหวังเย่าและอสูรของเขาไม่ได้ เจ้าชายฮาร์วี่คงเล่นเราหนักแน่”
หัวหน้าตบโต๊ะและพูดขึ้น “ไร้สาระ พวกนายสองคนไม่มีความคิดรึไง แม้ว่าอาฮัวจะไม่ใช่พี่น้องของเรา แต่เราก็ยังไม่อาจจะตัดใจจากเธอได้จนกว่าเราจะเห็นศพของเธอ ! ”
“แล้ว…เราจะทำยังไงกันดี ? ”
หัวหน้าคิดและพูดขึ้น “คืนนี้ฉันจะออกไปเอง ฉันจะจัดการกับหวังเย่าเอง”