ระบบพี่เลี้ยงอสูรขั้นเทพ (神宠进c化系统) - ตอนที่ 591 : ตัวเลือก
ตอนที่ 591 : ตัวเลือก
ดิ๊คมองดูทรายในมือของเจนกิ้นด้วยความดีใจ
มันยากที่จะจับลูกสัตว์อสูรเทพมาทำสัญญาได้ แม้ว่าจะจับได้แต่โอกาสที่จะทำสัญญากับมันก็ยังน้อยนิด
เพราะสัตว์อสูรระดับเทพนั้นมีความคิดทัดเทียมกับมนุษย์ พวกมันมีความฉลาดและไม่ยอมลดเกียรติของตัวเองมารับใช้ใคร
ดังนั้นสัตว์อสูรระดับเทพส่วนมากจึงพัฒนามาจากสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ แต่ขั้นตอนในการพัฒนานั้นกินทั้งเวลาและทรัพยากรอย่างมาก มีแต่พวกที่เคยมีประสบเหตุการณ์นี้เท่านั้นที่จะรู้ว่ามันยากแค่ไหน
ดิ๊คถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและตอบกลับ “จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ยากที่จะรักษาสัตว์อสูรของนาย ฉันต้องตัดขาดการเชื่อมต่อระหว่างสัตว์อสูรทั้งสองและสุดท้ายค่อยแยกรักษาพวกนี้”
เจนกิ้นรู้สึกลังเลขึ้นมาเล็กน้อย “ตัดขาดการเชื่อมต่อของทั้งสองงั้นหรือ ? ”
ดิ๊คพยักหน้า “แน่นอน นี่คือสิ่งที่ผู้ดูแลระดับสูงเท่านั้นที่จะทำได้ ผู้ดูแลทั่วไปไม่มีความสามารถที่จะทำแบบนี้ได้ ! ”
เจนกิ้นพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “งั้นก็ต้องรบกวนนายด้วย ตราบใดที่นายรักษาสัตว์อสูรของฉันได้ ฉันรับปากว่าจะให้ทรายนี้กับนาย”
ทรายนีออนในมือเจนกิ้นส่องแสงออกมาจนคนรอบ ๆ หันมาสนใจ
ทรายนี้จะทำให้ทำสัญญากับสัตว์อสูรระดับเทพได้อย่างแน่นอน แต่เจนกิ้นกลับเอามันมาแลกกับสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ 2 ตัว
ถึงมีสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์เป็นร้อยตัว แต่ก็ไม่อาจจะเทียบกับสัตว์อสูรระดับเทพตัวเดียวได้ มันคือการขาดทุนชัด ๆ แต่เจนกิ้นกลับไม่ลังเล มันแสดงให้เห็นแล้วว่าสัตว์อสูรทั้งสองนี้สำคัญกับเขาแค่ไหน
“ ฉันขอคัดค้าน ! ” หวังเย่าตะโกนแล้วเดินเข้ามา
ดิ๊คยิ้มออกมาและพูดขึ้น “หวังเย่า นายอยากจะค้านอะไร ? นายเป็นเทพอสูรรึไง ? ”
หวังเย่ายิ้มออกมา “ฉันไม่ใช่เทพอสูรก็จิรง แต่ฉันถือว่าเป็นผู้ดูแลที่เก่งพอตัว”
ดิ๊คได้ยินแบบนั้นก็เยาะเย้ยออกมา “หวังเย่า นายคิดว่านายไปอยู่ที่บึงมาไม่กี่วันก็กลายเป็นผู้ดูแลที่เก่งกาจแล้วหรือ นายคิดว่านายเชี่ยวชาญทักษะทุกอย่างที่ผู้ดูแลมีงั้นหรือ ? จักรวาลนี้น่ะใหญ่โต นายแค่กบในกะลาที่ไม่เคยไปที่ดาวระดับสูง นายเคยเรียนหลักสูตรผู้ดูแลมารึไง ? ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็พากันยิ้มเยาะเย้ยออกมา เรื่องของหวังเย่าในเหมืองนั้นโด่งดังไปทั่วแล้ว พรสวรรค์ในการควบคุมสัตว์อสูรของเขาก็ถือว่าอยู่ในระดับสูง แต่…ถ้าเทียบกับเทพอสูรแล้ว มันก็ยังต่างกันอย่างมากจนไม่อาจจะนำมาเทียบกันได้เลย
หวังเย่ามองไปที่ดิ๊ค ก่อนจะมองไปที่เจนกิ้น “นายพลเจนกิ้น นายลองคิดดี ๆ เมื่อนายตัดขาดการเชื่อมต่อกับทั้งคู่แล้ว จากนี้ไปสัตว์อสูรของนายก็จะแยกกัน แม้ว่าจะรอดไปได้ แต่การเชื่อมต่อของทั้งสองจะหายไปอย่างถาวร”
เจนกิ้นหรี่ตาลงแล้วพูดขึ้น “ตัดขาดโดยสมบูรณ์งั้นหรือ ? ”
หวังเย่าพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “นายไม่รู้จักสกิลของสัตว์อสูรตัวเองรึไง ? นักรบแฝดมีสกิลหนึ่งที่คอยสื่อสารและเรียกหากันได้ เมื่อขาดจิตเชื่อมต่อนี้ไปแล้ว สกิลนี้ก็จะไร้ค่า มันจะเสียความสามารถของตัวเองไป นายคิดว่านายอยากให้มันอยู่แค่ระดับนี้ตลอดไปรึไง ? ”
เจนกิ้นคิ้วขมวด ก่อนจะพูดออกมาว่า “นายตรวจสอบสัตว์อสูรของฉันมางั้นหรือ ? ”
ดิ๊คยิ้มออกมา “ฉันคิดว่าหวังเย่าคงอยากได้ทรายนีออนที่นายมี ดูเหมือนว่าเขาจะทำการบ้านมาดีไม่น้อย ! ”
หวังเย่ามองไปที่ดิ๊คแล้วพูดขึ้น “เอาสัตว์อสูรของนายมาให้ฉันรักษา ฉันรับปากว่าจะให้พวกนี้หายดี…และถึงกับแกร่งกว่าเดิม !”
ดิ๊คอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “หวังเย่า นายนี่มันลูกไม้เยอะจริง ๆ นายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพูดเรื่องอะไรอยู่ ? การฉีดยากระตุ้นพลังให้กับสัตว์อสูรน่ะอาจจะทำให้สัตว์อสูรหายดีได้ แต่มันจะได้พลังมาในเวลาอันสั้น ตอนนั้นนายคงได้ทรายไป แต่สัตว์อสูรสองตัวนี่ก็จะบาดเจ็บหนักกว่าเก่า”
ดิ๊คมีประสบการณ์ด้านนี้มานาน ทุกคนรู้สึกว่าเขามีพรสวรรค์ด้านการดูแลสัตว์อสูรมากกว่าคนทั่วไป เมื่อได้ยินที่เขาวิเคราะห์ออกมา ทุกคนก็เชื่อในคำพูดของเขา
“ฮ่าฮ่า…” หวังเย่าหัวเราะออกมา “ดิ๊ค นายคิดว่าฉันจะหน้าด้านเหมือนนายรึไง ? ต่อหน้าทุกคน ฉันจะทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้นรึไง ? ฉันน่ะพูดความจริง ถ้าฉันบอกว่าทำอะไรได้ก็ต้องทำได้ ! ”
“ฉันสนใจทรายของนายจริง ๆ แต่ฉันไม่ได้คิดจะหลอกเอามันหรอกนะ ฉันจะรักษาสัตว์อสูรของนายได้รึเปล่านั้น นายให้ทีมรักษาระดับสูงบนยานมาตรวจสอบดูได้เลย ถ้ามันเป็นแบบที่ดิ๊คบอกว่าฉันใช้ยากระตุ้น งั้นมันคงหนีไม่พ้นสายตาของทีมรักษาหรอก ! ”
การที่อยู่บนยานนี้มากว่า 3 เดือน แม้ว่าเจนกิ้นและหวังเย่าจะไม่ได้พูดคุยกันมาก แต่เขาก็ประทับใจในตัวหวังเย่าอยู่ไม่น้อย
เขาไม่อยากปฏิเสธความหวังดีของหวังเย่ารึทำให้ดิ๊คไม่พอใจ เขาไม่อยากเสียโอกาสที่จะรักษาสัตว์อสูรของเขา
เจนกิ้นลังเลอยู่ชั่วครู่และก้มหน้า ก่อนจะพูดมันออกมา “ขอบคูณหวังเย่าที่หวังดี แต่อาการป่วยของสัตว์อสูรของฉันไม่อาจจะล่าช้าได้ ฉันต้องหาทางที่เหมาะที่สุด ! ”
ดิ๊คเผยรอยยิ้มราวกับได้รับชัยขนะ คนอื่น ๆ ต่างก็พากันสนับสนุนดิ๊ค เพราะความแข็งแกร่งของเขาชัดเจนอยู่แล้ว
หวังเย่าสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วถอนหายใจออกมา “ เจนกิ้น ฉันไม่ได้บังคับให้นายเลือก แต่ฉันมีคำถามอยากจะถามนาย”
“ว่ามาได้เลย ! ”
“นายถือว่าสัตว์อสูรของนายเป็นครอบครัวจริง ๆ รึเปล่า ? ”
เจนกิ้นคิดสักพักแล้วพูดขึ้นมา “แน่นอน ฉันคิดว่าทั้งสองเป็นพี่น้องของฉัน ทำไมถึงต้องถามแบบนี้ ? ”
“เมื่อพวกเขาเป็นพี่น้องของนาย…งั้นนายคิดว่าพวกเขาเป็นมนุษย์รึเปล่า ? ”
เจนกิ้นมองหวังเย่าด้วยสีหน้าสับสน “ฉันไม่รู้ว่านายต้องการจะบอกอะไร ? ”
“ถ้านายมองว่าพวกเขาเป็นมนุษย์เหมือนกันกับนาย พวกเขาก็มีความคิดและความรู้สึก ทำไมนายไม่ลองถามพวกเขาดูว่าพวกเขาอยากเสียสกิลจิตแฝดไปรึเปล่า ? ”
สายตาของเจนกินสั่นไหว แม้แต่นายพลรอบตัวก็พากันลังเลไปดัวย “ใช่ …ฉันสื่อสารกับพวกเขาได้นี่ ? การทำแบบนี้ฉันคิดถึงพวกเขาจริง ๆ งั้นหรือ…”
เจนกิ้นตัวแข็งทื่อไป ก่อนจะหันไปหาสัตว์อสูรของตน “ซาอาน, ซาโจ้ …พวกนายคิดยังไง ? ”
สัตว์อสูรทั้งสองคุกเข่าลงกับพื้นแล้วพูดออกมาด้วยเสียงที่สั่น “เราสองพี่น้องไม่อยากตัดขาดจิตแฝด เราไม่อยากเสียสกิลนี้ไป เราอยากจะสู้ไปกับนาย ถ้ามันเหลือแค่ทางเดียวคือการตัดสกิลนี้ไป เรายอมตายดีกว่า ! ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เจนกิ้นก็ตัวสั่น มันยากที่เขาจะรับได้
นายพลรอบ ๆ พากันน้ำตานองออกมา หากเปลี่ยนเป็นพวกเขาเองแล้ว พวกเขาก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง
“เจนกิ้น นายไม่ต้องเชื่อฉัน แต่ให้เชื่อสัตว์อสูรของนายจะดีกว่า แม้ว่าฉันจะรักษาพวกเขาไม่ได้ แต่สำหรับพวกเขาแล้ว นายก็ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร” หวังเย่าพูดขึ้น
เมื่อเห็นแบบนั้นดิ๊คก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา เขาพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองแล้วพูดขึ้น “เจนกิ้น นายคิดดี ๆ ถ้านายตั้งใจจะฝากชีวิตพวกมันไว้ในมือของหวังเย่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต นายไม่ต้องมาขอให้ฉันช่วยนะ ! ”
เจนกิ้นตัวสั่น เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วมองไปที่สัตว์อสูรของตน ก่อนจะมองไปที่หวังเย่า “ได้ นายพลหวังเย่า ฉันเลือกที่จะเชื่อนาย ! ”