ระบบพี่เลี้ยงอสูรขั้นเทพ (神宠进c化系统) - ตอนที่ 590 : ทรายนีออน
ตอนที่ 590 : ทรายนีออน
การทดสอบส่วนแรกสิ้นสุดลงแล้ว สุดท้ายหวังเย่าก็ได้อันดับหนึ่งไป
โอพีเลีย ที่ทดสอบเป็นคนสุดท้าย เธอได้คะแนนอยู่ที่ 60 คะแนน
ในเวลาเดียวกันพวกระดับสูงในห้องทดสอบก็ตัดสินใจให้ดิ๊คได้ 60 คะแนน แม้ว่าเขาจะไม่ผ่านการทดสอบทั้งหมดแต่ก็ชัดแล้วว่ามีความสามารถ
สองวันต่อมา ดิ๊คก็ฟื้นฟูร่างกายเสร็จ ตอนที่เขารู้ว่าตัวเองได้ 60 คะแนนและหวังเย่าได้อันดับหนึ่งไปนั้น เขาก็โกรธขึ้นมาทันที
ต่อหน้าความสำเร็จนี้ เขาไม่คิดที่จะยอมแพ้ แต่เมื่อรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะรู้ว่าการทดสอบของหวังเย่านั้นสูงกว่าตนและยังทดสอบจนเสร็จได้ สุดท้ายเขาก็ได้แต่กลืนความโกรธกลับลงไป
การฝึกในเดือนต่อมา ดิ๊คได้ไปหาเรื่องหวังเย่าอยู่ตลอด แต่ไม่ว่าเขาพยายามแค่ไหน แต่หวังเย่าก็ได้อันดับที่สูงกว่าเขาอยู่ดี
แม้แต่โดมินิคม้ามืดก็ยังแพ้หวังเย่าอยู่หลายครั้ง
สำหรับนายพลทุกคนแล้ว ดิ๊คมักจะได้ที่ 3 อยู่เสมอ มันเพราะสัตว์อสูรของเขาที่ทำให้เขาเอาชนะเจนกิ้นได้
เดือนต่อมานายพลทุกคนก็ได้เข้ารับการทดสอบอีกครั้งและได้คะแนนไปกว่า 90 คะแนน
ไม่นานการฝึกก็มาถึงส่วนที่สอง มันคือการควบคุมยานในการรบ
หลังจากที่ฝึกมา 2 เดือน หวังเย่าก็เชี่ยวชาญการควบคุมเกราะ เมื่อรวมกับการที่เขามีระบบนาฬิกาอยู่กับตัว พรสวรรค์ในการควบคุมยานและเกราะนั้นจึงทำให้เขาได้รับความสนใจจากอัลเฟรดมากกว่าเดิม
ทั้งสองคนมักจะพูดคุยกันเรื่องเกราะต่าง ๆ บางครั้งอัลเฟรดก็จะพาหวังเย่าขึ้นไปในยานรบโดยไม่ใช่แค่สอนหวังเย่าในการขับยานเท่านั้น แต่ยังเป็นการสอนส่วนตัวให้กับเขาด้วย
เมื่อเห็นพรสวรรค์ของเขาในด้านยานรบที่ไม่อาจจะสู้กับหวังเย่าได้ ดิ๊คก็ได้แต่หันไปสนใจเรื่องผู้ดูแลอสูรแทน
ตอนนี้ในบรรดานายพลที่เข้าร่วมการฝึกนั้น ดิ๊ครู้ว่ามีผู้ใช้อสูรไม่เกิน 20 คน สัตว์อสูรของหลายคนอยู่ที่เลเวล 85-89 แต่ไม่อาจจะเพิ่มเลเวลต่อได้ ดังนั้นในการฝึกที่เหลือเขาจึงช่วยหลายคนแก้ปัญหาในเรื่องนี้ มีหลายครั้งที่มีคนระดับสูงมาหาเขาเพื่อให้เขาแก้ปัญหาเรื่องการเพิ่มเลเวลด้วย
ครึ่งเดือนต่อมา ดิ๊คก็ได้กลายเป็นคนสำคัญ นายพลทุกคนต่างก็พากันประจบเขา มีหลายคนที่พากันอคติกับหวังเย่าตามดิ๊คไปด้วย
ในทางกลับกันแล้ว หวังเย่าเหมือนมีทางของตัวเอง บางครั้งเขาก็จะไปพูดคุยกับโอพีเลียและอัลเฟรด ไม่ก็หาทางเรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ เขาไม่ได้สนใจคำพูดหรือความคิดของใครทั้งนั้น
หลังจากที่ฝึกมานาน สุดท้ายหวังเย่าก็สามารถเดินทางในจักรวาลได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องใช้เกราะช่วย
ตามที่เขาประเมินดูแล้ว หากมีอาหารเพียงพอแล้ว เขาสามารถเดินทางไปกลับในระยะ 1 ปีแสงได้อย่างง่ายดาย
แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่คาดเดา เขายังไม่ได้ทดลองทำจริง ๆ ยังไงซะมันก็มีองค์ประกอบไม่แน่นอนในจักรวาล หากเขาพบกับหนวดปีศาจเข้า ด้วยขีดจำกัดความเร็วของจักรวาลแล้ว เขาก็ไม่อาจจะหนีจากมันได้แน่
วันหนึ่งในตอนที่ฝึกเสร็จ หวังเย่าก็ได้ถอดชุดป้องกันออกและเดินผ่านห้องรับรองไป
เจนกิ้นได้เดินเข้าไปหาดิ๊ค ก่อนจะพูดออกมา “ฉันขออะไรนายได้รึเปล่า ? ”
ตอนนี้เจนกิ้นอยู่อันดับ 4 เมื่อคนแบบนี้มาขอร้องก็เป็นธรรมดาที่ดิ๊คจะตอบรับ
“นายสุภาพเกินไปแล้ว ถ้าฉันช่วยได้ ฉันก็จะช่วย”
เมื่อได้ยินที่ดิ๊คพูดมา เจนกิ้นก็หัวเราะ “งั้นฉันจะไม่อ้อมค้อมแล้วกัน นายช่วยฉันดูอสูรสองตัวของฉันหน่อย”
เจนกิ้นลูบแหวนที่นิ้วก่อนจะมีแสงส่องประกายออกมา จากนั้นสัตว์อสูรที่สวมชุดเกราะ 2 ตัวก็ปรากฏขึ้นมาที่ด้านหลังเจนกิ้น
หวังเย่ามองไปที่สัตว์อสูรทั้งสองแล้วใช้ระบบทำการประเมิน
ชื่อ : นักรบแฝดซาก้า เลเวล : 86 ระดับ : ศักดิ์สิทธิ์สกิล : จิตแฝด ในระยะทางหนึ่งสามารถสร้างค่ายกลเรียงกันได้, คลั่ง ยิ่งได้รับความเสียหายระหว่างการต่อสู้เท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มค่าโจมตีและการป้องกันมากเท่านั้น เมื่อทั้งสองเกือบตาย ทั้งสองจะทำการะเบิดตัวเอง ศัตรูแนวหน้าจะได้รับความเสียหายจากการระเบิดตัวเองนี้ด้วยจุดอ่อน : โมโหง่ายจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ และอ่อนแอต่อการโจมตีทางจิตวิเคราะห์ : อสูรทั้งสองมีจุดที่บาดเจ็บหนักมาในตำแหน่งที่ต่างกัน แต่เพราะการที่เป็นแฝดกันจึงทำให้ทั้งสองรับรู้อาการบาดเจ็บของกันและกันได้ ผลก็คือแผลของทั้งสองนั้นไม่อาจจะฟื้นฟูรายละเอียด : ท้องทางซ้ายบาดเจ็บจากการโดนเลเซอร์ยิง สัตว์อสูรทางขวาปอดโดนระเบิดโดยมิสไซน์ มีปัญหาเรื่องการดูดซับ ผลก็คือปอดไม่อาจจะดูดซับยารักษาได้ อาการบาดเจ็บเกิดขึ้นเพราะโรค ผลก็คือทำให้การฟื้นฟูตัวเองเสียหายและส่งผลต่อการรักษาต่อไป มันอาจจะทำให้ทั้งสองตายเพราะโรค การรักษา :ใช้เลือดของเจ้านายของมัน ตัดขาดการรับรู้ของทั้งสองออกจากกันผ่านระบบ รักษาแต่ละตัวแยกกัน จากนั้นก็ให้มันกินเลือดของอีกฝ่ายหลังจากที่รักษาตัวจนหายดีแล้ว เพื่อฟื้นฟูจิตแฝดของมันผ่านระบบ….ดิ๊คมองไปยังสัตว์อสูรทั้งสอง สัตว์อสูรแฝดนั้นมีไม่มากนัก ยิ่งเป็นสัตว์อสูรแบบนักรบยิ่งหาได้ยาก
เขาได้ทำการตรวจสอบร่างกายของสัตว์อสูรทั้งสองก่อนจะเอาหูฟังออกมาเพื่อฟังเสียงการเต้นของหัวใจ จากนั้นเขาก็เอาเครื่องแสกนออกมาตรวจสอบร่างกายทั้งสองก่อนจะขมวดคิ้ว “มีปัญหานิดหน่อย”
สัตว์อสูรอยู่กับเจนกิ้นมานาน พวกมันราวกับเป็นครอบครัวของเขา เขาได้ไปหาผู้ดูแลมาหลายคนแต่สุดท้ายก็ไม่อาจจะรักษาได้
เมื่อดิ๊คบอกว่ามีปัญหานิดหน่อย มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามันมีทางรักษาอยู่
เจนกิ้นมองไปที่ดิ๊คพร้อมคิ้วที่ขมวด “ดิ๊ค นายต้องการเงินเท่าไหร่เพื่อรักษาสัตว์อสูรของฉัน ตราบใดที่นายรักษาพวกเขาได้ นายบอกมาได้เลย”
ดิ๊คแสดงท่าทีลำบากแต่ในใจ เขาฮึดฮัดออกมา “ฉันเป็นผู้ดูแล ถ้าปัญหาแค่นี้ฉันยังรักษาไม่ได้ มันก็เท่ากับเป็นการดูถูกการเป็นผู้ดูแลของฉัน”
ถ้าได้อะไรมาง่าย ๆ คนนั้นก็จะไม่เห็นค่า มีแค่การได้อะไรมายากพวกนั้นก็ยิ่งจะหวงแหน ถ้าเขาทำทีว่ามันยากกว่าจะทำสำเร็จ งั้นอีกฝ่ายก็จะซาบซึ้งในบุญคุณของเขา
ดิ๊คน่ะเป็นคนมารยาเยอะอยู่แล้ว !
“ถ้านายรักษาสัตว์อสูรของฉันได้ ฉันจะให้ทรายนีออนกับนาย ! ”
เจนกิ้นไม่ลังเลที่จะเอาบางอย่างที่เหมือนกับเพชรออกมาจากแหวนมิติ มันเปล่งแสงเจ็ดสีออกมา
ก้อนทรายนี้เหมือนจะรายล้อมด้วยหมอกเจ็ดสี มันทำให้ผู้คนที่เห็นรู้สึกตื่นเต้นไปตาม
เจนกิ้นพูดขึ้น “นี่คือสิ่งที่ฉันได้มาจากการประมูลในตลาดมืด หลังจากที่ได้มันมาฉันก็โดนกองกำลังไม่ทราบฝ่ายไล่ล่าก่อนจะหนีมาได้ ตามที่คนจัดพูดมา ทรายนีออนนี้มีแค่ใน 200 ดาว มันได้มาจากหนวดปีศาจที่หมดสภาพหลังจากที่สู้กับนักรบดวงดาวมา”
“เมื่อเจอกับสัตว์อสูร ตราบใดที่ใช้ทรายนี้กับเลือดผู้ใช้อสูร งั้นมันก็มีโอกาส 100 เปอร์เซ็นต์ ที่จะทำสัญญากับสัตว์อสูรได้ มีข่าวลือมาว่ามันสามารถดึงความทรงจำของบรรพชนของสัตว์อสูรมาได้ และทำให้มันเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว …”
ตอนแรกหวังเย่าไม่ได้สนใจเรื่องเจนกิ้นและดิ๊คสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้ยินเรื่องพลังของทรายนี้ที่สามารถดึงความทรงจำของสัตว์อสูรในชีวิตก่อนได้ เขาก็ใจเต้นรัวขึ้นมา
“ไม่ใช่ว่าฉันต้องใช้มันกับเสี่ยวซวีรึไง ? ” เมื่อคิดแบบนั้น หวังเย่าก็กำหมัดแน่นและเดินเข้าไปหาเจนกิ้นทันที !