ระบบพี่เลี้ยงอสูรขั้นเทพ (神宠进c化系统) - ตอนที่ 598 : คิดไม่ถึง
ตอนที่ 598 : คิดไม่ถึง
ที่ด้านนอกหนวดนั้น ดิ๊คและโดมินิคเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทั้งสองได้เรียกสัตว์อสูรของตัวเองออกมา
เกราะของดิ๊คได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งเกิดจากดาบของโดมินิค
และด้วยสายเลือดมนุษย์หมาป่าจึงทำให้โดมินิคนั้นแข็งแกร่งกว่า สายเลือดมนุษย์หมาป่านั้นทำให้เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้ว่าจะบาดเจ็บหนักก็ตาม แต่หลังจากที่การต่อสู้จบลงแล้ว ความเจ็บปวดนี้จะราวกับฉีกร่างกายของเขาออกเป็นชิ้น ๆ เพียงพอที่จะทำให้เขาสลบได้
ภายใต้การโจมตีของโดมินิค ถึงกับทำให้ดิ๊คเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา
มันมีอันตรายมากมายในจักรวาล หากไม่จำเป็นพวกเขาจะไม่เรียกสัตว์อสูรของตัวเองออกมา
พูดโดยทั่วไปแล้วสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ในจักรวาลนั้นจะโดนลดพลังไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพวกที่เป็นสัตว์อสูรบนบกจะหมดความสามารถในการต่อสู้ไป
สัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปนั้นถูกลดความสามารถไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์หากว่าอยู่ในอวกาศ
สัตว์อสูรระดับเทพขั้นต้นนั้นจะถูกลดความสามารถไป 20 เปอร์เซ็นต์
มีแค่สัตว์อสูรระดับเทพขั้นสูงเท่านั้นที่จะมีความสามารถเต็มที่ดังเดิม
สัตว์อสูรของทั้งสองคนอยู่ระดับเทพขั้นต้น และทั้งสองต่างก็มั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเอง
เพราะถึงยังไงดาวทมิฬก็เป็นแค่ดาวระดับ 100 สัตว์อสูรเลเวล 90 นั้นก็ถือว่าเป็นเลเวลที่สูงของดาวทมิฬแล้ว
แสงสีขาวส่องประกายพร้อมกับที่โดมินิคได้เรียกสัตว์อสูรของตัวเองออกมา
สัตว์อสูรครึ่งมนุษย์ในผ้าคลุมสีดำตัวสูงราว ๆ 2.5 เมตร ได้ปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้าของโดมินิค
ทันใดนั้นมันก็เหมือนกับมีลมก่อตัวขึ้น จนหนวดรอบ ๆ เริ่มสั่นไหวไปมา ผมของสัตว์อสูรนี่สะบัดไปมา ใบหน้าที่เหมือนกับค้างคาวถือดาบสีแดงเล่มยาวเอาไว้ ดวงตาสีแดงก่ำของมันจับจ้องไปที่ดิ๊ค
หวังเย่ามองไปที่สัตว์อสูรตัวนั้นแล้วทำการประเมินทันที
ชนิด : แวมไพร์เลเวล : 91
ระดับ : เทพขั้นต้นสกิล : ผ้าคลุมรัตติกาล ต้านทานการโจมตีกายภาพ 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อสะบัดผ้าคลุมแล้วสามารถสร้างพายุทมิฬที่สร้างความเสียหายให้กับศัตรูได้, สูบเลือด ทุกการโจมตีจะทำให้ฟื้นฟูอาการบาดของเจ็บตัวเองได้ หากตัวเองไม่บาดเจ็บจะใช้ค่าการดูดเลือดนี้มาเป็นโล่แทนจุดอ่อน : ขาดวิธีการโจมตีที่รุนแรง เหมาะที่จะโจมตีผลาญกำลัง, กลัวการโจมตีทางจิต
หวังเย่าหรี่ตาลง “ สัตว์อสูรนี่มีค่าการต้านทานที่สูง หากไม่มีการโจมตีที่รุนแรงจัดการมันในคราวเดียว งั้นกลัวว่าคงยากที่จะเอาชนะได้”
หวังเย่ามองไปที่เจนกิ้น และคิดว่าสัตว์อสูรแฝดของเจนกิ้นน่าจะเอาชนะแวมไพร์นี่ได้
ดิ๊คเมื่อเห็นว่าโดมินิคเรียกสัตว์อสูร เขาก็ยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น “ฉันตรวจสอบความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรนายมาแล้ว มันแข็งแกร่งดี แต่บังเอิญว่าสัตว์อสูรของฉันน่ะรับมือกับมันได้ ! ”
ดิ๊คสะบัดมือก่อนที่จะมีอุกกาบาตนับไม่ถ้วนก่อตัวขึ้นมา
อุกกาบาตเหล่านั้นรวมตัวกันก่อนจะกลายเป็นร่างของสัตว์อสูรรูปร่างมนุษย์ยืนอยู่ด้านหลังของเขา
หากเทียบกับแวมไพร์แล้ว สัตว์อสูรนี่ตัวเล็กกว่า มันสูงแค่ 1.75 เมตร มันมีคีบที่หู, ขาและหลัง
มันตัวบางแต่ก็ดูแข็งแกร่งอย่างมาก
หวังเย่ามองไปที่สัตว์อสูรของดิ๊ค แล้วทำการประเมินทันที
ชื่อ : สตาร์ดรีมเลเวล : 91 ระดับ : เทพขั้นต้นสกิล : กระบองดาวตกคู่ โจมตีออกไปสองครั้งพร้อมกัน รวดเร็วดั่งอุกกาบาต โจมตีครบ 5 ครั้งจะทำให้คู่ต่อสู้หยุดนิ่ง 0.5 วินาที , พลังดวงดาว เรียกอุกกาบาตออกมาโจมตีศัตรู (สามารถเดินทางในลำแสงได้)จุดอ่อน : ความสามารถในการควบคุมมิติลดลงอย่างมาก
เมื่อเห็นคำอธิบายสกิล หวังเย่าก็ต้องหรี่ตาลง “ สกิลแรกสามารถขัดจังหวะการโจมตีของศัตรูได้ สกิลที่สองสร้างความเสียหายอย่างหนัก โดมินิคอยู่ในอันตรายแล้ว !”
ถึงจะเผชิญหน้ากับแวมไพร์ที่ตัวสูงกว่าตน แต่สตาร์ดรีมกลับไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย มันได้ดึงเอากระบองที่ด้านหลังออกมาก่อนจะพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทันที
ดิ๊คไม่ได้มีดีแค่คำพูด !
กระบองถูกฟาดเข้าใส่แวมไพร์พร้อมกับที่แวมไพร์ได้ยกดาบขึ้นมากันเอาไว้
ปัง !
คลื่นพลังกระจายออกมาอัดเข้ากับผนังของหนวดจนทำให้เลือดด้านในไหลเร็วขึ้นกว่าเดิม
แม้ว่าจะอยู่ในเกราะ แต่หวังเย่าและคนอื่น ๆ ก็รับรู้ได้ถึงการสั่นไหวจากแรงกระแทกนี้ได้
สมกับเป็นการต่อสู้ของสัตว์อสูรระดับเทพจริง ๆ !
ดาบและกระบองนี้ได้แสดงพลังของมันออกมา
กระบองฟาดไปมาจนดาบได้แต่ป้องกันเพียงอย่างเดียว
กระบองถูกฟาดเข้าใส่แวมไพร์นับครั้งไม่ถ้วนจนเริ่มมีบาดแผลพร้อมกับเลือดที่กระจายออกมา
ทักษะดาบของแวมไพร์ไม่ได้แย่นัก แต่หลังจากที่โดนขัดโดยสกิลของสตาร์ดรีมก็ทำให้ทักษะดาบที่มีไร้ค่าไป
แวมไพร์กัดฟันแน่นและทนความเจ็บปวด ก่อนจะสะบัดผ้าคลุมออกไปเพื่อกันสายตาของสตาร์ดรีม จากนั้นมันก็ใช้ดาบฟันเข้าไปที่ท้องของอีกฝ่าย
สตาร์ดรีมต้องถอยกลับมา เลือดที่ท้องไหลออกมาก่อนจะไหลเข้าไปในดาบของแวมไพร์
ผ่านไปสักพักเลือดในดาบก็ได้ถูกดูดเข้าไปในตัวของแวมไพร์จนไม่เหลือเลือดแม้แต่หยดเดียว
สตาร์ดรีมกุมไปที่แผลที่หน้าท้องพร้อมกับใจที่กังวลขึ้นมา จากนั้นมันก็ได้ยกกระบองขึ้นแล้วฟาดลงมา
อุกกาบาตก่อตัวขึ้นก่อนจะพุ่งเข้าใส่แวมไพร์
แวมไพร์ยกผ้าคลุมขึ้นห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้นมาที่ผ้าคลุม
ผ่านไปสักพักผ้าคลุมก็เกิดไฟไหม้ขึ้นมา การป้องกันของผ้าคลุมลดลงไปอย่างมาก
สตาร์ดรีมยกกระบองขึ้นก่อนจะพุ่งเข้าใส่แวมไพร์อีกครั้ง มันมีความเร็วเท่ากับแสงพุ่งไปมารอบตัวแวมไพร์พร้อมกับโจมตีเข้าใส่
แวมไพร์ไม่ทันได้รู้สึกเจ็บ แต่ร่างกายของมันกลับเกิดรูขึ้นมาหลายสิบแห่ง
มันมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองที่สูง แต่ภายใต้การโจมตีต่อเนื่องและรวดเร็วเช่นนี้ ความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองของมันก็ไร้ค่าไป มันเริ่มเสียเปรียบขึ้นมาเรื่อย ๆ
อุกกาบาตเหล่านี้สร้างความเสียหายเกินกว่าที่แวมไพร์จะรับได้ การโจมตีของมันถูกขัดจังหวะเรื่อย ๆ มันได้แต่ป้องกันเอาไว้ และหากเป็นแบบนี้ต่อไป งั้นมันก็ได้แต่รอให้อีกฝ่ายฆ่ามัน
ในอีกด้าน ดิ๊คและโดมินิคก็เข้าต่อสู้กัน แต่หากเทียบกันในด้านความแข็งแกร่งดิ๊คนั้นไม่อาจจะเทียบกับโดมินิคได้
แต่ด้วยการที่แวมไพร์โดนสตาร์ดรีมจัดการจนไม่อาจจะยืนไหว ข้อได้เปรียบของโดมินิคก็หายไปทันที
แวมไพร์ล้มลงไปก่อนที่สตาร์ดรีมจะทำการถีบอีกฝ่ายออกไปให้หนวดปิศาจจับตัวเอาไว้ ก่อนที่มันจะโดนกลืนกินไป
โดมินิคตัวสั่น นี่คือสัตว์อสูรของเขา ซึ่งมันก็เปรียบได้กับเกียรติสูงสุดในชีวิตเขาเช่นกัน !
ความตายของแวมไพร์นี้เท่ากับการดูหมิ่นและทำลายความมั่นใจของโดนมินิค เขาหมดแรงจูงใจที่จะสู้ต่อ ตอนนี้มีสองทางเลือกให้เขาเลือกคือหนีไม่ก็ตายเท่านั้น !
“ได้เวลาแล้ว ลงมือ ! ”
แรมโบ้และมาทิลด้าตะโกนออกมาก่อนจะใช้ดาบตัดผนังของหนวดออกแล้วพุ่งออกมา
หวังเย่า, เจนกิ้น, โอพีเลย และบอร์ด ช้ากว่าเล็กน้อย
บอร์ดมองไปที่หวังเย่าด้วยสีหน้าสับสน “นี่…ไม่ใช่ว่าเราต้องฟังพี่เย่ารึไง พวกนี้คิดจะทำอะไร ? ”
ตอนนั้นเขากลับโกรธทันที หวังเย่าเป็นหัวหน้าแท้ ๆ เขาเหมือนอดทนไม่ไหวที่จะจัดการกับทั้งสองคน
กรร…
เสียงคำรามดังขึ้นมาจากด้านหลัง
อ๊า !
นี่คือกรีดร้องที่มาจากบอร์ด !
เขายืนอยู่ด้านหลังสุดจึงเป็นคนแรกที่โดนโจมตี
เมื่อทั้งสามคนหันกลับไปมองก็พบว่าเลือดด้านหลังพวกเขากลับกลายเป็นหมึกสีดำ พวกเขาโดนหมึกนี้ล้อมเอาไว้
ตรงส่วนที่พวกเขาอยู่นี้เหมือนกับท่อน้ำขนาดใหญ่ ด้วยการที่มีรูเปิดขึ้นมาก็ทำให้เกิดน้ำวนขึ้น ไหลออกไปที่ปากท่อ
บอร์ดถูกสูบเข้าไปก่อนจะหายตัวไปในพริบตา
“หนี ! ” เจนกิ้นตะโกนขึ้นมา
พวกเขาพากันใช้ความเร็วเต็มที่เพื่อหนีไปยังทางออกที่แรมโบ้และมาทิลด้าเปิดเอาไว้
แต่…ตรงหน้าทางออกที่สองคนเปิดเอาไว้กลับกลับกลายเป็นผนังที่ปิดตัวลงแล้ว ทั้งสองคนด้านนอกกลับหันมายิ้มให้พวกเขาด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ !